อนุ กอ. ครั้งที่ 23 - วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2553

มติคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ครั้งที่ 6/2553 (ครั้งที่ 23)
วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2553 เวลา 08.30 น.
ณ ห้องประชุม 306 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2
1. รายงานการประเมินผลการดำเนินงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปีบัญชี 2552
2. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน และการเบิกจ่ายเงินกองทุน พ.ศ. 2553
3. โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
4. โครงการพลังงานทดแทน สำหรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 จากพืชเศรษฐกิจ
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานอนุกรรมการ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อนุกรรมการและเลขานุการ
เรื่องที่ 1 รายงานการประเมินผลการดำเนินงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปีบัญชี 2552
1. กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้เข้าสู่ระบบประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนของกรมบัญชีกลาง โดยมีประธานกรรมการกองทุนฯ เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการประเมินทุนหมุนเวียน (กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน) กับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางได้มอบหมายให้บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการประเมิน
2. กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือแจ้งผลการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2552 ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ใน 4 ด้าน รวม 10 ตัวชี้วัด โดยมีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ 3.3129 ซึ่งอยู่ในระดับดี (สูงกว่าค่าปกติ/สูงกว่า 3 คะแนน) สรุปได้ดังนี้
(1) ผลการดำเนินงานด้านการเงิน (15%)
ตัวชี้วัดที่ 1.1 ร้อยละของงบประมาณที่มีการผูกพันสัญญาต่องบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนฯ ผลการดำเนินงานสิ้นปี 2552 อยู่ในระดับร้อยละ 79.57 ส่งผลให้ได้รับคะแนน 1.000
ตัวชี้วัดที่ 1.2 ค่าใช้จ่ายเพื่อการบริหารกองทุนฯ ที่เกิดขึ้นจริงและผูกพันเทียบกับงบประมาณ ผลการดำเนินงานสิ้นปี 2552 อยู่ในระดับร้อยละ 70.72 ส่งผลให้ได้รับคะแนน 3.6639
(2) ผลการดำเนินงานด้านปฏิบัติการ (33%)
ตัวชี้วัดที่ 2.1 ร้อยละของโครงการที่มีการทำสัญญาของแต่ละแผนงาน ต่อจำนวนโครงการที่ได้รับอนุมัติทั้งหมดของแต่ละแผนงาน ตามผลการดำเนินงานสิ้นปี 2552
- แผนพลังงานทดแทน อยู่ในระดับร้อยละ 73.08 ส่งผลให้ได้คะแนน 1.000
- แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อยู่ในระดับร้อยละ 82.19 ส่งผลให้ได้คะแนน 1.0274
- แผนงานบริหารทางกลยุทธ์ อยู่ในระดับร้อยละ 100.00 ส่งผลให้ได้รับคะแนน 5.0000
ตัวชี้วัดที่ 2.2 ร้อยละของจำนวนโครงการที่สามารถดำเนินงานได้ตามแผนภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อจำนวนโครงการทั้งหมด
- แผนพลังงานทดแทน อยู่ในระดับร้อยละ 93.33 ส่งผลให้ได้คะแนน 3.1110
- แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อยู่ในระดับร้อยละ 70.37 ส่งผลให้ได้คะแนน 1.0000
- แผนงานบริหารทางกลยุทธ์ อยู่ในระดับร้อยละ 100.00 ส่งผลให้ได้รับคะแนน 5.0000
(3) การสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (15%)
ตัวชี้วัดที่ 3.1 การสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปีบัญชี 2552 โดยภายในปีบัญชี 2552 ได้ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนที่ 5 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000
(4) การบริหารพัฒนาทุนหมุนเวียน (37%)
ตัวชี้วัดที่ 4.1 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้ดำเนินการนำเสนอแผนกลยุทธ์ของกองทุนฯ ครบถ้วนทุกขั้นตอนและได้รับการเห็นชอบต่อประธานคณะทำงานเตรียมการฯ (ปลัดกระทรวงพลังงาน) ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000 ทำให้ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมาย
ตัวชี้วัดที่ 4.2 ผลการดำเนินงานในปีบัญชี 2552 ได้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีบัญชี 2553 แล้วเสร็จ และได้รับความเห็นชอบจากประธานเพื่อดำเนินการตามระบบประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน (กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน) ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000 ทำให้ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมาย
ตัวชี้วัดที่ 4.3 การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ประจำปีบัญชี 2552 น้ำหนักร้อยละ 8 ประเมินผลเฉลี่ยจากแผนงานหลัก 2 แผนงาน ส่งผลให้มีระดับคะแนน 4.9805 ตามรายละเอียดต่อไปนี้
- การศึกษาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศและโปรแกรมสำเร็จรูปของกองทุนฯ (ร้อยละ 50) ประเมินจากการศึกษาและปรับปรุง ทั้งสามารถจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษา และนำเสนอต่อประธานคณะทำงานเตรียมการฯ เพื่อทราบภายใน 30 กันยายน 2552 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000 ทำให้ ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมาย
- การพัฒนาบุคลากรของกองทุนฯ ประจำปีบัญชี 2552 (ร้อยละ 50) ประเมินเฉลี่ยจากการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรประจำปีบัญชี 2552 ประกอบด้วย แผนงานหลัก 2 กิจกรรม ส่งผลให้มีระดับคะแนน 4.9610 ตามรายละเอียดต่อไปนี้
- จัดประชุม/สัมมนา เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคระหว่างหน่วยงานในกองทุนฯ การดำเนินงาน (ร้อยละ 50) ประเมินจากจำนวนครั้งการจัดประชุม/สัมมนา ซึ่งการดำเนินงานในปีบัญชี 2552 สามารถจัดประชุมได้ 3 ครั้ง ในรอบปีบัญชี ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000 ทำให้ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมาย
- การสัมมนา/อบรมเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเงินกองทุนฯ สำหรับหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรเงินกองทุนฯ (ร้อยละ 50) ประเมินจากร้อยละของจำนวนคนที่ได้รับการสัมมนา/อบรมเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเงินกองทุนฯ ที่เกิดขึ้นจริงและสามารถสอบผ่านเกณฑ์ในปีบัญชี 2552 เทียบกับจำนวนคนที่ได้รับการสัมมนา/อบรมเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเงินกองทุนฯ ตามแผนงานในปีบัญชี 2552 คิดเป็นร้อยละ 89.61 จึงเทียบเท่ากับระดับคะแนน 4.9220 ทำให้ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมาย
ตัวชี้วัดที่ 4.4 ผลการดำเนินการติดตามประเมินผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปีบัญชี 2552 ได้ทำการเสนอรายงานและได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการประเมินผลฯ วันที่ 29 กันยายน 2552 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000 ทำให้ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมาย
ตัวชี้วัดที่ 4.5 ประเมินผลบทบาทของผู้บริหารกองทุนฯ ปีบัญชี 2552 น้ำหนักร้อยละ 5 ที่ระดับคะแนนเฉลี่ย 2.8500 จากแผนงานหลัก 2 แผนงาน
- บทบาทของคณะกรรมการฯ (ร้อยละ 40) ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่
- คณะกรรมการบริหารเข้าร่วมประชุมและมีมติที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการกองทุน ร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งการประชุมทั้งหมดในปีบัญชี 2552 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 3.0000
- คณะกรรมการฯ มีการติดตามดูแลให้มีการรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนฯ ภายในปีบัญชี 2552 ทุกไตรมาสฯ ซึ่งกองทุนฯ มีการติดตามดูแลให้มีการรายงานผลเพียง 1 ไตรมาส ในปีบัญชี 2552 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 2.0000
- การรายงานผลการดำเนินงานตามข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ ภายในปีบัญชี 2552 ซึ่งมีการติดตามให้มีการรายงานผลการดำเนินงานร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งการประชุมทั้งหมดในปีบัญชี 2552 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 3.0000
- บทบาทของ สนพ. ในฐานะเลขานุการฯ (ร้อยละ 60) พิจารณาจากร้อยละของการดำเนินงานตามมติของที่ประชุมของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ซึ่งไม่มีการติดตามดูแลรายงานผลการดำเนินงาน แต่คณะทำงานเตรียมการฯ มีการติดตามดูแลให้มีการรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนฯ 25 มติ จากทั้งหมด 25 มติ เท่ากับร้อยละ 100 ส่งผลให้มีระดับคะแนน 5.0000
มติที่ประชุม
รับทราบรายงานการประเมินผลการดำเนินงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปีบัญชี 2552
เลขานุการฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าคณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เห็นชอบร่างระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน และการเบิกจ่ายเงินกองทุน พ.ศ. ... ที่ฝ่ายเลขานุการฯ ได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 และกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาและเห็นชอบในร่างระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ ดังกล่าวแล้ว ซึ่งฝ่ายเลขานุการฯ ได้เสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี) ประธานคณะกรรมการกองทุนฯ ลงนามในระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน และการเบิกจ่ายเงินกองทุน พ.ศ. 2553 แล้ว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553
มติที่ประชุม
รับทราบระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน และการเบิกจ่ายเงินกองทุน พ.ศ. 2553
เรื่องที่ 3 โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
1. คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เห็นชอบให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ที่เกี่ยวกับโครงการประชาสัมพันธ์ ในแผนพลังงานทดแทน 250 ล้านบาท และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 250 ล้านบาท ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก "คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน" ที่ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน โดยให้สามารถถัวจ่ายและเปลี่ยนแปลงรายการในแผน/งานเดียวกันได้ ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เห็นชอบแล้ว ให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินโครงการต่อไป
2. คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ได้เห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว เพื่อดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 7 โครงการ เป็นเงิน 160 ล้านบาท และแผนพลังงานทดแทน จำนวน 6 โครงการ เป็นเงิน 225 ล้านบาท ดังนี้
| รายชื่อโครงการ | หน่วยงาน | งบประมาณ (ล้านบาท) | |
| แผนพลังงานทดแทน | แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | ||
| 1. โครงการประชาสัมพันธ์พระราชกรณียกิจด้านพลังงานผ่านบทเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ | สป.พน. | - | 35 |
| 2. โครงการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานตามนโยบายรัฐบาล | สป.พน. | - | 2 |
| 3. โครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน | สนพ. | - | 20 |
| 4. โครงการบริหารศูนย์ประชาสัมพันธ์รวมพลังหารสอง | สนพ. | 15 | - |
| 5. การประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553 | สนพ. | - | 3 |
| 6. โครงการประชาสัมพันธ์ลดโลกร้อน ถวายพ่อ | สป.พน. | 80 | - |
| 7. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานร่วมกับสื่อมวลชน | สป.พน. | 30 | - |
| 8. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษารณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่อง การใช้น้ำมันคุณภาพ E85 | พพ. | 50 | - |
| 9. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาสร้างความเข้าใจการกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B5 | พพ. | 20 | - |
| 10. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน และนำแผนไปสู่การปฏิบัติ | สป.พน. | - | 15 |
| 11. โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน | สป.พน. | - | 50 |
| 12. โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน | สป.พน. | - | 35 |
| 13. โครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชน | สป.พน. | 30 | - |
| รวมงบประมาณ | 225 | 160 | |
| คงเหลืองบประมาณ | 25 | 90 | |
3. คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ ในการประชุมครั้งที่ 7/2553 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 และตามหนังสือกระทรวงพลังงาน ที่ พน 0202/1568 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2553 ได้มีมติเห็นชอบโครงการประชาสัมพันธ์จากงบประมาณกองทุนฯ ภายใต้แผนพลังงานทดแทน จำนวน 2 โครงการ ในวงเงิน 25 ล้านบาท และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 9 โครงการ ในวงเงิน 82.052 ล้านบาท ดังนี้
3.1 โครงการประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน (Success Story) โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) ให้ความรู้ และบอกถึงความสำเร็จของโครงการพลังงานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นตัวอย่างและเกิดความตระหนัก โดยนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และตระหนักถึงการใช้พลังงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
(2) เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงาน กิจกรรม หรือความสำเร็จ และความคืบหน้าการดำเนินงานด้านนโยบายพลังงาน นโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน ในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ เช่น Biogas Biomass เป็นต้น รวมทั้งเชื่อมโยงประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ที่ได้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่ สนพ. รับผิดชอบดำเนินการ
(3) เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงาน กิจกรรม หรือความสำเร็จ และความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่ได้ดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานในอาคาร การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน อาทิ ผู้เข้าร่วมโครงการ DSM Bidding อาคารควบคุม องค์กรที่ส่งเสริม สนับสนุนการประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน
(4) สร้างกระแสการรับรู้ ส่งผลให้เกิดทัศนคติที่ดี เกิดการยอมรับ และให้การสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้านการใช้พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน พลังงานทางเลือก ตลอดจนกิจกรรมการของ พน. รูปแบบต่างๆ
ระยะเวลา 10 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 15,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สนพ.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ และรับทราบความสำเร็จของโครงการพลังงานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นตัวอย่างและเกิดความตระหนัก โดยนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(2) กลุ่มเป้าหมายทราบถึงผลงาน กิจกรรม หรือความสำเร็จ และความคืบหน้าการดำเนินงานด้านนโยบายพลังงาน และการดำเนินงานด้านนโยบายพลังงาน นโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน ในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ เช่น Biogas Biomass เป็นต้น รวมทั้งเชื่อมโยงประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ที่ได้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
(3) กลุ่มเป้าหมายทราบถึงผลงาน กิจกรรม หรือความสำเร็จ และความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่ได้ดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานในอาคาร การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน อาทิ ผู้เข้าร่วมโครงการ DSM Bidding อาคารควบคุม องค์กรที่ส่งเสริม สนับสนุนการประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน
(4) กลุ่มเป้าหมายเกิดกระแสการรับรู้ ซึ่งส่งผลให้เกิดทัศนคติที่ดี เกิดการยอมรับ และให้การสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้านการใช้พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน พลังงานทางเลือก ตลอดจนกิจกรรมการของ พน. รูปแบบต่างๆ
3.2 โครงการ Thailand Energy Awards โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อเป็นการยกย่องและแสดงความชื่นชมแก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน
(2) เผยแพร่ผลสำเร็จของการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและสนใจได้นำไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
(3) เพื่อส่งเสริมให้โรงงานและอาคารดำเนินการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนมากขึ้น
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 15,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ พพ.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ผู้ประกอบการในโรงงงาน/อาคาร และองค์กรต่างๆ เกิดการตระหนักและดำเนินการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการนำเข้าพลังงานฟอสซิล
3.3 โครงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการข้อมูล ข่าวสาร เทคโนโลยีด้านพลังงาน แก่ผู้ประกอบกิจการและผู้สนใจ
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 15,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ พพ.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ เกิดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีพลังงานที่ พพ. ส่งเสริมและเผยแพร่ ส่งผลต่อการใช้พลังงานในรูปแบบที่เหมาะสมและมีการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น
3.4 โครงการส่งเสริมธุรกิจบริษัทจัดการพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและเผยแพร่เกี่ยวกับธุรกิจบริษัทจัดการพลังงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดการดำเนินธุรกิจและการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงานพลังงาน โดยใช้ระบบ ESCO
(2) เพื่อขยายเครือข่ายระหว่างบริษัทจัดการพลังงาน ผู้ประกอบการและสถาบันการเงิน และพัฒนา ESCO Information Center อย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาและนำไปสู่การจัดตั้งสมาคมบริษัทจัดการพลังงาน
(3) เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารโรงงานอุตสาหกรรม/อาคาร ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงาน สามารถเลือกลงทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานได้อย่างเหมาะสม
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 5,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ พพ.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) มีแหล่งข้อมูลของธุรกิจบริษัทจัดการพลังงาน
(2) มีการเผยแพร่ผลงานของบริษัทจัดการพลังงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มเป้าหมายในการลงทุน
(3) มีการติดตามความก้าวหน้าของธุรกิจบริษัทจัดการพลังงานในประเทศ
3.5 โครงการรณรงค์และส่งเสริมความเข้าใจการใช้หลอดประหยัดพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อส่งเสริมการใช้อุปกรณ์แสงสว่างประสิทธิภาพสูง ด้วยการรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนมาใช้หลอดผอมเบอร์ 5 แทนหลอดผอมเดิม อันส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงานไฟฟ้าของประเทศ
(2) เพื่อสร้างความต้องการหลอดผอมเบอร์ 5 ให้ขยายตัวมากขึ้น อันจะเป็นแนวทางที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตและราคาตลาดต่ำลงจนกระทั่งผู้บริโภคยอมรับในความคุ้มค่าและเปลี่ยนมาใช้หลอดผอมเบอร์ 5 ตลอดไป
(3) เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงประโยชน์ในการเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงาน อันจะนำไปสู่การประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ด้วย
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 10,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ พพ.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนทั่วไปมีการปรับเปลี่ยนมาใช้หลอดผอมประหยัดพลังงานกันมากขึ้นซึ่งจะสามารถช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศได้
(2) สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าสำหรับแสงสว่างลดลงจากเดิมได้ประมาณ 30%
(3) สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้
3.6 โครงการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ "โครงการภูเก็ตสีเขียว" โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์โครงการภูเก็ตเขียวในกลุ่มเป้าหมายให้ได้รับความรู้ด้านการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและรักษาสิ่งแวดล้อม
(2) เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบ อส.พน.เคลื่อนที่ เพื่อสร้าง อส.พน.เป็นตัวกลางในการดำเนินกิจกรรมด้านพลังงานกับชุมชน
(3) เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์โครงการภูเก็ตเขียวให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกับโครงการ "ภูเก็ตปลอดถุงพลาสติก" ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ระยะเวลา 4 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 1,052,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สป.พน.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) เกิดวิทยากรตัวคูณประจำสถาบันการศึกษาและศาสนสถาน ประชาสัมพันธ์และถ่ายทอดความรู้ด้านการประหยัดพลังงานไปสู่ชุมชน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสม
(2) สื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าใจถึงความสำคัญการจัดทำโครงการภูเก็ตเขียวและแนวร่วมการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น
(3) เพื่อสร้าง อส.พน.ที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพในการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อสาธารณชน
(4) ประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ตามยุทธศาสตร์ 3 ด้าน และนำไปสู่การลดใช้พลังงานจากฟอสซิล และพลังงานทดแทนมาใช้ให้ได้ 15% ตามนโยบายพลังงาน
3.7 โครงการ "ลดใช้น้ำมัน ปั่นรถถีบ เชียงใหม่ 2553" โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) จัดกิจกรรมโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา
(2) สร้างความตระหนักในการลดการใช้พลังงาน ลดการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง ในการเดินทางตามวิถีชีวิตประจำวัน แก่คนเชียงใหม่ทุกภาคส่วน
(3) สร้างความตื่นตัว ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดเชียงใหม่ในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากควันไอเสียของรถยนต์ในการเดินทาง และลดหมอกควันจากการเผา ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน
(4) ให้คนเชียงใหม่ทุกภาคส่วน สัมผัสได้ถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ลมหายใจที่สดใส ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และลดการใช้พลังงานจากยานพาหนะอื่น
(5) ร่วมกันสร้างและเรียนรู้ระบบจราจรที่จูงใจและเอื้อต่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้จักรยาน เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
(6) เกิดการปฏิบัติและยอมรับวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(7) เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทยต่อนานาชาติ
ระยะเวลา 3 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 500,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สป.พน.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงได้มีโอกาสเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการลดใช้พลังงาน
(2) เกิดกระแสให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและคิดก่อนใช้พลังงานรวมถึงเกิดจิตสำนึกที่จะลงมือปฏิบัติในการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง และต่อเนื่องการทำความดีด้วยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
(3) ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมช่วยชาติประหยัดพลังงานโดยรวมและส่งผลดีที่ได้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวและประเทศชาติ
(4) เกิดกระแสการมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประชาสัมพันธ์การขยายผลการประหยัดงานที่เป็นตัวอย่างที่ดีไปสู่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และทุกภาคส่วนอันจะทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการลดใช้พลังงานในทุกรูปแบบ
3.8 โครงการ "คนคอนร่วมใจ ลดใช้พลังงาน ลดโลกร้อน" โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานของทุกภาคส่วนในจังหวัด
(2) เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตะหนักถึงภาวะโลกร้อน ทั้งสาเหตุและผลที่ตามมา
(3) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นคุณค่าของพลังงาน และความจำเป็นของการลดใช้พลังงาน
(4) เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถสร้างเครือข่าย "ร่วมใจ ลดใช้พลังงาน ลดโลกร้อน"
ระยะเวลา 3 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 500,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สป.พน.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วม ลดใช้พลังงานโดยเฉพาะลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดปัญหาภาวะโลกร้อน
(2) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีทัศนคติที่ดีและถูกต้องในการ "ร่วมใจ ลดใช้พลังงาน ลดโลกร้อน"
(3) สร้างเครือข่ายบุคคลเข้าร่วมโครงการ "ร่วมใจ ลดใช้พลังงาน ลดโลกร้อน" ให้เกิดขึ้น
3.9 โครงการส่งเสริมและเผยแพร่เทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน (DISPLAY CENTER และบ้านประหยัดพลังงาน)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แนะนำเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน กระบวนการและ แนวทางการอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนจัดแสดงอุปกรณ์ทางด้านการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้ผู้ชมได้ทราบ และเรียนรู้เทคโนโลยีในการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ของ DISPLAY CENTER และบ้านประหยัดพลังงาน
