ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า
โดยอัตโนมัติ (Ft)

 


  1. ความเป็นมา
  2. คณะอนุกรรมการกำกับ สูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ
  3. สูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ (Ft)
  4. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544
  5. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544
  6. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม - มกราคม 2545
  7. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545
  8. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545
  9. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546
  10. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546
  11. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2546
  12. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547
  13. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547
  14. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547
  15. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม 2547 - มกราคม 2548
  16. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548
  17. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับ อัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2548
  18. รายละเอียด สูตรการปรับค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

 

1. ความเป็นมา

1.1 ค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ จากผู้ใช้ไฟฟ้า ในแต่ละเดือนประกอบด้วย ค่าไฟฟ้าฐาน และค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) โดยโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน จะคำนวณจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง ระบบสายจำหน่าย ภายใต้สมมติฐานความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน อัตราเงินเฟ้อ และการปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการไฟฟ้าในระดับหนึ่ง

1.2 คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2534 ได้เห็นชอบให้มีการนำสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) มาใช้ เพื่อให้การไฟฟ้าสามารถปรับค่าไฟฟ้า ตามการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจริง และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของการไฟฟ้า

1.3 การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้เรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft มาตั้งแต่การเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2535 โดยนำค่า Ft ที่คำนวณได้ไปรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน ตามโครงสร้างปกติ เดิมค่า Ft จะเปลี่ยนแปลงเป็นรายเดือน ต่อมา มีการร้องขอจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ต้องการให้ค่า Ft มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยเกินไป ปัจจุบัน จึงมีการพิจารณาใช้ค่า Ft เฉลี่ย 4 เดือน

1.4 เพื่อให้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า สอดคล้องกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง และลักษณะการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 ได้มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า และข้อเสนอสูตรการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติใหม่ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ รับไปดำเนินการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรFt ภายใต้หลักการดังกล่าว

1.5 ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft ได้มีการปรับปรุงรายละเอียดของสูตร ให้มีความชัดเจนโปร่งใสยิ่งขึ้น โดยนำค่า Ftในขณะนั้น ณ ระดับ 64.52 สตางค์/หน่วย รวมไว้ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน และปรับฐานค่า Ft ใหม่ ให้มีค่าเท่ากับ 0 ณ จุดเริ่มต้น นำค่าใช้จ่ายในการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (DSM) ออกจากสูตร Ft และให้การไฟฟ้าร่วมรับภาระความเสี่ยง ของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย

 


2. คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

การปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติอยู่ในความดูแลของคณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันมีองค์ประกอบ ดังนี้

(1) ปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานอนุกรรมการ
(2) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน รองประธานอนุกรรมการ
(3) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อนุกรรมการ
(4) ผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ อนุกรรมการ
(5) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ อนุกรรมการ
(6) ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อนุกรรมการ
(7) ผู้แทนการไฟฟ้านครหลวง อนุกรรมการ
(8) ผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อนุกรรมการ
(9) ผู้แทนผู้บริโภครายย่อย (นายธนาคม มหาชัยพงศ์กุล) อนุกรรมการ
(10) ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อนุกรรมการ
(11) ผู้แทนหอการค้าไทย อนุกรรมการ
(12) นายกฤษณพงษ์ กีรติกร (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) อนุกรรมการ
(13) นายนิตย์ จันทรมังคละศรี อนุกรรมการ
(14) ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อนุกรรมการและเลขานุการ
(15) ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

อำนาจและหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ

 


3. สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft)

3.1 สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ก่อนเดือนตุลาคม 2543

คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2534 เห็นชอบให้มีสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เพื่อให้อัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง และลดผลกระทบของความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง ต่อฐานะการเงินของการไฟฟ้า โดยให้การไฟฟ้าปรับค่าไฟฟ้า เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของการไฟฟ้า ทั้งนี้ สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้มีความเหมาะสมหลายครั้ง โดยองค์ประกอบของสูตร Ft ก่อนเดือนตุลาคม 2543 ประกอบด้วย

3.1.1 การเปลี่ยนแปลงของค่าเชื้อเพลิงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ กฟผ. (ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา น้ำมันดีเซล และถ่านหินนำเข้า) และอัตราค่าไฟฟ้าที่ กฟผ. รับซื้อจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน

3.1.2 การเปลี่ยนแปลงรายได้ที่เกิดขึ้นจากยอดจำหน่ายไฟฟ้า และราคาขายปลีกที่จะได้รับจริงแตกต่างไปจากการประมาณการ ซึ่งใช้เป็นฐานในการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า ในปี 2534

3.1.3 การเปลี่ยนแปลงของเงินลงทุนในการดำเนินการของกิจการระบบส่ง กิจการระบบจำหน่าย และกิจการบริการลูกค้า อันเนื่องมาจากอัตราเงินเฟ้อ และยอดขายแตกต่างจากค่าที่ใช้ในการประมาณการฐานะการเงิน

3.1.4 การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า

3.1.5 ค่าใช้จ่ายด้านการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management: DSM)

ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft)
สตางค์/หน่วย

3.2 สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2543 เป็นต้นมา

องค์ประกอบของสูตร Ft ในปัจจุบัน ประกอบด้วย

3.2.1 ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง (น้ำมันเตา น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ ลิกไนต์ และถ่านหินนำเข้า) ค่าซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน และค่าซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าฐาน ที่ใช้ในการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า

3.2.2 ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนในการชำระคืนเงินกู้ และดอกเบี้ยต่างประเทศ ของการไฟฟ้า เนื่องจากการไฟฟ้ายังไม่มีอิสระ ในการบริหารจัดการหนี้ ได้อย่างแท้จริง ในช่วง 6 เดือนแรก ให้การไฟฟ้าสามารถปรับผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจริง ที่แตกต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนฐาน ณ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ ผ่านสูตร Ftได้ทั้งหมด

สำหรับการคำนวณค่าFt ตั้งแต่เดือนเมษายน 2544 เป็นต้นไป การไฟฟ้าจะต้องรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยในระดับหนึ่ง กล่าวคือ การไฟฟ้าจะต้องรับภาระ5% แรก หากอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนตัวลง จากอัตราแลกเปลี่ยนฐาน และมีการกำหนดเพดานให้ปรับค่าไฟฟ้าผ่านสูตรFt ได้ไม่เกิน 45 บาท/เหรียญสหรัฐ และหากอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้น จากอัตราแลกเปลี่ยนฐาน ให้การไฟฟ้าคืนผลประโยชน์ให้ประชาชน ผ่านสูตร Ft ทั้งหมด

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ ในการประชุมครั้งที่ 4/2544 (ครั้งที่ 98) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2544 ได้มีมติให้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนฐานภายใต้มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ณ ระดับ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยหากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ระหว่าง 38 - 40 บาท/เหรียญสหรัฐ และหากอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนตัวลงกว่า 45 บาท/เหรียญสหรัฐ การไฟฟ้าจะเป็นผู้รับภาระ หากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ระหว่าง 40-45 บาท/เหรียญสหรัฐ ประชาชนจะเป็นผู้รับภาระ และหากอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นกว่า 38 บาท/เหรียญสหรัฐ การไฟฟ้าจะต้องคืนผลประโยชน์ดังกล่าวให้ประชาชน

