เกร็ดพลังงาน

รัฐมนตรีจาตุรนต์นำทีมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 19
ณ กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวาน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม

ประเทศบรูไน ดารุสซาลามได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 19 (The Nineteenth ASEAN Ministers on Energy Meeting - 19th AMEM) ขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ณ กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม โดยก่อนหน้าการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานจะเริ่มขึ้น ได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน (Senior Officials Meeting on Energy of the Nineteenth ASEAN Ministers on Energy Meeting – SOME of the 19th AMEM) และการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน กับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 (The Second SOME-METI Consultations) ในระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม – 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2544

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลด้านนโยบายพลังงานของประเทศ และในฐานะรัฐมนตรีพลังงานของประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยนำผู้แทนไทยอันประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์) ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน อธิบดีกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน (นางสิริพร ไศละสูต) พร้อมด้วยผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เดินทางไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 19 ณ กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวาน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2544 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ที่ประชุมรัฐมนตรีได้พิจารณาผลการศึกษาการจัดทำแผนแม่บทการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grids: APG) ของคณะทำงานเพื่อศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Interconnection Master Plan Study working Group: AIMS-WG) ซึ่งมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นประธานคณะทำงานร่วมกับผู้แทนจากคณะผู้ว่าการการไฟฟ้าอาเซียน (Heads of Power Utilities/ Authorities: HAPUA) ของประเทศสมาชิกอื่น โดยที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าของการจัดทำแผนแม่บทที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่ารายงานฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จในราวเดือนกรกฎาคม 2545 เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานในการประชุมครั้งหน้า ณ ประเทศอินโดนีเซีย

ในการนี้รัฐมนตรียังได้พิจารณาผลการศึกษาการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน (Trans-ASEAN Gas Pipeline: TAGP) ซึ่งจัดทำโดยคณะทำงาน TAGP Task Force ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนมีทั้งสิ้นประมาณ 326 TCF โดยประเทศอินโดนีเซียมีปริมาณสูงสุดคือ 166 TCF และประเทศไทยจะเริ่มมีความต้องการนำเข้าก๊าซตั้งแต่ปี 2012 (หากไม่นับรวมการจัดหาก๊าซจาก พม่า และ JDA ที่ได้ทำสัญญาไว้ล่วงหน้าแล้ว) และในปี 2020 ต้องนำเข้าสูงถึง 2,879 ล้าน ลบ.ฟ. ต่อวัน นอกจากนี้ผลการศึกษาทางเทคนิคพบว่ามีแนวทางการเชื่อมต่อท่อเพื่อขนส่งก๊าซระหว่างประเทศภายในภูมิภาคทั้งหมด 7 แนวทาง รวมเป็นระยะทางประมาณ 4,500 กม. คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 7 ล้านล้าน เหรียญสหรัฐฯ

นอกจากนี้ เพื่อให้การจัดทำแผนการดำเนินงานเป็นไปอย่างผสมผสาน (Synergistic Planning) ระหว่างการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าอาเซียน และการเชื่อมโยงท่อก๊าซธรรมชาติอาเซียน ตามที่รัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานได้ให้แนวทางไว้ คณะทำงานทั้งสองคณะคือ AIMS-WG และ TAGP Task Force ได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อเดือน พฤษภาคม 2544 ณ ประเทศอินโดนีเซีย และร่วมกันหาข้อสรุปในประเด็นสำคัญ เพื่อให้โครงการทั้งสองดำเนินไปอย่างสอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ทั้งโครงการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าอาเซียน และการเชื่อมโยงท่อก๊าซธรรมชาติอาเซียน นับว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมากในด้านความมั่นคงในการจัดหาพลังงานในระยะยาวของประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ประเทศไทยจึงให้การสนับสนุนในโครงการนี้มาตลอดอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ประเทศไทยดำเนินมาตรการในเชิงรุกเพื่อจัดหาพลังงานให้พอเพียงต่อความต้องการในประเทศแล้ว ประเทศไทยยังประสบผลสำเร็จในการดำเนินมาตรการในเชิงรับคือการเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในการประกวดการประกวดการอนุรักษ์พลังงานดีเด่นของอาเซียน “ASEAN Energy Awards on Energy Efficiency Best Practices in Buildings” ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในปีนี้ศูนย์การค้าไมค์ ช้อบปิ้ง มอลล์ (Mike Shopping Mall) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทอาคารที่มีการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Retrofitted Building) ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของไทยที่มีผลงานด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นที่ประจักษ์ชัดในอาเซียน และนับเป็นปีที่สองที่ประเทศไทย ได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันโดยในปีที่แล้วตึกประหยัดพลังงานของบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (EGCO) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการประกวดครั้งแรก