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 15,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ พพ.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ผู้เข้าชมประมาณ 10,000 คน จะได้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์อนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งแนวความคิดที่จะนำไปประยุกต์ใช้งาน
3.10 โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์กฎหมายด้านการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน ได้รู้ถึงกรอบแนวทางในการดำเนินการที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายการอนุรักษ์พลังงาน
(2) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ภาคเอกชนได้เข้าใจถึงบทบัญญัติของกฎหมายด้านการอนุรักษ์พลังงานในประเทศไทย เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า ได้รู้ถึงสิทธิและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติหรือการดำเนินการที่ไม่ขัดต่อกฎหมายด้วย
(3) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไปได้รู้ถึงสิทธิและกฎระเบียบที่จะได้รับจากการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายที่กำหนด อีกทั้งยังทำให้ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ที่จะมาแสวงหาผลประโยชน์จากการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานของภาครัฐอีกด้วย
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 20,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สป.พน.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทราบถึงสิทธิและกฎระเบียบที่ได้รับจากกฎหมายการอนุรักษ์พลังงาน อันจะส่งผลทำให้การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดการประหยัดพลังงานจากการนำเข้าของประเทศได้
3.11 โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์กฎหมายด้านพลังงานทดแทน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานโครงการด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน ได้รู้ถึงกรอบแนวทางในการดำเนินการที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายพลังงานทดแทน
(2) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ภาคเอกชนได้เข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมายพลังงานทดแทนในประเทศไทย เพื่อให้ได้รู้ถึงสิทธิและกฎระเบียบจากกฎหมายพลังงานทดแทน รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติหรือการดำเนินการที่ไม่ขัดต่อกฎหมายด้วย
(3) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไป ได้รู้ถึงสิทธิและข้อระเบียบของกฎหมายการพัฒนาพลังงานทดแทน อีกทั้งยังทำให้ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ที่จะมาแสวงหาผลประโยชน์จากการพัฒนาพลังงานทดแทนอีกด้วย
ระยะเวลา 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 10,000,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สป.พน.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ทราบถึงสิทธิและกฎระเบียบจากกฎหมายพลังงานทดแทน อันจะส่งผลทำให้การพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศไทย มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายพลังงานทดแทนที่วางไว้
4. เลขานุการฯ ได้แจ้งที่ประชุมทราบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน มีความประสงค์ขอเสนอโครงการประชาสัมพันธ์ในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาเพิ่มเติมอีก 1 โครงการ คือ โครงการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในส่วนภูมิภาค โดยมีสาระสำคัญของโครงการ สรุปได้ดังนี้
วัตถุประสงค์
(1) เพื่อให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานในฐานะสื่อบุคคลที่เป็นผู้แทน พน. ได้รับรู้และเข้าใจถึงนโยบายด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ตลอดจนสามารถนำนโยบายแนวคิดต่างๆ ไปพัฒนาเพื่อสื่อสารสู่ประชาชนอย่างถูกต้อง
(2) เพื่อระดมความคิดเห็นที่มีต่อแผนพัฒนาด้านพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน และรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของหน่วยราชการในการผลักดันแผนการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนของประเทศ
(3) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ความนิยม เลื่อมใส ศรัทธา ให้กลุ่มเป้าหมายตระหนัก เชื่อมั่น รับทราบและเข้าใจ และรวมทั้งสามารถสร้างเครือข่ายยอมรับองค์กรด้วยการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ระยะเวลา 60 วัน นับจากลงนามในสัญญา
งบประมาณ ในวงเงิน1,900,000 บาท
หน่วยงานดำเนินโครงการ สป.พน.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ในฐานะสื่อบุคคลของกระทรวงพลังงานได้รับรู้ และเข้าใจถึงนโยบายด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ตลอดจนแนวคิดต่างๆ โดยสามารถนำหลักแนวคิดในการพัฒนาไปสู่การการปฏิบัติ และสื่อสารสู่ประชาชนอย่างถูกต้อง
(2) สามารถผลักดันแผนการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนของประเทศไปสู่ภาคปฏิบัติในส่วนภูมิภาคได้ในที่สุด รวมทั้งสามารถสร้างเครือข่ายการยอมรับองค์กรด้วยการแปสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
(3) ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรงพลังงานมีความเข้าใจนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อนำไปสู่เป้าประสงค์ของแผนการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน
การพิจารณาของที่ประชุม
1. เห็นชอบให้ยกเลิกโครงการประชาสัมพันธ์ ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว ในแผนพลังงานทดแทน จำนวน 1 โครงการ และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 3 โครงการ และเห็นควรให้นำงบประมาณของโครงการประชาสัมพันธ์ที่ขอยกเลิก พร้อมด้วยงบประมาณคงเหลือในแผนพลังงานทดแทน รวมเป็นจำนวนเงิน 25 ล้านบาท และในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมเป็นจำนวนเงิน 90 ล้านบาท มาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอมาในระเบียบวาระข้อ 3.1 และ 3.2
2. ประธานอนุกรรมการฯ มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในโครงการประชาสัมพันธ์ สรุปได้ดังนี้
2.1 โครงการ Thailand Energy Awards เห็นควรให้ พพ. จัดแบ่งประเภทของรางวัลให้ชัดเจน โดยระบุชื่อของประเภทรางวัลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจในชื่อเฉพาะของผลงานที่ดีเด่นของผู้ประกอบการนั้นๆ และผู้ได้รับรางวัลเกิดความภาคภูมิใจในชื่อผลงานนั้นด้วย นอกจากนี้ยังเห็นว่าในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของโครงการ Thailand Energy Awards และโครงการสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร หรือ BEAT 2010 ควรมีเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน เพื่อมิให้เกิดความสับสนของประชาชน ซึ่งในการดำเนินโครงการ BEAT 2010 อาจจะจัดทำตราสัญลักษณ์ของโครงการใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างถาวร
2.2 โครงการรณรงค์และส่งเสริมความเข้าใจการใช้หลอดประหยัดพลังงาน ควรจะมีการบูรณาการร่วมกับ กฟผ. เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการดำเนินงานของโครงการ และการดำเนินกิจกรรมในสถานที่ต่างๆ ควรจะจัดทำและนำคู่มือไปเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจมากขึ้น
2.3 โครงการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ "โครงการภูเก็ตสีเขียว" เห็นควรให้ สนย. สป.พน.ทำการติดตามโครงการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและเป็นต้นแบบที่ดีแก่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ยังเห็นว่า ควรจะมีกิจกรรมที่ให้ความรู้และกระตุ้นหน่วยงานและสถานประกอบการต่างๆ ภายในจังหวัด ให้เกิดความตระหนักในการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น โดยการเสริมกิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กับโครงการและให้เกิดความต่อเนื่องต่อไปด้วย
2.4 โครงการ "ลดใช้น้ำมัน ปั่นรถถีบ เชียงใหม่ 2553" และโครงการ "คนคอนร่วมใจ ลดใช้พลังงาน ลดโลกร้อน" เห็นว่าควรจะจัดให้มีกิจกรรมที่เชื่อมโยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนภายในจังหวัดมีวัฒนธรรมในการประหยัดพลังงานมากขึ้น และได้เป็นแบบอย่างของเมืองอนุรักษ์พลังงานหรือ Green City ต่อไป พร้อมทั้งควรให้ความรู้และกระตุ้นองค์กรต่างๆ ภายในจังหวัด เกิดความตระหนักในการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น
2.5 โครงการส่งเสริมและเผยแพร่เทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน (Display Center และบ้านประหยัดพลังงาน) เห็นควรให้ พพ. เพิ่มการจัดทำ CD หรือ/และ คู่มือแนะนำศูนย์ฯ และข้อมูลด้านต่างๆ ภายในศูนย์ฯ เพื่อเผยแพร่และให้ความรู้แก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมด้วย นอกจากนี้ปลัดกระทรวงพลังงาน เห็นควรให้ พพ. ปรับปรุงอุปกรณ์สาธิตเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานให้ทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ ให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากการก่อสร้างศูนย์ฯ ให้มากที่สุด พร้อมทั้งการจัดเตรียมและพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นวิทยากรต่อไปด้วย
2.6 โครงการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในส่วนภูมิภาค เห็นควรให้มีการพัฒนาขีดความสามารถของผู้เข้าร่วมสัมมนาในเรื่องการเขียนแผน และการนำแผนไปสู่การปฏิบัติด้วย และปลัดกระทรวงพลังงานเห็นว่า ควรปรับข้อเสนอโครงการให้สอดคล้องกับหมวดของเงินงบประมาณที่ขอรับทุนสนับสนุน โดยให้ครอบคลุมถึงบทบาทหน้าที่ของพลังงานจังหวัด ที่จะต้องมีส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่นโยบายที่สำคัญต่างๆ ของกระทรวงพลังงาน รวมถึงเรื่องการประหยัดพลังงาน และการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนไปยังภูมิภาค
ผู้แทนกรมบัญชีกลาง เห็นควรให้หน่วยงานดำเนินโครงการเพิ่มรายละเอียดของเป้าหมาย และดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการในข้อเสนอแต่ละโครงการ เพื่อให้การติดตามผลการดำเนินงานของโครงการมีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งให้มีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการต่อคณะอนุกรรมการฯ เป็นระยะๆ
มติที่ประชุม
เห็นชอบให้ยกเลิกโครงการประชาสัมพันธ์ ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว ตามข้อ 3.1 ของระเบียบวาระ และให้นำงบประมาณของโครงการประชาสัมพันธ์ที่ขอยกเลิก พร้อมด้วยงบประมาณคงเหลือในแผนพลังงานทดแทน รวมเป็นจำนวนเงิน 25 ล้านบาท และในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมเป็นจำนวนเงิน 90 ล้านบาท มาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ตามข้อ 3.2 ของระเบียบวาระ
อนุมัติเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว มาใช้สำหรับดำเนินโครงการ
(1) โครงการ Thailand Energy Awards โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน)
(2) โครงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน)
(3) โครงการส่งเสริมธุรกิจบริษัทจัดการพลังงาน โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
(4) โครงการรณรงค์และส่งเสริมความเข้าใจการใช้หลอดประหยัดพลังงาน โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน)
(5) โครงการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ "โครงการภูเก็ตสีเขียว" โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 1,052,000 บาท (หนึ่งล้านห้าหมื่นสองพันบาทถ้วน)
(6) โครงการ "ลดใช้น้ำมัน ปั่นรถถีบ เชียงใหม่ 2553" โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
(7) โครงการ "คนคอนร่วมใจ ลดใช้พลังงาน ลดโลกร้อน" โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
(8) โครงการส่งเสริมและเผยแพร่เทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน (DISPLAY CENTER และบ้านประหยัดพลังงาน) โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน)
(9) โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์กฎหมายด้านการอนุรักษ์พลังงาน โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)
(10) โครงการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในส่วนภูมิภาค โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 1,900,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาทถ้วน)
1. อนุมัติเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แผนพลังงานทดแทน งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว มาใช้สำหรับดำเนินโครงการ
(1) โครงการประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน (Success Story) โดยให้ สนพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน)
(2) โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์กฎหมายด้านพลังงานทดแทน โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน)
2. เห็นชอบให้ สนพ. พพ. และ สป.พน. สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินงานได้เพื่อความเหมาะสม โดยสามารถถัวจ่ายระหว่างรายการ และแยกรายการ และทำสัญญาหรือหนังสือยืนยันได้หลายรายการตามความเหมาะสม โดยแบ่งกระจายน้ำหนักตามงบประมาณและกิจกรรมต่างๆ ได้ ตามที่เสนอมา
1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้ดำเนินโครงการพลังงานทดแทนโดยการใช้เอทานอลจากพืชเศรษฐกิจสำหรับรถจักรยานยนต์ E85-100 ใน มทส. และชุมชนเครือข่ายต้นแบบ โดยได้ทำการวิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์เพื่อใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นเชื้อเพลิง ในชุมชนเครือข่ายนำร่อง รวม 390 คัน พร้อมทั้งพัฒนาบุคคลากรสำหรับร้านช่างซ่อมและปรับแต่งรถจักรยานยนต์ในรูปแบบ "MoPro Service Shop" จำนวน 15 ร้าน ใน 7 อำเภอ และบริหารจัดการเครือข่ายโลจิสติกส์สำหรับคลังน้ำมันกระจายน้ำมัน ศูนย์จำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และเครือข่ายคลัสเตอร์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน ทั้งนี้ มทส. เห็นว่ายังมีความจำเป็นการในศึกษาวิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E85 เป็นเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการยอมรับ จึงได้ยื่นข้อเสนอ "โครงการพลังงานทดแทน สำหรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 จากพืชเศรษฐกิจสำหรับรถจักรยานยนต์ ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และชุมชนเครือข่ายนำร่องระดับจังหวัดนครราชสีมา ระยะที่ 2" ไว้กับ สนพ. เพื่อขอสนับสนุนทุนดำเนินโครงการจากกองทุนฯ โดยมีสาระสำคัญของโครงการ สรุปได้ดังนี้
วัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 กับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และหาแนวทางในการปรับแต่งเครื่องยนต์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 โดยปรับแต่งรถจักรยานยนต์ให้กับผู้ร่วมโครงการ ให้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 15,000 คัน และสร้างสมาชิกเครือข่ายให้กับโครงการฯ อันเป็นโอกาสที่จะกระจายความต้องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 สำหรับรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
การดำเนินโครงการ แบ่งเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูล และติดตามผลการใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ต่อเนื่องจากโครงการระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ในชุมชนเครือข่ายต้นแบบนำร่องครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา
ขั้นตอนที่ 2 ศึกษา วิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์ รุ่นต่างๆ ที่ใช้งานในชุมชน วิเคราะห์ระบบหัวฉีด ไอเสีย เปรียบเทียบกับการใช้น้ำมันเบนซิน 91 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E85
ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนาร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ให้เป็นศูนย์บริการรถจักรยานยนต์ในรูปแบบ MoPro Service Shop จำนวน 420 แห่ง และการปรับแต่งรถจักรยานยนต์ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 15,000 คัน
ขั้นตอนที่ 4 การประชาสัมพันธ์ Brand Building ผ่านสื่อต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น รวมถึงการจัดทำคู่มือการซ่อม และการจัดกิจกรรมประลองฝีมือทดสอบรถจักรยานยนต์ที่ปรับใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85
ขั้นตอนที่ 5 การพัฒนาระบบ Logistic และ Supply Chain สำหรับน้ำมันและชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่ปรับใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูล ผู้ค้าส่ง/ค้าปลีกน้ำมันและชิ้นส่วนต่างๆ
ขั้นตอนที่ 6 การติดตามประเมินผล และสรุปผลการดำเนินงาน
งบประมาณ รวมทั้งสิ้น 25,755,840 บาท ประกอบด้วย
(1) ค่าตอบแทน 2,640,000 บาท
(2) ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมย่อย 20,774,400 บาท
(3) ค่าบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย 2,341,440 บาท
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศคิดเป็น 1,530,000 ลิตร/ปี หรือคิดเป็น 56,732,400 บาท/ปี
(2) ผู้ใช้รถจักรยายนต์ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 10 บาท/ลิตร คิดเป็น 1,200 บาท/คัน/ปี มีระยะเวลาคืนทุน 5 เดือน รวมทั้ง 15,000 คัน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ชุมชนได้ 18,000,000 บาท/ปี
(3) สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ และร้านซ่อมจักรยานยนต์ ในชุมชน
2. สนพ. ได้ตั้งผู้ทรงคุณวุฒิโดยพิจารณาจากบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีผลงานและประสบการณ์เกี่ยวกับงานวิจัยด้านพลังงานทดแทน และด้านพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อร่วมวิเคราะห์ประเมินคุณภาพของข้อเสนอ รวมถึงการให้ข้อแนะนำกับเจ้าของโครงการฯ ประกอบด้วย
(1) ศ.ดร.นักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(2) นางสุนันทา สมพงษ์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(3) นายทวีป พลเสน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
(4) รศ.ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอด ผู้แทนคณะอนุกรรมการประเมินผลฯ และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร
(5) รศ.ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
(6) รศ.ดร.อนุชา พรมวังขวา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
(7) ดร.บุญรอด สัจจกุลนุกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
3. การพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิเห็นว่า โครงการมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการใช้เอทานอล E85 จึงเห็นควรที่กองทุนฯ จะสนับสนุนให้ดำเนินการในส่วนของงานวิจัยพัฒนารถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน โดยให้ มทส. ดำเนินการปรับปรุงข้อเสนอโครงการ ได้แก่ การจัดทำคู่มือการปรับเปลี่ยนซ่อมรถจักรยานยนต์ เพื่อให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เผยแพร่สู่สาธารณชน เช่น ในรูปแบบ VDO Website เป็นต้น รวมถึงส่วนของงานการปรับแต่งรถจักรยานยนต์ 15,000 คัน และการพัฒนา MoPro Service Shop 420 แห่ง ซึ่งอยู่ในลักษณะส่งเสริมสาธิตเพื่อขยายผลในระยะที่ 2 และอยู่นอกเหนือขอบเขตงานวิจัยนั้น ควรพิจารณาให้สอดคล้องตามภารกิจและนโยบายของกระทรวงพลังงาน
การพิจารณาของที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอโครงการแล้ว มีข้อคิดเห็นสรุปได้ดังนี้
1. ประธานอนุกรรมการฯได้สอบถามผู้แทน มทส. ถึงที่มาของจำนวนรถจักรยานยนต์ จำนวน 15,000 คัน และความเป็นไปได้ที่จะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับแต่งเครื่องยนต์เอง ซึ่งผู้แทน มทส. ได้ชี้แจงที่ประชุมว่าจำนวนรถจักยานยนต์ที่เสนอมานั้น ได้มาจากกลุ่มแกนนำเกษตรกรซึ่งเป็นแกนนำของโครงการในการจัดหาลูกค้าเข้าร่วมโครงการ สำหรับการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับแต่งเครื่องยนต์โดยผู้เข้าร่วมโครงการเอง ในระยะเริ่มต้นอาจจะมีปัญหาด้านกระแสการยอมรับของประชาชน เนื่องจากยังไม่เกิดความเชื่อมั่นที่เพียงพอ นอกจากนี้ประธานอนุกรรมการฯ ยังเห็นว่าจังหวัดนครราชสีมา มีศักยภาพที่จะเป็นต้นแบบของเมืองพลังงานทดแทน ด้วยความพร้อมในด้านวัตถุดิบ ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง พลังงานลม และพลังงานน้ำ ดังนั้นในการดำเนินงานของโครงการควรจัดให้มีการรณรงค์อย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ มีความรู้ความเข้าใจน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 มากขึ้น และสนใจหันมาปรับแต่งเครื่องยนต์สำหรับใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในระยะต่อไป
2. ปลัดกระทรวงพลังงาน มีความเห็นว่าลักษณะการดำเนินโครงการควรจะยังคงไว้เป็นการศึกษาวิจัย เนื่องจากในการดำเนินงานของโครงการจะรวมถึงงานการซ่อมและแก้ไขปัญหาเครื่องยนต์ให้ผู้เข้าร่วมโครงการภายหลังที่ได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งหากปรับเปลี่ยนโครงการเป็นการส่งเสริมและสาธิต และให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับแต่งเครื่องยนต์เองนั้น หากเครื่องยนต์เกิดปัญหาภายหลังจากการปรับแต่ง อาจจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องประกาศการกำหนดมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมธุรกิจพลังงาน นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตในประเด็นอื่นๆ ได้แก่ ควรกำหนดคุณสมบัติของรถจักรยานยนต์ที่จะเข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน โดยไม่ควรเป็นรถที่มีภาระผูกพันกับบริษัทประกันไว้ และให้ มทส. ทำการจัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ จากการลงทุนปรับแต่งกับผลประโยชน์ที่จะได้รับด้วย เช่น การประหยัดน้ำมัน และได้สอบถามผู้แทน มทส. หากสิ้นสุดของโครงการ สามารถนำผลมาเผยแพร่เพื่อให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายได้เลยหรือไม่
3. ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้สอบถามวิธีการและขั้นตอนการตรวจวัดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ซึ่งผู้แทน มทส. ได้ชี้แจงว่าจะทำการเก็บข้อมูลในพื้นที่เป็นหลัก โดยร้านซ่อมเครื่องยนต์จะเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ทั้งในช่วงก่อน ช่วงกลาง และภายหลังการปรับแต่งเครื่องยนต์
4. ผู้แทน พพ. เห็นว่าในการดำเนินโครงการ ควรให้ พพ. เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินของโครงการด้วย นอกจากนี้มีข้อเสนอแนะให้มีการตรวจสอบในด้านผลกระทบของมลภาวะหรือมลพิษที่เกิดขึ้นสำหรับรถที่เข้าร่วมในโครงการ และการกำหนดกลไกในการกำกับดูแล มาตฐาน/คุณภาพของน้ำมันในปั๊มหลอด รวมถึงวิธีการคัดเลือกรถจักรยานยนต์ จำนวน 15,000 คัน ให้มีการกระจายครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย อายุและยี่ห้อ/รุ่นของรถ เพื่อให้สามารถเป็นตัวแทนรถจักรยานยนต์ของทั้งหมด
5. เลขานุการ รมว.พน. ได้สอบถามถึงสาเหตุที่ผู้เข้าร่วมโครงการบางรายในระยะที่ 1 ปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเบนซิน 91 เหมือนเดิม ซึ่งผู้แทน มทส. ได้ชี้แจงว่าเกิดจากการสตาร์ทติดยาก รวมถึงข้อจำกัดของการกระจายตัวของปั๊มน้ำมัน และฝีมือช่างในการ tune up นอกจากนี้มีข้อเสนอแนะให้ มทส. เพิ่มเติมข้อมูลที่แท้จริงให้ชัดเจนทั้งในด้านปริมาณของน้ำมันที่ใช้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่าย ประโยชน์ของการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และด้านเทคนิค เช่น การตรวจวัดความสึกหรอของเครื่องยนต์ ท่อยางและระบบอื่นๆ ปัญหา Vapor lock Cold Start เป็นต้น และการกระจายตัวอย่างของรถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการให้เป็นไปตามหลักการทางสถิติ เพื่อเป็นตัวแทนรถจักรยานยนต์ของทั้งหมด รวมถึงเพิ่มเติมการวิเคราะห์ข้อมูลตามหลักการและเหตุผลในเชิงวิชาการ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในทางทฤษฎีต่อไป
6. รองปลัดกระทรวงพลังงาน (นายณอคุณ สุทธิพงศ์) ได้สอบถามถึงผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีข้อเสนอแนะว่าการปรับแต่งรถจักรยานยนต์ 15,000 คัน และการพัฒนา MoPro Service Shop 420 แห่ง ซึ่งอยู่ในลักษณะส่งเสริมสาธิตเพื่อขยายผลในระยะที่ 2 และอยู่นอกเหนือขอบเขตงานวิจัยนั้น เห็นควรพิจารณาให้สอดคล้องตามภารกิจและนโยบายของกระทรวงพลังงานนั้น จะมีผลต่อการวัด KPI งานวิจัย หรือไม่ อย่างไร ซึ่งผู้แทน มทส. ได้ชี้แจงว่าจากจำนวนตัวอย่างที่ดำเนินการในระยะที่ 1 จำนวน 390 คัน ไม่เพียงพอจะเป็นตัวแทนของการวิจัยที่จะนำไปสู่การขยายผลได้ และจำนวนรถจักรยานยนต์ 15,000 คัน ถือเป็นเพียงตัวอย่างที่ไม่ถึง 1% ของจำนวนประชากรรถจักรยานยนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป นอกจากนี้รองปลัดกระทรวงฯ เห็นควรให้มีการแยกค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนและงบประมาณในการฝึกอบรมออกจากกันให้ชัดเจน
มติที่ประชุม
เห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แผนพลังงานทดแทน งานศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคนิค โครงการสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้จัดสรรให้ สนพ. ไว้แล้ว ให้ มทส. ในการดำเนิน "โครงการพลังงานทดแทนสำหรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 จากพืชเศรษฐกิจสำหรับรถจักรยานยนต์ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และชุมชนเครือข่ายนำร่องระดับจังหวัดนครราชสีมา ระยะที่ 2" ในวงเงิน 25,755,840 บาท โดยให้ มทส. ดำเนินการปรับปรุง รายละเอียดของข้อเสนอโครงการตามความเห็นของที่ประชุม ก่อนลงนามในหนังสือยืนยันการรับทุนสนับสนุนจากกองทุนฯ ต่อไป
กองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน กรกฏาคม 2553
- กองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน กรกฏาคม 2553 (2227 Downloads)
อนุ กอ. ครั้งที่ 22 - วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2553

มติคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ครั้งที่ 5/2553 (ครั้งที่ 22)
วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2553 เวลา 09.30 น.
ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ ชั้น 11 อาคาร 7 กระทรวงพลังงาน
1. โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
2. เรื่องอื่นๆ
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานอนุกรรมการ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อนุกรรมการและเลขานุการ
เรื่องที่ 1 โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
1. คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เห็นชอบให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ที่เกี่ยวกับโครงการประชาสัมพันธ์ ในแผนพลังงานทดแทน 250 ล้านบาท และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 250 ล้านบาท ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก "คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน" โดยให้สามารถถัวจ่ายและเปลี่ยนแปลงรายการในแผน/งานเดียวกันได้ ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เห็นชอบแล้ว ให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินโครงการต่อไป
2. คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 และวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 ได้อนุมัติเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2553 เพื่อดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ ดังนี้
| รายชื่อโครงการ | หน่วยงาน | งบประมาณ (ล้านบาท) | |
| แผนพลังงานทดแทน | แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | ||
| 1. โครงการประชาสัมพันธ์พระราชกรณียกิจด้านพลังงานผ่านบท เพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ | สป.พน. | - | 35 |
| 2. โครงการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานตามนโยบายรัฐบาล | สป.พน. | - | 2 |
| 3. โครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน | สนพ. | - | 20 |
| 4. โครงการบริหารศูนย์ประชาสัมพันธ์รวมพลังหารสอง | สนพ. | 15 | - |
| 5. การประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553 | สนพ. | - | 3 |
| 6. โครงการประชาสัมพันธ์ลดโลกร้อน ถวายพ่อ | สป.พน. | 80 | - |
| 7. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงาน ร่วมกับสื่อมวลชน | สป.พน. | 30 | - |
| 8. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษารณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการ ใช้น้ำมันคุณภาพ E85 | พพ. | 50 | - |
| 9. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาสร้างความเข้าใจการกำหนด คุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B5 | พพ. | 20 | - |
| รวมงบประมาณ | 195 | 60 | |
| คงเหลืองบประมาณ | 55 | 190 | |
นอกจากนี้ ในการประชุมเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 คณะอนุกรรมการกองทุนฯ เห็นควรให้ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน (สป.พน.) ดำเนินการปรับปรุงรายละเอียดโครงการประชาสัมพันธ์ ภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 3 โครงการ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนฯ ดังนี้
1) โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และอำนวยการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน ในวงเงิน 15,000,000 บาท
2) โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายและสถานการณ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน ในวงเงิน 50,000,000 บาท
3) โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายพลังงาน ในวงเงิน 35,000,000 บาท
3. สป.พน. ได้ดำเนินการปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการกองทุนฯ แล้ว และเสนอคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ทราบแล้ว พร้อมทั้งเห็นชอบให้ สป.พน. ดำเนิน "โครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชน" ภายใต้แผนพลังงานทดแทน ในวงเงิน 30,000,000 บาท
4. ฝ่ายเลขานุการฯ จึงขอเสนอโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ที่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ จำนวน 4 โครงการ โดยสรุปสาระสำคัญของโครงการ ได้ดังนี้
4.1 โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์ พลังงานและพลังงานทดแทน และนำแผนไปสู่การปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อศึกษาและจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์นโยบายด้านพลังงาน การอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน ให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ
(2) เพื่อกำหนด Key Message ของกระทรวงพลังงาน หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(3) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์กับหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานราชการอื่นๆ
(4) เพื่อนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ และเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 15,000,000 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
มีแผนกลยุทธ์ด้านการประชาสัมพันธ์ด้านพลังงานที่ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศ ตลอดจนมีการดำเนินงานไปตามแผนที่กำหนด
4.2 โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทนโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนและรายงาน พร้อมกับแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากข่าวอย่างทันท่วงที รวมถึงกรณีเกิดวิกฤตพลังงาน หรือข่าวสารด้านลบ สามารถแก้ไขข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบทันที
(2) เพื่อวางแผนจัดเตรียมสื่อ จัดทำข่าว ประสานงานกับสื่อมวลชน แหล่งข่าว และดำเนินการนำเสนอข่าวอย่างมีหลักการและฉับไว
(3) เพื่อเผยแพร่นโยบายพลังงาน ข้อมูลข่าวสารพลังงานต่างๆ ที่ถูกต้องรวมทั้งสถานการณ์พลังงานที่สำคัญให้กลุ่มเป้าหมายในทุกระดับได้รับรู้อย่างทั่วถึง เพื่อกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดการรับรู้/เข้าใจ รวมถึงสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติอย่างชัดเจน
(4) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดทัศนคติที่ดี และตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายพลังงาน การรณรงค์ด้านการส่งเสริมพลังงานทดแทน อนุรักษ์พลังงาน อย่างต่อเนื่อง
(5) เพื่อสร้างแนวร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และชุมชน
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 50,000,000 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานต่างๆ ให้มีความถูกต้อง ชัดเจน และไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง ครอบคลุม
(2) การต่อต้านและการประท้วงเกี่ยวกับพลังงานลดลง ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อนโยบายพลังงานของประเทศ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านพลังงาน
(3) สื่อมวลชนมีความเข้าใจเรื่องนโยบายพลังงาน มีความสัมพันธ์ที่ดีและเข้าใจบาทภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน สามารถสื่อข่าวเกี่ยวกับด้านพลังงานได้อย่างถูกต้อง ตรงประเด็น และรวดเร็ว
4.3 โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อสำรวจความคิดเห็น ทัศนคติ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน
(2) เพื่อสื่อสาร เผยแพร่นโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
(3) เพื่อพัฒนาทักษะ และสร้างกระบวนการสื่อสารนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
(4) พัฒนาประสิทธิภาพการสื่อสารนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 35,000,000 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) กลุ่มเป้าหมายรับทราบนโยบายด้านพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
(2) กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดี และมีความเชื่อมั่นต่อการทำงานของหน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านนโยบายพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
(3) กลุ่มเป้าหมายมีการตอบสนองที่ดี และให้ความร่วมมือต่อนโยบายด้านพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
4.4 โครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชนโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อพัฒนากระบวนการสื่อสารอย่างมีส่วนร่วม ในการเผยแพร่ความรู้ด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของประชาชนของแต่ละจังหวัด โดยเน้นให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากที่สุด
(2) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนอย่างแพร่หลายในระดับเชิงพื้นที่
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 เดือน
งบประมาณ ในวงเงิน 30,000,000 บาท
- ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ประชาชนในพื้นที่เข้าใจและรับรู้การดำเนินงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานทดแทน ได้อย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์
(2) หน่วยงานราชการในจังหวัดและประชาชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาพลังงานที่ถูกต้องและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการด้านพลังงานที่ดีต่อไป
การพิจารณาของที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดของโครงการแล้ว และมีข้อคิดเห็น/ข้อสังเกต ดังนี้
1. เห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงรายการและงบประมาณโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 3 โครงการ ตามที่ สป.พน. ปรับแก้ไข ดังนี้
| กิจกรรมเดิม (เสนอกองทุนฯ) |
จำนวนเงิน (ล้านบาท) |
กิจกรรมที่คณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบเมื่อ 7ก.ค. 53 | กิจกรรมที่ สป.พน. ขอแก้ไข | จำนวนเงิน (ล้านบาท) |
| 1.โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์รวมพลังไทย ร่วมใจประหยัดพลังงาน | 60 | 1. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และอำนวยการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน | 1.โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน และนำแผนไปสู่การปฏิบัติ | 15 |
| 2. โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายพลังงาน | 30 | 2. โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายและสถานการณ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน | 2.โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน | 50 |
| 3. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อบริหาร โครงการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน | 10 | 3. โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายพลังงาน | 3.โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน | 35 |
| รวมเป็นเงิน | 100 | รวมเป็นเงิน | 100 | |
2. เห็นชอบการเปลี่ยนแปลงรายการและงบประมาณโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน แผนพลังงานทดแทน จาก "โครงการนโยบายการจัดหาไฟฟ้าของประเทศ" ในวงเงิน 30,000,000 บาท มาดำเนิน "โครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชน" ในวงเงิน 30,000,000 บาท
3. ผู้แทนกรมบัญชีกลาง เสนอให้เพิ่มเติมรายละเอียดใน "โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน และนำแผนไปสู่การปฏิบัติ" เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนฯ มากขึ้น โดยขอเพิ่มในสาระสำคัญของโครงการ ดังนี้
เพิ่มวัตถุประสงค์ของโครงการอีก 1 ข้อ เป็นข้อ 2.4 ของโครงการ คือ "เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การอนุรักษ์พลังงานและป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม" และ ปรับจากข้อ 2.4 เดิม เป็นข้อ 2.5
ให้เพิ่มข้อความ "ส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง" ในกลุ่มเป้าหมาย และในวิธีการดำเนินงาน ข้อ 4.6 ของโครงการ เป็น "...ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง..."
เพิ่มข้อความในผลที่คาดว่าจะได้รับจากเดิมที่คาดว่าจะได้เฉพาะแผนกลยุทธ์ ซึ่งเห็นว่าควรจะต้องมีการนำแผนที่ได้ไปสู่การปฏิบัติด้วย ดังนั้น จึงปรับผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็น 1) มีแผนกลยุทธ์ด้านการประชาสัมพันธ์ด้านพลังงานที่ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศ และ 2) นำแผนกลยุทธ์ที่ได้นำไปสู่การปฏิบัติตามวัตถุประสงค์อย่างสัมฤทธิ์ผล
4. เลขานุการฯ ได้มีข้อสังเกตในหนังสือแจ้งมติคณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน ว่ามีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับความเห็นของที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฯ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 ที่ปรากฏในรายงานการประชุม ดังนั้น จึงขอให้ สป.พน. แก้ไขหนังสือแจ้งมติคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ และส่งมายัง สนพ. ต่อไปด้วย
มติที่ประชุม
1. เห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงรายการและงบประมาณในโครงการประชาสัมพันธ์ ภายใต้แผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอมา
2. อนุมัติเงินกองทุนฯ แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว มาใช้สำหรับดำเนินโครงการ ดังนี้
1) โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน และนำแผนไปสู่การปฏิบัติ โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) โดยให้ปรับรายละเอียดของโครงการตามที่ผู้แทนกรมบัญชีกลางได้เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติม
2) โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 50,000,000 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน)
3) โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 35,000,000 บาท (สามสิบห้าล้านบาทถ้วน)
3. อนุมัติเงินกองทุนฯ แผนพลังงานทดแทน งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว มาใช้สำหรับ "โครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชน" โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน)
4. อนุมัติให้ สป.พน. สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินงานได้เพื่อความเหมาะสม โดยสามารถถัวจ่ายระหว่างรายการ และแยกรายการ และทำสัญญาหรือหนังสือยืนยันได้หลายรายการตามความเหมาะสม โดยแบ่งกระจายน้ำหนักตามงบประมาณและกิจกรรมต่างๆ ได้ ตามที่เสนอมา
ประธานอนุกรรมการฯ ได้มีข้อสังเกตในโครงการประชาสัมพันธ์พระราชกรณียกิจด้านพลังงานผ่าน บทเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ ที่คณะอนุกรรมการฯ ได้อนุมัติไว้แล้วว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อของโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส การบรมราชาภิเษก ปีที่ 60 และการเฉลิมพระชนมพรรษา ของ พน. ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนั้น จึงขอให้ สป.พน. พิจารณาและเสนอเรื่องการขอเปลี่ยนแปลงชื่อของโครงการให้คณะอนุกรรมการกองทุนฯ พิจารณาและอนุมัติในการประชุมครั้งต่อไปด้วย
อนุ กอ. ครั้งที่ 21 - วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553

มติคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ครั้งที่ 4/2553 (ครั้งที่ 21)
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ ชั้น 11 อาคาร 7 กระทรวงพลังงาน
1. รายงานความก้าวหน้าโครงการฯ ที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553
2. โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน
3. แนวทาง/หลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
4. โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
5. การประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานอนุกรรมการ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อนุกรรมการและเลขานุการ
1. คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2553 ให้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในวงเงิน 1,823,952,000 บาท และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในวงเงิน 1,379,613,752 บาท รวม 3,203,565,752 บาท แยกเป็นแผนพลังงานทดแทน 1,039,305,450 บาท แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 2,034,859,090 บาท และแผนบริหารทางกลยุทธ์ 129,401,212 บาท
2. พพ. และ สนพ. ได้ดำเนินโครงการตามที่ได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ 2553 โดยได้มีการผูกพันงบประมาณ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2553 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,179.39 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 36.81 ของจำนวนวงเงินงบประมาณทั้งหมด ดังนี้
หน่วย: ล้านบาท
| แผนงาน | พพ. | สนพ. | รวม | ||||||
| วงเงิน | ผูกพัน | % | วงเงิน | ผูกพัน | % | วงเงิน | ผูกพัน | % | |
| แผนพลังงานทดแทน | 292.71 | 159.58 | 54.52 | 746.59 | 47.38 | 6.35 | 1,039.30 | 206.96 | 19.91 |
| แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | 1,531.24 | 717.36 | 46.85 | 503.62 | 151.27 | 30.04 | 2,034.86 | 868.63 | 42.69 |
| แผนบริหารเชิงกลยุทธ์ | - | - | - | 129.40 | 103.8 | 80.22 | 129.40 | 103.8 | 80.22 |
| รวม | 1,823.95 | 876.94 | 48.08 | 1,379.61 | 302.45 | 21.92 | 3,203.56 | 1,179.39 | 36.81 |
โดยการดำเนินโครงการภายใต้แผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พพ. และ สนพ. ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของแต่ละโครงการ ซึ่งแยกเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่
1) กรณีที่ พพ. และ สนพ. ดำเนินโครงการเอง จะประกอบด้วย ขั้นตอนการประกาศ TOR จัดจ้าง ที่ปรึกษา การพิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษา การสรุปผลว่าจ้าง และการลงนามในสัญญา
2) กรณีที่จัดสรรให้แก่หน่วยงานอื่นๆ จะประกอบด้วย หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุน พิจารณาปรับปรุงข้อเสนอโครงการให้มีความครบถ้วน เสนอ ผอ.สนพ./อพพ. พิจารณาจัดสรรทุน และลงนามในหนังสือยืนยันการขอรับทุน
3) กรณีที่ประกาศรับสมัครทุน (โครงการวิจัย/ทุนการศึกษา/ทุนวิจัย) ประกอบด้วย ประกาศรับข้อเสนอ/ทุนวิจัย ผู้ขอรับทุนยื่นข้อเสนอคณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาโครงการ จัดลำดับความสำคัญ เสนอ ผอ.สนพ./ คณะอนุกรรมการกองทุนฯ พิจารณาจัดสรรทุน และลงนามในหนังสือยืนยันการขอรับทุน
โดยความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการตามขั้นตอนแต่ละโครงการ/แผนงาน ที่ดำเนินการโดย พพ. และ สนพ. สรุปได้ดังนี้
ความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการ ของ พพ.
