โครงการรุ่งอรุณ |
|
นอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้เล็งเห็นถึงมาตรการระยะยาวในการพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ มีจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมการใช้พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืนในการจัดหา การใช้และการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้พลังงาน
ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากร กองทุนฯ ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร สื่อการเรียนการสอน รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษาในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศครอบคลุมนักเรียน นิสิต และนักศึกษากว่า 200,000 คนทั่วประเทศ
ในระดับประถมและมัธยมศึกษา กองทุนฯ ให้การสนับสนุนโครงการรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และสถาบันสิ่งแวดล้อม ที่เน้นการใช้มาตรการการศึกษาแบบใหม่มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ครู นักเรียน และชุมชนให้หันมาอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เน้นการเรียนรู้ การบูรณาการและการมีส่วนร่วม ซึ่งไม่ใช่การเรียนรู้ในโรงเรียนเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้ครอบคลุมไปถึงชุมชน สังคมและสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว เพื่อให้เข้าใจถึงความเชื่อมโยง และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ โดยโครงการรุ่งอรุณ มีระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่มิถุนายน 2540 ถึงมกราคม 2544 มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 600 โรงเรียน ใน 30 จังหวัด ทั่วทุกภาคจากทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการและสังกัดเทศบาล โดยคัดเลือกจากโรงเรียนที่สนใจยื่นใบสมัคร และเป็นโรงเรียนที่มีคุณสมบัติ ตามที่โครงการกำหนด (เช่นมีผู้บริหารที่มีฉันทะในการทำกิจกรรม เป็นโรงเรียนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน มี กิจกรรมอนุรักษ์พลังงาน เป็นต้น)
โครงการรุ่งอรุณ ได้ดำเนินกิจกรรมหลายรูปแบบ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมและการบูรณาการ เพื่อให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ดังนี้
- การจัดตั้งศูนย์ประสานงานระดับจังหวัด
ทางโครงการได้สร้างรูปแบบสำนักงานประสานงาน โครงการรุ่งอรุณระดับจังหวัด จากทีมงานอาสาสมัคร ภาครัฐหลากหลายสังกัดใน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมทำงานกับ NGO และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิระดับนโยบายในท้องถิ่น
- การจัดการโรงเรียนทั้งระบบ
(Whole School Approach = WSA) โดยนำ Lifecycle Assessment = LCA เป็นเครื่องมือในการฝึกคิดก่อนตัดสินใจ เลือกซื้อ เลือกใช้ และเลือกปฏิบัติคำนึงถึงผลกระทบต่อพลังงาน และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ดังนี้
- การจัดทำธรรมนูญ โรงเรียน การจัดสภาพแวดล้อม เพื่อให้โรงเรียนใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อให้นักเรียนซึมซับจากการเรียนรู้ในวิถีชีวิตจริงที่อยู่ในรั้วโรงเรียน
- การบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอน การใช้หลักการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการใช้สื่อธรรมชาติ และสื่อในท้องถิ่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยการนำเรื่องพลังงาน ซึ่งเดิมบรรจุอยู่ในหลักสูตรเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ มาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริงโดยการให้ความรู้ผ่านสื่อ เอกสารสิ่ง ตีพิมพ์ชุดฝึกอบรม ฯลฯ ให้เข้าใจง่ายในเรื่องการบริโภคพลังงานทางตรงและทางอ้อม มีผลกระทบต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง และบรรจุลงในกรอบหลักสูตรใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ
- การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อมระหว่างโรงเรียนกับชุมชน (Learner Center) การสนับสนุนให้ นักเรียนร่วมกันจัดตั้งชมรม/ชุมนุม/กลุ่มสนใจ/ค่ายอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการรณรงค์ การประชาสัมพันธ์ต่างๆ เป็นต้น
- การพัฒนาโรงเรียนหลากหลายสังกัด
สามารถพัฒนาบุคลากรในลักษณะเรียนรู้ร่วมกัน อย่างเป็นกัลยาณมิตรในโรงเรียนทั้งภาครัฐ เอกชน ตชด. เทศบาล ฯลฯ โดยการคัดเลือกจากโรงเรียนที่อาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 600 โรงเรียน ใน 30 จังหวัด 5 ภูมิภาค จำนวนผู้บริหารและครูกว่า 25,000 คน จำนวนนักเรียนกว่า 200,000 คน ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมานอกจากนั้นยังได้คัดเลือกโรงเรียนแบบอย่าง จำนวน 60 โรง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานที่เป็นรูปธรรมในแต่ละจังหวัดๆ ละ 2 โรง
- การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