3.2.3 รายได้ที่เปลี่ยนแปลงไปของการไฟฟ้า (MR) เนื่องจากราคาขายเปลี่ยนแปลงไปจากที่ประมาณการฐานะการเงิน ยังคงให้มีการปรับ MR ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อเป็นการประกันว่าค่าไฟฟ้าขายปลีก จะลดลงร้อยละ 2.11 เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวให้นำ MR ออกจากสูตรFt

3.2.4 การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ของการไฟฟ้าในส่วนที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) ซึ่งจะมีการปรับตามอัตราเงินเฟ้อ และหน่วยจำหน่ายที่เปลี่ยนแปลงไป จากฐานที่ใช้ในการกำหนดโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน ทั้งนี้ ได้มีการดูแลเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพ ของกิจการไฟฟ้าด้วยแล้วในการกำหนดโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน โดยการไฟฟ้าจะต้องปรับลดค่าใช้จ่ายในกิจการผลิต กิจการระบบส่งและกิจการระบบจำหน่าย ในอัตราร้อยละ 5.8, 2.6 และ 5.1 ต่อปี ตามลำดับ

ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

 


4. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2544 (ครั้งที่ 96) ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2544 ได้พิจารณาเรื่องค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 เท่ากับ 24.44 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนเพิ่มขึ้นจาก 2.2097 บาทต่อหน่วย เป็น 2.4541 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 ของค่าไฟฟ้าฐาน

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่า Ft เพิ่มขึ้นครั้งนี้มี 2 ตัวแปรสำคัญ คือ

4.1 ค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้า ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 โดยราคาก๊าซธรรมชาติ ได้ปรับตัวสูงขึ้น 23.07 บาทต่อล้านบีทียู จากราคาฐาน 115.20 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 138.27 บาทต่อล้านบีทียู นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล ก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.66 และ 1.05 บาทต่อลิตร เป็น 7.36 บาทต่อลิตร และ 10.73 บาทต่อลิตรตามลำดับ ทำให้ค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 94 ของค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้น 22.99 สตางค์ต่อหน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการกำหนดค่า Ft

4.2 อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนตัวลง จากระดับ 38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ ณ ระดับ 43 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อภาระการชำระหนี้ของ 3 การไฟฟ้า ส่งผลให้ค่า Ft เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4.34 สตางค์ต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม จากภาวะอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเหลือประมาณร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อฐาน ณ ระดับร้อยละ 2.83 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ของการไฟฟ้า ในส่วนที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิง (Non-fuel cost) ลดลงส่งผลให้ค่า Ft ลดลง 2.19 สตางค์ต่อหน่วย นอกจากนี้รายได้ของการไฟฟ้าที่สูงกว่า ประมาณการตามแผน (MR) ส่งผลให้ค่า Ft ลดลงอีก 0.70 สตางค์ต่อหน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft

  สตางค์/หน่วย ร้อยละ (%)
ค่าเชื้อเพลิงและการรับซื้อไฟฟ้า +22.99 +94
ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน +4.34 +18
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานส่วนที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิง  -2.19  -9
รายได้ของการไฟฟ้าที่สูงกว่าแผน (MR) -0.70  -3
รวม 24.44 100

ทั้งนี้ ในใบเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง ที่ใช้อัตราค่าไฟฟ้าที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use Tariff : TOU) จะจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้าอย่างชัดเจน ได้แก่ กิจการผลิต กิจการระบบส่ง กิจการระบบจำหน่าย และกิจการค้าปลีกไฟฟ้า และจำแนกค่า Ftในแต่ละกิจการ ได้แก่ กิจการผลิต กิจการระบบส่ง และกิจการระบบจำหน่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 เท่ากับ 24.44 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 24.75   สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง 0.59   สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -0.90   สตางค์ต่อหน่วย
รวม 24.44   สตางค์ต่อหน่วย

 


5. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 4/2544 (ครั้งที่ 98) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2544 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 เท่ากับ 27.13 สตางค์/หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 2.69 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.10 จาก 2.45 บาท/หน่วย เป็น 2.48 บาท/หน่วย ผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยขนาดเล็กจำนวนร้อยละ 67 ซึ่งมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 63 หน่วย/เดือน ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.70 บาท/เดือน

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

5.1 ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลัก ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ได้ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 8 บาท/ล้านบีทียู โดยเพิ่มขึ้นจาก 138 บาท/ล้านบีทียู เป็น 146 บาท/ล้านบีทียู ส่งผลให้ค่า Ft เพิ่มขึ้นประมาณ 4 สตางค์/หน่วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับร้อยละ 1.5 ซึ่งต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ประมาณการไว้ ณ ระดับ 2.83 และมีการลดสัดส่วนการใช้น้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าลง และใช้พลังน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ค่า Ft ลดลง 1.31 สตางค์/หน่วย เหลือ 2.69 สตางค์/หน่วย

นอกจากนี้ การทดสอบการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าราชบุรี ในช่วงเดือนตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 ทำให้การใช้เชื้อเพลิงไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร กล่าวคือ ค่าความร้อน (Heat Rate) หรือค่าความสิ้นเปลืองในการใช้เชื้อเพลิงสูงกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่รับซื้อจากโรงไฟฟ้าราชบุรีมีราคาแพง คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ จึงมีมติให้ กฟผ. รับภาระต้นทุนการทดสอบการเดินเครื่องดังกล่าว โดยให้ส่งผ่านค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเสมือนโรงไฟฟ้าราชบุรีดำเนินการในกรณีปกติ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้ประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งได้นำมาลดค่า Ft ในครั้งนี้ด้วยแล้ว

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของค่า Ft
หน่วย : สตางค์/kWh

ราคาก๊าซธรรมชาติ +4.00
การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ และปัจจัยอื่นๆ -1.31
รวม +2.69

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/kWh

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00  
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69

5.2 คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนฐานอยู่ที่ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ ดังนั้น หากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ระหว่าง 38-40 บาท/เหรียญสหรัฐ การไฟฟ้าจะเป็นผู้รับภาระ และหากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับ 40-45 บาท/เหรียญสหรัฐ ประชาชนจะเป็นผู้รับภาระ หากอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนตัวลงกว่า 45 บาท/เหรียญสหรัฐ การไฟฟ้าจะเป็นผู้รับภาระ แต่หากอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นกว่า 38 บาท/เหรียญสหรัฐ การไฟฟ้าต้องส่งผลประโยชน์ทั้งหมดให้ประชาชน

จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงเกินกว่า 45 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2544 ที่ผ่านมาส่งผลให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งต้องรับภาระของอัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 327.6 ล้านบาท ในการปรับค่า Ft ครั้งนี้ ซึ่งจากการแบ่งภาระดังกล่าว จะเห็นว่า ประชาชนจะรับภาระจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่เกิน 5 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งในการปรับค่า Ft ครั้งก่อน ประชาชนได้รับภาระของอัตราแลกเปลี่ยนไปแล้ว 5 บาท/เหรียญสหรัฐ จากอัตราแลกเปลี่ยน 38-43 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้การปรับค่า Ft ครั้งนี้ จึงไม่มีผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนมาเป็นภาระอีก ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลอื่น เช่น สกุลเยน มีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย โดยอยู่ในช่วงร้อยละ 5 ที่การไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้รับภาระ

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 เท่ากับ 27.13 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 28.79 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง -0.18 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -1.48 สตางค์ต่อหน่วย
รวม 27.13 สตางค์ต่อหน่วย

 


6. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 6/2544 (ครั้งที่ 100) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 เท่ากับ 22.77 สตางค์/หน่วย หรือลดลง 4.36 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย ที่เรียกเก็บจากประชาชน ลดลงจาก 2.48 บาท/หน่วย เป็น 2.43 บาท/หน่วย หรือลดลงประมาณร้อยละ 2 คิดเป็นเงินที่ประชาชน ประหยัดได้กว่า 4,000 ล้านบาท/ปี

สาเหตุหลักที่ช่วยให้ค่า Ft ปรับลดลง เนื่องจาก สพช. ได้พิจารณาปรับลดงบลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ในปี 2545 - 2546 ลงได้ประมาณ 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้ความต้องการรายได้ ในการสมทบการลงทุน ของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ลดลง 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเฉลี่ยลดค่าไฟฟ้า ให้กับประชาชนปีละ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 7 สตางค์/หน่วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตามสูตรการปรับค่า Ft ตามปกติแล้ว ค่า Ft จะเพิ่มขึ้น 2.64 สตางค์/หน่วย เนื่องจากปัจจัยหลัก 2 ประการ

6.1 ในการคำนวณค่า Ft รอบเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 ซึ่งเรียกเก็บที่ 22.44 สตางค์/หน่วย ได้มีการเรียกเก็บค่า Ft เกินไป 1.9 สตางค์/หน่วย เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับในช่วงนั้น เป็นข้อมูลประมาณการ และมีการนำภาระ ที่ไม่ควรผ่านให้ผู้ใช้ไฟฟ้า เช่น การทดสอบการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าราชบุรี ซึ่งต่อมาจึงได้นำมาลดให้ประชาชน ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 ทำให้ค่า Ft ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 ลดลงต่ำกว่าที่ควรประมาณ 1.9 สตางค์/หน่วย

6.2 ในการเก็บค่า Ft รอบเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 เป็นช่วงหน้าร้อน ซึ่งการไฟฟ้ามีรายได้ จากค่าไฟฟ้าฐานในอัตราค่อนข้างสูง จากค่าไฟฟ้าในอัตราก้าวหน้า ดังนั้น พอมาในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 อากาศเย็นลง ทำให้รายได้จากค่าไฟฟ้าส่วนนี้ ลดลงจากช่วงก่อนประมาณ 1 สตางค์/หน่วย

สำหรับต้นทุนเชื้อเพลิงในการปรับค่า Ft รอบนี้ ค่อนข้างคงที่ เนื่องจากมีการปรับสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง โดยที่มีการใช้เชื้อเพลิงราคาถูกมากขึ้น แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติ จะแพงขึ้นก็ตาม โดยราคาก๊าซธรรมชาติ ยังคงสูงขึ้น 6 บาท/ล้านบีทียู จาก 142 บาท/ล้านบีทียู เป็น 148 บาท/ล้านบีทียู และเมื่อนำส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติ จากการเจรจากับแหล่งบงกช จำนวน 535 ล้านบาท มาช่วยบรรเทาราคาที่สูงขึ้น ต้นทุนไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.53 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิง ที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ก.พ. - พ.ค. 44 มิ.ย. - ก.ย. 44 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.14 7.25 +0.11
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.94 11.72 -0.22
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 142 148 6
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

ในการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง โดยมีการใช้เชื้อเพลิงราคาถูกมากขึ้น คือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงโดยรวม ไม่เพิ่มขึ้น กล่าวคือ มีการเพิ่มการใช้ลิกไนต์จากร้อยละ 16.4 เป็นร้อยละ 1.69 เพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีราคาถูกกว่าจากร้อยละ 2.1 เป็นร้อยละ 3.4 เพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติ และการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งแม้ว่าราคาสูงขึ้น แต่ก็ยังถูกกว่าน้ำมันเตา จากร้อยละ 70.2 เป็นร้อยละ 71.6 ในขณะเดียวกันได้ลดการใช้น้ำมันเตาลงจากร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 2.2 จึงทำให้ค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการคำนวณค่า Ft ครั้งนี้ค่อนข้างคงที่

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง
หน่วย : ร้อยละ

ประเภทเชื้อเพลิง ก.พ. - พ.ค. 44 มิ.ย. - ก.ย. 44 การเปลี่ยนแปลง
พลังน้ำ 6.7 5.5 -1.2
น้ำมันเตา 4.5 2.2 -2.3
ลิกไนต์ 16.4 16.9 +0.5
ก๊าซธรรมชาติ 70.2 71.6 +1.4
น้ำมันดีเซล 0.1 0.4 +0.3
รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 2.1 3.4 +1.3
รวม 100.0 100.0 -

ดังนั้น ในการเรียกเก็บค่า Ft รอบนี้ เมื่อนำค่าไฟฟ้าที่ลดลงได้ 7 สตางค์/หน่วย มาหักกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ตามสูตรปกติ 2.64 สตางค์/หน่วย ค่า Ft จึงลดลงสุทธิเท่ากับ 4.36 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
หน่วย : สตางค์/kWh

การคำนวณตามสูตร Ft +2.64
การปรับลดแผนการลงทุนของการไฟฟ้า -7.00
รวมทั้งสิ้น -4.36

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/kWh

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00  
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 เท่ากับ 22.77 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้า ตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 25.88 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง 0.15 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -3.26 สตางค์ต่อหน่วย
รวม 22.77 สตางค์ต่อหน่วย

 


7. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2545 (ครั้งที่ 101) เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2545 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 เท่ากับ 21.95 สตางค์/หน่วย หรือลดลง 0.82 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนลดลงจาก 2.52 บาท/หน่วย เป็น 2.51 บาท/หน่วย หรือลดลงประมาณร้อยละ 0.32 คิดเป็นเงินที่ประชาชนประหยัดได้กว่า 65 ล้านบาท/เดือน

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

7.1 ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าได้ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงต่างๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ลิกไนต์ ยังคงอยู่ในระดับเดียวกับช่วงที่ผ่านมา แต่เนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 มีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและลิกไนต์เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่ลดลงจากช่วงก่อนหน้า (มิถุนายน - กันยายน 2544) ประมาณร้อยละ 0.34แม้ว่าจะมีการนำส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติจากการเจรจากับบริษัท ยูโนแคลฯ จำนวน 638 ล้านบาท รวมทั้ง การนำอัตราการใช้ความร้อนมาตรฐาน (Heat Rate) มาใช้ ทำให้ กฟผ. ต้องรับภาระจำนวน 19.56 ล้านบาท มาบรรเทาการเพิ่มขึ้นของค่า Ft แล้ว ก็ยังส่งผลให้ค่า Ft เพิ่มขึ้นประมาณ 1.23 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง มิ.ย. - ก.ย. 44 ต.ค. 44 - ม.ค. 45 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.25 6.06 -1.19
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.72 11.61 -0.11
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
 - อ่าวไทยและพม่า 147.13 147.43 +0.29
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

7.2 อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลง จากระดับ 45.22 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 มาอยู่ในระดับ 44.30 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 ทำให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า ลดลงจากช่วงก่อนหน้า 1.84 สตางค์/หน่วย

7.3 อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลง จากร้อยละ 1.80 ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2544 มาอยู่ในระดับร้อยละ 0.98 ในช่วงเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) ลดลงจากช่วงก่อนหน้า 0.60 สตางค์/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +1.23
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า -1.84
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า -0.60
อื่นๆ +0.39
รวมทั้งสิ้น -0.82