| แผน/งาน | จำนวนโครงการรวม | ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน | ||
| ขั้นตอนคัดเลือกที่ปรึกษา/ผู้ดำเนินโครงการ | ขั้นตอนลงนามในสัญญา/หนังสือยืนยัน | เริ่มดำเนินโครงการ | ||
| แผนพลังงานทดแทน | 20 | 7 | 8 | 5 |
| งานศึกษาวิจัยฯ | 9 | 3 | 5 | 1 |
| งานส่งเสริมสาธิต | 10 | 4 | 2 | 4 |
| งานพัฒนาบุคลากรฯ | 1 | - | 1 | - |
| แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | 18 | 10 | 6 | 2 |
| งานศึกษาวิจัยฯ | 2 | - | 1 | 1 |
| งานส่งเสริมสาธิต | 13 | 10 | 2 | 1 |
| งานพัฒนาบุคลากรฯ | 3 | - | 3 | - |
| รวม | 38 | 17 | 14 | 7 |
ความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการ ของ สนพ.
| แผน/งาน | จำนวนโครงการรวม | ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน | ||
| ขั้นตอนคัดเลือกที่ปรึกษา/ผู้ดำเนินโครงการ | ขั้นตอนลงนามในสัญญา/หนังสือยืนยัน | เริ่มดำเนินโครงการ | ||
| แผนพลังงานทดแทน | 15 | 11 | 4 | - |
| งานศึกษาวิจัยฯ | 1 | 1 | - | - |
| งานส่งเสริมสาธิต | 2 | 2 | - | - |
| งานพัฒนาบุคลากรฯ | 12 | 8 | 4 | - |
| แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | 15 | 6 | 5 | 4 |
| งานศึกษาวิจัยฯ | 1 | 1 | - | - |
| งานส่งเสริมสาธิต | 2 | - | 2 | - |
| งานพัฒนาบุคลากรฯ | 12 | 5 | 3 | 4 |
| แผนบริหารทางกลยุทธ์ (งานศึกษาเชิงนโยบาย) |
2 | 1 | 1 | - |
| รวม | 32 | 18 | 10 | 4 |
ความเห็นของที่ประชุม
ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนฯ ปี 2553 แล้ว และผู้แทนกรมบัญชีกลางได้เสนอแนะให้ฝ่ายเลขานุการฯ เสนองวดการเบิกจ่ายเงินของโครงการฯ ที่ได้ผูกพันงบประมาณประกอบการรายงานความก้าวหน้าของโครงการฯ ด้วย เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ
มติที่ประชุม
รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนฯ ปี 2553 ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอมา
เรื่องที่ 2 โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน
1. กระทรวงพลังงาน และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน เพื่อดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมการต่อยอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนของผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการนำร่อง และการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้อง
2. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ได้ยื่นข้อเสนอ "โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน" ไว้กับ สนพ. เพื่อขอสนับสนุนทุนดำเนินโครงการฯ จากกองทุนฯ ในวงเงิน 49,905,240 บาท ภายในระยะเวลา 24 เดือน โดยสรุปสาระสำคัญของโครงการฯ ได้ดังนี้
2.1 วัตถุประสงค์ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนของผู้ประกอบการไทย โดยนำร่องการพัฒนาเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่นโดยใช้พลังงานชีวมวลในระดับชุมชนขนาดต่างๆ
2.2 สนช. ได้สนับสนุนทุนในการจัดทำโครงการนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนมาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงาน และพบว่าเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่นมีรูปแบบที่เหมาะสมในการนำชีวมวลมาใช้ประโยชน์เพื่อผลิตพลังงานทดแทนได้ เนื่องจากมีอุตสาหกรรมขนาดเล็กหลายประเภทที่มีพลังงานชีวมวลในพื้นที่ และมีความต้องการใช้พลังงานความร้อนจากก๊าซหุงต้ม (LPG) ในกิจกรรมการผลิต เช่น การอบแห้งผลผลิตทางการเกษตร การใช้ความร้อนในการแปรรูปอาหาร เป็นต้น โดยสามารถนำเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่นมาผลิตพลังงานเพื่อทดแทนก๊าซหุงต้มได้ นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ พบว่ามีปัญหาเรื่องการขาดแคลนเชื้อเพลิงชีวมวลที่นำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้โอกาสในการขยายผลต่ำ ดังนั้นโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนขนาดเล็ก จึงมีโอกาสการขยายผลที่สูงกว่า โดยระบบผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กจากชีวมวลด้วยกระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่นมีความเหมาะสมต่อการใช้งานในระดับชุมชน เนื่องจากการมีส่วนร่วมกับชุมชนต่างๆ รอบข้างในการจัดหาและบริหารจัดการเชื้อเพลิง
2.3 สนช. จึงได้จัดทำโครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน เพื่อนำร่องจัดทำต้นแบบการใช้เทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่นโดยใช้ประโยชน์จากชีวมวล ได้แก่ เศษไม้ กิ่งไม้ หรือเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในบริเวณพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย โดยทำการประสานงานกับเครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมของ สนช. และจัดสัมมนา ประชาสัมพันธ์ เพื่อเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ทำการยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนในการจัดทำระบบนำร่องผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน 11 แห่ง แบ่งเป็นระบบผลิตพลังงานความร้อน 8 แห่ง และระบบผลิตไฟฟ้า 3 แห่ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมอบแห้งสินค้าทางการเกษตร (2) อุตสาหกรรมเซรามิก (3) อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (4) อุตสาหกรรมอบยางแท่ง (5) อุตสาหกรรมปุ๋ย (6) โรงแรม-รีสอร์ท (7) ผู้ประกอบการ VSPP โดยขอรับการสนับสนุนเงินในส่วนผู้เข้าร่วมโครงการจากกองทุนฯ ในสัดส่วน 55% ของเงินลงทุนระบบฯ ประกอบด้วย
| ขนาดระบบ (kg/ชั่วโมง) | เป้าหมาย (แห่ง) |
เงินลงทุน (ล้านบาท) |
สนับสนุน 55% (ล้านบาท) |
ทดแทนพลังงาน (kg-LPG/วัน) | ระยะเวลาคืนทุน | |
| กรณีปกติ | กรณีสนับสนุน 55% | |||||
| 1. ระบบผลิตพลังงานความร้อน | ||||||
| 50 | 4 | 2.00 | 1.10 | 90 | 7 - 13 ปี | 4 - 6 ปี |
| 100 | 3 | 3.00 | 1.65 | 180 | 5 - 7 ปี | 2 - 3 ปี |
| 200 | 1 | 4.80 | 2.64 | 360 | 3 - 5 ปี | 1.5 - 2 ปี |
| 2. ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้า | ||||||
| 200 (120-150 kW) |
1 | 12.00 | 6.60 | 2,600 | 8 - 21 ปี | 4 - 10 ปี |
| 350 (250-300 kW) |
2 | 20.00 | 11.00 | 4,500 | 7 - 19 ปี | 3 - 8.5 ปี |
2.4 ขั้นตอนการดำเนินโครงการ สนช. จะคัดเลือกข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนผ่านคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานและสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากศักยภาพของผู้ประกอบการ ความพร้อมในการดำเนินโครงการ และความสามารถในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล ทั้งนี้ สนช. จะทำการควบคุมดูแลการทำงาน และติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพและสมรรถนะของระบบผลิตพลังงานของผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกอย่างต่อเนื่อง
2.5 งบประมาณโครงการ รวมทั้งสิ้น 83,115,240 บาท เป็นเงินลงทุนจากผู้ร่วมโครงการฯ 33,210,000 บาท และ สนช. ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ในวงเงินรวม 49,905,240 บาท ประกอบด้วย เงินสนับสนุนผู้ร่วมโครงการ ร้อยละ 55 จำนวน 40,590,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการโครงการ 9,315,240 บาท
2.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ จะสามารถผลิตก๊าซเชื้อเพลิงเพื่อทดแทนก๊าซหุงต้มได้ 0.5 ล้านกิโลกรัม/ปี และผลิตพลังงานไฟฟ้า 2.1 ล้านหน่วย/ปี ทดแทนพลังงานได้ 725 toe/ปี คิดเป็นมูลค่ารวม 16.7 ล้านบาท/ปี ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,144 ตันCO2/ปี
2.7 ดัชนีชี้วัดความสำเร็จโครงการฯ เกิดการขยายผลโครงการนวัตกรรมโดยผู้ประกอบการไทยทั้งการผลิตความร้อน และการผลิตไฟฟ้า รวมจำนวน 11 ระบบ หรือได้ค่าพลังงานความร้อนจากระบบผลิตความร้อน ไม่ต่ำกว่า 545 toe/ปี และระบบผลิตไฟฟ้า ไม่ต่ำกว่า 180 toe/ปี ซึ่งรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 725 toe/ปี
3. สนพ. ได้ตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมวิเคราะห์ประเมินคุณภาพของข้อเสนอ รวมถึงการให้ข้อแนะนำกับเจ้าของโครงการฯ เพื่อทำให้แผนงานและผลที่คาดว่าจะได้รับมีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบด้วย
(1) รศ.ดร.สุวิทย์ เตีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
(2) ผศ.ดร.วีระชัย อาจหาญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
(3) ผศ.ดร.สุธรรม ปทุมสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
(4) นายประมวล จันทร์พงษ์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
คณะผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่า โครงการมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมชีวมวล แก่ผู้ประกอบการในระดับชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทย จึงเห็นควรที่กองทุนฯ จะสนับสนุนให้ดำเนินการ และควรให้ สนช. ดำเนินการปรับปรุงข้อเสนอ ดังนี้
(1) ปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน รายละเอียดงบประมาณ แนวทางการสนับสนุนการเบิกจ่ายเงินระหว่างกองทุนฯ กับ สนช. ในส่วนของผู้ร่วมโครงการฯ กับ ส่วนการบริหารโครงการฯ และการเบิกจ่ายของ สนช. ให้กับผู้ร่วมโครงการฯ โดยให้ สนช. เป็นผู้บริหารโครงการฯ และกำกับติดตามผู้ร่วมโครงการฯ ทั้งหมด พร้อมทั้งปรับระยะเวลาการดำเนินโครงการให้สอดคล้อง และครอบคลุมกับระยะเวลาก่อสร้างและติดตามผลการดำเนินโครงการฯ ด้วย
(2) กำหนดจำนวนเป้าหมายผู้ประกอบการที่จะทำการส่งเสริมให้ชัดเจนและควรมีการกระจายตัวหลากหลายประเภท โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม มากกว่ากลุ่มสถานประกอบการพาณิชย์ เนื่องจากมีชั่วโมงการใช้เชื้อเพลิงมากกว่า
(3) เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ประกอบการโดยควรคำนึงถึงเงื่อนไขในการคัดเลือก คือ ความพร้อมในการจัดหาวัตถุดิบ และความเชื่อมั่นของเทคโนโลยี
(4) เพิ่มเติมโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานที่จะทำการพิจารณาข้อเสนอโครงการฯ ของผู้เข้าร่วมโครงการฯ
(5) ชี้แจงเหตุผลในการกำหนดอัตราการสนับสนุนผู้เข้าร่วมโครงการฯ
(6) ควรกำหนดเป้าหมายพลังงานที่ทดแทนได้ให้เป็น ktoe ให้ชัดเจน ทั้งความร้อนและไฟฟ้า
โดย สนช. ได้ปรับปรุงข้อเสนอโครงการฯ ตามข้อสังเกตของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และ สนพ. ได้นำเสนอคณะผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาเห็นชอบแล้ว
การพิจารณาของที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว และมีข้อคิดเห็น สรุปได้ดังนี้
1. ประธานอนุกรรมการฯ เห็นว่าการสนับสนุนเงินกองทุนฯ เพื่อดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาเทคนิคด้านพลังงาน ควรจะกำหนดหลักเกณฑ์ (Criteria) ในการพิจารณาโครงการที่ชัดเจน และให้เหมาะสมกับลักษณะของโครงการ เพื่อเป็นแนวทางและใช้ประกอบการตัดสินใจในการสนับสนุนเงินกองทุนฯ โดยเห็นควรให้มีการพิจารณาโครงการในหลายๆ ด้านหรือในปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ด้านการบริหารจัดการโครงการ การกำหนดวงเงินทุนสนับสนุน เป็นต้น นอกเหนือจากการใช้ดุลพินิจในการพิจารณา ระยะเวลาคืนทุนและผลตอบแทน/ความคุ้มทุนของโครงการ ทั้งนี้ เพื่อให้การสนับสนุนจากเงินกองทุนฯ มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับประเภทของโครงการ
2. ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เรียนให้ที่ประชุมทราบถึงเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอโครงการที่กระทรวงพลังงานใช้เป็นแนวทางในการสนับสนุนโครงการมี 3 ด้าน คือ เป้าหมายในการลดพลังงาน การบริหารจัดการโครงการ และระยะเวลาคืนทุนของโครงการ ซึ่งการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาจะแตกต่างกันตามประเภทและกลุ่มเทคโนโลยีพลังงาน
3. ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ได้ให้เสนอแนะในการจัดทำข้อเสนอโครงการที่มีระยะเวลาเกิน 1 ปี ควรกำหนดเป้าหมายของโครงการแยกเป็นรายปี เพื่อวัดความสำเร็จของโครงการในแต่ละปีได้ชัดเจน
4. ประธานอนุกรรมการฯ เห็นว่าการสนับสนุนเงินกองทุนฯ ในโครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน ควรจะสอดคล้องกับเกณฑ์การสนับสนุนเงินของ สนช. ที่สนันสนุน ในสัดส่วนร้อยละ 50 จึงขอปรับลดสัดส่วนการสนับสนุนเงินในส่วนผู้เข้าร่วมโครงการจากกองทุนฯ จากเดิมในสัดส่วน ร้อยละ 55 ของเงินลงทุนระบบฯ เป็นร้อยละ 50 ทำให้การสนับสนุนเงินกองทุน ในการดำเนินโครงการประกอบด้วย เงินสนับสนุนผู้ร่วมโครงการร้อยละ 50 คิดเป็นจำนวนเงิน 36,900,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการโครงการ 9,315,240 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 46,215,240 บาท
มติที่ประชุม
อนุมัติเงินกองทุนฯ แผนพลังงานทดแทน งานศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคนิค โครงการสนับสนุน การศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553 ให้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในวงเงิน 46,215,240 บาท (สี่สิบหกล้านสองแสนหนึ่งหมื่นห้าพันสองร้อยสี่สิบบาทถ้วน) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายใน "โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน"
เรื่องที่ 4.2 โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
1. คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เห็นชอบให้งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ที่เกี่ยวกับโครงการประชาสัมพันธ์ ในแผนพลังงานทดแทน 250 ล้านบาท และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 250 ล้านบาท ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก "คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน" ที่ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน โดยให้สามารถ ถัวจ่ายและเปลี่ยนแปลงรายการในแผน/งานเดียวกันได้ ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เห็นชอบแล้ว ให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินโครงการต่อไป และให้กระทรวงพลังงานดำเนินการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนฯ ต่อไปด้วย
2. คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 ได้เห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว เพื่อดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ 4 โครงการ ดังนี้
| รายชื่อโครงการ | หน่วยงาน | งบประมาณ (ล้านบาท) | |
| แผนพลังงานทดแทน | แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | ||
| 1. โครงการประชาสัมพันธ์พระราชกรณียกิจด้านพลังงานผ่านบทเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ | สป.พน. | - | 35 |
| 2. โครงการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงาน ตามนโยบายรัฐบาล | สป.พน. | - | 2 |
| 3. โครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน | สนพ. | - | 20 |
| 4. โครงการบริหารศูนย์ประชาสัมพันธ์รวมพลังหารสอง | สนพ. | 15 | - |
| รวมงบประมาณ | 15 | 57 | |
| คงเหลืองบประมาณ | 235 | 193 | |
3. คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ ในการประชุมครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 และ ในการประชุมครั้งที่ 5/2553 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ได้พิจารณาโครงการประชาสัมพันธ์ ภายใต้แผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 7 โครงการ และมีมติเห็นชอบโครงการประชาสัมพันธ์จากงบประมาณกองทุนฯ ภายใต้แผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ดังนี้
| รายชื่อโครงการ | หน่วยงาน | งบประมาณ (ล้านบาท) | |
| แผนพลังงานทดแทน | แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | ||
| 1. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และอำนวยการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน | สป.พน. | - | 15 |
| รายชื่อโครงการ | หน่วยงาน | งบประมาณ (ล้านบาท) | |
| แผนพลังงานทดแทน | แผนเพิ่มประสิทธิภาพฯ | ||
| 2.โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายและสถานการณ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน | สป.พน. | - | 50 |
| 3. โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายพลังงาน | สป.พน. | - | 35 |
| 4. โครงการประชาสัมพันธ์ลดโลกร้อน ถวายพ่อ | สป.พน. | 80 | - |
| 5. โครงการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานร่วมกับสื่อมวลชนวิทยุกระจายเสียง | สป.พน. | 30 | - |
| 6. โครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจ การใช้น้ำมันคุณภาพ E85 | พพ. | 50 | - |
| 7. โครงการสร้างความเข้าใจการกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B5 | พพ. | 20 | - |
| รวมทั้งสิ้น | 180 | 100 | |
1) โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และอำนวยการสื่อสาร ของกระทรวงพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อศึกษาและจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ของกระทรวงพลังงาน และหน่วยงาน ในสังกัด ให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ
(2) เพื่อให้การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการส่งเสริมภาพลักษณ์ของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งในด้านรูปแบบ เนื้อหา บรรลุตามยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ
(3) เพื่อกำหนด Key Message ของกระทรวงพลังงาน หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(4) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์กับหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานราชการอื่นๆ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
งบประมาณ ในวงเงิน 15,000,000 บาท
2) โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายและสถานการณ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนและรายงาน พร้อมกับแก้ปัญหา อันเนื่องมาจากข่าวอย่างทันท่วงทีรวมถึงกรณีเกิดวิกฤตพลังงาน หรือข่าวสารด้านลบ สามารถแก้ไขข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบทันที
(2) เพื่อวางแผน จัดเตรียมสื่อ จัดทำข่าว ประสานงานกับสื่อมวลชน แหล่งข่าว และดำเนินการนำเสนอข่าวอย่างมีหลักการและฉับไว
(3) เพื่อเผยแพร่ภารกิจ ผลงานของ พน. และหน่วยงานในสังกัด รวมถึงข้อมูลข่าวสารพลังงานต่างๆ ที่ถูกต้องให้กลุ่มเป้าหมายในทุกระดับได้รับรู้อย่างทั่วถึง เพื่อกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดการรับรู้/เข้าใจ รวมถึงสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติอย่างชัดเจน อันจะนำซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีของกระทรวงพลังงาน
(4) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดทัศนคติที่ดี และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อกระทรวงเป็นหน่วยงาน ที่ตระหนักถึงความตั้งใจจริงในการออกนโยบายด้านพลังงาน การรณรงค์ด้านการส่งเสริมพลังงานทดแทน อนุรักษ์พลังงาน อย่างต่อเนื่อง
(5) เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงพลังงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และชุมชน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานปลัดกระทรวงแพลังงาน
- งบประมาณ ในวงเงิน 50,000,000 บาท
3) โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายพลังงานโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อสำรวจความคิดเห็น ทัศนคติ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อนโยบายของกระทรวงพลังงาน
(2) เพื่อสื่อสาร เผยแพร่นโยบาย บทบาทและภารกิจของกระทรวงพลังงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
(3) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านนโยบายของกระทรวงพลังงานให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
(4) เพื่อสร้างกระบวนการสื่อสารของหน่วยงานของกระทรวงพลังงาน เพื่อความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
งบประมาณ ในวงเงิน 35,000,000 บาท
4) โครงการประชาสัมพันธ์ลดโลกร้อน ถวายพ่อ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสมหามงคลบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และการเฉลิมพระชนมพรรษา ให้ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย
(2) เพื่อสร้างความตระหนักและรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดการใช้พลังงาน และหันมาใช้พลังงานทดแทน เพื่อร่วมลดกระแสภาวะโลกร้อน
(3) เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีของกระทรวงพลังงาน
หน่วยงานรับผิดชอบ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
- งบประมาณ ในวงเงิน 80,000,000 บาท
5) โครงการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงาน ร่วมกับสื่อมวลชนวิทยุกระจายเสียง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อเผยแพร่แนวนโยบายด้านพลังงานให้กว้างขวางและทั่วถึง คลอบคลุมทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ
(2) เพื่อขยายโอกาสการได้รับข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจต่อนโยบายด้านพลังงานไปถึงประชาชนทุกภาคส่วน
(3) เพื่อสร้างเครือข่ายวิทยุในการสื่อสารเรื่องของพลังงานกับประชาชนได้ครอบคลุมทุกพื้นที่
(4) เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมจากภาคสื่อสารมวลชนกลางและส่วนท้องถิ่น ทำให้เกิดการยอมรับนโยบายด้านพลังงาน และสนับสนุนต่อนโยบายด้านพลังงานของประเทศ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
งบประมาณ ในวงเงิน 30,000,000 บาท
6) โครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจ การใช้น้ำมันคุณภาพ E85 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อเทิดพระเกียรติและเชิดชูพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล
(2) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ การใช้น้ำมันคุณภาพ E85 เพื่อเป็นการลดภาระจากราคาน้ำมัน และสร้างรายได้หลักให้แก่เกษตรกร รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้คนไทยรักษ์และประหยัดพลังงาน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ
(3) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมพลังงานทดแทน ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
งบประมาณ ในวงเงิน 50,000,000 บาท
7) โครงการสร้างความเข้าใจการกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B5 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจการกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี5 รวมทั้งปลูกจิตสำนึก ให้คนไทยเห็นคุณค่าและความสำคัญของพลังงานทดแทนอันเป็นพระราชดำริจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(2) เพื่อสร้างกระแสการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 5 อย่างกว้างขวาง
(3) เพื่อวิเคราะห์ ติดตาม ประเมินผลทัศนคติของประชาชนต่อการใช้น้ำมัน บี 5
หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
งบประมาณ ในวงเงิน 20,000,000 บาท
การพิจารณาของที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดของโครงการทั้ง 7 โครงการแล้ว และมีข้อคิดเห็น สรุปได้ดังนี้
1. เห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงรายการและงบประมาณ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในแผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ดังนี้
แผนพลังงานทดแทน
| กิจกรรมเดิม | จำนวนเงิน (ล้านบาท) |
กิจกรรมใหม่ | จำนวนเงิน (ล้านบาท) |
| 1. โครงการพัฒนาการให้บริการวิชาการด้านพลังงาน | 13 | 1.โครงการประชาสัมพันธ์ลดโลกร้อนถวายพ่อ | 80 |
