CAR POOL |
|
ที่มาของโครงการ
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทำให้กรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองหลวงของไทย กลายเป็นมหานครแห่งหนึ่งของโลก ที่มีประชากรหลั่งไหลกันเข้ามาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ท่ามกลางความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับ ก่อให้เกิดความแออัดคับคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการคมนาคมขนส่ง ที่ประสบกับปัญหาถนนไม่เพียงพอรองรับปริมาณการสัญจรของประชาชน โดยตัวเลขจากการสำรวจของหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (สจร.) ยืนยันว่า พื้นที่ถนนในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน มีเพียงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้สอย ในขณะที่มาตรฐานเมืองใหญ่ๆ ควรมีพื้นที่ถนนถึงร้อยละ 20 ของพื้นที่ใช้สอย และหากมองถึงอัตราการเพิ่มของปริมาณรถยนต์กับพื้นที่ถนน ยิ่งพบว่าห่างไกลกันมาก โดยปริมาณรถยนต์ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2535 2540 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 เฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2540 กรมการขนส่งทางบก รายงานว่ามีรถยนต์จดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพมหานคร ถึงวันละ 1,100 คัน/วัน แต่ผิวการจราจรเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น ส่งผลให้ความเร็วรถยนต์เฉลี่ยในปี 2540 อยู่ที่ระดับ 18 19 กม./ชม. ซึ่งแม้จะสามารถตรึงให้อยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานเมืองใหญ่ๆ ของโลก ที่ควรมีความเร็วรถยนต์เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15 กม./ชม. แต่ก็ต้องใช้ความพยายาของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทรัพยากรจำนวนมากที่ต้องสูญเสียไป เพื่อตรึงสภาพการจราจร โดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 รัฐบาลประเมินว่า ต้องใช้เงินงบประมาณถึง 1,215 พันล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ และการสูญเสียเวลาทำงาน รวมเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 8 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งมลภาวะทางอากาศ มลภาวะทางเสียง ซึ่งในบริเวณสี่แยกที่มีปริมาณการจราจรคับคั่ง ปริมาณมลพิษทั้ง 2 สูงกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัยมาก ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอนามัย ปัญหาอุบัติเหตุ และเป็นสาเหตุของความเครียด รวมทั้งการแก่งแย่งเอารัดเอาเปรียบในสังคม
ปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาการจราจร ก็เนื่องจากการเจริญเติบโตของกรุงเทพมหานคร ที่มีลักษณะเป็นการขยายออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถิ่นที่อยู่อาศัยประมาณกันว่า ร้อยละ 70 ของที่อยู่อาศัยที่เกิดใหม่ อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเกินกว่า 20 กม. ทำให้รูปแบบการเดินทางของประชาชนมีลักษณะเป็นเช้าเข้าเมืองเพื่อประกอบธุรกิจการงานหรือศึกษา และเย็นออกนอกเมืองเพื่อกลับที่พักอาศัย ก่อให้เกิดปัญหาความต้องการใช้พื้นที่ถนนเกิดขึ้นพร้อมๆ กันไม่มีการกระจาย หรือแบ่งความต้องการใช้ถนนออกไปในช่วงเวลาอื่นของวัน นอกจากนี้ บริการของระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ทั่วถึง ขาดคุณภาพ และประสิทธิภาพยังทำให้ประชาชนเสื่อมถอยความนิยม โดยการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างปี 2515 2535 พบว่า ในปี 2515 ประชากรร้อยละ 53 เดินทางด้วยรถประจำทาง ในขณะที่อีก 20 ปี ต่อมาคือในปี 2535 มีประชาชนใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพียงร้อยละ 35 เท่านั้น ที่เหลือร้อยละ 65 ของประชากรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หันมาเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้าง และรถจักรยานยนต์ ซึ่งการเดินทางในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อสภาพการจราจรแล้ว ยังส่งผลกระทบถึงปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงด้วย โดยในปัจจุบัน ไทยต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นมูลค่าถึง 555 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 2 แสนล้านบาท/ปีทีเดียว และในจำนวนดังกล่าวนี้ น้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมูลค่าถึงวันละ 73.4 ล้านบาท หรือปีละ 26,791 ล้านบาท ต้องสูญเสียไปจากปัญหาการจราจร