นอกจากนี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) ยังได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งนี้ โดยท่านได้เน้นถึงความสำคัญในการพัฒนาพลังงานที่มุ่งเน้นในสามด้านหลักคือ ด้านความมั่นคงด้านพลังงาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในโอกาสนี้ได้ใช้ตัวอย่างนโยบายด้านพลังงานของประเทศไทยแสดงให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นว่าประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการดำเนินตามแนวทางการพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืน โดยการผสมผสานทั้งนโยบายเชิงรุกและรับ จนประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ในภูมิภาคนี้

ในโอกาสนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการแปรรูปกิจการพลังงานของประเทศอาเซียนซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนให้ความสนใจอย่างยิ่ง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ประเทศสิงคโปร์มีความก้าวหน้าที่สุดในการทำการปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าและก๊าซเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นเป็นตลาดแข่งขันเต็มที่ทั้งในระดับค้าส่งและค้าปลีกได้ในราวปลายปีนี้ โดยยกระดับการบริการสู่ระดับสากล และทำให้ราคาค่าไฟฟ้าต่ำลง รวมทั้งมีบริการอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้เริ่มการปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าขนานใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาการไร้ประสิทธิภาพของกิจการไฟฟ้า และปัญหาเงินทุนที่ต้องใช้จำนวนมหาศาล โดยการออกรัฐบัญญัติ หมายเลข 9136 เมื่อ 8 มิถุนายน 2544 เรื่อง การแปรรูปกิจการไฟฟ้า ค.ศ. 2001 ซึ่งกำหนดกรอบการปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าเสียใหม่ รวมทั้งการแปรรูปบริษัทไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของฟิลิปปินส์ในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ โดยใช้เวลาถึง 6 ปีในการออกกฎหมายฉบับนี้ได้สำเร็จ ส่วนประเทศกัมพูชาได้ออกกฎหมายกิจการไฟฟ้า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีการไฟฟ้ากัมพูชา เป็นหน่วยงานกำกับดูแลอิสระ ทำหน้าที่ออกใบอนุญาต และวางกฎระเบียบต่างๆ ในกิจการไฟฟ้า เพื่อชักจูงนักลงทุนให้เข้าไปลงทุนในกัมพูชา

ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซียและประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเสนอทางด้านกฎหมาย โดยประเทศอินโดนีเซียได้เสนอร่างกฎหมายปรับโครงสร้างกิจการน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สาขาพลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีความโปร่งใส และเพิ่มการแข่งขัน ส่วนการแปรรูปกิจการพลังงานของประเทศไทย ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม อันได้แก่ มีมติ ครม. เกี่ยวกับการแปรรูป ปตท. และอยู่ระหว่างการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. … ต่อรัฐบาลและรัฐสภาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดตั้งสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน เป็นองค์กรอิสระได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2546

