INTRODUCTION    

อัตราค่าไฟฟ้า ตามช่วงเวลา ของการใช้ หรือ ทีโอยู (Time of Use Rate - TOU) เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2540 โดยขณะนั้นกำหนดช่วง On Peak ตั้งแต่วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-22.00 น. และช่วง Off Peak ตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ เวลา 22.00-09.00 น. และวันอาทิตย์ทั้งวัน โดยกำหนดให้ อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู เป็นอัตราเลือก สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม แต่เป็นอัตราบังคับ สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่ 355,000 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป หรือใช้พลังไฟฟ้า เกินกว่า 2,000 กิโลวัตต์ขึ้นไป ปรากฏว่า ในช่วง 3 ปี (จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2543) มีผู้ใช้ไฟฟ้า ใช้อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู ทั้งสิ้น 562 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ที่สมัครใจ เลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2543 รัฐบาลได้ประกาศ โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ และได้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู ให้มีช่วง Off Peak มากขึ้น คือ เพิ่มวันเสาร์ และวันหยุดราชการ (ยกเว้นวันหยุดชดเชย) ทั้งวันด้วย และกำหนดให้เป็นอัตราเลือก สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม แต่เป็นอัตราบังคับ สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า กิจการเฉพาะอย่าง (กิจการโรงแรม) และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่ 250,000 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป หรือใช้พลังไฟฟ้าเกินกว่า 1,000 กิโลวัตต์ขึ้นไป ผลปรากฏว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (สิ้นเดือนกันยายน 2544) มีผู้ใช้ไฟฟ้า ใช้อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู เพิ่มขึ้นเป็น 2,920 ราย ผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอยู เหล่านี้ ส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจ กับอัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู (เนื่องจาก ทำให้ค่าไฟฟ้า ของตนลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าเดิม


อัตราค่าไฟฟ้า
TOU ปัจจุบัน

คือ อัตราการจัดเก็บค่าไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการใช้
โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ
On Peak ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-22.00 น.
Off Peak ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 22.00-09.00 น.
และวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ทั้งวัน

 

อัตราค่าไฟฟ้าทีโอยูที่กำหนดใช้ในปัจจุบัน สะท้อนถึงต้นทุนไฟฟ้าอย่างแท้จริง กล่าวคือ ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง (On Peak) ค่าไฟฟ้าจะสูง เนื่องจากการไฟฟ้า ต้องลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง / สายจำหน่าย ให้เพียงพอ ต่อความต้องการไฟฟ้าในช่วงนี้ และต้องใช้เชื้อเพลิงทุกชนิด (ทั้งถูกและแพง) ในการผลิตไฟฟ้า แต่ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าต่ำ (Off Peak) ค่าไฟฟ้าจะต่ำ เนื่องจาก การไฟฟ้าไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้า และระบบสายส่ง / สายจำหน่าย (สร้างไว้แล้วในช่วง On Peak) จึงไม่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าในส่วนนี้ มีเพียงต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้า สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิง ที่ถูกมาผลิตไฟฟ้า จึงทำให้ต้นทุนพลังงานไฟฟ้า ในช่วง Off Peak ต่ำกว่าช่วง On Peak มากกว่าครึ่งหนึ่ง

อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU

ระดับแรงดัน ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า
บาท/กิโลโวลท์
ค่าพลังงานไฟฟ้า
บาท/หน่วย
ค่าบริการ
บาท/เดือน
1 * 1 * 2 *
แรงดัน 69 กิโลโวลท์ขึ้นไป 74.14 2.6136 1.1726 228.17
แรงดัน 12-33 กิโลโวลท์ 132.93 2.6950 1.1914 228.17
แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลท์ 210.00 2.8408 1.2246 228.17
1 * On Peak : เวลา 09.00-22.00 น. วันจันทร์-วันศุกร์
2 * Off Peak : เวลา 22.00-09.00 น. วันจันทร์-วันศุกร์
  : เวลา 00.00-24.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ และ
  วันหยุดราชการตามปกติ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย)

 

 


ทำไม
ต้องส่งเสริมให้ใช้

เพื่อลดความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (On Peak) ผลที่ได้มหาศาล คือ เป็นการช่วยลดต้นทุนที่มีมูลค่าสูงมากสำหรับการจัดหา และผลิตพลังงานไฟฟ้าในช่วง On Peak และทำให้ชะลอการลงทุน ของการไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลดี อย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลง ช่วยลดต้นทุนในการผลิตแก่ผู้ประกอบการ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