และด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ สพช. จึงได้จัดให้มีโครงการบริหารกิจกรรม CAR POOL ขึ้น เพื่อลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล อันจะเป็นการลดปัญหาการจราจร ลดปัญหามลภาวะ และท้ายที่สุด จะสามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงได้
การรณรงค์เรื่อง CAR POOL นั้นได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบมาแล้ว ในหลายๆ สื่อ ซึ่งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จด้วยดี โดยจากการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่รู้จักโครงการ เข้าใจแนวความคิด แต่ในแง่ของการนำไปปฏิบัตินั้น มิใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสังคมเมือง ที่ยึดถือความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และความหวาดระแวง ไม่ไว้ใจใคร แต่อย่างไรก็ตาม สพช. ได้พยายามวางแผนงานที่มีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดกิจกรรม CAR POOL ขึ้นจริงๆ ในกรุงเทพมหานคร
ความหมายของ CAR POOL
CAR POOL หรือ คาร์พูล หมายถึงการใช้รถร่วมกัน คือ การร่วมโดยสารกันไปในเส้นทางเดียวกัน หรือเส้นทางใกล้เคียงกัน โดยสลับกันนำรถออกใช้งานแล้วโดยสารไปด้วยกัน
รูปแบบของ CAR POOL
- CAR POOL คนบ้านเดียวกัน หมายถึง บ้านเดียวกัน มีรถหลายคัน วางแผนใช้รถร่วมกันในการเดินทาง
- CAR POOL คนใกล้บ้าน หมายถึง บ้านใกล้กัน เดินทางไปทำงานในสถานที่ใกล้กัน ใช้รถร่วมกัน โดยผลัดวันกันขับรถไปทำงาน
- CAR POOL ส่งบุตรหลานไปโรงเรียน หมายถึง บ้านใกล้กัน หรือเป็นทางผ่าน ผู้ปกครองผลัดกันขับรถรับ-ส่งบุตรหลานไปโรงเรียน
- CAR POOL เพื่อนในที่ทำงาน หมายถึง พนักงานที่ทำงานในองค์กรเดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กัน หรือทางเดียวกัน ผลัดวันกันขับรถไปทำงาน หรืออาศัยเดินทางไปด้วยกันกับคนที่มีรถ
- CAR POOL รถสวัสดิการ รถโรงเรียน รถแท็กซี่ รถประจำทาง
- รถสวัสดิการรับ-ส่งพนักงาน นอกจากจะประหยัดน้ำมันแล้ว ยังทำให้พนักงานมาถึงที่ทำงานตรงเวลาอีกด้วย
- รถโรงเรียน สะดวก ปลอดภัย ไม่เสียเวลาในการไปรับ-ไปส่ง และลดปริมาณรถบนท้องถนน
- รถแท็กซี่เดินทางหลายๆ คน ในเส้นทางเดียวกัน สามารถแวะลงกลางทางได้ ประหยัดเงินและน้ำมัน
- รถประจำทาง ประหยัด และลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัว
- CAR POOL ขนส่งสินค้า สิ่งของ เอกสาร หมายถึง การใช้บริการ สถานีขนส่งสินค้า ในการรวม และกระจายสินค้า หรือใช้ Massenger Pool ในการส่ง เอกสารร่วมกันระหว่างหลายๆ องค์กร
ประโยชน์ของ CAR POOL
- ประหยัดน้ำมันได้มาก อย่างเช่นรถยนต์ 1500 CC 1 คัน ใช้น้ำมันประมาณ 1 ลิตร/ 12 กม. ถ้าคน 4 คน ขับรถคนละคันจากจุดเริ่มต้นเดียวกันไปสู่จุดหมายเดียวกัน ด้วยระยะทาง 24 กม. จะต้องใช้น้ำมันถึง 8 ลิตร แต่ถ้าคน 4 คนใช้รถร่วมกันเดินทางไปด้วยกัน จะใช้รถเพียงคันเดียว และใช้น้ำมัน 2.5 3 ลิตรเท่านั้น ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 5 ลิตร
- ยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เพราะเมื่อใช้รถน้อยลง ความสึกหรอที่จะเกิดกับรถก็น้อยลงด้วย
- เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมเดินทาง
- สร้างความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกในครอบครัว
- ลดความคับคั่งของรถบนท้องถนน ลดปัญหาการจราจร และปัญหาที่จอดรถ
- ลดการสูญเสียเงินตราเนื่องจากจะมีการน้ำรถยนต์ และน้ำมันน้อยลง
- การใช้รถยนต์น้อยลงจะช่วยลดมลพิษทางอากาศ และความเครียดในการเดินทาง
ปัจจัยในการจัดกิจกรรม CAR POOL
เพื่อให้การดำเนินกิจกรรม CAR POOL ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องสร้างให้เกิดแรงผลักดัน 2 ส่วนคือ
1. การสร้างแรงผลักดันจากภายในตัวบุคคล
- สร้างให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ
- สร้างให้เป็นค่านิยมพื้นฐานในสังคม
- ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับ
- สร้างแรงจูงใจในรูปแบบต่างๆ
2. การสร้างผลักดันจากภายนอก
- สร้างการบังคับทางอ้อมจากหน่วยงาน
