โครงการประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ

 

ประหยัดครั้งนี้ เห็นผลยิ่งกว่าครั้งไหน โครงการสำหรับครอบครัวที่ชาญฉลาด ประหยัดไฟ ประหยัดเงิน แล้วยังได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าเป็นพิเศษอีก นอกจากนี้ยังถือเป็นการช่วยชาติประหยัดพลังงาน และเงินตราต่างประเทศ เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของบ้านเราอย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

สำหรับที่มาของโครงการ "ประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ" เกิดจากนโยบายของรัฐที่มุ่งให้ประชาชนของชาติเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงาน และกระตุ้นให้ปฏิบัติอย่างจริงจัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึงร่วมมือกันสร้างแรงจูงใจด้วยการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่ทุกครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ สอดคล้องกับผลวิจัยโครงการประชาสัมพันธ์ "นี่สิ บ้านหาร2" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ความสำคัญกับการประหยัดไฟฟ้า และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายพลังงานในบ้านเพื่อช่วยตนเอง และครอบครัว จึงเชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของประชาชนไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากขึ้น นอกจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และติดเป็นนิสัยถาวรตลอดไป

โครงการประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ เป็นโครงการรณรงค์เพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้าโดยเน้นที่กลุ่มเป้าหมายภาคที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราบริโภคไฟฟ้าสูงถึง 22% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคที่อยู่อาศัยเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง และทันที ซึ่งจะวัดจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือนในแต่ละเดือน และสร้างแรงจูงใจด้วยการให้ส่วนลดการใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชน โดยครัวเรือนที่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าในครั้งนี้ได้แก่ ประเภท 1.1 ได้แก่ครัวเรือนที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยขนาดเล็ก ซึ่งมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน และประเภท 1.2 เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยขนาดใหญ่ ซึ่งมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วยต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท 12 ล้านราย แบ่งเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 11 ล้านราย และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 1 ล้านราย โดยหากครัวเรือนสามารถทำการประหยัดหน่วยไฟฟ้าลงได้ตั้งแต่ 10 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป จะได้รับรางวัลเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าอีก 20 เปอร์เซนต์ของหน่วยไฟฟ้าที่ประหยัดได้ในเดือนนั้น ทั้งนี้การคิดคำนวณและให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า จะระบุส่วนลดให้โดยอัตโนมัติ โดยครัวเรือนไม่ต้องทำการลงทะเบียนเพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด

ากทุกครัวเรือนช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้า ได้ร้อยละ 10 เท่ากับประเทศสามารถลดการใช้ไฟฟ้า 2,000 ล้านหน่วยต่อปี หรือคิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 4,000 ล้านบาท

ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม

กันยายน 2544 – เดือนสิงหาคม 2545

กิจกรรมประชาสัมพันธ์

การประชาสัมพันธ์ และรณรงค์ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ กลยุทธ์เชิงรุก และ กลยุทธ์เชิงรับ

1. กลยุทธ์เชิงรุก

2. กลยุทธ์เชิงรับ

ผลการรณรงค์

โครงการประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2544 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ผลปรากฏ ดังนี้

  กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน รวม
จำนวนครัวเรือนที่ได้รับส่วนลด
(ครัวเรือน)
2,253,303 3,467,617 5,866,558  
หน่วยไฟฟ้าที่ลดได้ (หน่วย) 96,893,102 179,579,117 321,253,860 597,726,075
จำนวนเงินที่ประหยัดได้ (บาท) 299,673,236 559,418,152 1,000,119,826 1,859,211,214
จำนวนเงินส่วนลด (บาท) 56,628,415 108,810,815 204,579,919 370,019,149

