การกำหนดค่าตัวประกอบที่เหมาะสม
ของระบบไฟฟ้าไทย

 

คณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน ในการประชุมเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 ได้มีมติเห็นชอบการกำหนดค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายให้อยู่ในระดับ 0.875 ในปี 2545 และ 0.9 ในปี 2548 และกำหนดให้ค่าปรับอยู่ในอัตรา 5 บาท/kVar/ เดือน หากค่า P.F. ต่ำกว่าที่กำหนด ทั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า เนื่องจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การกำหนดค่า P.F. และการกำหนดบทปรับสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า


1. ความเป็นมา


1.1 คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2539 ได้มีมติเห็นชอบแนวทางในการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าขายปลีกและขายส่ง และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) ร่วมกับการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง รับไปจัดทำรายละเอียด และนำเสนอคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน อนุมัติและประกาศใช้ต่อไป สพช. ได้ดำเนินการตามติ ดังกล่าว โดยได้ร่วมกับ 3 การไฟฟ้า พิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า และข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างราคาขายส่ง เสนอต่อคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2539 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า โดยในส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างราคาขายส่ง ได้มอบหมายให้ สพช. และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง พิจารณาเรื่องการกำหนดค่าปรับ หรือโบนัสเกี่ยวกับค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor) เพื่อนำเสนอคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงานต่อไป

1.2 สพช. และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้ร่วมกันพิจารณาค่า Power Factor ที่เหมาะสมหลายครั้งโดยได้พิจารณาข้อเสนอ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา Swedpower ทำการศึกษาค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ที่เหมาะสมในระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า ซึ่งได้กำหนดให้ค่า Power Factor ที่เหมาะสมในด้านระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า จุดส่งมอบระหว่าง กฟผ./กฟน.และ กฟผ./กฟภ. ควรมีค่า Power Factor อยู่ระหว่าง 0.97-1.00 lagging เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพแต่การศึกษาของ Swedpower ยังไม่เป็นที่ยอมรับของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ในประเด็นสมมติฐานการศึกษา และวิธีการศึกษา ส่งผลให้ไม่สามารถนำผลการศึกษาของ Swedpower มากำหนดค่า Power Factor ที่เหมาะสมในการปฏิบัติ


2. การศึกษาค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าที่เหมาะสมของระบบไฟฟ้าไทย


สพช. ได้ดำเนินการว่าจ้างศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้านเทคโนโลยีไฟฟ้ากำลัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาเรื่อง ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าที่เหมาะสมของระบบไฟฟ้าไทย สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

2.1 ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ณ จุดซื้อขายไฟฟ้า

2.1.1 จุดซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. และ กฟน. ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าในแต่ละสถานีไฟฟ้า มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งค่า P.F. ส่วนใหญ่มีค่าสูงกว่า 0.85 แต่ไม่เกิน 0.90 ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง หลังจากนั้นจะมีค่าสูงขึ้นจนใกล้เคียง 1.0 ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าต่ำ โดยค่า P.F. ในแต่ละเดือนมีค่าใกล้เคียงกัน

2.1.2 จุดซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. และ กฟภ. ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าในแต่ละสถานีไฟฟ้า มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งค่า P.F. มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง 0.9-1.0 เป็นส่วนใหญ่แต่ ณ ระดับแรงดัน 22 kV และ 115 kV ในหลายสถานีไฟฟ้ายังมีค่าต่ำกว่า 0.85 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กำหนด โดยค่า P.F. ในแต่ละเดือนจะมีค่าใกล้เคียงกัน

2.2 ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า

2.2.1 ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการใช้พลังไฟฟ้าเกินกว่า 2,000 kW ส่วนใหญ่ที่ค่า P.F. สูงกว่า 0.85

2.2.2 ผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดกลางหรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการใช้พลังไฟฟ้าระหว่าง 30-2,000 kW ในเขต กฟน. ส่วนใหญ่ยังมีค่า P.F. ต่ำกว่า 0.85

2.2.3 ผู้ใช้ไฟฟ้ารายเล็ก ในปัจจุบันยังไม่มีการบันทึกค่า P.F. อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าโดยทั่วไปจะมีค่า P.F. ต่ำกว่าผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดกลาง

2.3 อัตราค่าปรับ P.F. ที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันเป็นดังนี้

2.3.1 กฟน. ได้มีการเรียกเก็บอัตราค่าปรับจากผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 30 kW ขึ้นไป ในอัตรา 15 บาท/kVAR/เดือน ในกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้ามีค่า P.F. ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดต่ำกว่า 0.85

2.3.2 กฟภ. มีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียนในการปรับปรุงค่า P.F. ให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ขั้นตอนการขอใช้ไฟฟ้า จึงเปรียบเสมือนว่า กฟภ. จะเป็นผู้ปรับปรุงค่า P.F. ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ดังนั้น จึงไม่มีการเรียกเก็บค่าปรับรายเดือนเพิ่มเติมอีก

สำหรับอัตราค่าปรับระหว่าง กฟผ. และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ยังไม่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน

2.4 ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าในต่างประเทศ (ทวีปเอเซีย ยุโรป อเมริกาใต้ และประเทศสหรัฐอเมริกา) ส่วนใหญ่ได้มีการกำหนดค่า P.F. ขั้นต่ำไว้ไม่ต่ำกว่า 0.90 และมีการกำหนดบทปรับในกรณีที่มีค่า P.F. ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยการคิดอัตราค่าปรับมีทั้งที่คิดในหน่วยเงินต่อ kVArh และ kVAr และไม่มีการให้โบนัสในกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้ามีค่า P.F. สูงเกินค่าที่กำหนด