- ออกมาตรการใหม่ๆ ที่เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ร่วมโครงการ
ปัจจัยในการคัดเลือกองค์กร
- การมีอยู่แล้วของกิจกรรม CAR POOL หรือกิจกรรมที่ใกล้เคียงกับ CAR POOL ในองค์กร
- ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
- ความขาดแคลนที่จอดรถ หรือที่จอดรถมีราคาแพง
- ปริมาณรถยนต์บนถนน และขีดจำกัดในการให้บริการของรถขนส่งมวลชน
- ระยะทางของผู้เดินทาง
- สภาพแวดล้อมของเมือง
- ขนาดของเมือง
- ความหนาแน่นของประชากร
- สภาพการจราจร
- สภาพอากาศ
- อัตราและแผนในการเดินทาง
- ตำแหน่งของที่อยู่อาศัย
- ความหนาแน่นของเมือง
- วัตถุประสงค์ในการเดินทาง
- ทางเลือกในการเดินทาง (เส้นทาง/ประเภทของพาหนะ)
- ข้อมูลประชากร
- อายุ
- ระดับการศึกษา
- เพศ
- ขนาดของครอบครัว
โดย สพช. ได้ใช้ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการพิจารณาคัดเลือกองค์กร เพื่อเข้าโครงการ CAR POOL ซึ่งในระยะแรกนี้ได้มีการคัดเลือกองค์กรขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ขนาดละ 2 องค์กร เพื่อศึกษารูปแบบของการดำเนินกิจกรรมที่เหมาะสม
ขั้นตอนการดำเนินโครงการ
- ติดต่อองค์กรเพื่อจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการ CAR POOL
- จัดสัปดาห์ CAR POOL เพื่อให้ข้อมูลกับพนักงาน
- จัดงาน CAR POOL DAY เพื่อเชิญชวน และรับสมัครผู้ร่วมโครงการ(กรอกแบบสอบถาม
- รวบรวมข้อมูลและประมวลผล เพื่อจัดกลุ่มการเดินทาง
- จัดตั้ง CAR POOL CLUB และแบ่งกลุ่มการเดินทาง
- จัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อนัดหมายเวลา และสถานที่
- เริ่ม CAR POOL
การเลือกรูปแบบ CAR POOL ที่เหมาะสมกับองค์กร
- การจัดกลุ่มพนักงานให้ใช้รถร่วมกัน โดยผลัดกันขับรถมาทำงาน
- การจัดรถสวัสดิการ
- การสนับสนุนพนักงานให้จัดบริการ VAN POOL โดยเก็บค่าบริการ
- การประสานงานกับ ขสมก. ในการจัดรถประจำทาง หรือรถตู้เพื่อรับส่งพนักงาน ณ สถานที่ และเวลาที่นัดหมาย
- การประสานงานกับผู้ประกอบการรถตู้ เพื่อรับส่งพนักงาน ณ สถานที่ และเวลาที่นัดหมาย
- การประสานให้เกิดการ CAR POOL ในกิจกรรมอื่นๆ เช่น การส่งเอกสาร การส่งสินค้า
องค์กรนำร่อง CAR POOL
- ศูนย์บริหารการผลิต
- บริษัท สหการประมูล จำกัด
- BOI
- บริษัท สยาม ยี เอส แบตเตอรี่ จำกัด
- กระทรวงสาธาณณสุข
- บงล.เกียรตินาคิน จก.(มหาชน)
นอกจากนี้ยังองค์กรแนวร่วมอีกหลายองค์กรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรมโรงงานอุตสาหกรรม ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ จก. เป็นต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อประสานงาน โดยในการดำเนินโครงการ CAR POOL นี้ ทาง สพช. ได้จัดตั้ง CAR POOL CENTER ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงาน และดำเนินงานการจัดกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ CAR POOL
CAR POOL CENTER
สำหรับหน่วยงาน หรือองค์กรที่สนใจโครงการ CAR POOL มีความประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรม หรือ ต้องการข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์อำนวยการ CAR POOL CENTER เลขที่ 573/57 ถ.ประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 โทรศัพท์ 559-0836 , 530-7317-8 โทรสาร 935-6213
ตารางแสดงสถิติความสำเร็จของกิจกรรม CAR POOL ในต่างประเทศ
* สมมติ อัตราเงินเฟ้อ = 5
Portland
OregonBoeing University of
MinnesotaPentagon Baltimore General Mill NOVA ประเภทขององค์กร เมือง นิคมอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย กระทรวง ชุมชน โรงงาน หลากหลายประเภท ประชากร 1 ล้านคน 52,000 คน 30,000 คน 25,000 คน 2,400 คน 1,800 คน 10,000 คน ผู้ร่วมโครงการ 22,000 คน 19,000 คน 1,364 คน 4,962 คน 30 คน 180 คน 2 % = 200
5% = 500
10% = 1,000จำนวนรถยนต์ ที่ลดลง 13,000 คัน NA NA NA NA NA 120 คัน (2%) ประหยัดพลังงาน 6 ล้านแกลลอน NA NA NA NA NA 216,000 ลิตร ประหยัดเงิน 40.6 ล้านบาท NA 138,434 บาท NA NA NA 2,160,000 บาท ความสำเร็จ % 2.2 36.5 4.5 19.8 1.25 10 2 ที่มา : Car Sharing and Car-Pooling : A Review by G.R. Green, Transport and Road Research Laboratory Supplementary Report 358, 1978
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 44 เมษายน-มิถุนายน 2542