 ทีมรณรงค์แนะนำโครงการ

ทีมรณรงค์จะทำหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแนะนำโครงการ "ประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ" ให้แก่ประชาชนตามสถานที่ และงานเทศกาลต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 15 กันยายน - พฤศจิกายน 2544 เพื่อ กระตุ้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการประหยัดไฟฟ้า และเข้าร่วมโครงการกับเรา ทีมรณรงค์มีอยู่ 2 ทีม ทีมละ 6 คน มีหัวหน้านำทีมไปเผยแพร่สื่อต่างๆ เช่น คู่มือ "ประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ", โปสเตอร์ และยังจัดให้มีนิทรรศการประหยัดไฟเคลื่อนที่ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้ ทีมรณรงค์จัดเตรียมเกมสนุกๆ พร้อมของรางวัลต่างๆ ให้แก่ประชาชนที่สนใจด้วย อาทิ เสื้อยืด หมวก เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนสนใจมากขึ้น ในงานเทศกาลท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ สถานที่สาธารณะในกรุงเทพมหานคร หน่วยงานของรัฐ / เอกชนไม่น้อยกว่า และโรงเรียนในเขต กทม. และปริมณฑล

ทีมคาราวานประหยัดไฟ ทีมคาราวาน ไกลแค่ไหน เราไปถึง

ทีมคาราวานจะลงพื้นที่เพื่อแนะนำเรื่องการประหยัดไฟฟ้า โดยจะไปเยี่ยมตามครัวเรือนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ มีสมาชิก 6 คน พร้อมกับรถคาราวาน 1 คัน แจกคู่มือ "ประหยัดไฟ" และสติกเกอร์ พร้อมสาธิต วิธีการประหยัด การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยใช้วัตต์มิเตอร์ เพื่อให้เห็นผลพิสูจน์กันจริงๆ ทีมคาราวานจะออกเยี่ยมเยือนครัวเรือนต่างๆ รวมทั้งสิ้น 3,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ

ศูนย์อำนวยการ "โครงการประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ"

จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลโครงการ "ประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ" สำหรับประชาชน ผู้ต้องการสอบถามรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับโครงการแบ่งการบริการออกเป็น 2 แบบ คือ บริการข้อมูลโดยตรง และบริการข้อมูลทางโทรศัพท์ เบอร์ที่ใช้ติดต่อเป็นเบอร์เดียวกับ สายด่วนหาร 2 คือ 0-2612-1040 โดยได้มีการเพิ่มคู่สายโทรศัพท์อีก 8 คู่สาย เพื่อรองรับจำนวนโทรเข้าที่จะเพิ่มมากขึ้น

หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อศูนย์อำนวยการได้ ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 - 22.00 น. และเสาร์ -อาทิตย์ เวลา 9.00 - 19.00 น.

นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ รองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นายศิริ ตัณฑวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพลังงานไฟฟ้า กฟน. และนายนิเวศ บุญวิทยา รองผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษา กฟภ. ร่วมเปิดตัว “โครงการประหยัดไฟกำไร 2 ต่อ” ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2544

นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ รองนายกรัฐมนตรี นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นายชลิต เรืองวิเศษ ผู้ว่าการ กฟน. และนายวิบูลย์ คูหิรัญ ผู้ว่า กฟภ. ร่วมปล่อยขบวนรถรณรงค์ “โครงการประหยัดไฟกำไร 2 ต่อ” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544 ณ ทำเนียบรัฐบาล

 

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นายศิริชัย สายะศิลปี ผู้ช่วยฝ่ายบริหารองค์กร กฟน. และนายภัสสร เวียงเกตุ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจและงบประมาณ กฟภ. ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการโครงการประหยัดไฟกำไร 2 ต่อ เพื่อให้บริการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในบ้าน โทร. 02 612 1040

รวมพลังหาร 2 แจกฟรีคู่มือ “ประหยัดไฟกำไร 2 ต่อ” จำนวน 50,000 เล่ม ซึ่งมีเนื้อหากติกาการรับส่วนลดค่าไฟฟ้า และวิธีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดแบบง่าย ๆ ขอรับคู่มือ ณ สำนักงานการไฟฟ้านครหลวงเขตและสาขา หรือศูนย์ประชาสัมพันธ์หาร 2 สพช.

 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 54 ตุลาคม-ธันวาคม 2544