การปรับค่า Ft ครั้งนี้ ได้นำส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 7 สตางค์/หน่วย มาพิจารณาด้วยแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดแผนการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ในปี 2544 - 2546 ลงได้ประมาณ 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้ความต้องการรายได้ในการสมทบการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ลดลง 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเฉลี่ยลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนปีละ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 7 สตางค์/หน่วย เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่การปรับค่า Ft เดือนตุลาคม 2544 - กันยายน 2546

7.4 การนำรายได้ที่เปลี่ยนแปลงจากแผนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง หรือ MR ออกจากสูตร Ft การพิจารณาปรับค่า Ft ครั้งนี้ ได้พิจารณานำค่า MR ออกจากสูตร Ft เนื่องจาก MR ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายมีค่าเป็นบวก ซึ่งจะส่งผลทำให้ค่า Ft เพิ่มสูงขึ้น โดยเป็นการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 และมติคณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2544 ที่ให้นำค่า MR ออกจากสูตร Ft เมื่อ MR มีค่าเป็นบวกหรือเท่ากับศูนย์

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00  
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 เท่ากับ 21.95 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 28.11 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง -1.02 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -5.14 สตางค์ต่อหน่วย
รวม 21.95 สตางค์ต่อหน่วย

 


8. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2545 (ครั้งที่ 102) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2545 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 ในระดับเดิม คือ เท่ากับ 21.95 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับ 2.51 บาท/หน่วย เช่นเดียวกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 ที่ผ่านมา

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

8.1 ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าได้ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงต่างๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดีเซล ลดลงจากช่วงที่ผ่านมา แต่เนื่องจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 มีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากลิกไนต์ และการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลดลงจากช่วงก่อนหน้า (ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545) ประมาณร้อยละ 1.34 และ 0.43 ตามลำดับ แม้ว่าจะมีการนำอัตราการใช้ความร้อนมาตรฐาน (Heat Rate) มาใช้ ทำให้ กฟผ. ต้องรับภาระจำนวน 9.93 ล้านบาท มาบรรเทาการเพิ่มขึ้นของค่า Ft แล้ว ก็ยังส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าในการคำนวณค่า Ft ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 จำนวน 0.67 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ต.ค. 44 - ม.ค. 45 ก.พ. 45- พ.ค. 45 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 6.06 6.48 +0.42
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.61 10.87 -0.74
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 147.43 141.10 -6.33
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง
หน่วย : ร้อยละ

ประเภทเชื้อเพลิง ต.ค. 44 - ม.ค. 45 ก.พ. 45 - พ.ค. 45 การเปลี่ยนแปลง
พลังน้ำ 5.19 7.14 1.95
น้ำมันเตา 1.85 2.28 0.43
ลิกไนต์ 17.95 15.62 -2.33
ก๊าซธรรมชาติ 71.73 73.07 1.34
น้ำมันดีเซล 0.38 0.05 -0.33
รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 2.90 1.84 -1.06
รวม 100.0 100.0 -

8.2 การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า เนื่องจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ครบกำหนดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนที่สูงกว่าช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างมาก (ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545) แม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนได้อ่อนตัวลงจากระดับ 44.30 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือน ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 มาอยู่ในระดับ 43.37 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 ก็ยังส่งผลให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 0.92 สตางค์/หน่วย

8.3 อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลง จากร้อยละ 0.98 ในช่วงเดือนตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 มาอยู่ในระดับร้อยละ 0.44 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) ลดลงจากช่วงก่อนหน้า 1.55 สตางค์/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +0.67
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า +0.92
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า -1.55
อื่นๆ +0.01
รวมทั้งสิ้น +0.05

การปรับค่า Ft ครั้งนี้ ได้นำส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 7 สตางค์/หน่วย มาพิจารณาด้วยแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดแผนการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ในปี 2544 - 2546 ลงได้ประมาณ 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้ความต้องการรายได้ในการสมทบการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ลดลง 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเฉลี่ยลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนปีละ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 7 สตางค์/หน่วย เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่การปรับค่า Ft เดือนตุลาคม 2544 - กันยายน 2546

8.4 อย่างไรก็ตาม การพิจารณาปรับค่า Ft ครั้งนี้ คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ มีความเห็นว่า ค่า Ft ที่คำนวณได้ ณ ระดับ 22 สตางค์/หน่วย มีค่าใกล้เคียงกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในช่วงที่ผ่านมา ณ ระดับ 21.95 สตางค์/หน่วย มาก ดังนั้น คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ จึงมีมติเห็นชอบให้เรียกเก็บค่า Ft ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 เท่ากับในช่วงก่อนหน้า คือเท่ากับ 21.95 สตางค์/หน่วย

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00  
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน - กันยายน 2545 21.95 -

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 เท่ากับ 21.95 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้า ตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 25.64 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง -1.12 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -2.57 สตางค์ต่อหน่วย
รวม 21.95 สตางค์ต่อหน่วย

 


9. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2545 (ครั้งที่ 103) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2545 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 ในระดับเดิม คือ เท่ากับ 21.95 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับ 2.51 บาท/หน่วย เช่นเดียวกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน 2545 ที่ผ่านมา

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

9.1 ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล ได้ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อยเท่ากับ 0.75 และ 0.31 บาท/ลิตร แต่เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลมีสัดส่วนที่น้อยมาก เพียงร้อยละ 1.55 และ 0.15 ตามลำดับ ทำให้ราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อค่า Ft ครั้งนี้มากนัก สำหรับราคาก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวลดลงจากช่วงก่อนหน้าประมาณ 2.28 บาท/ล้านบีทียู เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับสูตรการคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติจะอิงราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6-18 เดือน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้องผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 1,394 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถปล่อยกระแสน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ ส่งผลให้ต้องลดการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งเป็นต้นทุนที่ถูกที่สุดลงจากช่วงก่อนหน้าร้อยละ 2.21 จึงต้องมีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ (รวมการผลิตไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน) และรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 และ 1.33 ตามลำดับ แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติได้ลดลง 2.28 บาท/ล้านบีทียู ก็ยังส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าในช่วงเดือนมิถุนายน -กันยายน 2545 เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 1.77 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ก.พ. 45- พ.ค. 45 มิ.ย. 45 - ก.ย. 45 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 6.48 7.23 +0.75
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 10.87 11.18 +0.31
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 141.10 138.82 -2.28
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง
หน่วย : ร้อยละ

ประเภทเชื้อเพลิง ก.พ. 45 - พ.ค. 45 มิ.ย. 45 - ก.ย. 45 การเปลี่ยนแปลง
พลังน้ำ 7.14 4.93 -2.21
น้ำมันเตา 2.28 1.55 -0.73
ลิกไนต์ 15.62 13.32 -2.30
ก๊าซธรรมชาติ 73.07 76.88 +3.81
น้ำมันดีเซล 0.05 0.15 +0.10
รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 1.84 3.17 +1.33
รวม 100.0 100.0 -

9.2 การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า อัตราแลกเปลี่ยนได้แข็งค่าขึ้นจากระดับ 43.37 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 มาอยู่ในระดับ 42.07 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 แต่เนื่องจากในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ครบกำหนดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนที่สูงกว่าช่วงที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545) ค่อนข้างมาก จึงส่งผลให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า ลดลงเพียงเล็กน้อยจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 0.08 สตางค์/หน่วย