| 2. โครงการส่งเสริมและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ | 58 | 2. โครงการส่งเสริมและสร้างความเข้าใจรับรู้ด้านพลังงานร่วมกับเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น (Area Base) | 30 |
| 3. โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน | 50 | 3.โครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจการใช้น้ำมันคุณภาพ E85 | 50 |
| 4. การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์/เอกสารเผยแพร่ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องพลังงานทดแทน | 30 | 4 โครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจการกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 5 | 20 |
| 5. โครงการติดตามสถานการณ์และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานทดแทน | 35 | ||
| รวมเป็นเงิน | 186 | รวมเป็นเงิน | 180 |
แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
| กิจกรรมเดิม | จำนวนเงิน (ล้านบาท) |
กิจกรรมใหม่ | จำนวนเงิน (ล้านบาท) |
| 1. โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ รวมพลังไทยร่วมใจประหยัดพลังงาน | 60 | 1.โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และอำนวยการสื่อสาร ของกระทรวงพลังงาน | 15 |
| 2. โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายพลังงาน | 30 | 2. โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายและสถานการณ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน | 50 |
| 3. โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อบริหารโครงการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน | 10 | 3. โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายพลังงาน | 35 |
| รวมเป็นเงิน | 100 | รวมเป็นเงิน | 100 |
2. ผู้แทนกรมบัญชีกลาง เห็นว่าโครงการประชาสัมพันธ์ที่เสนอในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ได้แก่ (1) โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และอำนวยการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน (2) โครงการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายและสถานการณ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน และ (3) โครงการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายพลังงาน เป็นการดำเนินกิจกรรมที่เน้นด้านการประชาสัมพันธ์และผลงานของกระทรวงพลังงาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนฯ และมี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนฯ ไว้ จึงขอให้กระทรวงพลังงานนำกลับไปพิจารณาหรือทำการปรับปรุงข้อเสนอโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนฯ ต่อไป ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ขอถอนการพิจารณาโครงการทั้ง 3 โครงการดังกล่าว และขอให้ สป.พน.ทำการปรับปรุงและแก้ไขข้อเสนอโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนฯ และให้นำเสนอคณะอนุกรรมการกองทุนฯ พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป
3. ผู้แทน สนย. สป.พน. ได้ขอปรับเปลี่ยนชื่อโครงการประชาสัมพันธ์ จากเดิม "โครงการส่งเสริมและสร้างความเข้าใจรับรู้ด้านพลังงานร่วมกับสื่อมวลชนวิทยุกระจายเสียง (Area Base)" เป็น "โครงการว่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจรับรู้ด้านพลังงานร่วมกับสื่อมวลชนวิทยุกระจายเสียง (Area Base)"
4. กิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ ที่หน่วยงานจะต้องดำเนินการภายใต้งบประมาณคงเหลือในแต่ละแผนงาน เลขานุการฯ เห็นควรให้คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงานพิจารณาและนำเสนอคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติ และดำเนินการตามระเบียบราชการภายใน 30 กันยายน 2553
มติที่ประชุม
1. เห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงรายการและงบประมาณในโครงการประชาสัมพันธ์ ภายใต้แผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอมา
2. อนุมัติเงินกองทุนฯ แผนพลังงานทดแทน งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมครั้งที่ 1/2553 (ครั้งที่ 50) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว มาใช้สำหรับดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน จำนวน 4 โครงการ ดังนี้
(1) โครงการประชาสัมพันธ์ลดโลกร้อน ถวายพ่อ โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 80,000,000 บาท (แปดสิบล้านบาทถ้วน)
(2) โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานร่วมกับสื่อมวลชนวิทยุกระจายเสียง โดยให้ สป.พน. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน)
(3) โครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจ การใช้น้ำมันคุณภาพ E85 โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 50,000,000 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน)
(4) โครงการสร้างความเข้าใจการกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B5 โดยให้ พพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)
3. เห็นชอบให้ สป.พน. และ พพ. สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินงานได้เพื่อความเหมาะสม โดยสามารถถัวจ่ายระหว่างรายการ และแยกรายการ และทำสัญญาหรือหนังสือยืนยันได้หลายรายการตามความเหมาะสม โดยแบ่งกระจายน้ำหนักตามงบประมาณและกิจกรรมต่างๆ ได้ ตามที่เสนอมา
เรื่องที่ 3 แนวทาง/หลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
1. กระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้เก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของ "กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" จะพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้หน่วยงานจัดทำโครงการเพื่อสนับสนุนแผนอนุรักษ์พลังงาน และดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน มาตรา 25 แห่ง "พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" โดยจัดทำรายละเอียดเสนอคณะอนุกรรมการกองทุนฯ และคณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติตามลำดับ
2. สนพ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองทุนฯ ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดการของบประมาณของกองทุนฯ ปี 2554 ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน และ สนพ. จะรวบรวมและเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 ของกองทุนฯ เสนอคณะอนุกรรมการกองทุนฯ และคณะกรรมการกองทุนฯ
3. เพื่อให้การจัดสรรเงินกองทุนฯ เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ฝ่ายเลขานุการฯ จึงขอเสนอกรอบการพิจารณาโครงการฯ ตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ดังนี้
3.1 กำหนดแนวทาง/หลักเกณฑ์การวิเคราะห์ในการจัดทำลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในปัจจุบัน ประกอบด้วย
(1) การจัดลำดับความสำคัญตามนโยบายและแผน โดยทำการพิจารณาถึงความสอดคล้องของโครงการกับภารกิจที่สำคัญ ดังนี้
- ภารกิจตามข้อกำหนดและกฎหมาย พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
- ภารกิจตามยุทธศาสตร์ระดับชาติ นโยบายรัฐบาล และกระทรวงพลังงาน
- ภารกิจตามเจตนารมณ์ของกองทุนฯ ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และตามแผนและเป้าหมายอนุรักษ์พลังงาน ในช่วงปี 2551-2554
- ภารกิจตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ. 2551-2565)
(2) ระยะเวลาการเกิดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เป็นเกณฑ์ในการแบ่งช่วงเวลาที่โครงการดังกล่าวสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือขยายผลได้ในอนาคต โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ "สั้น" (เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ใน 1-2 ปี) ระยะ "กลาง" (เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ใน 3-5 ปี) และ ระยะ "ยาว" (เกิดผลสัมฤทธิ์ต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปี)
(3) ศักยภาพในการขยายผล โดยเน้นโครงการวิจัยและ/หรือดำเนินการแล้วสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหรือขยายผลได้จริง (Deployment Potential) โดยแบ่งตามศักยภาพการขยายผลเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีศักยภาพในการขยายผล "มาก" และกลุ่มที่มีศักยภาพในการขยายผล "น้อย"
(4) โครงการต่อเนื่อง โดยพิจารณาผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ถ้ามีความก้าวหน้าเกินกว่าร้อยละ 50 ของแผนงาน และผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดี จึงจะได้รับงบประมาณสำหรับปีต่อไป
(5) งานประชาสัมพันธ์ ดำเนินงานเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารอย่างแท้จริง
(6) งบบริหารแผนการดำเนินงาน จะต้องเป็นภาระกิจหรืองานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และปรับอัตราค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ แนวทาง และขอบเขตการพิจารณางบประมาณตามที่สำนักงบประมาณกำหนด
(7) ผลลัพธ์ของโครงการ (Out come) เน้นโครงการที่สามารถระบุผลการประหยัดพลังงานหรือผลการทดแทนพลังงานเชิงพาณิชย์ได้อย่างชัดเจน และส่งผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของแผนอนุรักษ์พลังงาน
3.2 ให้มีคณะทำงานที่ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองงบประมาณ และพิจารณาแผนการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานต่างๆ ที่จะขอจัดสรรจากกองทุนฯ ประจำปีงบประมาณ 2554 และเมื่อพิจารณากลั่นกรองแล้ว ให้จัดทำความเห็นเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฯ โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้
(1) รองปลัดกระทรวงพลังงาน (นายณอคุณ สิทธิพงศ์) ประธานคณะทำงาน
(2) ผู้แทนคณะอนุกรรมการประเมินผล คณะทำงานโครงการภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน
(3) ผู้แทนสำนักงบประมาณ คณะทำงาน
(4) อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน คณะทำงาน
(5) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน คณะทำงาน
(6) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน คณะทำงาน
(7) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สนพ. คณะทำงานและเลขานุการ
การพิจารณาของที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว และเห็นชอบแนวทาง/หลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยประธานอนุกรรมการฯ เห็นควรให้นำการประเมินผลลัพธ์ (Out Come) ของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ มาประกอบการพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ ในปีงบประมาณนี้ด้วย
มติที่ประชุม
เห็นชอบแนวทาง/หลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 และการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองงบประมาณฯ ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอมา
เรื่องที่ 5 การประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553
1. คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เห็นชอบให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2553 ที่เกี่ยวกับโครงการประชาสัมพันธ์ ในแผนพลังงานทดแทน 250 ล้านบาท และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 250 ล้านบาท ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก "คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน" และให้กระทรวงพลังงานดำเนินการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนฯ ต่อไปด้วย
2. คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ ในการประชุมครั้งที่ 5/2553 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ได้เห็นชอบให้ สนพ. ดำเนินโครงการ "การประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553" ในวงเงิน 3,000,000 บาท และนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยสาระสำคัญของโครงการ สรุปได้ดังนี้
2.1 วัตถุประสงค์
(1) จัดให้มีการสำรวจประสิทธิภาพของโครงการ ประเมินผลและวิเคร าะห์การดำเนินงานกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพื่อรับทราบถึงผลการดำเนินงาน ทั้งในด้านการรับรู้ การเข้าใจข้อความที่สื่อสารประสิทธิภาพการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม การบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมถึงความคุ้มค่าของงบประมาณดำเนินงาน
(2) นำผลการประเมินมาใช้ในการปรับแผนการดำเนินกิจกรรม รูปแบบ ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดกรอบ แนวคิดด้านการประชาสัมพันธ์ในอนาคต
2.2 หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
2.3 งบประมาณ ในวงเงิน 3,000,000 บาท
การพิจารณาของที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว และเห็นชอบให้ สนพ. ดำเนินการประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553 เพื่อสำรวจประสิทธิภาพของโครงการประชาสัมพันธ์ที่ได้ดำเนินการ ในปีงบประมาณ 2553
มติที่ประชุม
อนุมัติเงินกองทุนฯ แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2553 ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติให้ สนพ. ไว้แล้ว มาใช้สำหรับดำเนิน "การประเมินผลโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2553" โดยให้ สนพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ในวงเงิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) โดยให้สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินงานได้ เพื่อความเหมาะสม โดยสามารถถัวจ่ายระหว่างรายการ และแยกรายการ และทำสัญญาหรือหนังสือยืนยันได้หลายรายการตามความเหมาะสม โดยแบ่งกระจายน้ำหนักตามงบประมาณและกิจกรรมต่างๆ ได้
กองทุนสัญญาโรงกลั่นปิโตรเลียม มิถุนายน 2553
- กองทุนสัญญาโรงกลั่นปิโตรเลียม มิถุนายน 2553 (2218 Downloads)
งบประมาณกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มิถุนายน 2553
- งบประมาณกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มิถุนายน 2553 (1099 Downloads)
กอ. ครั้งที่ 51 - วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2553

มติคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ครั้งที่ 3/2553 (ครั้งที่ 52)
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2553 เวลา 15.30 น.
ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ ชั้น 11 อาคาร 7 กระทรวงพลังงาน
1. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
2. รายงานฐานะการเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553
3. ประมาณการกระแสเงินสดของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2554-2557
4. รายงานการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2553
5. รายงานการตรวจสอบประเมินผลกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
6. บทบาทคณะกรรมการทุนหมุนเวียนตามตัวชี้วัดภาคบังคับของกรมบัญชีกลาง
7. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ
เรื่องที่ 1 แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
1. เลขานุการฯ ได้แจ้งที่ประชุมทราบว่า คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 ได้มีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนฯ จำนวน 7 ราย ดังนี้
2. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนฯ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2553 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2553 เป็นต้นไป และฝ่ายเลขานุการฯ ได้แจ้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านทราบแล้ว
| 1.1 นายสวัสดิ์ ตันตระรัตน์ | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม |
| 1.2 นายสมชาติ โสภณรณฤทธิ์ | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน |
| 1.3 นายกฤษณพงศ์ กีรติกร | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน |
| 1.4 หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน |
| 1.5 นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน |
| 1.6 นางสาวพวงเพชร สารคุณ | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน |
| 1.7 นายพรายพล คุ้มทรัพย์ | ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ |
มติที่ประชุม
รับทราบการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ
รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
เรื่องที่ 2 ความคืบหน้าการดำเนินโครงการสนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553
1. คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติเงินกองทุนฯ ให้ สนพ. สำหรับใช้ในโครงการสนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงาน ในวงเงิน 80 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีพลังงานทดแทน ในวงเงิน 200 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ อุดหนุน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน ในการค้นคว้า วิจัย พัฒนา สาธิต หรือริเริ่มการดำเนินงานด้านอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน หรือเกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงาน และสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล หรือภารกิจของกระทรวงพลังงาน โดยนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้
| (1) ผอ.สนพ. | ไม่เกิน 10,000,000 บาท |
| (2) คณะอนุกรรมการกองทุนฯ | เกิน 10,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท |
| (3) คณะกรรมการกองทุนฯ | เกิน 50,000,000 บาท |
2. เพื่อให้การดำเนินงานพิจารณาข้อเสนอโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สนพ. ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการเพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการ โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้
| (1) รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน | ประธานคณะทำงาน |
| (2) ผู้แทนคณะอนุกรรมการประเมินผลโครงการภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน | คณะทำงาน |
| (3) ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย | คณะทำงาน |
| (4) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ | คณะทำงาน |
| (5) ผู้แทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | คณะทำงาน |
| (6) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน | คณะทำงานและเลขานุการ |
3. สนพ. ได้แต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์โครงการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการ โดยแต่ละข้อเสนอโครงการจะมีผู้เชี่ยวชาญตามกลุ่มเทคโนโลยีของโครงการอย่างน้อย 3 ท่าน ทำการตรวจสอบระเบียบวิธีวิจัย ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย และเสนอความเห็นเกี่ยวกับโครงการ สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการ ก่อนเสนอ ผอ.สนพ. และ/หรือ คณะอนุกรรมการกองทุนฯ และ/หรือ คณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาจัดสรรทุนต่อไป
4. สนพ. ได้ประกาศการสมัครรับทุนอุดหนุนการวิจัย โครงการสนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2553 และประกาศการสมัครรับทุนอุดหนุนการวิจัย โครงการสนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีพลังงานทดแทน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 ตามหัวข้อวิจัยที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการกองทุนฯ ไว้แล้ว โดยเปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2553-30 มิถุนายน 2553 ซึ่งคาดว่าจะอนุมัติโครงการได้ในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2553
มติที่ประชุม
รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการสนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน ปีงบประมาณ 2553
เรื่องที่ 3 ประมาณการกระแสเงินสดของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2554-2557
1. กพช. ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2552 ได้มีมติให้ยกเลิกการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ ในส่วนที่เก็บเพื่อส่งเสริมโครงการลงทุนพัฒนาระบบการขนส่งของทั้งน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ที่จัดเก็บในอัตรา 0.50 บาท/ลิตร และให้โอนเงินที่ได้จัดเก็บไว้แล้ว มาสบทบกับเงินสำหรับส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และลดอัตราจัดเก็บเงินกองทุนอนุรักษ์ฯ ของน้ำมันดีเซลสำหรับส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน จากที่เก็บอยู่ 0.25 บาท/ลิตร เหลือ 0.05 บาท/ลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี และให้จัดเก็บในอัตราเดิม คือ 0.25 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2553
2. รายได้ที่จัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ สำหรับ "โครงการลงทุนพัฒนาระบบการขนส่ง" ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2551 - 1 ตุลาคม 2552 รวมทั้งสิ้น 8,151.37 ล้านบาท โดยปัจจุบันได้โอนเงินดังกล่าวเข้าสมทบกับเงินกองทุนอนุรักษ์ฯ ทั้งนี้ฐานะเงิน "กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" ณ วันที่ 30 กันยายน 2553 มีจำนวนทั้งสิ้น 16,385 ล้านบาท
3. ฝ่ายเลขานุการฯ ได้จัดทำประมาณการกระแสเงินสดของกองทุนฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2553 สรุปได้ดังนี้
หน่วย: ล้านบาท
| ปีงบประมาณ | 2554 | 2555 | 2556 | 2557 | รวมช่วงปี54-57 |
| 1.เงินคงเหลือณวันที่ 30 กันยายน 2553 | 16,385 | 16,385 | |||
| 2.ยอดยกมาต้นปีงบประมาณ | 17,536 | 22,272 | 29,666 | ||
| 3.รายรับประกอบด้วย | |||||
| 3.1 ประมาณรายรับจากผู้ผลิต/ผู้นำเข้าน้ำมัน | 7,083 | 7,214 | 7,379 | 7,453 | 29,129 |
| 3.2 เงินทุนหมุนเวียนรอรับคืนจากพพ. | 968 | 862 | 671 | 710 | 3,210 |
| 3.3 เงินทุนหมุนเวียนรอรับคืนจากปตท. | 211 | 212 | 204 | 135 | 762 |
| ปีงบประมาณ | 2554 | 2555 | 2556 | 2557 | รวมช่วงปี54-57 |
| 3.4 เงินทุนหมุนเวียนรอรับคืนจากกฟผ. | 550 | - | - | 400 | 950 |
| รวมรับ | 8,812 | 8,288 | 8,254 | 8,698 | 34,051 |
| 4.รายจ่ายประกอบด้วย | |||||
| 4.1 รายจ่ายผูกพันปี 2538-2547 | 274 | 132 | 21 | - | 426 |
| 4.2 รายจ่ายผูกพันปี 2548-2552 | 4,701 | 3,420 | 838 | 766 | 9,726 |
| 4.3 รายจ่ายผูกพันปี 2553 (สนพ.) | 1,281 | 1,281 | |||
| 4.4 รายจ่ายผูกพันปี 2553 (พพ.) | 1,406 | 1,406 | |||
| รวมจ่าย | 7,661 | 3,552 | 860 | 766 | 12,839 |
| 5.เงินคงเหลือปลายปี (1+2+3-4) ยกไป | 17,536 | 22,272 | 29,666 | 37,598 | 37,598 |
| ประมาณการรายได้/รายจ่ายสุทธิ (3-4) | 1,151 | 4,736 | 7,394 | 7,932 | 21,213 |
มติที่ประชุม
รับทราบประมาณการกระแสเงินสดของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2554-2557 ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ
เรื่องที่ 4 รายงานการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2553
1. คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2553 ให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในวงเงิน 1,823,952,000 บาท และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในวงเงิน 1,379,613,752 บาท รวมเป็นเงิน 3,203,565,752 บาท โดยแยกเป็นแผนพลังงานทดแทน ในวงเงิน 1,039,305,450 บาท แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ในวงเงิน 2,034,859,090 บาท และแผนงานบริหารทางกลยุทธ์ ในวงเงิน 129,401,212 บาท
2. พพ. และ สนพ. ได้ดำเนินโครงการภายใต้แผนพลังงานทดแทน แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และแผนงานบริหารทางกลยุทธ์ ปีงบประมาณ 2553 ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนฯ ไว้แล้ว โดยมีการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ เป็นจำนวนเงิน 2,931,520,752 บาท คิดเป็นร้อยละ 91.51 ของงบประมาณรวม และได้เบิกจ่ายเงินคิดเป็นร้อยละ 23 ของงบที่ผูกพัน ดังนี้