อนึ่งในการประชุมร่วมระหว่าง เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน กับกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Economy Trade and Industry: METI) ผู้แทนประเทศญี่ปุ่นมีความเห็นว่า วิกฤตการณ์ไฟฟ้าในแคลิฟอร์เนีย เกิดจากการที่กฎเกณฑ์ในการขออนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าและวางสายส่งมีความเข้มงวดและมีขั้นตอนที่ล่าช้า ทำให้ไม่มีการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มาเป็นเวลานาน ประกอบกับตลาดกลางซื้อขายไฟฟ้าของแคลิฟอร์เนีย พยายามควบคุมราคาขายปลีกไฟฟ้า ขณะที่ราคาขายส่งเป็นไปตามกลไกตลาด ทำให้ตลาดซื้อขายไฟฟ้าบิดเบือนไป จึงเกิดปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่หากมีการแก้ไขกฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ก็จะสามารถดำเนินการต่อได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า ดังนั้นญี่ปุ่นจะดำเนินการจัดตั้งตลาดกลางซื้อขายไฟฟ้าต่อไป เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเลือกซื้อไฟฟ้า นอกจากนี้ในส่วนของผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ยังสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าได้โดยตรงจากผู้ผลิต โดยใช้สายส่งของระบบ อย่างไรก็ตามจากบทเรียนกรณีไฟฟ้าดับ เป็นบริเวณกว้าง ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจว่าจะดำเนินกิจการผลิตไฟฟ้าเอง โดยจะไม่ใช้กลไกการตลาดตัดสินแผนงานสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต

ในการนี้รัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมในครั้งนี้ โดยมีรายละเอียดของการแถลงข่าว ดังนี้

 

คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ
แถลงข่าวร่วม
การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 19
กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวาน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
5 กรกฎาคม 2544

1. การประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 19 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ณ กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวานประเทศบรูไน ดารุสซาลาม โดยก่อนหน้าการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน มีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน (SOME) และการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน กับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (SOME-METI) ครั้งที่ 2 ในระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2544

2. ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรธรรมชาติ ของบรูไน ดารุสซาลาม (ดาโต๊ะ อับดุล ระมาห์น ตาอิบ) ทำหน้าที่เป็นประธานรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และทรัพยากรธรณีอินโดนีเซีย (ดร. เปอร์โนโม ยุสเจียนโทโร) เป็นรองประธานรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน

ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในอาเซียน

3. รัฐมนตรีได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน ในประเด็นด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีให้ความสำคัญในการจัดทำและผสมผสานนโยบาย โดยให้มีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร และหารือกัน ระหว่างหน่วยงาน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ยังได้ร่วมหารือกันถึงการพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในเรื่อง ความมั่นคงด้านพลังงาน ราคาพลังงาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงาน การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4. รัฐมนตรีตระหนักว่าการสร้างความมั่นคง และต่อเนื่องในการจัดหาพลังงานในราคาที่เหมาะสม จะทำให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน ของแต่ละประเทศในภาคีอาเซียน และในภูมิภาคอาเซียน ในโอกาสนี้รัฐมนตรี เห็นชอบกับแนวคิดริเริ่ม ของประเทศสมาชิก ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

5. รัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็น ที่จะต้องเร่งส่งเสริมความร่วมมือ ในการปรับปรุงประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน ในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึง การพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียน ในด้านการประยุกต์ใช้ และในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยลดและบรรเทาปริมาณก๊าซเรือนกระจก รัฐมนตรียังได้กระตุ้นให้ประเทศสมาชิก สร้างวัฒนธรรมในการร่วมเป็นพันธมิตร การแข่งขัน และการประดิษฐ์คิดค้น และการพัฒนาวิธีในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต ในทั้งด้านประสิทธิภาพพลังงาน และด้านพลังงานทดแทนและพลังงานใหม่ ทั้งนี้รัฐมนตรียังได้เน้นย้ำการเปิดเสรีตลาดพลังงาน เพื่อให้สามารถหาซื้อพลังงานได้ ในราคาที่เหมาะสม และยังเป็นการดึงดูดเงินลงทุน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมต่อสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีตระหนักดี ถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานอาเซียน ซึ่งจะช่วยพัฒนาความมั่นคง ของแหล่งพลังงาน รวมทั้งด้านการค้าพลังงานในอาเซียน