9.3 ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 0.44 ในการประมาณการค่า Ft ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 มาอยู่ในระดับร้อยละ 0.22 ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) ลดลงจากช่วงก่อนหน้า 1.04 สตางค์/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +1.77
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า -0.08
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า -1.04
อื่นๆ -0.63
รวมทั้งสิ้น +0.02

การปรับค่า Ft ครั้งนี้ ได้นำส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 7 สตางค์/หน่วย มาพิจารณาด้วยแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดแผนการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ในปี 2544 - 2546 ลงได้ประมาณ 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้ความต้องการรายได้ในการสมทบการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ลดลง 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเฉลี่ยลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนปีละ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 7 สตางค์/หน่วย เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่การปรับค่า Ft เดือนตุลาคม 2544 - กันยายน 2546

9.4 อย่างไรก็ตาม การพิจารณาปรับค่า Ft ครั้งนี้ คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ มีความเห็นว่า ค่า Ft ที่คำนวณได้ ณ ระดับ 21.97 สตางค์/หน่วย มีค่าใกล้เคียงกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในช่วงที่ผ่านมา ณ ระดับ 21.95 สตางค์/หน่วย มาก ดังนั้น คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ จึงมีมติเห็นชอบให้เรียกเก็บค่า Ft ในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 เท่ากับ 21.95 สตางค์/หน่วย เท่ากับในช่วงก่อนหน้า

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00  
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน - กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 เท่ากับ 21.95 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้า ตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 27.43 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง -1.76 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -3.72 สตางค์ต่อหน่วย
รวม 21.95 สตางค์ต่อหน่วย

 


10. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2546 (ครั้งที่ 104) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 เท่ากับ 26.12 สตางค์/หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 4.17 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนเพิ่มขึ้น จากช่วงที่ผ่านมาในระดับ 2.48 บาท/หน่วย เป็น 2.52 บาท/หน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.68 ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยขนาดเล็กจำนวน 8.8 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทั่วประเทศ (12.94 ล้านราย) มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 62 หน่วย/เดือน ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.58 บาท/เดือน

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง ของค่า Ft ประกอบด้วย

10.1 ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล ได้ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อยเท่ากับ 0.25 และ 0.69 บาท/ลิตร แต่เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล มีสัดส่วนที่น้อยมาก เพียงร้อยละ 1.45 และ 0.02 ตามลำดับ ทำให้ราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อค่า Ft ครั้งนี้มากนัก ในขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและพม่า ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 10.84 บาท/ล้านบีทียู แม้ว่าจะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำและลิกไนต์ ซึ่งมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ถูกเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.64 และ 2.67 มาช่วยบรรเทาผลกระทบของราคาเชื้อเพลิงก็ตาม ก็ยังส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 4.73 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิง ที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง มิ.ย. 45 - ก.ย. 45 ต.ค. 45 - ม.ค. 46 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.23 7.48 +0.25
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.18 11.87 +0.69
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 138.82 149.66 +10.84
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง
หน่วย : ร้อยละ

ประเภทเชื้อเพลิง มิ.ย. 45 - ก.ย. 45 ต.ค. 45 - ม.ค. 46 การเปลี่ยนแปลง
พลังน้ำ 4.93 7.57 +2.64
น้ำมันเตา 1.55 1.45 -0.10
ลิกไนต์ 13.32 15.99 +2.67
ก๊าซธรรมชาติ 76.88 72.37 -4.51
น้ำมันดีเซล 0.15 0.02 -0.13
รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 3.17 2.59 -0.58
รวม 100.0 100.0 -

10.2 การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า อัตราแลกเปลี่ยนได้อ่อนค่าลงจากระดับ 42.07 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 มาอยู่ในระดับ 43.39 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 แต่เนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 ภาระหนี้เงินตราต่างประเทศ ของการไฟฟ้าที่ครบกำหนดชำระคืนเงินต้น และดอกเบี้ยเงินตราต่างประเทศ ได้ลดลงจากช่วงที่ผ่านมา (มิถุนายน -กันยายน 2545) ค่อนข้างมาก จึงส่งผลให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน ต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า ลดลงจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 0.86 สตางค์/หน่วย

10.3 ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.22 ในการประมาณการค่า Ft ช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2545 มาอยู่ในระดับร้อยละ 1.42 ในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 แต่เนื่องจากการไฟฟ้าจำหน่ายไฟฟ้า ได้มากกว่าแผนเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า จึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) ลดลงจากช่วงก่อนหน้า 1.68 สตางค์/หน่วย

นอกจากนี้ การปรับปรุงหน่วยจำหน่ายไฟฟ้า และการเรียกเก็บค่า Ft ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งยกยอดมาเรียกเก็บในช่วงนี้ จำนวน 1.98 สตางค์/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +4.73
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า -0.86
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า -1.68
อื่นๆ +1.98
รวมทั้งสิ้น +4.17

การปรับค่า Ft ครั้งนี้ ได้นำส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 7 สตางค์/หน่วย มาพิจารณาด้วยแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดแผนการลงทุน ของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ในปี 2544 - 2546 ลงได้ประมาณ 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้ความต้องการรายได้ ในการสมทบการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ลดลง 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเฉลี่ยลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนปีละ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 7 สตางค์/หน่วย เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่การปรับค่า Ft เดือนตุลาคม 2544 - กันยายน 2546

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00  
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน - กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน - กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 26.12 +4.17

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 เท่ากับ 26.12 สตางค์ต่อหน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้า ตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 33.17 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบส่ง -2.29 สตางค์ต่อหน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -4.76 สตางค์ต่อหน่วย
รวม 26.12 สตางค์ต่อหน่วย

 


11. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2546

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2546 (ครั้งที่ 105) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2546 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2546 ในระดับเดิม คือ เท่ากับ 26.12 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับ 2.52 บาท/หน่วย เช่นเดียวกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 ซึ่งเป็นผลมาจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถบริหารค่าใช้จ่าย ทำให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าดำเนินการในการผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับเท่าเดิม

โดยการคำนวณค่า Ft ตามสูตรปกติ ค่า Ft สำหรับเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน- กันยายน 2546 จะเท่ากับ 32.62 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 6.50 สตางค์/หน่วย ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

11.1 สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวลดลงจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 2 บาท/ลิตร แต่เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซลมีสัดส่วนที่น้อยมาก เพียงร้อยละ 0.03 ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงไม่มีผลกระทบต่อการปรับค่า Ft มากนัก ในขณะที่ราคาน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อย เท่ากับ 0.41 บาท/ลิตร และ 1.35 บาท/ล้านบีทียู ตามลำดับ ตลอดจนการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติได้เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลดลงตามปริมาณน้ำที่สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 7.82 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ต.ค. 45 - ม.ค. 46 ก.พ. 46 - พ.ค. 46 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.48 7.89 +0.41
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.87 9.87 -2.00
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 149.66 151.01 +1.35

ลิกไนต์ (บาท/ตัน)

569.70 569.70 -

11.2 อัตราแลกเปลี่ยนได้แข็งค่าขึ้นจากระดับ 43.39 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนตุลาคม 2545-มกราคม 2546 มาอยู่ในระดับ 42.82 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2546 จึงส่งผลให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า ลดลงจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 0.34 สตางค์/หน่วย

11.3 อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.42 ในการประมาณการค่า Ft ช่วงเดือนตุลาคม 2545-มกราคม 2546 มาอยู่ในระดับร้อยละ 1.80 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2546 จึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.74 สตางค์/หน่วย