2.1 การดำเนินโครงการภายใต้แผนพลังงานทดแทน ได้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ และผูกพันงบประมาณ เป็นเงิน 979.95 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 94 ของงบที่ได้รับ
2.2 การดำเนินโครงการภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ได้มีใช้จ่ายเงินกองทุนฯ และผูกพันงบประมาณ เป็นเงิน 1,822.17 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 90 ของงบที่ได้รับ
2.3 การดำเนินงานภายใต้แผนงานบริหารทางกลยุทธ์ ได้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ และผูกพันงบประมาณ เป็นเงิน 129.40 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 100 ของงบที่ได้รับ
มติที่ประชุม
รับทราบรายงานการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2553 ตามที่ ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ
เรื่องที่ 5 รายงานการตรวจสอบประเมินผลกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
1. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบประเมินผลกองทุนฯ ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2551 - 31 กรกฎาคม 2552 เพื่อให้ทราบว่าการดำเนินงานของกองทุนฯ และโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ มีผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่การใช้จ่ายเงินของกองทุนฯ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และคุ้มค่าหรือไม่ อย่างไร โดยขอตรวจสอบตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549-2551 และได้ขอความร่วมมือ สนพ. จัดเตรียมเอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับกองทุนฯ และสถานที่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานระหว่างการตรวจสอบ
2. สตง. ได้แจ้งผลและส่งรายงานการตรวจสอบประเมินผลกองทุนฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549-2551 มายัง สนพ. เพื่อทราบและดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ 2 ประเด็น ดังนี้
2.1 การใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ โดยครอบคลุมการใช้จ่ายเงินเพื่อบริหารกองทุนฯ ทั้งในส่วนของ สนพ. และ พพ. ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามภารกิจหน้าที่ของกองทุนฯ ซึ่งกำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535
2.2 ผลการดำเนินงานโครงการที่ได้รับจัดสรรเงินจากกองทุนฯ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์และไม่มีการใช้ประโยชน์ ซึ่ง สตง. ได้ตรวจสอบทั้งหมด 42 โครงการ ตามแผนพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมีผลการดำเนินงานโครงการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ และไม่มีการใช้ประโยชน์จากโครงการ จำนวน 11 โครงการ (พพ. จำนวน 10 โครงการ และ สนพ. จำนวน 1 โครงการ)
3. สตง. เสนอแนะให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอผลการตรวจสอบของ สตง. ให้ประธานกรรมการกองทุนฯ รับทราบและพิจารณา ดังต่อไปนี้
3.1 กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ ในส่วนของงานบริหาร เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกองทุนฯ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
3.2 จัดให้มีการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินของกองทุนฯ ในส่วนของงานบริหารเพื่อให้การใช้จ่ายเงินกองทุนฯ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทราบปัญหา อุปสรรค
3.3 ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของการดำเนินงานโครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนฯ โดยการพิจารณาดำเนินการตามรายงานประเมินผลและข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการประเมินผลโครงการภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน และแจ้งปัญหาในการดำเนินงานของทั้ง 11 โครงการ ตามผลการตรวจสอบให้ สนพ. และ พพ. ทราบและดำเนินการแก้ไข เพื่อให้การดำเนินงานโครงการมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและยั่งยืน
3.4 กำหนดกฎระเบียบให้ สนพ. และ พพ. ซึ่งได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนฯ จัดส่งข้อมูล โครงการให้กองทุนฯ เพื่อให้คณะอนุกรรมการประเมินผลฯ ใช้ในการติดตามประเมินผล
3.5 การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้กับโครงการที่มีลักษณะการส่งเสริมและสาธิต ในอนาคตต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ก่อน เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับพิจารณาตัดสินใจให้การสนับสนุนเงินกองทุนฯ สำหรับการดำเนินงานโครงการต่อไป
4. ฝ่ายเลขานุการฯ ได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สตง. แล้ว สรุปได้ดังนี้
4.1 ได้จัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในส่วนงานบริหารแผนและงานบริหารจัดการประจำปี 2554 เพื่อใช้ในการพิจารณางบประมาณกองทุนฯ ปี 2554 ดังนี้
1) เกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในส่วนงานบริหารแผนและงานบริหารจัดการ ประจำปี 2554
เพื่อให้ใช้จ่ายเงินกองทุนในส่วนของงานบริหารงานกองทุนฯ เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 มาตรการ 25 (4) ที่กำหนดวัตถุประสงค์ให้ "เป็นค่าใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ในการบริหารงานการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้" การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในส่วนงานบริหารแผนและงานบริหารจัดการ ประจำปี 2554 คณะทำงานพิจารณากลั่นกรองงบประมาณประจำ 2554 ใช้หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการพิจารณาจัดสรร ดังนี้
1.1) เป็นรายการค่าใช้จ่ายที่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจและหน้าที่ของกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน
1.2) อัตราค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และรายการค่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นไปตามที่สำนักงบประมาณกำหนด
1.3) เป็นรายการค่าใช้จ่ายที่เป็นไปตามภารกิจที่คณะกรรมการกองทุนฯ และคณะอนุกรรมการกองทุนฯ มอบหมาย
1.4) เป็นรายการค่าใช้จ่ายที่ดำเนินการตามตัวชี้วัดเงินทุนหมุนเวียนของกรมบัญชีกลาง
1.5) นำผลประเมินของคณะอนุกรรมการประเมินผลฯ มาประกอบการพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณแต่ละปี
2) แนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณต่อไป
2.1) ฝ่ายเลขานุการฯ จะจัดตั้งคณะทำงานกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณในส่วนงานบริหารแผนและงานบริหารจัดการ ของกองทุนฯ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และตามภารกิจ หน้าที่ของกองทุนฯ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจาก สนพ. พพ. กรมบัญชีกลาง และผู้แทนสำนักงบประมาณ
2.2) นำหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในส่วนงานบริหารแผนและงานบริหารจัดการ ของกองทุนฯ ที่กำหนดโดยคณะทำงานมาใช้ในการจัดสรรงบประมาณแต่ละปี
4.2 ฝ่ายเลขานุการฯ จะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งประธานอนุกรรมการประเมินผลฯ เพื่อติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินของกองทุนฯ ในส่วนของงานบริหารต่อไป
4.3 สนพ. และ พพ. ได้ชี้แจงเหตุที่ไม่บรรลุวัตถประสงค์หรือไม่มีการใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขการดำเนินโครงการให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด ทั้ง 11 โครงการแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดตามเอกสารแนบของระเบียบวาระ
4.4 การจัดส่งข้อมูลโครงการให้กองทุนฯ นั้น ได้เพิ่มเติมข้อเสนอในเรื่องที่ 4.1 เพื่อเป็นมติให้ สนพ. และ พพ. จัดส่งข้อมูลโครงการให้กองทุนฯ เพื่อให้คณะอนุกรรมการประเมินผลฯ ใช้ในการติดตามประเมินผลแล้ว
4.5 สนพ. ได้มีหนังสือแจ้ง สตง. ให้ทราบผลการดำเนินงานเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
มติที่ประชุม
รับทราบรายงานการตรวจสอบประเมินผลกองทุนฯ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตามที่ ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ และประธานกรรมการกองทุนฯ ให้ฝ่ายเลขานุการฯ และหน่วยงานทั้ง สนพ. และ พพ. นำข้อท้วงติงของ สตง. ไปเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินงานต่อไป เพื่อมิให้มีรายการค่าใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์เกิดขึ้นอีก
เรื่องที่ 6 บทบาทคณะกรรมการทุนหมุนเวียนตามตัวชี้วัดภาคบังคับของกรมบัญชีกลาง
1. คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 มีมติอนุมัติให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีเงินนอกงบประมาณ ถือปฏิบัติตามมาตรการกำกับดูแลเงินนอกงบประมาณ ที่กระทรวงการคลังเสนออย่างเคร่งครัด โดยให้กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติติดตามผล การดำเนินการ และกรมบัญชีกลางเริ่มใช้ระบบประเมินผลทุนหมุนเวียน ตั้งแต่ปีบัญชี 2547 ซึ่งกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นทุนหมุนเวียนที่เข้าสู่ระบบประเมินผลการดำเนินงาน ตั้งแต่ปีบัญชี 2549
2. ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 กรมบัญชีกลางได้กำหนดตัวชี้วัดภาคบังคับ "บทบาทคณะกรรมการทุนหมุนเวียน" ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ทุกทุนหมุนเวียนในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลางจะต้องปฏิบัติตาม โดยมีความมุ่งหวังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลของคณะกรรมการทุนหมุนเวียน โดย จะประเมินจาก 4 ประเด็นหลักที่สำคัญ ดังนี้
2.1 การจัดให้มีทิศทาง แผนยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการประจำปี โดยพิจารณาจากคณะกรรมการทุนหมุนเวียนกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ และจัดให้มีแผนยุทธศาสตร์หรือแผนระยะยาว และแผนปฏิบัติการประจำปี ที่มีองค์ประกอบครบถ้วน มีคุณภาพ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง รวมถึง พันธกิจของทุนหมุนเวียน
2.2 การติดตามระบบการบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงานตามภารกิจของทุนหมุนเวียน โดยพิจารณาจากคณะกรรมการทุนหมุนเวียนมีการติดตามผลการปฏิบัติงานตามพันธกิจและระบบบริหารจัดการที่สำคัญ ได้แก่ ระบบการควบคุมภายใน ระบบการตรวจสอบภายใน ระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบบริหารจัดการสารสนเทศ และระบบบริหารทรัพยากรบุคคลของทุนหมุนเวียนอย่างครบถ้วน เพียงพอ และสม่ำเสมอทั้งปี
2.3 การจัดให้มีระบบประเมินผลผู้บริหารทุนหมุนเวียน โดยพิจารณาจากการประเมินผลผู้บริหารระดับสูงที่เป็นระบบ โดยมีหลักเกณฑ์ชัดเจนสอดคล้องและเชื่อมโยงกับหลักเกณฑ์ และเป้าหมายระดับองค์กร
2.4 การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยพิจารณาจากการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่ครบถ้วน ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทันกาล
3. การกำหนดเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนฯ ประจำปีบัญชี 2554 นั้น ฝ่ายเลขานุการฯ กำลังดำเนินการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ถูกประเมิน คือ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (สนพ. และ พพ.) กับผู้ประเมิน คือ กรมบัญชีกลางและทริส เพื่อให้ได้ตัวชี้วัดที่เหมาะสมกับการดำเนินงานของกองทุนฯ มากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จกลางเดือนมกราคม 2554
มติที่ประชุม
รับทราบบทบาทคณะกรรมการทุนหมุนเวียนตามตัวชี้วัดภาคบังคับของกรมบัญชีกลาง ตามที่ ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ และให้ฝ่ายเลขานุการฯ รายงานผลการประเมินการดำเนินงานของกองทุนฯ ในแต่ละรอบ ต่อคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อทราบต่อไปด้วย
เรื่องที่ 7 งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
1. คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ได้รับทราบแผนอนุรักษ์พลังงานและเป้าหมาย ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2551-2554 ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เสนอ โดยมีเป้าหมายและการดำเนินการจะลดปริมาณการใช้พลังงานลง 7,820 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือคิดเป็นร้อยละ 10.8 ของความต้องการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศในปี 2554 และกำหนดเป้าหมายการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้แทนพลังงานเชิงพาณิชย์ 8,858 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือคิดเป็นร้อยละ 12.2 ของความต้องการใช้พลังงานในปี 2554 และ กพช. ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2552 ได้เห็นชอบแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี โดยกำหนดเป้าหมายการนำพลังงานทดแทนรวม 10,961 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือคิดเป็นร้อยละ 15.6 ของความต้องการใช้พลังงานในปี 2554
2. สนพ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ "กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" ได้รวบรวมงบประมาณรายจ่ายตามแผนงานและโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนฯ สำหรับ ใช้จ่ายเป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุนสำหรับการลงทุน และดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน มาตรา 25 แห่ง "พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" โดยมีหน่วยงานยื่นขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ในปีงบประมาณ 2554 เป็นจำนวน 125 โครงการ ในวงเงินทั้งสิ้น 5,365,911,205 บาท
3. การพิจารณากลั่นกรองงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 ดำเนินการโดย "คณะทำงานพิจารณากลั่นกรองงบประมาณประจำปี 2554 ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" ที่ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฯ ได้แต่งตั้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 โดยมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธานคณะทำงานฯ ซึ่งได้เริ่มประชุมพิจารณางบประมาณตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2553 - 3 ธันวาคม 2553 รวม 9 ครั้ง และคณะทำงานฯ ได้ยึดแนวทาง/หลักเกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองโครงการฯ ของกองทุนฯ โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ ดังนี้
1) การจัดลำดับความสำคัญตามนโยบายและแผน โดยทำการพิจารณาถึงความสอดคล้องของโครงการกับภารกิจที่สำคัญ ดังนี้
- ภารกิจตามข้อกำหนดและกฎหมาย พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
- ภารกิจตามยุทธศาสตร์ระดับชาติ นโยบายรัฐบาล และกระทรวงพลังงาน
- ภารกิจตามเจตนารมณ์ของกองทุนฯ ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และตามแผนและเป้าหมายอนุรักษ์พลังงาน ในช่วงปี 2551-2554
- ภารกิจตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ. 2551-2565)
2) ระยะเวลาการเกิดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เป็นเกณฑ์ในการแบ่งช่วงเวลาที่โครงการดังกล่าวสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือขยายผลได้ในอนาคต โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ "สั้น" (เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ใน 1-2 ปี) ระยะ "กลาง" (เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ใน 3-5 ปี) และ ระยะ "ยาว" (เกิดผลสัมฤทธิ์ต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปี)
3) ศักยภาพในการขยายผล โดยเน้นโครงการวิจัยและ/หรือดำเนินการแล้วสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหรือขยายผลได้จริง (Deployment Potential) โดยแบ่งตามศักยภาพการขยายผลเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีศักยภาพในการขยายผล "มาก" และกลุ่มที่มีศักยภาพในการขยายผล "น้อย"
4) โครงการต่อเนื่อง โดยพิจารณาผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ถ้ามีความก้าวหน้าเกินกว่าร้อยละ 50 ของแผนงาน และผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดี จึงจะได้รับงบประมาณสำหรับปีต่อไป
5) งานประชาสัมพันธ์ ดำเนินงานเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารอย่างแท้จริง
6) งบบริหารแผนการดำเนินงาน จะต้องเป็นภารกิจหรืองานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และปรับอัตราค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ แนวทาง และขอบเขตการพิจารณางบประมาณตามที่สำนักงบประมาณกำหนด
4. คณะทำงานฯ ได้พิจารณารายละเอียดการของบประมาณรายจ่ายโครงการของกองทุนฯ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะอนุกรรมการฯ แล้ว โดยเห็นสมควรสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายตามโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ของกองทุนฯ เป็นจำนวนไม่เกิน 2,614,335,136 บาท รวม 81 โครงการ ซึ่งได้ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ การจัดการด้านการใช้พลังงาน รวมถึงการส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า และผลิตความร้อนในเทคโนโลยีต่างๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล และเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยแบ่งรายจ่ายออกเป็น 2 หน่วยงานผู้เบิกเงิน กองทุนฯ ดังนี้
1) พพ. จำนวน 883,618,960 บาท คิดเป็นร้อยละ 33.80 รวม 54 โครงการ
2) สนพ. จำนวน 1,730,716,176 บาท คิดเป็นร้อยละ 66.20 รวม 27 โครงการ
5. คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553 ได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 ของกองทุนฯ แล้ว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบงบประมาณรายจ่าย เป็นจำนวน 2,614,335,136 บาท ตามที่คณะทำงานฯ เห็นสมควร และให้ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ดังนี้
| จำแนกตามแผนอนุรักษ์พลังงาน | จำนวนโครงการ | รวม | ร้อยละ | จำแนกตามหน่วยผู้เบิก (บาท) | |
| พพ. | สนพ. | ||||
| 1. แผนพลังงานทดแทน | 39 | 1,449,445,340 | 55.44 | 318,758,500 | 1,130,686,840 |
| 1.1 งานศึกษาวิจัยพัฒนา | 10 | 214,635,000 | 8.21 | 61,635,000 | 153,000,000 |
| 1.2 งานส่งเสริมและสาธิต | 20 | 341,945,340 | 13.08 | 228,703,500 | 113,241,840 |
| 1.3 งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ | 9 | 864,445,000 | 33.07 | - | 864,445,000 |
| 1.4 งานบริหารแผนงาน | - | 28,420,000 | 1.09 | 28,420,000 | - |
| 2. แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน | 40 | 1,087,318,060 | 41.59 | 564,860,460 | 522,457,600 |
| 2.1 งานศึกษาวิจัยพัฒนา | 3 | 107,800,000 | 4.12 | 7,800,000 | 100,000,000 |
| 2.2 งานส่งเสริมและสาธิต | 21 | 492,940,000 | 18.86 | 492,940,000 | - |
| 2.3 งานพัฒนาบุคลากรและประชาสัมพันธ์ | 16 | 479,543,060 | 18.34 | 57,085,460 | 422,457,600 |
| 2.4 งานบริหารแผนงาน | - | 7,035,000 | 0.27 | 7,035,000 | - |
| 3. แผนบริหารเชิงกลยุทธ์ | 2 | 77,571,736 | 2.97 | - | 77,571,736 |
| 3.1 งานศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย | 2 | 14,000,000 | 0.54 | - | 14,000,000 |
| 3.2 งานบริหารแผนงาน | - | 63,571,736 | 2.43 | - | 63,571,736 |
| รวมงบประมาณ กทอ.ปี 2554 | 81 | 2,614,335,136 | 100.00 | 883,618,960 | 1,730,716,176 |
6. ฝ่ายเลขานุการฯ มีข้อเสนอในการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ดังนี้
1) เนื่องจาก พพ. และ สนพ. มีงานบริหารเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานที่ต้องดำเนินงานต่อเนื่อง เช่น การเบิกจ่ายเงินให้หน่วยงาน โครงการ ตามข้อผูกพันสัญญาฯ การประสานหน่วยงาน โรงงาน อาคาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน การให้คำแนะนำกับประชาชนในเรื่องวิธีประหยัดพลังงาน ฯลฯ จึงมีรายจ่ายประจำที่จำเป็นเพื่อการบริหารงานที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ค่าจ้างพนักงานราชการ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปให้ความรู้ความเข้าใจ การร่วมประชุมให้ความเห็น ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น ฝ่ายเลขานุการฯ จึงขอเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาเห็นชอบให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 ของกองทุนฯ งานบริหารของทั้ง 3 แผนงาน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553
2) การพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการภายใต้งานศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคนิค ทั้งแผนพลังงานทดแทนและแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ในส่วนที่ สนพ. รับผิดชอบ ขอเสนอวิธีการดำเนินงานในลักษณะเดียวกับปีงบประมาณ 2553 โดยให้ สนพ. ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองรายละเอียดของโครงการที่มีผู้ยื่นขอรับการสนับสนุน ตามรายละเอียดการของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 แล้วนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้
(1) ผอ.สนพ. ไม่เกิน 10,000,000 บาท
(2) คณะอนุกรรมการกองทุนฯ เกิน 10,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท
(3) คณะกรรมการกองทุนฯ เกิน 50,000,000 บาท
3) เพื่อให้งานประชาสัมพันธ์มีความเป็นเอกภาพ และมีทิศทางการปฏิบัติไปในแนวเดียวกัน จึงขอเสนอพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายโครงการประชาสัมพันธ์ในแผนพลังงานทดแทนและแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ไว้เป็นกรอบวงเงินแผนงานละ 350 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 700 ล้านบาท ให้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก "คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของกระทรวงพลังงาน" ที่ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน และให้สามารถถัวจ่ายและเปลี่ยนแปลงรายการในแผนงาน/งานเดียวกันได้ ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เห็นชอบแล้ว ให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินโครงการต่อไป และให้กระทรวงพลังงานดำเนินการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนฯ ต่อไปด้วย
4) เพื่อให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ สนพ. และ พพ. จัดส่งข้อมูลการดำเนินโครงการที่ได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ 2554 พร้อมทั้งเอกสารรายงานที่ได้ตรวจรับแล้ว (ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทุก 4 เดือน เพื่อจัดส่งให้คณะอนุกรรมการประเมินผลฯ ใช้ในการติดตามประเมินผลโครงการต่อไป
มติที่ประชุม
ประธานกรรมการกองทุนฯ ให้ฝ่ายเลขานุการฯ ไปดำเนินการทบทวนและตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายในแต่ละโครงการตามข้อกำหนดในมาตรา 25 ของ พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พร้อมทั้งตรวจสอบโครงการในมิติตามเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน เพิ่มเติม และจัดทำข้อมูลดังกล่าวเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อประกอบการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 ในการประชุมครั้งต่อไป
กอ. ครั้งที่ 47 - วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2550

มติคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ครั้งที่ 3/2550 (ครั้งที่ 47)
วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา 11.00 น.
ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล
1. รายงานความคืบหน้าโครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงาน "โดยวิธีประกวดราคา"
2. แนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายพลังงานในการสนับสนุนการลงทุนโครงการพัฒนาระบบการขนส่งเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์
4. ขอความเห็นชอบปรับรายละเอียดโครงการที่คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติไว้แล้ว
ปลัดกระทรวงพลังงาน (นายพรชัย รุจิประภา) กรรมการ เป็นประธานในที่ประชุม
รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (นายอดุลย์ ฉายอรุณ) แทนผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ
เรื่องที่ 1 รายงานความคืบหน้าโครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงาน "โดยวิธีประกวดราคา"
1. ฝ่ายเลขานุการฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า คณะกรรมการกองทุนฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2550 ได้อนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้ สนพ. ในวงเงินรวม 1,137,500,000 บาท สำหรับใช้ตามแผน "โครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงานโดยวิธีประกวดราคา" ที่จะจูงใจผู้ประกอบการให้ตัดสินใจลงทุนดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกิจการได้เร็วขึ้น โดยใช้เงินจากกองทุนฯ สนับสนุนอัตราต่อหน่วยพลังงานที่ประหยัดได้ ด้วยการเชิญชวนผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอวิธีการที่จะปรับปรุงการใช้พลังงาน และเสนอขอรับเงินสนับสนุนต่อค่าพลังงานที่ประหยัดได้ ตามอัตราที่ต้องการและไม่เกินวงเงินที่ สนพ. กำหนด โดยโครงการดังกล่าว มีความคืบหน้าในการดำเนินงาน ดังนี้
1.1 สนพ. ได้จัดตั้งคณะทำงานโครงการฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงานทั้งด้านไฟฟ้าและความร้อน มีบทบาทหน้าที่ในการกำกับ ดูแล ให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน รวมถึงให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเอกสารเชิญชวน การกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินเพื่อคัดเลือกข้อเสนอ ตลอดจนประเมินและคัดเลือกข้อเสนอ พร้อมทั้งติดตามผล
1.2 สนพ. ได้จัดทำร่างเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ "โครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงาน โดยวิธีประกวดราคา" ในส่วนงานที่ 1 คือประกาศเชิญชวนผู้ใช้พลังงาน (end use) ผู้ประกอบการเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เรียบร้อยแล้ว และ สนพ. ได้จัดสัมมนาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2550 แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบกิจการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ESCO เจ้าของอุปกรณ์ ที่ปรึกษาด้านพลังงาน โดยที่ประชุมเห็นว่าแนวทางของโครงการฯ มีความชัดเจนดีและมีลักษณะจูงใจ พร้อมทั้งมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับโครงการหลายประเด็น ซึ่ง สนพ. ได้นำคำแนะนำดังกล่าวมาปรับปรุงในเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอโครงการฯ เรียบร้อยแล้ว
1.3 สนพ. ได้เสนอร่างเอกสารเชิญชวน "โครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงาน โดยวิธีประกวดราคา" ในส่วนเชิญชวนผู้ใช้พลังงาน (end use) ผู้ประกอบการเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ให้คณะทำงานโครงการฯ พิจารณา แล้ว เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2550 โดยที่ประชุมได้สอบถามถึงประเด็นเงินสนับสนุนที่ได้รับจากกองทุนฯ กับการคำนวณภาษี ซึ่ง สนพ. ชี้แจงว่าจะเพิ่มข้อความดังกล่าวในประกาศเชิญชวนฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบว่า เงินสนับสนุนต่อหน่วยค่าพลังงานที่จะลดการใช้ลงตามที่กำหนดอัตราสูงสุดไว้ 1.00 บาท/kWh สำหรับพลังงานไฟฟ้า และ 75 บาท/MMBTU สำหรับพลังงานความร้อนที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวและก๊าซ และ 15 บาท/MMBTU สำหรับพลังงานความร้อนที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง นั้นได้รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านภาษีต่างๆ ด้วยแล้ว คณะทำงานโครงการฯ จึงได้มีมติเห็นชอบ เอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ "โครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงาน โดยวิธีประกวดราคา" ตามที่ สนพ. เสนอ และเห็นชอบให้ดำเนินการตามแผนงานประกาศเชิญชวนต่อไป
2. การดำเนินงานในช่วงต่อไป : เมื่อครบกำหนดยื่นให้ สนพ. ในวันที่ 17 ธันวาคม 2550 สนพ. จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อเสนอแล้วเสร็จเสนอคณะทำงานโครงการฯ พิจารณาตัดสินคัดเลือกผู้ได้รับจัดสรรรอบที่ 1 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2551 และจักรายงานคณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการกองทุนฯ ได้ทราบผลต่อไป โดยมีตารางแสดงขั้นตอนและกำหนดเวลาโครงการฯ รอบที่ 1 ดังนี้

มติที่ประชุม
รับทราบความคืบหน้าของการดำเนินงาน "โครงการส่งเสริมการจัดการด้านการใช้พลังงานโดยวิธีประกวดราคา" ตามที่ สนพ. เสนอ
1. ฝ่ายเลขานุการฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า กพช. ในการประชุมครั้งที่ 6/2550 (ครั้งที่ 115) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2550 ได้พิจารณาเรื่องแนวทางในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแล้ว ที่ประชุมได้มีมติในเรื่องดังกล่าว ดังนี้
1.1 เห็นชอบให้ปรับโอนอัตราเงิน "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" ให้แก่ "กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" ดังนี้
| โอนให้กองทุนอนุรักษ์พลังงาน | เพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมัน | ||
| สำหรับแผนงานปกติ | สำหรับโครงการขนส่งฯ | ||
| 1) เบนซิน 95 | 0.1800 | 0.5000 | 0.5000 |
| 2) เบนซิน 91 | 0.1800 | 0.5000 | 0.5000 |
| 3) แก๊สโซฮอล์ 95 | 0.1870 | 0 - 0.5000 | 0.5000 |
| 4) แก๊สโซฮอล์ 91 | 0.1870 | 0 - 0.5000 | 0.5000 |
| 5) ดีเซลหมุนเร็ว | 0.1800 | 0.5000 | 0.5000 |
| 6) ไบโอดีเซล บี 5 | 0.1835 | 0 - 0.5000 | 0.5000 |
- โดยในระยะแรกให้โอนอัตรากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ไปยังกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโครงการพัฒนาระบบขนส่งในระดับ 0 บาท/ลิตร และมอบอำนาจให้ประธาน กพช. เป็นผู้พิจารณาปรับเพิ่มการโอนอัตรากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ในอนาคตสูงขึ้นได้ถึง 0.50 บาท/ลิตร ตามภาวการณ์ที่เห็นว่าเหมาะสม
- ทั้งนี้ ให้ปรับเพิ่มการโอนอัตรากองทุนน้ำมันฯ ไปยังกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโครงการพัฒนาระบบขนส่งเป็น 0.70 บาท/ลิตร เมื่อกองทุนน้ำมันฯ ได้สะสมเงินไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในภาวะฉุกเฉินและเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพียงพอแล้ว โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานรับไปพิจารณาปริมาณเงินกองทุนน้ำมันฯ ที่เหมาะสมต่อไป
1.2 มอบหมายให้ ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการออกประกาศ กพช. และนำเสนอ กบง. เพื่อพิจารณาปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ให้สอดคล้องกับมติ กพช. ตามข้อ 1.1 โดยให้กระทำในวันเดียวกัน ดังนี้
1.2.1 ประกาศ กพช. เพื่อกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และไบโอดีเซล บี 5 เป็น 0.75, 0.25, 0.75 และ 0.25 บาท/ลิตร ตามลำดับ
1.2.2 ประกาศ กบง. เพื่อปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันเบนซิน 95 เบนซิน 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และไบโอดีเซล บี 5
1.3 มอบหมายให้คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานรับไปจัดทำแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนในการสนับสนุนโครงการด้านระบบขนส่ง เพื่อเสนอ กพช. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
2. การดำเนินการตามมติ กพช.
ฝ่ายเลขานุการฯ ได้จัดทำร่างแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ และเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ได้มีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับรัฐมนตรี ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ได้เสนอคณะอนุกรรมการกองทุนฯ พิจารณา โดยได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับการปรับปรุงร่างแนวทางการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ในการสนับสนุนโครงการด้านระบบขนส่ง มีความชัดเจน ครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นมาก
3. แนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ในการสนับสนุนโครงการด้านระบบขนส่ง
เพื่อให้การจัดสรรเงินกองทุนฯ สำหรับโครงการพัฒนาระบบการขนส่งมีความชัดเจน จึงเสนอให้เพิ่มเป็นภารกิจพิเศษภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยกำหนดเป็นงานที่ 5) โครงการลงทุนพัฒนาระบบการขนส่ง และกำหนดแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ดังต่อไปนี้
3.1 แนวทางในการให้การสนับสนุน : เป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สำหรับการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการขนส่งเฉพาะที่ก่อให้เกิดผลลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ และประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนั้น เช่น การสร้างระบบขนส่งมวลชนในเมืองใหญ่ การพัฒนาระบบการขนส่งทางรถไฟ รวมถึงรถไฟรางคู่ และการพัฒนาระบบสนับสนุนการขนส่งสินค้า (Logistics) เช่น การปรับปรุงท่าเรือ และคลังสินค้า เป็นต้น
3.2 ผู้ที่จะได้รับการสนับสนุน : เป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ
3.3 ประเภทของค่าใช้จ่ายที่จะได้รับการสนับสนุน ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการ ในลักษณะเงินช่วยเหลือให้เปล่า และค่าใช้จ่ายในการลงทุน ในลักษณะเงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุน หรือเงินหมุนเวียน ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานก่อสร้างหรือติดตั้ง เครื่องจักร อุปกรณ์ ทั้งนี้ผู้ได้รับจัดสรรเงินกองทุนฯ จะคืนเงินช่วยเหลืออุดหนุนดังกล่าวให้กองทุนฯ ตามเงื่อนไขและภายในเวลาที่จะได้มีการตกลงกัน
3.4 แนวทางจัดทำข้อเสนอโครงการฯ : "เจ้าของโครงการ" จะต้องจัดทำข้อเสนอโครงการ โดยมีแผนงานและงบลงทุนเต็มโครงการฯ รายจ่ายทั้งแผนงาน และต้องจำแนกส่วนที่ดำเนินงานไปแล้ว กำลังดำเนินงาน และจะต้องระบุแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการดำเนินโครงการในแต่ละแหล่งให้ชัดเจน รวมทั้งจะต้องระบุ รายละเอียดความคุ้มค่าของการลงทุน ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจสังคม และผลตอบแทนด้านการเงิน รวมถึงผลตอบแทนด้านการลดใช้พลังงานของประเทศด้วย
3.5 เงื่อนไขในการพิจารณาโครงการ : ต้องเป็นโครงการที่จะได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนฯ ต้องผ่านการพิจารณาจากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คณะกรรมการกองทุนฯ และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของโครงการฯ ก็ให้ สศช. พิจารณาก่อน
3.6 วิธีการและขั้นตอนในการให้การสนับสนุน
ขั้นตอนที่ 1 "เจ้าของโครงการ" จัดทำข้อเสนอยื่นกับ สศช. และ กระทรวงการคลัง เพื่อขอความเห็นชอบในการดำเนินโครงการฯ และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมนี้กระทรวงการคลังอาจถามความเห็นจากคณะกรรมการกองทุนฯ ในส่วนของการจัดสรรเงินกองทุนฯ อุดหนุนโครงการดังกล่าวไปในคราวเดียว
ขั้นตอนที่ 2 โครงการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว สนพ. จะเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้เจ้าของโครงการฯ นั้น ตามจำนวนที่ได้รับแจ้งจากกระทรวงการคลัง
สำหรับโครงการที่คณะกรรมการกองทุนฯ ได้ให้ความเห็นชอบไปตามขั้นตอนที่ 1 แล้ว ไม่ต้องเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาอีก
ขั้นตอนที่ 3 สนพ. จะแจ้งมติให้ "เจ้าของโครงการ" ทราบและลงนามในหนังสือยืนยัน โดยการเบิกจ่ายเงินงวดแรกให้ "เจ้าของโครงการ" เป็นไปตามที่ระบุไว้ในหนังสือยืนยัน
ขั้นตอนที่ 4 "เจ้าของโครงการ" ดำเนินโครงการตามแผนงาน และรายงานผลการให้ สนพ. ทราบทุกระยะ
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อต้องมีการจ่ายเงินตามงวดในหนังสือยืนยัน สนพ. จะเบิกเงินจากที่เก็บรักษาเงินกองทุนฯ เพื่อนำมารอจ่ายให้แก่ "เจ้าของโครงการ" ในการจ่ายเงินนี้ สนพ. ต้องพิจารณาตรวจสอบให้ "เจ้าของโครงการ" ดำเนินการตามหนังสือยืนยันก่อนจึงจ่ายเงินได้
ขั้นตอนที่ 6 สนพ. รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการกองทุนฯ ทราบเป็นระยะๆ รวมถึงติดตามประเมินผลโครงการด้วย
3.7 หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินสนับสนุน : เนื่องจากรายรับของกองทุนฯ มาจากสัดส่วนการส่งเงินเข้ากองทุนฯ ของประชาชนในภูมิภาคต่างๆ จึงนำปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จำหน่ายไปของแต่ละจังหวัดคิดค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ปี 2547-ปัจจุบัน และจัดกลุ่มแบ่งออกเป็น 5 ภาค เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางกำหนดสัดส่วนการจัดสรรค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนในโครงการพัฒนาระบบการขนส่ง เป็น ร้อยละ 70 สำหรับกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และร้อยละ 30 สำหรับภาคอื่นๆ ทั้งนี้ การจัดสรรค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนในโครงการพัฒนาระบบการขนส่ง อาจมีวงเงินสูงกว่าสัดส่วนข้างต้น โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ
4. ฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
4.1 สนพ. ได้จัดทำประมาณการรับและรายจ่ายของกองทุนน้ำมันฯ ให้สอดคล้องตามมติ กพช. โดยไม่ได้โอนเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ จำนวน 3,000 ล้านบาท ไปเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยเริ่มโอนอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ให้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจัดเก็บแทน ในอัตรา 0.50 บาทต่อลิตร ในวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2550 จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ จะมีเงินสะสม 10,179 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน 2551 แต่ด้วย กบง. ในการประชุมเมื่อ 12 ตุลาคม 2550 มีมติให้กองทุนน้ำมันฯ โอนเงิน 3,500 ล้านบาท ฝากที่ ธกส. เพื่อเป็นทุนให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อใช้ในการผลิตไบโอดีเซล เงินกองทุนน้ำมันฯ จึงลดลงและจะสะสมได้ถึง 10,000 ล้านบาท ในปลายเดือนกันยายน 2551 การโอนอัตรากองทุนน้ำมันฯ ไปยังกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโครงการพัฒนาระบบขนส่งเป็น 0.70 บาท/ลิตร จึงเริ่มในวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2551 และฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันฯ เป็นดังนี้

4.2 จากแนวทางตามข้อ 4.1 ฐานะการเงินของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จะเป็นดังนี้

4.3 จากข้อ 4.2 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจะมีวงเงินสำหรับโครงการลงทุนพัฒนาระบบขนส่งขนาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2550 ถึงกันยายน 2555 รวมทั้งสิ้น 71,424 ล้านบาท ดังนี้
| ปี | 2550 | 2551 | 2552 | 2553 | 2554 | 2555 |
| รายได้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ล้านบาท) สำหรับโครงการลงทุนพัฒนาระบบขนส่ง | ||||||
| ประมาณการรายรับล่วงหน้า | ||||||
| - รายได้ 50 ส.ต. (เริ่ม 17 ธ.ค. 50) | 0 | 8,575 | 11,071 | 11,068 | 11,082 | 11,541 |
| - รายได้ 20 ส.ต. (เริ่ม 1 ต.ค. 51) | 0 | 0 | 4,428 | 4,427 | 4,433 | 4,617 |
| ประมาณการรับรับ (รายปี) | 0 | 8,757 | 15,499 | 15,495 | 15,515 | 16,158 |
| ประมาณการรายรับ (รวม 5ปี) 71,424 | ||||||
5. การปรับเป้าหมายแผนอนุรักษ์ฯ ในช่วงปี 2551-2554 : กพช. ในการประชุมเมื่อ 28 กันยายน 2550 มีข้อสังเกตว่าแผนอนุรักษ์พลังงานในช่วงปี 2551-2554 ที่ได้ปรับลดเป้าหมายการประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรม จาก 3,832 ktoe เป็น 2,581 ktoe เนื่องจากเห็นว่างานปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยังอยู่ในระหว่างการศึกษา คาดว่าเกิดผลลดการใช้พลังงานหลังปี 2554 นั้น ที่ประชุมเห็นว่าบางกลุ่มอุตสาหกรรมดำเนินการเสร็จไปแล้ว ซึ่งน่าจะมีผลต่อการลดการใช้พลังงานเกิดขึ้นบางส่วนแล้ว จึงให้ สนพ. พิจารณาเรื่องการปรับเป้าหมายแผนอนุรักษ์พลังงานอีกครั้ง
สนพ. ได้ศึกษาจากรายงานผลการศึกษาโครงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ที่ พพ. ได้ว่าจ้าง TDRI ดำเนินการศึกษาแล้ว พบว่าประมาณการผลการประหยัดพลังงาน 1,400 ktoe ที่คาดว่าจะได้รับจากการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าประหยัดพลังงานให้ได้ 5% ได้แก่ การผลิต/ประกอบรถประหยัดเชื้อเพลิง ประหยัด 26,000 ล้านบาท/ปี (1,300 ktoe) การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน (>เบอร์ 5) ประหยัด 3,000 ล้านบาท/ปี (150 ktoe) ลดส่วนแบ่งสาขาที่มีการใช้พลังงานสูงและเพิ่มส่วนแบ่งสาขาที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ลดสาขาโลหะลง เพิ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง/พลาสติก หรืออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ เป็นต้น ประหยัด 4,000 ล้านบาท (200 ktoe) ดังนั้น เป้าหมายแผนอนุรักษ์พลังงานในช่วงปี 2551-2554 ได้รวมผลการประหยัดพลังงานในเรื่องการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงไว้แล้ว ในการนี้ได้ปรับเพิ่มผลการประหยัดพลังงานที่ได้จากการผลิตรถประหยัดเชื้อเพลิง (ECO Car) 123 ktoe และการผลิตไฟฟ้าระบบ Cogeneration 576 ktoe สำหรับการลงทุนในโครงการพัฒนาระบบขนส่งขนาดใหญ่ จะเกิดผลการประหยัดพลังงานหลังปี 2554 จึงสรุปเป้าหมายของแผนอนุรักษ์พลังงานฯ เป็นดังนี้
| เป้าหมายแผนอนุรักษ์พลังงาน ณ ปี 2554 | |||
| กพช. 23 ธ.ค.47 | กพช. 26 ธ.ค.49 | ปรับปรุง พ.ย. 50 | |
| (ktoe) | (ktoe) | (ktoe) | |
| เป้าหมายรวม | 17,884 | 19,005 | 18,993 |
| แผนงานเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน | 10,354 | 7,694 | 7,787 |
| สาขาอุตสาหกรรม | 3,411 | 3,832 | 3,157 |
| สาขาขนส่ง | 6,270 | 3,290 | 3,413 |
| การจัดการด้านการใช้พลังงาน | 673 | 572 | 1,217 |
| แผนงานด้านพลังงานทดแทน | 7,530 | 11,311 | 11,206 |
| ส่งเสริม NGV | - | 4,348 | 4,518 |
| พลังงานหมุนเวียน* | 7,530 | 6,963 | 6,688 |
มติที่ประชุม
