การรับซื้อไฟฟ้า
โครงการน้ำเทิน 2 ใน สปป.ลาว

 

ตามที่รัฐบาลไทย และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ฉบับแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2536 เพื่อส่งเสริมและให้ความร่วมมือ ในการพัฒนาโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าใน สปป. ลาว เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทยจำนวน 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2543 และต่อมาได้มีการร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับที่สองเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2539 เพื่อขยายการรับซื้อไฟฟ้าให้ได้ 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2549 แล้วนั้น ในปัจจุบันโครงการที่มีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้วมีจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเทิน-หินบุน ขนาด 187 เมกะวัตต์ และโครงการห้วยเฮาะ ขนาด 126 เมกะวัตต์ สำหรับโครงการอื่นๆ ที่ทางฝ่ายลาวเสนอมาให้ฝ่ายไทยพิจารณา มีจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ โครงการลิกไนต์หงสา น้ำงึม 2 น้ำงึม 3 น้ำเทิน 2 เซเปียน-เซน้ำน้อย และโครงการเซคามาน 1 ทั้งนี้ ในจำนวนทั้ง 6 โครงการ รัฐบาล สปป. ลาว ได้เสนอขอให้ฝ่ายไทยพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการน้ำเทิน 2 ก่อนโครงการอื่นๆ เนื่องจากมีความพร้อมในด้านข้อมูล และธนาคารโลกได้ให้ความเห็นชอบกับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มผู้ลงทุนโครงการ และรัฐบาล สปป. ลาว พร้อมทั้งได้มีมติสนับสนุนการดำเนินการ โดยให้การค้ำประกันเงินกู้เพื่อจัดทำโครงการน้ำเทิน 2 แล้ว


1. ความเป็นมาในการเจรจารับซื้อไฟฟ้า


โครงการนี้คณะกรรมการประสานความร่วมมือพัฒนาไฟฟ้าใน สปป. ลาว (คปฟ-ล.) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เริ่มดำเนินการเจรจาอัตราค่าไฟฟ้า และหลักการเบื้องต้นในการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการน้ำเทิน 2 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2536 และต่อมามีการร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ และ Heads of Agreement (HOA) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2537 และมีนาคม 2538 ตามลำดับ ทั้งนี้ใน HOA ฉบับดังกล่าวได้ระบุให้คู่สัญญาดำเนินการจัดทำร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement : PPA) ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 ปี

หลังจากนั้น ในเดือนพฤษภาคม 2538 กฟผ. จึงได้เริ่มดำเนินการเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกลุ่มผู้ลงทุนโครงการน้ำเทิน 2 (Nam Theun 2 Electricity Consortium : NTEC) ซึ่งการดำเนินการเจรจาได้มีความคืบหน้ามาโดยลำดับ อย่างไรก็ดีในระหว่างที่กำลังเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอยู่นั้น ธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับโครงการฯ ได้ขอให้กลุ่มผู้ลงทุนโครงการน้ำเทิน 2 และรัฐบาล สปป.ลาว ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการเพิ่มเติม เมื่อ HOA ของโครงการหมดอายุลงเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2539 หลังจากที่มีการต่ออายุ HOA มาแล้วครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม 2539 กลุ่มผู้ลงทุนโครงการน้ำเทิน 2 ไม่ได้ขอต่ออายุ HOA ออกไปอีก มีผลทำให้การเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต้องหยุดลงชั่วคราว จนกว่าการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ จะแล้วเสร็จ

ต่อมาเมื่อปลายปี 2540 คณะกรรมการพลังงานและไฟฟ้าแห่ง สปป. ลาว และกลุ่มผู้ลงทุนโครงการน้ำเทิน 2 ได้แจ้งให้ กฟผ. ทราบว่ากระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคมชีวภาค และเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มผู้ลงทุนโครงการและรัฐบาล สปป. ลาวได้ผ่านความเห็นชอบจากธนาคารโลก พร้อมนี้ธนาคารโลกได้มีมติสนับสนุนการดำเนินการ โดยให้การค้ำประกันเงินกู้เพื่อจัดทำโครงการน้ำเทิน 2 แล้ว