11.4 จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ค่า Ft เฉลี่ยที่คำนวณได้ในเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2546 สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2546 มีค่าเท่ากับ 32.62 สตางค์/หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา (26.12 สตางค์/หน่วย) เท่ากับ 6.50 สตางค์/หน่วย อย่างไรก็ตาม จากการที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับไปดำเนินการบริหารราคาก๊าซธรรมชาติ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระการตรึงค่า Ft ทำให้ค่า Ft ที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในรอบนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงที่ผ่านมา

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +7.82
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า -0.34
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +0.74
อื่นๆ -1.72
ค่า Ft ที่คำนวณตามสูตรปกติ +6.50
ปตท. บริหารราคาก๊าซธรรมชาติ -1.46
กฟผ. รับภาระการตรึงค่า Ft -5.04
การเปลี่ยนของค่า Ft -

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2546 เท่ากับ 26.12 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 32.04 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -1.96 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -3.96 สตางค์/หน่วย
รวม 26.12 สตางค์/หน่วย

 


12. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2546 (ครั้งที่ 106) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2546 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 เท่ากับ 26.12 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับ 2.52 บาท/หน่วย เช่นเดียวกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2546 ซึ่งเป็นผลมาจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถบริหารค่าใช้จ่าย ทำให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าดำเนินการในการผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับเท่าเดิม

โดยการคำนวณค่า Ft ตามสูตรปกติ ค่า Ft สำหรับเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 จะเท่ากับ 38.14 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากการคำนวณค่า Ft ณ ระดับ 26.12 สตางค์/หน่วย ในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 สำหรับการเรียกเก็บในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 เท่ากับ 12.02 สตางค์/หน่วย ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

12.1 สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวลดลงจากช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 เท่ากับ 3.33 บาท/ลิตร ในขณะที่ราคาน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.09 บาท/ลิตร และ 5.11 บาท/ล้านบีทียู ตามลำดับ ตลอดการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำและลิกไนต์ที่ลดลง ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่ากับ 11.43 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ต.ค. 45 - ม.ค. 46 มิ.ย. - ก.ย. 46 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.48 7.57 +0.09
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.87 8.54 -3.33
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 149.66 154.77 +5.11
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

12.2 อัตราแลกเปลี่ยนได้แข็งค่าขึ้นจากระดับ 43.39 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 มาอยู่ในระดับ 41.71 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2546 อย่างไรก็ตามเนื่องจากในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2546 การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีการปรับโครงสร้างหนี้ (Refinance) เพื่อลดเงินกู้ต่างประเทศ ทำให้ กฟน. และ กฟภ. ต้องชำระหนี้เงินกู้ต่างประเทศเป็นจำนวนที่สูงกว่าที่ผ่านมาค่อนข้างมาก จึงส่งผลให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.58 สตางค์/หน่วย

12.3 อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.42 ในช่วงเดือนตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 มาอยู่ในระดับร้อยละ 1.87 ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2546 จึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) เพิ่มขึ้น 1.29 สตางค์/หน่วย

12.4 จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ค่า Ft ที่คำนวณได้ในเดือนมิถุนายน-กันยายน 2546 สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 มีค่าเท่ากับ 38.14 สตางค์/หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 (26.12 สตางค์/หน่วย) เท่ากับ 12.02 สตางค์/หน่วย อย่างไรก็ตาม จากการที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับไปดำเนินการบริหารราคาก๊าซธรรมชาติ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระการตรึงค่า Ft ตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2546 ซึ่งเห็นชอบให้ กฟผ. รับภาระการตรึงค่า Ft ไปก่อน โดยให้ถือเป็นรายได้ค้างรับ และนำไปเกลี่ยค่าไฟฟ้าในอนาคตเมื่อค่าไฟฟ้าลดลง ทั้งนี้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี (ภายในปี 2549) ทำให้ค่า Ft ที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในรอบนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน 2546

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +11.43
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า +0.58
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +1.29
อื่นๆ -1.28
ค่า Ft ที่คำนวณตามสูตรปกติ +12.02
ปตท. บริหารราคาก๊าซธรรมชาติ -3.67
กฟผ. รับภาระการตรึงค่า Ft -8.35
การเปลี่ยนของค่า Ft -

เดือน ค่า Ft
ที่คำนวณได้
ค่า Ft
ที่เรียกเก็บ
ภาระ
จากการตรึงค่า Ft
การรับภาระ
การตรึงค่า Ft
(สตางค์/หน่วย) (สตางค์/หน่วย) (สตางค์/หน่วย) (ล้านบาท) ปตท.
(ล้านบาท)
กฟผ.
(ล้านบาท)
ก.พ. 46-พ.ค. 46 32.62 26.12 -6.50 2,291.22 519 1,772.22
มิ.ย. 46-ก.ย. 46 38.14 26.12 -12.02 4,349.90 1,328 3021.90
การเปลี่ยนแปลง +5.52     6,641.12 1,847 4,794.12

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 เท่ากับ 26.12 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 30.95 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -1.92 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -2.91 สตางค์/หน่วย
รวม 26.12 สตางค์/หน่วย

 


13. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2547 (ครั้งที่ 107) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 เท่ากับ 38.28 สตางค์/หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 12.16 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.84 จาก 2.51 บาท/หน่วย เป็น 2.63 บาท/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

13.1 สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 0.79 บาท/ลิตร ในขณะที่ราคาน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวลดลงจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 0.25 บาท/ลิตร และ 3.57 บาท/ล้านบีทียู ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในเดือนสิงหาคม 2546 - มีนาคม 2547 แหล่งก๊าซธรรมชาติเยตากุนในสหภาพพม่า ได้หยุดการผลิต ทั้งตามแผนและนอกแผน เพื่อขยายกำลังการผลิต ให้สามารถส่งก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อวันตามสัญญา เพิ่มขึ้นจากระดับ 260 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เป็น 400 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ทำให้ กฟผ. และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนต้องใช้น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ การคำนวณค่า Ft ในครั้งนี้ไม่มีส่วนลด จากการบริหารราคาก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 5.30 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง มิ.ย. - ก.ย. 46 ต.ค. 46 - ม.ค. 47 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.57 7.32 -0.25
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 8.54 9.33 +0.79
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
- อ่าวไทยและพม่า 154.77 151.20 -3.57
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการลดการจ่ายก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2546 - เดือนกุมภาพันธ์ 2547 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 1,980 ล้านบาท โดยผลกระทบจากการลดการจ่ายก๊าซธรรมชาติดังกล่าวทำให้ค่าใช้จ่ายในการประมาณการค่า Ft เดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 ในครั้งนี้เพิ่มขึ้นจำนวน 735 ล้านบาท

13.2 เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนได้แข็งค่าขึ้นจากระดับ 41.71 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2546 มาอยู่ในระดับ 39.62 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 ส่งผลให้ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า ลดลงจากช่วงก่อนหน้าเท่ากับ 1.05 สตางค์/หน่วย

13.3 อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 1.87 ในการประมาณการค่า Ft ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2546 มาอยู่ในระดับร้อยละ 1.67 ในช่วงเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (Non-Fuel Cost) ลดลงจากเดิม 1.81 สตางค์/หน่วย