สามารถพัฒนาผู้นำชุมชนของโรงเรียนทั้ง 600 ชุมชน นอกจากนั้น ยังได้คัดเลือกชุมชนที่เข้มแข็ง จำนวน 120 ชุมชน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานที่เป็นรูปธรรมในระดับอุดมศึกษา กองทุนฯ ได้ให้การสนับสนุนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ รวม 11 แห่ง เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการอนุรักษ์พลังงาน จัดหาอุปกรณ์ครุภัณฑ์ จัดตั้งห้องทดลองและห้องปฏิบัติการต่างๆ ด้านพลังงาน
โดยในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ กองทุนฯ ได้ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยต่างๆ ดังนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครอบคลุมนักศึกษาทั้งปริญญาตรี โทและเอกกว่า 1,050 คน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาและกระตุ้นให้วงการสถาปัตย์ โดยเฉพาะสาขาการออกแบบหันมาสนใจ ในการออกแบบ ที่ประหยัดพลังงาน การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่างๆ โดยตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงาน แทนการเน้นรูปทรงสวยงามเพียงอย่างเดียว
กองทุนฯ ได้ตระหนักว่าหากนักศึกษาสถาปัตย์ ซึ่งจะไปประกอบอาชีพสถาปนิกในอนาคต ได้เรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงานในการออกแบบแล้ว จะช่วยกระตุ้นและส่งผลให้สถาปนิกประยุกต์ความรู้จากทฤษฎีต่างๆ ออกแบบอาคารบ้านเรือนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดปริมาณพลังงาน ที่ต้องใช้ในการปรับอากาศภายในอาคารบ้านเรือน โดยกองทุนฯ ได้ให้การสนับสนุนการเรียนการสอนในหลายๆ ด้าน พร้อมกันตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร การจัดหาอุปกรณ์ ครุภัณฑ์เพื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาบุคลากร เช่น อาจารย์และนักศึกษา นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังมีแผนที่จะให้สนับสุนนการจัดตั้งห้องทดลอง และห้องปฏิบัติการแก่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้มีการทำศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์พลังงาน ในสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์มากขึ้น เพื่อให้เกิดผลงานวิจัย ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการออกแบบการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ เพื่อช่วยให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานอย่าง ทั่วถึงในการก่อสร้าง
ส่วนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ กองทุนฯ ได้ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยต่างๆ ในระยะแรก 8 มหาวิทยาลัยประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ครอบคลุมนักศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั้งปริญญาตรี โท และเอก กว่า 1,000 คน/ปี โดยมี เป้าหมายหลักในการเพิ่มขีดความสามารถ และการกระตุ้นจิตสำนึกของนักศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในฐานะวิศวกร ในการจัดหาการใช้และการแก้ปัญหาพลังงานของประเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิศวกรเป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการผลิตและใช้พลังงาน ในฐานะผู้วิเคราะห์ออกแบบระบบต่างๆ เช่น ระบบต้นกำลัง ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน เป็นต้น ซึ่งในแต่ละกระบวนการผลิต และการใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆ มักก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
โครงการภายใต้การส่งเสริมการเรียนการสอน ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วยโครงการต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาหลักสูตรการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดสอนวิชาเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดหลักสูตรวิศวกรรมมหาบัณฑิตสาขาวิศวกรรมพลังงาน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดทำโครงการสร้างชุดประลองและ Software ประกอบการสอนการจัดการพลังงาน และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พัฒนาหลักสูตรพลังงานและสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เป็นวิชาบังคับประจำภาคการศึกษาที่ 2 สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล เป็นต้น
การสนับสนุนด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรที่กองทุนฯ ให้การสนับสนุนเป็นโครงการ ที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสมความรู้และปลูกฝังค่านิยม อย่างไรก็ตามผลที่จะได้รับจากการมีจิตสำนึก และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะเป็นผลในระยะเวลาที่ยั่งยืน เพื่อให้การใช้พลังงานของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะอาดและยั่งยืนตลอดไป
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 47 มกราคม-มีนาคม 2543