ไขข้อสงสัย
โดย ลุงหิ่งห้อย
อัตราค่าไฟฟ้าใหม่....เขาคิดกันอย่างไร?

 

ถ้ายังคงพอจำกันได้ ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนอธิบายให้ผู้อ่านทราบถึงวิธีการคิดค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย ในคอลัมน์ไขข้อสงสัย ซึ่งอยู่ในวารสารฉบับที่ 28 ประจำเดือนเมษายน-มิถุนายน 2538 โดยจะบอกถึงรายละเอียดในการคิดค่าไฟฟ้าตามโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเป็นลักษณะ Progressive Rate ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่ ธันวาคม 2534

แต่เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2539 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ การไฟฟ้า สพช. และสภาอุตสาหกรรม ในเรื่องของการทบทวนและปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงดังกล่าว คือ

  1. เพื่อให้ผู้ใช้ไฟสามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าที่ตนเองจ่ายได้ง่ายขึ้น โดยแยกค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายออกจากกันโดยชัดเจน
  2. การปรับปรุงอัตราดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟ กล่าวคือยังคงจ่ายค่าไฟเท่าเดิมเหมือนกับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเดิม
  3. เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าไฟฟ้า ทำให้สามารถวางแผนการผลิตและการตลาดได้ง่ายขึ้น

คงแปลกใจว่าการปรับปรุงวิธีการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าดังกล่าว จะก่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้อย่างไร ผมจึงอยากขออธิบายพอให้ทราบ ดังนี้

โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเดิมจะประกอบด้วย

  1. ค่าไฟฟ้าตามโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปกติ
  2. ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Automatic Adjustment Mechanism : Ft )

โดยปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงค่า Ft ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า มีดังนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันเตา น้ำมันดีเซลและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีผลทำให้ค่า Ft เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน
  2. การเปลี่ยนแปลงปริมาณการใช้พลังงาน เช่น หากมีการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ หรือจากลิกไนท์เพิ่มขึ้น หรือการผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตาลดลงจะมีผลทำให้ค่า Ft ลดลง
  3. การเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายทางด้านการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Mangement : DSM)

แต่โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่ปรับปรุงใหม่จะแตกต่างไปจากเดิม คือได้แยกภาระสุทธิภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออกจากค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy charge) และค่า Ft เพื่อให้เห็นค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งเดิมสูตรอัตราค่าไฟฟ้าเดิมจะมีค่าภาระสุทธิของ VAT อยู่เท่ากับ 7.32 สต./หน่วย

การปรับปรุงสูตรการคิดอัตราค่าไฟฟ้าใหม่นี้ ได้กำหนดให้ค่า Ft เป็นค่าคงที่แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงทุก 4 เดือน หรือ 6 เดือน หรือ 8 เดือน แล้วแต่สถานการณ์ขึ้นอยู่กับความผันผวนของปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อค่า Ft ซึ่งถ้าหากผันผวนมากก็อาจต้องกำหนดระยะการเปลี่ยนแปลงค่า Ft สั้นลง ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติจะมีการปรับปรุงหารือร่วมกันทุกเดือน.

อัตราค่าไฟฟ้าใหม่นี้ได้เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2539 โดยในช่วง 4 เดือนแรก (พ.ย.39-ก.พ.40) ได้กำหนดให้ค่า Ft มีค่า 18.28 สต./หน่วย ซึ่งเกิดจากค่า Ft เดิมเท่ากับ 25.60/หน่วย หักด้วยภาระสุทธิภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับ7.32 สต./หน่วย

การกำหนดเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิตการตลาดได้ง่ายขึ้นและชัดเจนขึ้น เพราะจะทราบต้นทุนในส่วนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือค่า Ft ได้ในล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อธุรกิจโดยส่วนรวมและไม่เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยเพราะยังคงจ่ายค่าไฟเท่าเดิม แต่สามารถพิจารณาดูค่าไฟฟ้าที่แท้จริง แยกจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายได้อย่างชัดเจน

- ตัวอย่าง ใบเสร็จค่าไฟฟ้าแบบเดิม -

จะเห็นได้ว่าการคิดค่าไฟฟ้าแบบเดิม มิได้แยกค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าให้เห็นชัดเจน ซึ่งค่าไฟฟ้าจะเท่ากับค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย 116.25 บาท หักด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม 7.61 บาท เป็น 108.64 บาท และค่า Ft ซึ่งเท่ากับ 3.56 สต./หน่วย จะมิใช่ค่าคงที่ จะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยที่มีผลกระทบตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

- ตัวอย่าง ใบเสร็จค่าไฟฟ้าแบบใหม่ -

จะเห็นได้ว่าการคิดค่าไฟแบบใหม่ ได้แยกค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าออกจากค่า VAT โดยชัดเจนโดยค่าไฟฟ้าเท่ากับ 765.19 บาท ค่า VAT เท่ากับ 53.56 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายเท่ากับ 818.75 บาท โดยค่า Ft ซึ่งเท่ากับ 18.28 สต./หน่วย เป็นค่าคงที่เฉลี่ย 4 เดือน (พ.ย. 39-ก.พ. 40)

 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 35 มกราคม-มีนาคม 2540