1. เห็นชอบแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโครงการลงทุนพัฒนาระบบการขนส่ง ตามที่ สนพ. เสนอ และให้ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาต่อไป
2. เห็นชอบให้ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ กพช. พิจารณาการเริ่มโอนอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ให้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจัดเก็บแทน ในอัตรา 0.50 บาทต่อลิตร ในวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2550 และปรับเพิ่มเป็น 0.70 บาท/ลิตร ในวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2551 เพื่อใช้สำหรับโครงการลงทุนพัฒนาระบบการขนส่ง โดยกองทุนน้ำมันฯ ไม่ต้องโอนเงินจำนวน 3,000 ล้านบาท ให้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อเพิ่มสภาพคล่องตามที่คณะกรรมการกองทุนฯ เคยมีมติไว้แล้ว
3. เห็นชอบกรอบวงเงินที่ขออนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ สำหรับแผนงานโครงการลงทุนพัฒนาระบบขนส่ง ในช่วงปี 2551-2555 วงเงินประมาณ 71,424 ล้านบาท และให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดสรรเงินดังกล่าวตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโครงการลงทุนพัฒนาระบบการขนส่ง
4. เห็นชอบเป้าหมายแผนอนุรักษ์พลังงานในช่วงปี 2551-2554 ที่ปรับปรุงตามข้อ 5 และให้เสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พิจารณาต่อไป
1. ฝ่ายเลขานุการฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมครั้งที่ 2/2550 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2550 ได้มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear Power Infrastructure Preparation Committee: NPIPC) โดยมี ดร. กอปร กฤตยากีรณ เป็นประธาน ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อจัดทำและเสนอแนะแผนงาน มาตรการ แนวทางในการดำเนินงานด้านการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากนิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้า รวมทั้งการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และนำไปสู่การยอมรับของประชาชน และคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ (NPIPC) ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 7 คณะ เพื่อช่วยเหลือคณะกรรมการในการศึกษาประเด็นหลัก (Key Issues) ประกอบด้วย
1) คณะอนุกรรมการด้านระบบกฎหมาย ระบบกำกับ และข้อผูกพันระหว่างประเทศ
2) คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์
3) คณะอนุกรรมการด้านการถ่ายทอด พัฒนาเทคโนโลยี และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
4) คณะอนุกรรมการความปลอดภัยนิวเคลียร์ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
5) คณะอนุกรรมการด้านสื่อสารสาธารณะและการยอมรับของประชาชน
6) คณะอนุกรรมการด้านการวางแผนด้านการเตรียมจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
7) คณะอนุกรรมการยกร่างแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์
2. คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ และคณะอนุกรรมการฯ ได้จัดทำร่างแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2550 และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) มาให้ความเห็นต่อร่างดังกล่าว พร้อมทั้งได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคฝ่าย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2550 และนำข้อคิดเห็นที่ได้รับมาปรับปรุงร่างแผนงานฯ ที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย 6 แผน ดังนี้
1) แผนงานด้านระบบกฎหมาย ระบบกำกับ และข้อผูกพันระหว่างประเทศ
2) แผนงานโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์
3) แผนการถ่ายทอดพัฒนาเทคโนโลยี และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
4) แผนด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
5) แผนการสื่อสารและการยอมรับของสาธารณะ
6) การวางแผนการดำเนินการโครงสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
3. คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ ได้เสนอร่างแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ต่อ กพช. ในการประชุมครั้งที่ 7/2550 (ครั้งที่ 116) เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2550 และที่ประชุมได้มีมติดังนี้
3.1 เห็นชอบในหลักการ แผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานฯ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ รับไปศึกษาในรายละเอียดเพื่อจัดทำแผนให้สมบูรณ์ และเสนอ กพช. ต่อไป
3.2 เห็นชอบให้มีการจัดตั้งสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เป็นหน่วยงานภายในกระทรวงพลังงาน
3.3 เห็นชอบในการดำเนินโครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจัดประชุมสัมมนาอย่างน้อย 8 ครั้ง ในระยะเวลา 6 เดือน
3.4 เห็นชอบแผนการดำเนินงานในช่วง 3 ปีแรก (พ.ศ. 2551 - 2553) โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ รับไปกำหนดแผนการดำเนินงานในรายละเอียดต่อไป
3.5 เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณในช่วง 3 ปีแรก (พ.ศ. 2551 - 2553) จำนวน 1,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดตั้งสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ การดำเนินงานแผนงานด้านกฎหมาย ระบบกำกับและข้อผูกพันระหว่างประเทศ แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ แผนงานด้านพัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แผนงานด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม แผนงานด้านสื่อสารสาธารณะและการยอมรับของประชาชน และแผนงานด้านการเตรียมการจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดยให้ตั้งงบประมาณรวมอยู่ในกระทรวงพลังงาน และให้กระทรวงพลังงานรับไปพิจารณาจัดหางบประมาณต่อไป
3.6 เห็นชอบให้การกำกับดูแลในระยะเริ่มแรกให้ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายฉบับไปพลางก่อน หลังจากนั้นมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รับไปยกร่างกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแล มาตรฐานและความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ โดยครอบคลุมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
4. ข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน
4.1 คณะอนุกรรมการยกร่างแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์ ได้มีการประชุมครั้งที่ 4/2550 (ครั้งที่ 4) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2550 เพื่อรับทราบมติของ กพช. และให้คณะอนุกรรมการทั้ง 6 ชุด จัดทำรายละเอียดแผนการดำเนินงานและแผนงบประมาณในช่วง 3 ปีแรก (พ.ศ. 2551-2553) ซึ่งคาดว่าจะใช้จ่ายเงินประมาณ 450 ล้านบาท/ปี หรือจำนวนรวม 1,350 ล้านบาท โดยจำแนกตามแผนงานในเบื้องต้นได้ดังนี้
(1) แผนงานด้านกฎหมาย ระบบกำกับและข้อผูกพันระหว่างประเทศ งบประมาณ 30 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(2) แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ งบประมาณ 10 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน
(3) แผนงานด้านพัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ งบประมาณ 65 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงศึกษาธิการ
(4) แผนงานด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม งบประมาณ 30 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
(5) แผนงานด้านสื่อสารสาธารณะและการยอมรับของประชาชน งบประมาณ 205 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงพลังงาน
(6) แผนงานด้านการเตรียมการจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ งบประมาณ 85 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(7) การจัดตั้งสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ (NPPDO) งบประมาณ 25 ล้านบาท/ปี หน่วยงานหลักคือ กระทรวงพลังงาน
4.2 เนื่องจากของบประมาณแผ่นดินไม่ทันและเพื่อให้การดำเนินงานตามแผนฯ มีความต่อเนื่องทันตามกำหนดเวลาที่ กพช. เห็นชอบไว้ กระทรวงพลังงานจึงเสนอขอใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ให้ สนพ. ไว้สำหรับจัดสรรเป็นเงินช่วยเหลืออุดหนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 250 ล้านบาท/ปี หรือจำนวนรวม 750 ล้านบาท โดยมีแนวทางและขั้นตอนการจัดสรรเงินกองทุนฯ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ จัดทำแผนการดำเนินงานในรายละเอียดของแต่ละโครงการและหน่วยงานที่รับผิดชอบพร้อมกำหนดแหล่งทุนที่จะใช้สำหรับโครงการนั้น
ขั้นตอนที่ 2 โครงการที่คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ กำหนดให้ใช้เงินจากกองทุนฯ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการฯ ยื่นข้อเสนอต่อ สนพ. เพื่อให้ความเห็นเสนอคณะอนุกรรมการกองทุนฯ
ขั้นตอนที่ 3 ข้อเสนอที่คณะอนุกรรมการกองทุนฯ เห็นชอบแล้ว สนพ. จะแจ้งมติให้เจ้าของโครงการทราบ และลงนามในหนังสือยืนยันหรือสัญญากับเจ้าของโครงการ การเบิกจ่ายเงินงวดแรกให้ "เจ้าของโครงการ" เป็นไปตามที่ระบุไว้ในหนังสือยืนยันหรือสัญญา
ขั้นตอนที่ 4 เจ้าของโครงการดำเนินการตามแผนงาน และรายงานผลให้ สนพ. ทราบทุกระยะ โดยมีคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมฯ รับรองรายงานแต่ละฉบับ
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อต้องมีการจ่ายเงินตามงวดในหนังสือยืนยัน สนพ. จะดำเนินการเบิกเงินจากที่เก็บรักษาเงินกองทุนฯ เพื่อนำมารอจ่ายให้แก่เจ้าของโครงการ โดย สนพ. ต้องตรวจสอบให้เจ้าของโครงการดำเนินการตามหนังสือยืนยันหรือสัญญาก่อนจึงจ่ายเงินได้
ขั้นตอนที่ 6 สนพ. รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการกองทุนฯ ทราบเป็นระยะๆ รวมถึงติดตามประเมินผลโครงการด้วย
มติที่ประชุม
เห็นชอบจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แผนพลังงานทดแทน งานศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคนิค ให้ สนพ. สำหรับดำเนินการตามแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในช่วง 3 ปีแรก (พ.ศ.2551 - 2553) จำนวน 250 ล้านบาท/ปี หรือจำนวนรวม 750 ล้านบาท โดยมีกรอบ แนวทาง และขั้นตอนการจัดสรรเงินกองทุนฯ ตามที่ สนพ.เสนอ โดยในปี 2552-2553 ให้จัดทำคำขอตั้งงบประมาณก่อน และขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากคณะกรรมการกองทุนฯ ในส่วนที่งบประมาณจัดสรรให้ไม่เพียงพอ
เรื่องที่ 4 ขอความเห็นชอบปรับรายละเอียดโครงการที่คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติไว้แล้ว
1. ฝ่ายเลขานุการฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่ามีหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไปแล้ว ได้ยื่นเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการไปจากที่คณะกรรมการกองทุนฯ ได้อนุมัติไว้ รวม 22 โครงการ ดังนี้
1.1 ขอขยายระยะเวลาดำเนินงาน รวม 12 โครงการ คือ
| โครงการ | หน่วยงาน | เดิม | ขยายถึง | |
| (1) | โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการอบแห้งกุนเชียง | ม.พระจอมเกล้าธนบุรี | กันยายน 2550 | ธันวาคม 2550 |
| (2) | โครงการบูรณาการงานด้านพลังงานกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด | สำนักงานพลังงานภูมิภาค 3 | พฤษภาคม 2550 | สิงหาคม 2550 |
| (3) | โครงการศึกษาดัชนีการใช้พลังงานสำหรับหน่วยงานราชการ | ม.เชียงใหม่ | กันยายน 2550 | ธันวาคม 2550 |
| (4) | โครงการออกแบบประตูบานเกล็ดเพื่ออนุรักษ์พลังงาน | ม.พระจอมเกล้าธนบุรี | ธันวาคม 2548 | ธันวาคม 2550 |
| (5) | โครงการกรุงเทพฯ ฟ้าใส ด้วยไบโอดีเซล | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | พฤศจิกายน 2550 | พฤศจิกายน 2551 |
| (6) | โครงการส่งเสริมการใช้ก๊าซชีวภาพจากระบบจัดการน้ำเสียโรงฆ่าสัตว์ | มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม | กันยายน 2550 | สิงหาคม 2552 |
| (7) | โครงการการส่งเสริมการผลิตการใช้ ไบโอดีเซลในระดับชุมชน (ทดสอบการใช้ไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์การเกษตรเอนกประสงค์) |
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | สิงหาคม 2550 | กุมภาพันธ์ 2551 |
| (8) | โครงการการศึกษาวิศวกรรมแบบบูรณาการเพื่อเพิ่มทักษะด้านการอนุรักษ์พลังงานสำหรับพนักงานปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม | ม.พระจอมเกล้าธนบุรี | เมษายน 2550 | ธันวาคม 2550 |
| (9) | โครงการอบรมบุคลากรเรื่องบูรณาการการเรียนการสอนด้านพลังงานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา | มูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย | กันยายน 2550 | มีนาคม 2551 |
| (10) | โครงการสนับสนุนทุนวิจัยแก่นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 3 ทุน | ม. พระจอมเกล้าธนบุรี | - | - |
| (11) | โครงการสนับสนุนทุนการศึกษาในประเทศ จำนวน 2 ทุน | ม.เชียงใหม่ | - | - |
| (12) | ขอขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินเกิน 3 เดือนนับจากวันสิ้นสุดเงื่อนไขแห่งสัญญา จำนวน 5 ราย | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | - | 3 เดือนนับจากวันที่ได้รับอนุมัติการขยายระยะเวลา |
1.2 ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ รวม 10 โครงการ คือ
| โครงการ | หน่วยงาน | ขอเปลี่ยนแปลง | |
| (1) | โครงการบูรณาการงานด้านพลังงานกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด | สำนักงานพลังงานภูมิภาค 9 | ขอนำเงินค่าบริหารโครงการ ไปจัดซื้อเครื่องมือตรวจวัดการใช้พลังงาน จำนวน 6 ชุด ราคาชุดละ 29,799.50 บาท รวมเป็นเงิน 178,797 บาท |
| (2) | โครงการการจัดการพลังงานพลังงานทั่วทั้งองค์กรสำหรับโรงแรมและการบริหารเปลี่ยนแปลง | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | ขอขยายระยะเวลาดำเนินงาน จากเดิมสิ้นสุดเดือนกันยายน 2550 เป็นเดือนพฤษภาคม 2551 และขอปรับรายละเอียดการรายงานความก้าวหน้าและการเบิกจ่ายเงิน |
| (3) | โครงการสนับสนุนทุนการศึกษาต่างประเทศ จำนวน 3 ทุน | - | ขอขยายระยะเวลาการศึกษาและเพิ่มวงเงินทุนการศึกษา จำนวน 2 หน่วยงาน และขอโอนการชดใช้ทุน จำนวน 1 หน่วยงาน * |
| (4) | โครงการสนับสนุนทุนอุดหนุนการ วิจัยแก่นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 4 หน่วยงาน | - | ขอเปลี่ยนแปลงคณะผู้วิจัย จำนวน 3 หน่วยงาน และขอสละสิทธิ์การรับทุนอุดหนุนการวิจัย จำนวน 1 หน่วยงาน |
| (5) | โครงการศึกษากำหนดคุณภาพและคุณสมบัติของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่เหมาะสมหลังปี 2550 | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | ขอขยายระยะเวลาดำเนินงาน จากเดิมสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2551 เป็นเดือนพฤษภาคม 2551 และปรับลดวงเงินจากเดิม 6,400,000 บาท เป็น 5,340,000 บาท |
| (6) | โครงการตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | ขอขยายระยะเวลาดำเนินงาน จากเดิมสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2550 เป็นเดือนพฤศจิกายน 2550 และปรับลดจำนวนรถยนต์ที่ใช้ทดสอบจาก 2 คัน เหลือ 1 คัน พร้อมปรับลดวงเงินจาก 11,762,000 บาท เหลือ 11,296,500 บาท |
| (7) | โครงการผลิตเมทานอลจากชีวมวลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเซลล์เชื้อเพลิง | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | ขอยกเลิกการดำเนินงานโครงการผลิต เมทานอลจากชีวมวลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเซลล์เชื้อเพลิง เพื่อเปลี่ยนไปดำเนินโครงการพัฒนาสาธิตการผลิตไฮโดรเจนจากขบวนการความร้อนเคมีระยะที่ 2 แทน ในวงเงิน 6,000,000 บาท |
| (8) | โครงการการส่งเสริมการผลิตการใช้ไบโอดีเซลในระดับชุมชน (ขนาด 2,000 ลิตรต่อวัน) | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | - ขอเปลี่ยนชุมชนต้นแบบการผลิตและใช้ไบโอดีเซล จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นศูนย์ทดลองวิชาการพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จังหวัดหนองคาย - ขอโอนเงินกองทุนฯ หมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ งานบริหารแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 4,733,500 บาท ไปก่อสร้างอาคารโรงคลุมระบบผลิตไบโอดีเซล ศูนย์ทดลองวิชาการฯ จ.หนองคาย |
| (9) | โครงการส่งเสริมการวิจัยเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการใช้พลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย | ขอขยายระยะเวลาโครงการฯ ออกไปจนถึงเดือนตุลาคม 2551 และขอปรับแผนการใช้จ่ายเงินของโครงการฯ ส่วนที่เหลืออยู่จำนวน 28.5 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษารายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติม |
| 10) | โครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก แควน้อย (อ.นครไทย จ.พิษณุโลก) | กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน | คณะกรรมการกองทุนฯ มีเงื่อนไขก่อนใช้เงินกองทุนฯ 64,780,000 บาท พพ. ต้องมีหนังสือจากกรมป่าไม้ เห็นชอบให้เข้าดำเนินการในพื้นที่ได้ แต่ พพ. จำเป็นต้องสำรวจแนวเขตพื้นที่ร่วมกับกรมป่าไม้ให้มีความชัดเจน จึงขอใช้เงินที่ได้รับอนุมัติไว้ จำนวน 3,307,800 บาท ก่อน เพื่อนำไปเป็นงบดำเนินงานบริหารโครงการ |
* หมายเหตุ
(1) สำนักงานศาลปกครอง ขอขยายเวลาการศึกษาให้แก่ นางสาวรัชดาพร นิ่มพงษ์ศักดิ์ ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2551 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2552 เพื่อปรับปรุงวิทยานิพนธ์ และขออนุมัติเพิ่มวงเงินทุนการศึกษา จำนวน 9,040 ปอนด์
(2) ม. อุบล ขอขยายเวลาการศึกษาให้แก่นางสาวบงกช สุขอนันต์ ออกไปอีก 10 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2551 ถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 เพื่อใช้เวลาในการเขียนวิทยานิพนธ์ และขออนุมัติเพิ่มวงเงินจำนวน 9,550 ปอนด์
(3) กรมควบคุมมลพิษ ขอให้นายสราวุธ เทพานนท์ โอนการชดใช้ทุนการศึกษา จากกรมควบคุมมลพิษ ไปปฏิบัติงานเป็นพนักงานของรัฐ ตำแหน่งอาจารย์ ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มติที่ประชุม
1. อนุมัติให้โครงการตามข้อ 1.1 (1)-(12) และข้อ 1.2 (1)-(6) และ (8)-(10) รวม 21 โครงการ ขยายระยะเวลาดำเนินงานและปรับรายละเอียดได้ตามที่เสนอมา
2. ไม่อนุมัติให้ พพ. นำเงินกองทุนฯ ที่จัดสรรมาใช้สำหรับ โครงการผลิตเมทานอลจากชีวมวลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเซลล์เชื้อเพลิง ไปใช้ดำเนินโครงการพัฒนาสาธิตการผลิตไฮโดรเจนจากขบวนการความร้อนเคมี ระยะที่ 2 และหาก พพ. มีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการพัฒนาสาธิตการผลิตไฮโดรเจนฯ ก็ควรจัดทำรายละเอียดเสนอขอจัดสรรเงินกองทุนฯ มาใช้ดำเนินการ