ดังนั้นในเดือนมีนาคม 2541 คณะกรรมการพลังงานและไฟฟ้าแห่ง สปป. ลาว ได้เสนอขอเจรจาค่าไฟฟ้า และขอเจรจาเพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจของโครงการน้ำเทิน 2 อีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งเสนอให้บรรจุโครงการน้ำเทิน 2 อยู่ในโควต้าการรับซื้อไฟฟ้าจำนวน 3,000 เมกะวัตต์ตามบันทึกความเข้าใจฯ จาก สปป. ลาว ซึ่งต่อมา คปฟ-ล. ในการประชุมเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2541 ได้มีมติให้ กฟผ. ดำเนินการเจรจาค่าไฟฟ้า และบันทึกความเข้าใจกับกลุ่มผู้ลงทุนโครงการน้ำเทิน 2 ตามแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบจาก คปฟ-ล.


2. สาระสำคัญของโครงการ น้ำเทิน 2


2.1 ลักษณะที่ตั้งของโครงการ

โครงการน้ำเทิน 2 ตั้งอยู่ในแขวงคำม่วน บริเวณที่ราบสูงนากาย (Nakay Plateau) ห่างจากกรุงเวียง-จันทน์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 250 กิโลเมตร และห่างจากเมืองท่าแขกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 75 กิโลเมตร

2.2 อ่างเก็บน้ำ

อ่างเก็บน้ำของโครงการน้ำเทิน 2 มีพื้นที่รับน้ำประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่อ่างเก็บน้ำที่ระดับเก็บกักสูงสุด ณ ระดับ 538 เมตร รทก. ประมาณ 450 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ที่ราบสูงนากาย โดยจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยต่อปีประมาณ 7,380 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาณน้ำเก็บกักที่ระดับสูงสุด 538 เมตร รทก. ประมาณ 3,180 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ มีจำนวนครอบครัวที่ถูกน้ำท่วมต้องอพยพประมาณ 800 ครอบครัว

2.3 ตัวเขื่อน

ลักษณะของตัวเขื่อนเป็นประเภทเขื่อนคอนกรีตบดอัด (Roller Compacted Concrete : RCC) มีความสูง 44 เมตร และมีความยาวสันเขื่อน 315 เมตร

2.4 กำลังผลิตไฟฟ้าที่จะส่งมอบให้ กฟผ.

โครงการน้ำเทิน 2 จะผลิตกำลังไฟฟ้าที่จะส่งมอบให้ กฟผ. จำนวน 900 เมกะวัตต์ โดยมีพลังงานไฟฟ้าที่จะส่งมอบเฉลี่ยต่อปี 5,400 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง

2.5 ระบบส่ง

โครงการจะมีสายส่งขนาด 500 กิโลโวลท์ (kV) เชื่อมโยงจากโรงไฟฟ้าไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV ที่สะหวันนะเขต (ฝั่งลาว) และก่อสร้างสายส่งขนาด 500 kV จากสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่สะหวันนะเขต ข้ามแม่น้ำโขงมาฝั่งไทย และเชื่อมโยงกับระบบส่ง 500 kV ของ กฟผ. ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงร้อยเอ็ด 2

2.6 กลุ่มผู้ลงทุนโครงการ

กลุ่มผู้ลงทุนโครงการน้ำเทิน 2 ประกอบด้วย รัฐบาล สปป.ลาว ถือหุ้นร้อยละ 25 อีกร้อยละ 75 ถือหุ้นโดย Nam Theun 2 Electricity Consortium ซึ่งประกอบด้วย

- Electricite de France ร้อยละ 30
- Italian-Thai Development ร้อยละ 15
- Transfield ร้อยละ 10
- Jasmine International ร้อยละ 10
- Merrill Lynch Phatra Securitie ร้อยละ 10