6. รัฐมนตรีได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในเรื่องภาคบริการในสาขาพลังงาน ซึ่งกำลังเป็นประเด็น ที่มีการอภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง ในเวทีการประชุมระดับนานาชาติ ในการนี้รัฐมนตรีเห็นว่าประเทศสมาชิก ควรพิจารณาเรื่องนี้ในบริบทที่สอดคล้อง กับนโยบายพลังงาน และแผนงานพลังงาน ของแต่ละประเทศ

ความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการฮานอยด้านพลังงาน/แผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านพลังงาน พ.ศ. 2542-2547

7. รัฐมนตรีได้รับทราบความก้าวหน้า และความสำเร็จในด้านต่างๆ นับแต่การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งที่แล้ว ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ดังนี้

8. รัฐมนตรีแสดงความพอใจในการปฏิบัติงาน ของศูนย์พลังงานอาเซียน ที่ให้การสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ แก่เครือข่ายอาเซียนด้านพลังงานต่างๆ และหน่วยงานด้านพลังงานของอาเซียน รวมทั้งประสานความร่วมมือ กับองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ และกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน

9. เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านพลังงาน ภายใต้แผนปฏิบัติการฮานอย รัฐมนตรีเห็นชอบ ที่จะให้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน และเร่งส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงาน ในระดับเอกชน เพื่อเพิ่มบทบาทเอกชนในด้านการลงทุน ด้านการค้าและธุรกิจ นอกจากนั้นรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำความจำเป็น ในการจัดหาแหล่งสนับสนุนด้านเงินทุน ในโครงการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้า ในระดับทวิภาคี

10. รัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวคิดริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ซึ่งจะเชื่อมโยงและลดความแตกต่างในการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่

กิจกรรมของโอเปค

11. ดร. เพอร์โนโม ยุสเจียนโทโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีอินโดนีเซีย ได้สรุปให้ที่ประชุมทราบถึงกิจกรรม ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน

12. รัฐมนตรีมีความเห็นว่าเสถียรภาพทางด้านราคา และอุปทานของแหล่งพลังงาน ซึ่งรวมทั้งน้ำมันและเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ มีความสำคัญ ต่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศภาคีอาเซียน และต่อประชาคมโลกโดยรวม

แผนงานเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน-เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น

13. รัฐมนตรีรับทราบถึงความสำเร็จในการปฏิบัติตามแผนงานเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน - เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ปี 2543-2544 นอกจากนั้นยังได้แสดงความมั่นใจว่า ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียนในสาขาพลังงาน จะนำไปสู่การเพิ่มพูน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และความยั่งยืนด้านพลังงานในอนาคตสืบไป

14. รัฐมนตรีได้แสดงความมั่นใจว่า เครือข่ายต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานด้านพลังงานต่างๆ ของอาเซียน จะให้การสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรของญี่ปุ่น ในการดำเนินโครงการในสาขาพลังงาน ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ตามแผนงานเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน - เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ปี 2544-2545

15. รัฐมนตรีรับทราบถึงการนำเสนองานด้านพลังงานโดยตัวแทนของฝ่ายอาเซียนในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน - เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2544 ดังนี้

ประเทศกัมพูชา เรื่องสถานการณ์ด้านพลังงาน และนโยบายพลังงานล่าสุด
ประเทศอินโดนีเซีย การกำหนดราคาพลังงาน
ประเทศฟิลิปปินส์ พระราชบัญญัติการแปรรูปกิจการไฟฟ้าปี 2544
ประเทศมาเลเซีย นโยบายพลังงานมาเลเซียในแผนมาเลเซียฉบับที่ 8 ปี 2544-2549
ประเทศพม่า นโยบายและยุทธศาสตร์พลังงาน