การลดความต้องการไฟฟ้า ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด และให้ผู้ใช้ไฟฟ้า เพิ่มการใช้ไฟฟ้า ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าน้อย โดยใช้มาตรการ ทางด้านราคาเป็นกลไกนั้น เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ มากที่สุด และก่อให้เกิดประโยชน์ อย่างมหาศาลในทุกๆ ด้าน ได้แก่

1. ทำให้การไฟฟ้า สามารถชะลการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า และระบบส่ง/ระบบจำหน่าย เพื่อสนองความต้องการไฟฟ้า ในช่วงมีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งการชะลอเงินลงทุนดังกล่าว ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้า ไม่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้า ไม่ต้องปรับตัวสูงขึ้นด้วย

2. ผู้ใช้ไฟฟ้า ตระหนักถึงค่าไฟฟ้า ที่สะท้อนถึงต้นทุน ช่วงไหนค่าไฟฟ้าสูง ก็ใช้อย่างระมัดระวัง ใช้อย่างจำเป็น และปรับเปลี่ยน ไปใช้ไฟฟ้า ในช่วงที่มีค่าไฟฟ้าต่ำมากขึ้นแทน ช่วยให้เกิดการใช้ไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพ

อัตราค่าไฟฟ้าแบบ ทีโอยู จึงเป็นอัตราค่าไฟฟ้า ที่ส่งสัญญาณ ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ได้อย่างถูกต้อง เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพ

 


ทำอย่างไรให้ได้
ประโยชน์จาก TOU

 

อัตรา TOU สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ เมื่อมีการบริหารการใช้ไฟฟ้าที่ดีและเหมาะสม เช่น

1. หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องจักร ที่ก่อให้เกิดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ในช่วง On Peak (09.00-22.00 น.) เพื่อลดค่าพลังไฟฟ้า (Demand Charge)

2. ในกรณีที่กิจการนั้นมีการทำงาน 2 กะ พิจารณาเลื่อนขบวนการผลิต 1 กะ ให้ไปอยู่ในช่วง Off Peak (22.00-09.00 น.) เพื่อลดค่าความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ในช่วง On Peak ซึ่งค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Charge) ในช่วง Off Peak จะถูกกว่าช่วง On Peak กว่าร้อยละ 55

3. ทำงานวันเสาร์วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ อย่างเต็มที่ แทนวันทำงานปกติ เนื่องจากวันดังกล่าว ไม่ต้องเสียค่าพลังไฟฟ้า และค่าพลังงานไฟฟ้า จะถูกกว่าวันปกติในช่วง On Peak กว่าร้อยละ 65

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรคำนึงถึง การนำเอาเทคโนโลยี ในการประหยัดพลังงาน ที่เหมาะสม มาใช้ควบคู่กัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า

 


ปรึกษาใคร
 

หากผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีข้อสงสัย หรือมีความประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ของการเลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ ทีโอยู และข้อมูลสนับสนุนอื่นๆ ขอให้ติดต่อสอบถามหน่วยงาน ตามที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ ดังต่อไปนี้

ฝ่ายจัดการธุรกิจและพลังไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โทร. 0-2223-1628

หรือสำนักงานเขตต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การไฟฟ้านครหลวงเขตวัดเลียบ
    โทร. 0-2225-0112
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตคลองเตย
    โทร. 0-2249-0600
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตสามเสน
    โทร. 0-2241-5392
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตธนบุรี
    โทร. 0-2411-2401
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวา
    โทร. 0-2289-0151
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตบางกะปิ
    โทร. 0-2314-0024
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตมีนบุรี
    โทร. 0-2543-8405
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตนนทบุรี
    โทร. 0-2580-7480
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตราษฎร์บูรณะ
    โทร. 0-2427-0070
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตบางใหญ่
    โทร. 0-2595-1300
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตบางพลี
    โทร. 0-2316-8001
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตบางขุนเทียน
    โทร. 0-2451-4104
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตบางเขน
    โทร. 0-2986-1111
  • การไฟฟ้านครหลวงเขตสมุทรปราการ
    โทร. 0-2388-0508
ฝ่ายเศรษฐกิจและงบประมาณ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โทร. 0-2590-5361