2.5 ข้อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า

2.5.1 การกำหนดค่า P.F. สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการพลังไฟฟ้าตั้งแต่ 30 kW ขึ้นไป ในระดับ 0.85 และการกำหนดค่าปรับในอัตรา 15 บาท/kVar/เดือน ยังเหมาะสมกับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไป

2.5.2 ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าที่เหมาะสมระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายที่เหมาะสมในปี 2544 ควรมีค่าระหว่าง 0.875-0.925 และในปี 2548 ควรมีค่าระหว่าง 0.900-0.950 โดยให้มีการกำหนดบทปรับเมื่อมีค่า P.F. ต่ำกว่า 0.875 และ 0.90 lagging โดยไม่ควรกำหนดให้มีการให้โบนัส เนื่องจากหากระบบจำหน่ายไฟฟ้ามีการปรับปรุงค่า P.F. ให้สูงขึ้นอย่างเหมาะสม ผลประโยชน์ที่เกิดจาการลดลงของกำลังสูญเสียก็จะเกิดขึ้นแก่ระบบไฟฟ้าจำหน่ายเอง

2.5.3 เนื่องจากการดำเนินการปรับปรุงค่า P.F. ของ กฟน. จำเป็นต้องใช้เวลาในการส่งมอบและติดตั้งคาปาซิเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ดังนั้น จึงควรกำหนดระยะเวลาเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2545 เป็นต้นไป

2.5.4 ในการวัดค่า P.F. ระหว่างการไฟฟ้า ควรใช้วิธีการวัดแบบแยกจุด โดยในกรณีของ กฟน. ซึ่งมีวงจรสายป้อนเป็นลักษณะแบบวงรอบ (Loop) นั้น ควรทำการวัดค่า P.F. ณ ช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ณ จุดซื้อขายไฟฟ้าในแต่ละวัน แล้วนำค่าดังกล่าวมาเฉลี่ยในแต่ละรอบเดือนที่พิจารณา

2.5.5 ที่ปรึกษาเสนอให้มีการกำหนดค่า P.F. และการกำหนดบทปรับ ดังนี้

การกำหนดค่า P.F. และการกำหนดบทปรับ

ปี ผู้ใช้ไฟฟ้า
(ขายปลีก)
การไฟฟ้าฝ่าย
จำหน่าย (ขายส่ง)
2545 เกณฑ์ P.F.
อัตราค่าปรับ
(บาท/kVar/เดือน)
0.85*
15*
0.875
5
2548 เกณฑ์ P.F.
อัตราค่าปรับ
(บาท/kVar/เดือน)
0.85*
15*
0.9
5

* เป็นอัตราเดียวกับที่กำหนดในปัจจุบัน

2.5.6 ที่ปรึกษาฯ ได้เสนอแนวทางการปรับปรุงค่า P.F. ดังนี้

  1. ผู้ใช้ไฟรายเล็กส่วนใหญ่มีค่า P.F. ต่ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพหรือค่า P.F. ของอุปกรณ์ไฟฟ้าหลักภายในบ้าน หรือภายในสถานประกอบการขนาดกลางและเล็ก การปรับปรุงค่า P.F. ให้สูงขึ้น ควรดำเนินการโดยกำหนดมาตรฐาน P.F. ของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักต่างๆ และมีมาตรการส่งเสริมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
  2. การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการปรับปรุงค่า P.F. โดยติดตั้งคาปาซิเตอร์ (Capacitor) เพิ่มเติมในจุดที่เหมาะสม และควรมีการปรับเปลี่ยน หรือโยกย้ายตำแหน่งการติดตั้ง Capacitor ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
  3. สำหรับ กฟน. ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟขนาด 30kW ขึ้นไป จำนวนกว่า 9,000 รายมีค่า P.F. ต่ำกว่า 0.85 ควรมีการจูงใจให้ผู้ใช้ไฟฟ้าดังกล่าวปรับปรุงค่า P.F. โดยนำเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาช่วยเหลือ ในลักษณะเป็นเงินสมทบบางส่วนสำหรับติดตั้ง Capacitor ให้มีค่า P.F. เป็น 0.85

2.6 ผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและการไฟฟ้า

ผู้ใช้ไฟฟ้าจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากไมมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การกำหนดค่า P.F. และการกำหนดบทปรับสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะได้รับผลกระทบในเรื่องบทปรับค่า P.F. ทำให้การไฟฟ้าต้องทำการปรับค่า P.F. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะส่งผลให้กำลังสูญเสียในระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าลดลง ทำให้สามารถชะลอการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในระบบของการไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของการไฟฟ้าลดลงในที่สุด


3. มติคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน


คณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน ในการประชุมครั้งที่ 1/2542 (ครั้งที่ 27) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 ได้พิจารณาการกำหนดค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ที่เหมาะสมของระบบไฟฟ้าไทย และมีมติเห็นชอบข้อเสนอการกำหนดค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า และแนวทางในการปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า รายละเอียดตามข้อ 2.5 และมอบหมายให้ สพช. และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง หารือร่วมกับผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เพื่อกำหนดค่า Power Factor ที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ไฟรายใหญ่ต่อไป ทั้งนี้ การกำหนดค่า P.F. และการกำหนดบทปรับดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2545 เป็นต้นไป

 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 46 ตุลาคม-ธันวาคม 2542