3. สถานภาพปัจจุบันของโครงการ


จากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่ลดลงอย่างมาก กฟผ. จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในระยะยาว พ.ศ. 2542-2554 (PDP 99-01) ใหม่ โดยกำหนดให้ปรับเลื่อนโครงการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ปรับเลื่อนการรับซื้อไฟฟ้า ทั้งจากโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก และปรับเลื่อนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการใน สปป. ลาว ที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเดิมที่กำหนดไว้ใน บันทึกความเข้าใจภายในปี 2549 เป็นแบ่งการรับซื้อออกเป็น 2 ช่วง คือจะรับซื้อในเดือนธันวาคม 2549 จำนวน 1,600 เมกะวัตต์ และในเดือนมีนาคม 2551 อีกจำนวน 1,700 เมกะวัตต์

สำหรับโครงการ ที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จำนวน 6 โครงการ ที่คณะกรรมการพลังงานและไฟฟ้าแห่ง สปป. ลาว ได้เสนอมาให้ คปฟ-ล. พิจารณาแล้วมีจำนวน 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการลิกไนต์หงสา น้ำงึม 2 น้ำงึม 3 น้ำเทิน 2 เซเปียน-เซน้ำน้อย และเซคามาน 1 ทั้งนี้ คณะกรรมการพลังงานและไฟฟ้าแห่ง สปป. ลาว ได้เสนอขอให้ คปฟ-ล. พิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการน้ำเทิน 2 ก่อนโครงการอื่นๆ เนื่องจากมีความพร้อมในด้านข้อมูล และธนาคารโลกได้ให้ความเห็นชอบ กับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม พร้อมทั้งได้มีมติสนับสนุนการดำเนินการ โดยให้การค้ำประกันเงินกู้เพื่อจัดทำโครงการน้ำเทิน 2 แล้ว โดยทางกลุ่มผู้ลงทุนโครงการ คาดว่าจะส่งมอบไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. ได้ประมาณกลางปี 2548 ก่อนกำหนดการรับซื้อในเดือนธันวาคม 2549 ตามที่กำหนดไว้ในแผน PDP 99-01

ทั้งนี้ คปฟ-ล. ได้พิจารณาข้อเสนอของกลุ่มผู้ลงทุนโครงการแล้วโดยเห็นควรให้ กฟผ. รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการน้ำเทิน 2 ในช่วงก่อนกำหนดการรับซื้อในเชิงพาณิชย์ (เดือนธันวาคม 2549) ในราคา Non-Firm ซึ่งเป็นค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมของ กฟผ. อย่างไรก็ดี หากกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของ กฟผ. ในปี 2548 ต่ำกว่าร้อยละ 25 กฟผ. ก็จะรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการฯ ในปี 2548 ตามอัตราค่าไฟฟ้าที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า


4. สรุป


โครงการน้ำเทิน 2 ถือได้ว่าเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำโครงการแรก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งประเทศไทยจะรับซื้อจาก สปป. ลาว กล่าวคือ จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าที่จะส่งมอบสูงถึง 900 เมกะวัตต์ ความสำคัญของโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประเทศไทย สามารถจัดหาพลังงานไฟฟ้า ที่สะอาดปราศจากมลพิษ และปราศจากความเสี่ยง ในด้านราคาค่าเชื้อเพลิง ที่อาจจะเคลื่อนไหวสูงขึ้น ให้แก่ประเทศไทยได้อย่างเพียงพอ และในราคาที่เหมาะสมในอนาคตเท่านั้น โครงการนี้ยังมีผลอย่างมากต่อการสร้างรายได้เข้าประเทศ สปป. ลาว กล่าวคือ โครงการนี้จะสร้างรายได้รวม จากการขายพลังงานไฟฟ้าสูงถึงปีละประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท ซึ่งไม่เพียงจะมีส่วนต่อการแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า ซึ่ง สปป. ลาว กำลังประสบปัญหาอย่างมากในขณะนี้เท่านั้น แต่จะมีส่วนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ สปป. ลาว ในระยะยาวอีกด้วย

 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 44 เมษายน-มิถุนายน 2542