ประเทศเวียดนาม

นโยบายด้านพลังงานและกิจการไฟฟ้าของเวียดนาม

รางวัลพลังงานอาเซียนปี 2544

16. รัฐมนตรีแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศพลังงานอาเซียนปี 2544 ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศ ประเภทอาคารใหม่ ที่มีการใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ คือ สำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มาเลเซีย และ กรมพัฒนาชุมชนเมือง สิงคโปร์ ตามลำดับ ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศ ประเภทอาคารที่ทำการปรับปรุงด้านการใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ศูนย์การค้า ไมค์ ช้อบปิ้งมอลล์ ประเทศไทย และ ห้องสมุดสุลต่าน ซานาไรห์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี มาเลเซีย ตามลำดับ ผู้ชนะเลิศประเภทอาคารที่ทำการปรับปรุงพิเศษ คือ บริษัทโบนาแฟคชิโอ ก๊าซฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ผู้ได้รับรางวัลเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งสิ้น 12 หน่วยงาน โดยมีคณะกรรมการด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้ทำการตัดสินเมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2544 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

การประชุมเวทีหารือภาคธุรกิจด้านพลังงานอาเซียน

17. รัฐมนตรีแสดงความชื่นชมต่อผลการจัดประชุมเวทีหารือ ภาคธุรกิจด้านพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 3 ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ภายใต้หัวข้อ “การเปิดโอกาสทางธุรกิจ” ส่วนการประชุมเวทีหารือ ภาคธุรกิจด้านพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 4 จะมีขึ้นที่ กรุงเทพ ในราวเดือนมีนาคม/เมษายน 2545 ภายใต้หัวข้อ “พลังงานเพื่อศตวรรษที่ 21 เวทีเพื่อการหารือด้านธุรกิจพลังงานอาเซียน” โดยจะเน้นในเรื่องบริษัทซึ่งให้บริการด้านพลังงาน

18. รัฐมนตรีเห็นชอบให้จัดประชุมเวทีหารือ ภาคธุรกิจด้านพลังงานอาเซียนในอนาคต ต่อเนื่องกับการประชุมประจำปีเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน และรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน เพื่อจะได้สามารถดึงดูดภาคเอกชนจำนวนมากทั้งจากภายในและภายนอกอาเซียนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

กิจกรรมของคณะมนตรีอาเซียนด้านปิโตรเลียม

19. รัฐมนตรีรับทราบการเข้าร่วมเป็นสมาชิก อย่างเป็นทางการของประเทศกัมพูชา และพม่า ในการประชุมคณะมนตรีอาเซียนด้านปิโตรเลียมครั้งที่ 26 ณ ประเทศสิงคโปร์ และได้รับทราบความก้าวหน้าของคณะมนตรีอาเซียนด้านปิโตรเลียม ในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือด้านการสำรวจ การผลิต การกลั่น การค้า การตลาด รวมทั้ง ด้านเทคโนโลยี และการให้บริการ

20. รัฐมนตรีเห็นชอบกับแผนแม่บท โครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน ซึ่งได้ระบุจุดเชื่อมโยงจำนวนเจ็ดจุด ที่เป็นไปได้ในอาเซียน โดยแผนแม่บทดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานอาเซียนในระยะยาว

21. รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบการจัดสัมมนา และนิทรรศการของคณะมนตรีอาเซียน ด้านปิโตรเลียมครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ “การรวมตัวเพื่อก้าวไปสู่อุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซภายใต้กฎระเบียบใหม่” ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2544

เวทีหารือประเทศผู้ส่งออกก๊าซ

22. รัฐมนตรีรับทราบการจัดตั้งเวทีหารือระหว่างประเทศใหม่ในด้านก๊าซ ซึ่งเรียกว่า เวทีหารือประเทศผู้ส่งออกก๊าซ โดยมีตัวแทนจากประเทศบรูไน ดารุสซาลาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เข้าร่วม และมีการประชุมในระดับรัฐมนตรีครั้งแรกไป เมื่อวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2544 ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เพื่อจัดตั้งเวทีหารือนี้อย่างเป็นทางการ

การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 20

23. การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งที่ 20 จะมีขึ้น ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนกรกฎาคม ปี 2545

24. การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งที่ 19 จัดขึ้นตามเจตนารมณ์ของอาเซียน เพื่อมิตรภาพ และเอกภาพของเหล่าภาคีอาเซียน

 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 52 เมษายน - มิถุนายน 2544