13.4 นอกจากนี้ ในการคำนวณค่า Ft ครั้งนี้ กฟผ. ไม่ได้รับภาระจากการตรึงค่า Ft เช่นเดียวกับการคำนวณค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับภาระจำนวน 3,021.90 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่า Ft ประมาณ 8.35 สตางค์/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft
สตางค์/หน่วย

ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +5.30
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า -1.05
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า -1.81
กฟผ. ไม่ต้องรับภาระการตรึงค่า Ft +8.35
อื่นๆ +1.37
รวมทั้งสิ้น +12.16

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน -กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 26.12 +4.17
มิถุนายน -กันยายน 2546 26.12 -
ตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 26.12 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 38.28 +12.16

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 เท่ากับ 38.28 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 45.89 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -2.57 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -5.04 สตางค์/หน่วย
รวม 38.28 สตางค์/หน่วย

 


14. การปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ประจำเดือนมิถุนายน-กันยายน 2547

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2547 (ครั้งที่ 108) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2547 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 ในระดับเดิม คือ เท่ากับ 38.28 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชน อยู่ที่ระดับ 2.63 บาท/หน่วย เท่ากับช่วงที่ผ่านมา

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

14.1 ความต้องการใช้ไฟฟ้า และสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าประมาณ 4,000 ล้านหน่วย ทำให้ กฟผ. ต้องผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล ซึ่งมีต้นทุนที่สูงเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 1,224 และ 106 ล้านหน่วย ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล ได้ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 0.65 และ 2.28 บาท/ลิตร ตลอดจนก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวสูงขึ้น 1.37 บาท/ล้านบีทียู แม้ว่าจะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ และถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนราคาถูกเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 149 และ 220 ล้านหน่วย ก็ยังส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.26 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ต.ค. 46 - ม.ค. 47 ก.พ. - พ.ค. 47 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.33 7.99 +0.65
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 9.61 11.89 +2.28
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู) 142.67 143.97 +1.37
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

การใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า

เชื้อเพลิง ต.ค. 46 - ม.ค. 47 ก.พ. - พ.ค. 47 การเปลี่ยนแปลง
ล้านหน่วย ร้อยละ ล้านหน่วย ร้อยละ ล้านหน่วย ร้อยละ
พลังน้ำ 2,133 5.5 2,282 5.3 +149 + 3.7
น้ำมันเตา 1,067 2.7 2,291 5.3 +1,224 +30.3
ลิกไนต์ 5,600 14.4 5,820 13.6 +220 +5.5
ก๊าซธรรมชาติ (กฟผ. และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน) 29,082 74.9 31,396 73.3 +2,314 57.1
น้ำมันดีเซล 74 0.2 180 0.4 +106 +2.6
รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 852 2.2 883 2.1 +31 +0.8
รวม 38,808 100.0 42,852 100.0 +4,044 100.0

14.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลเยนในช่วงที่ผ่านมา ได้อ่อนค่าลงจากฐาน ณ ระดับ 36.2836 บาท/100 เยน ในบางช่วง ประกอบกับภาระการชำระคืนเงินต้น และดอกเบี้ยเงินสกุลเยน ลดลงจากช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้าลดลง 0.17 สตางค์/หน่วย ทั้งนี้ สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงที่ผ่านมา การไฟฟ้าต้องรับภาระเอง จึงทำให้ผลกระทบ จากอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ ไม่มีผลกระทบต่อการปรับค่า Ft ในรอบนี้

14.3 หน่วยจำหน่ายจริงของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้เพิ่มขึ้นจากที่ประมาณการไว้เดิม แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อได้เพิ่มขึ้น จากระดับร้อยละ 1.52 ในช่วงเดือนตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 มาอยู่ในระดับร้อยละ 2.35 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 ก็ยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า ลดลงจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อย เท่ากับ 0.08 สตางค์/หน่วย

นอกจากนี้ จากหน่วยจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้การไฟฟ้าได้รับเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากที่ประมาณการไว้เดิม จึงนำมาคืนให้ประชาชนในการคำนวณค่า Ft ครั้งนี้ จำนวนรวม 4.20 สตางค์/หน่วย

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft

  สตางค์/หน่วย
ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า +5.26
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้า -0.17
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า -0.08
อื่นๆ -4.20
รวมทั้งสิ้น +0.81

จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ค่า Ft ที่คำนวณได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 สำหรับการเรียกเก็บในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 มีค่าเท่ากับ 39.09 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากค่า Ft ที่ผ่านมา ณ ระดับ 38.28 สตางค์/หน่วย เท่ากับ 0.81 สตางค์/หน่วย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาการปรับค่า Ft ครั้งนี้ คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ มีความเห็นว่าค่า Ft ที่คำนวณได้ (39.09 สตางค์/หน่วย) มีค่าใกล้เคียงกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในช่วงที่ผ่านมา (38.28 สตางค์/หน่วย) มาก ดังนั้น คณะอนุกรรมการกำกับสูตรฯ จึงมีมติเห็นชอบให้เรียกเก็บค่า Ft ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 เท่ากับ 38.28 สตางค์/หน่วย เท่ากับในช่วงก่อนหน้า

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน -กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 26.12 +4.17
มิถุนายน -กันยายน 2546 26.12 -
ตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 26.12 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 38.28 +12.16
มิถุนายน - กันยายน 2547 38.28 -

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 เท่ากับ 38.28 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 45.35 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -2.55 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -4.52 สตางค์/หน่วย
รวม 38.28 สตางค์/หน่วย

 


15. การปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติประจำเดือนตุลาคม 2547 - มกราคม 2548

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 4/2547 (ครั้งที่ 110) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2547 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 เท่ากับ 43.28 สตางค์/หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนจาก 2.63 บาท/หน่วย เป็น 2.68 บาท/หน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ประกอบด้วย

15.1 ความต้องการใช้ไฟฟ้าและสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าประมาณ 670 ล้านหน่วย ประกอบกับ ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 เป็นฤดูฝนและมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งมีต้นทุนราคาถูกลดลงประมาณ 785 ล้านหน่วย กฟผ. ต้องผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 1,214 และ 527 ล้านหน่วย ประกอบกับราคาก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวสูงขึ้น 4.63 บาท/ล้านบีทียู แม้ว่าจะมีการลดการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาลง 462 ล้านหน่วย และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินซึ่งมีต้นทุนราคาถูกเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 347 ล้านหน่วย ก็ยังส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.68 สตางค์/หน่วย

การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการประมาณการค่า Ft

เชื้อเพลิง ก.พ. - พ.ค. 47 มิ.ย. - ก.ย. 47 การเปลี่ยนแปลง
น้ำมันเตา (บาท/ลิตร) 7.99 8.95 +0.96
น้ำมันดีเซล (บาท/ลิตร) 11.89 13.64 +1.75
ก๊าซธรรมชาติ (บาท/ล้านบีทียู)      
  - อ่าวไทยและพม่า 150.95 155.58 +4.63
ลิกไนต์ (บาท/ตัน) 569.70 569.70 -

15.2 อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 40.89 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วง 40-45 บาท/เหรียญสหรัฐ ที่นำเข้าสูตร Ft ประกอบกับ ภาระการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินตราต่างประเทศสูงกว่าช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อภาระหนี้ของการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.27 สตางค์/หน่วย

15.3 อัตราเงินเฟ้อได้เพิ่มขึ้นจากระดับร้อยละ 2.35 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 มาอยู่ในระดับร้อยละ 3.06 ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 ประกอบกับหน่วยจำหน่ายจริงของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้เพิ่มขึ้นจากที่ประมาณการไว้เดิม ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อยเท่ากับ 0.84 สตางค์/หน่วย