หรือสำนักงานเขตต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การไฟฟ้าเขต 1 ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่)
    โทร 0-5324-1777
  • การไฟฟ้าเขต 2 ภาคเหนือ (จ.พิษณุโลก)
    โทร 0-5525-9111
  • การไฟฟ้าเขต 3 ภาคเหนือ (จ.ลพบุรี)
    โทร 0-3641-3652
  • การไฟฟ้าเขต 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.อุดรธานี)
    โทร 0-4224-2437
  • การไฟฟ้าเขต 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.อุบลราชธานี)
    โทร 0-4524-3609
  • การไฟฟ้าเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.นครราชสีมา)
    โทร 0-4421-4333
  • การไฟฟ้าเขต 1 ภาคกลาง (จ.พระนครศรีอยุธยา)
    โทร 0-3524-4333
  • การไฟฟ้าเขต 2 ภาคกลาง (จ.ชลบุรี)
    โทร 0-3827-1787
  • การไฟฟ้าเขต 3 ภาคกลาง (จ.นครปฐม)
    โทร 0-3425-4426
  • การไฟฟ้าเขต 1 ภาคใต้ (จ.เพชรบุรี)
    โทร 0-3242-7044
  • การไฟฟ้าเขต 2 ภาคใต้ (จ.นครศรีธรรมราช)
    โทร 0-753718422
  • การไฟฟ้าเขต 3 ภาคใต้ (จ.ยะลา)
    โทร 0-7321-3522

กองการไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
โทร. 0-2612-1555 ต่อ 524, 525

 


แล้วใคร
ได้ประโยชน์

  1. อุตสาหกรรมที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และมีการใช้พลังงาน อย่างสม่ำเสมอ (Load Factor สูง)
  2. โรงแรมและกิจการให้เช่าพักอาศัย ซึ่งเสียค่าไฟฟ้าในอัตราปกติ ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้า ในช่วงกลางคืน สูงกว่ากลางวัน
  3. ผู้ใช้ไฟฟ้า ที่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาทำงาน ให้มาอยู่ในช่วง Off Peak ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบ ต่อกระบวนการผลิต
  4. ผู้ใช้ไฟฟ้าแบบ ทีโอยู รายเดิม

 

หลักเกณฑ์การใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU

1. กำหนดให้เป็นอัตราเลือกใช้สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม ผู้ใช้ไฟฟ้าที่เลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ ทีโอยู จะต้องจ่ายค่าเครื่องวัดไฟฟ้าแบบ ทีโอยู

2. กำหนดให้เป็นอัตราบังคับ ดังนี้

2.1 ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการเฉพาะอย่าง (กิจการโรงแรม) ทุกราย

2.2 ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ ที่มีหน่วยการใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 250,000 หน่วยต่อเดือน หรือใช้พลังไฟฟ้าตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ ขึ้นไป

ผู้ใช้ไฟฟ้า ที่ถูกบังคับให้ใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ ทีโอยู ไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องวัดไฟฟ้าแบบ ทีโอยู

รายละเอียด และเงื่อนไข สามารถสอบถามได้ที่ หน่วยงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ที่ท่านใช้บริการ

ผู้ใช้ไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากอัตราค่าไฟฟ้าแบบ ทีโอยู โดยหลักการคิดง่ายๆ คือ ผู้ใช้ไฟฟ้า ที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วง Off Peak มากกว่า On Peak ดังนั้น กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จึงได้แก่

  1. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง สัดส่วน Off Peak ต่อ On Peak เป็น 63:37
  2. โรงแรมและที่พักอาศัย สัดส่วน Off Peak ต่อ On Peak เป็น 63:35
  3. ผู้ใช้ไฟฟ้า ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ไฟฟ้าได้ เช่น สูบน้ำเพื่อการเกษตร โรงงานที่ทำงาน 2 กะ เป็นต้น
  4. ผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอยู เดิม ได้ประโยชน์จาก ทีโอยู ใหม่ ซึ่งเพิ่มวันในช่วง Off Peak มากขึ้น

 


เปรียบเทียบค่าไฟฟ้า
แบบ TOD กับ TOU

 

ผู้ใช้ไฟฟ้าจะทำการคำนวณ และเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าแบบ ทีโอดี และแบบ ทีโอยู ได้อย่างไร?

อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอดี เคยเป็นพระเอกในช่วงปี 2535-2539 ได้ช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ในช่วงเวลา 18.30-21.30 น. ลงได้ประมาณ 700 เมกะวัตต์ มีผลทำให้ความต้องการไฟฟ้า ในช่วงกลางวัน ขยับตัวสูงขึ้นมาในระดับเดียวกับช่วงเวลา 18.30-21.30 น. ทำให้ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ของประเทศ เปลี่ยนมาเป็นช่วงเวลา 9.00-22.00 น. ดังนั้น สถานการณ์ปัจจุบัน อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู จึงมีความเหมาะสมมากกว่าอัตราค่าไฟฟ้า ทีโอดี อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไฟฟ้าอัตรา ทีโอดี เดิม ยังคงมีสิทธิ์ใช้อัตรานี้อยู่ และมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้อัตรา ทีโอยู ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า

โดยปกติ อัตราค่าฟ้า ทีโอยู จะเหมาะสมกับผู้ใช้ไฟฟ้ากิจการขนาดใหญ่ ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้ามากตลอดวัน เนื่องจากได้ประโยชน์ จากค่าไฟฟ้าในช่วง Off Peak จึงทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอดี สมัครใจเลือกใช้อัตรา ทีโอยู เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงปี 2540-2543 (ช่วง 3 ปี) มีผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอดี เปลี่ยนมาใช้ ทีโอยู ประมาณ 500 ราย แต่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2543 จนถึงเดือนกันยายน 2544 (ภายใน 1 ปี) มีผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอดี เปลี่ยนมาใช้อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู เพิ่มขึ้นถึง 230 ราย ทำให้ปัจจุบัน เหลือผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอดี ประมาณ 1,690 ราย และนับวัน ผู้ใช้ไฟฟ้า ทีโอดี จะเปลี่ยนมาใช้ ทีโอยู มากขึ้น

 


ค่าไฟฟ้า TOU สำหรับ
บ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก

 

ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ใช้ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 30 กิโลวัตต์) สามารถเลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOD ได้เช่นกัน โดยมีอัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู ดังนี้

ระดับแรงดัน ค่าพลังงานไฟฟ้า
บาท/หน่วย
ค่าบริการ
บาท/เดือน
Peak Off Peak
แรงดัน 12-33 กิโลโวลท์ 3.6246 1.1914 228.17
แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลท์ 4.3093 1.2246 57.95

ผู้ใช้ไฟฟ้าในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จะมีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในช่วง Off Peak มากกว่าช่วง On Peak เนื่องจากในช่วงกลางวัน (On Peak) จะออกจากบ้านไปทำงาน มีการใช้ไฟฟ้าน้อย แต่หลังจากกลับบ้าน จะใช้ไฟฟ้ามาก รวมทั้งวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ จะอยู่บ้าน มีการใช้ไฟฟ้ามากตลอดวัน ดังนั้น อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู จึงมีความเหมาะสม กับลักษณะการใช้ไฟฟ้า ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย

เนื่องจากผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้ มีจำนวนมาก ประมาณ 12 ล้านราย การจัดหาเครื่องวัดไฟฟ้าแบบ ทีโอยู ซึ่งมีราคาแพง และต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้เวลาในการเตรียมการในการจัดหา อย่างไรก็ตาม คาดว่าต้นปี 2545 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย จะสามารถจัดหาเครื่องวัดไฟฟ้า ทีโอยู สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า บ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก ได้ในระดับหนึ่ง

วิธีการช่วยลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย เลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้า ทีโอยู

  1. เปิดเครื่องปรับอากาศ หลังเวลา 22.00 น.
  2. ทำกิจกรรมในช่วงเช้า ให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 09.00 น.
  3. ซักผ้า รีดผ้า ในช่วงวันหยุด (วันเสาร์, อาทิตย์) ถ้าจำเป็นต้องทำในวันปกติ ก็ให้ทำในช่วง Off Peak (ก่อนเวลา 09.00 น. หรือหลังเวลา 22.00 น.)
  4. ทำความสะอาดตู้เย็น หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในช่วง Peak

อย่างไรก็ตาม วิธีการประหยัดค่าไฟฟ้า ที่ดีที่สุด คือ ใช้ไฟฟ้า อย่างจำเป็น และประหยัด เช่น อย่าเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ เมื่อไม่มีคนดู ปิดหลอดไฟเมื่อออกจากห้อง รีดผ้าครั้งละมากๆ หลีกเลี่ยงการปิดโทรทัศน์ โดยใช้เครื่องควบคุมระยะไกล (Remote) หลีกเลี่ยงการอุ่นข้าว โดยใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หลีกเลี่ยงการอุ่นน้ำ โดยใช้หม้อต้มน้ำไฟฟ้า เป็นต้น

 


กรณีศึกษา


 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
กองการไฟฟ้า
ฉบับปรับปรุงใหม่
มกราคม 2545