15.4 นอกจากนี้ หน่วยจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 มีค่าสูงกว่าการคำนวณในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับค่า Ft ที่คำนวณได้จริงสำหรับการเรียกเก็บในช่วงเดือนที่ผ่านมามีค่าสูงกว่าที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้า ส่งผลให้ค่า Ft ครั้งนี้เพิ่มขึ้น 2.63 สตางค์/หน่วย

จากปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นส่งผลให้ค่า Ft ที่คำนวณได้ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2547 สำหรับเรียกเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 มีค่าเท่ากับ 47.70 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากค่า Ft ที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมา ณ ระดับ 38.28 สตางค์/หน่วย เท่ากับ 9.42 สตางค์/หน่วย อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้การปรับราคาไฟฟ้ามีผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ามากเกินไป คณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นควรให้มีการปรับเพิ่มค่า Ft ครั้งนี้จำนวน 5 สตางค์/หน่วย และมอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ กฟผ. รับไปบริหารราคาเชื้อเพลิงและบริหารต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน -กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 26.12 +4.17
มิถุนายน -กันยายน 2546 26.12 -
ตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 26.12 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 38.28 +12.16
มิถุนายน - กันยายน 2547 38.28 -
ตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 43.28 +5.00

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 เท่ากับ 43.28 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 49.82 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -2.11 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -4.43 สตางค์/หน่วย
รวม 43.28 สตางค์/หน่วย

16. การปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติประจำเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2548 (ครั้งที่ 111) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 เท่ากับ 43.28 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับ 2.69 บาท/หน่วย เช่นเดียวกับในช่วงเดือนตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 ซึ่งเป็นผลมาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถบริหารการผลิตไฟฟ้าและการใช้เชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี โดยการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำ และลดการใช้เชื้อเพลิงที่มีต้นทุนสูง ได้แก่ การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ก๊าซธรรมชาติ และลิกไนต์ได้มากขึ้น ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าดำเนินการในการผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับเท่าเดิม และสามารถลดภาระค่าไฟฟ้าลงได้

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลประชาชนในการพิจารณาค่า Ft รอบต่อ ๆ ไป กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้ กฟผ. และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยให้ กฟผ. บริหารการผลิตไฟฟ้าและการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะเดียวกันให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดูแลการจัดหาก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนไฟฟ้าและเป็นการช่วยรักษาเสถียรภาพให้กับราคาค่าไฟฟ้าอีกด้วย

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน -กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 26.12 +4.17
มิถุนายน -กันยายน 2546 26.12 -
ตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 26.12 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 38.28 +12.16
มิถุนายน - กันยายน 2547 38.28 -
ตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 43.28 +5.00
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 43.28 -

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 เท่ากับ 43.28 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 50.35 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -2.41 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -4.66 สตางค์/หน่วย
รวม 43.28 สตางค์/หน่วย


17. การปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติประจำเดือนมิถุนายน - กันยายน 2548

คณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2548 (ครั้งที่ 113) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2548 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) และมีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2548 เท่ากับ 46.83 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับ 2.72 หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 1.33

ปัจจัยที่มีผลทำให้ค่า Ft เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการใช้ไฟฟ้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 ที่ผ่านมา ประเทศมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นจาก 41,596 ล้านหน่วยในช่วงก่อนหน้า เป็น 45,671 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4,075 ล้านหน่วย โดยไม่สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากท่อก๊าซฯ เส้นที่ 1-2 ใช้เต็มความสามารถในการส่งก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาแหล่งบงกชหยุดซ่อมเพื่อบำรุงรักษา ทำให้ต้องใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล ซึ่งมีราคาสูงกว่าก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1,997 ล้านหน่วย และ 93 ล้านหน่วย ตามลำดับ

นอกจากนั้น ราคาน้ำมันเตายังปรับเพิ่มขึ้นจาก 9.54 บาทต่อลิตร เป็น 10.62 บาทต่อลิตร และราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นจาก 13.61 บาทต่อลิตร เป็น 14.04 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 159.58 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 159.93 บาทต่อล้านบีทียู

ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 จำนวน 45,671 ล้านหน่วย แบ่งเป็น การผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตา 3,048 ล้านหน่วย การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติของโรงไฟฟ้า กฟผ. 10,624 ล้านหน่วย การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนและประเทศเพื่อนบ้าน 23,446 ล้านหน่วย การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ 2,286 ล้านหน่วย การผลิตไฟฟ้าจากลิกไนต์ 6,165 ล้านหน่วย และการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซล 102 ล้านหน่วย

ค่าไฟฟ้าตามสูตร Ft
หน่วย : สตางค์/หน่วย

  ค่า Ft การเปลี่ยนแปลง
ตุลาคม 2543 - มกราคม 2544 0.00 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2544 24.44 +24.44
มิถุนายน -กันยายน 2544 27.13 +2.69
ตุลาคม 2544 - มกราคม 2545 22.77 -4.36
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2545 21.95 -0.82
มิถุนายน -กันยายน 2545 21.95 -
ตุลาคม 2545 - มกราคม 2546 21.95 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2546 26.12 +4.17
มิถุนายน -กันยายน 2546 26.12 -
ตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 26.12 -
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2547 38.28 +12.16
มิถุนายน - กันยายน 2547 38.28 -
ตุลาคม 2547 - มกราคม 2548 43.28 +5.00
กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 43.28 -
มิถุนายน - กันยายน 2548 46.83 +3.55

โดยค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2548 เท่ากับ 46.83 สตางค์/หน่วย สามารถจำแนกค่าไฟฟ้าตามประเภทกิจการไฟฟ้า ได้ดังนี้

ค่า Ft ตามประเภทกิจการไฟฟ้า

กิจการผลิต 53.35 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบส่ง -2.41 สตางค์/หน่วย
กิจการระบบจำหน่าย -4.11 สตางค์/หน่วย
รวม 46.83 สตางค์/หน่วย

ค่าไฟเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาจะอยู่ในระดับ 2.68 บาท/หน่วย ประกอบด้วยค่าไฟฟ้าฐานประมาณ 2.25 บาท/หน่วย และค่า Ft ที่เปลี่ยนแปลงตามราคาเชื้อเพลิงประมาณ 43.28 สตางค์/หน่วย โดยค่า Ft ที่เพิ่มขึ้นจาก 43.28 สตางค์/หน่วย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2548 เป็น 46.83 สตางค์/หน่วย ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2548 หรือเพิ่มขึ้น 3.55 สตางค์/หน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนเพิ่มขึ้นจาก 2.68 บาท/หน่วย เป็น 2.72 บาท/หน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3

อย่างไรก็ตาม แม้ค่า Ft ที่คำนวณได้จะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยขนาดเล็กจำนวน 9.33 ล้านราย หรือคิดเป็น 67% ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยทั่วประเทศ มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 59 หน่วยต่อเดือน และเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มใหญ่ของประเทศ จะจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2.09 บาทต่อเดือนเท่านั้น


18. รายละเอียดสูตรการปรับค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft)

รายละเอียด สูตรการปรับค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ, [in PDF format]
(ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2543)


 

 


ส่วนไฟฟ้า
ปรับปรุง 24 มิถุนายน 2548