ที่มาของโครงการ
สืบเนื่องจากประเทศไทยประสบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานาน โดยผู้ กระทำผิดได้มีการพัฒนารูปแบบการกระทำผิดเช่น การลักลอบนำเข้าทั้งทางบกและทางทะเล การขอคืนภาษีน้ำมันส่งออกโดยไม่ส่งออกจริง การขอคืนภาษีน้ำมันเติมเรือสินค้าไปต่างประเทศ โดยไม่เติมจริง การนำสารโซลเว้นท์มาผสมในน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียอย่างมหาศาลในด้านต่างๆเป็น อันมาก ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตและอากรขาเข้าปีละหลายพันล้านบาท การสูญเสียตลาดของบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่สุจริต รวมทั้ง เครื่องยนต์เสียหายจากน้ำมันที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน
แม้ว่าบรรดาหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อนจะได้ดำเนินกาเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มงวด เอาจริงเอาจังในการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ รวมถึงได้มีมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ทำให้การกระทำความผิดมีแนวโน้มลดลงตามลำดับแล้วก็ตาม รัฐยังเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการรณรงค์โดยใช้กลยุทธ์ด้านการประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อน นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบให้ข้อมูลและการสื่อสารระหว่างรัฐและประชาชน เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริง ถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาก่อนที่ความเสียหายต่างๆจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีช่องทางในการสื่อสารกับภาครัฐเพื่อแจ้งเบาะแสที่ตนได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ โดยจะเห็นการส่งเสริมให้ประชาชนเป็นแนวร่วมสำคัญ เพราะสามารถรู้เห็นเบาะแส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของรัฐได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น เมื่อรัฐได้มีนโยบายให้มีการป้องกันและปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะหน่วยประสานงานการปราบปรามการลักลอบนำเข้า น้ำมันเชื้อเพลิงจึงได้สนองตอบนโยบายดังกล่าว ด้วยการจัดให้มีโครงการประชาสัมพันธ์ "การป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อน" ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชน และ ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อน และตระหนักว่าน้ำมันเถื่อนก่อให้เกิดผลเสียเป็นพิษภัยที่ทำลายเศรษฐกิจของประเทศชาติ และมีผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ รัฐจำเป็นต้องรณรงค์สร้างกระแสให้ทั้ง สื่อมวลชน และประชาชนตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ของตน ในการช่วยป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อนตลอดจนลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้การกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงลดน้อยลงและหมดไปจากประเทศไทย
ทั้งนี้ มีเป้าหมายให้ทั้งสื่อมวลชนและประชาชนเป็นแนวร่วมสำคัญในการป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อน โดยสร้างทัศนคติให้ประชาชนเห็นว่าน้ำมันเถื่อนเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และเห็นบทบาทของตนเองในการมีส่วนร่วมรณรงค์ต่อต้านน้ำมันเถื่อนอย่างจริงจังและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยการประชาสัมพันธ์จะใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบ 2 ทาง (Two-way communications) เพื่อเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างภาครัฐและประชาชนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นและช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วทันเวลา เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อน การจัดสรรช่องทางการสื่อสารแบบ 2 ทางดังกล่าว ทำได้โดยผ่านทางสายด่วนโครงการรวมพลังต้านน้ำมันเถื่อน (Call Center) ที่หมายเลข 0-2662-3288 นอกจากนี้ยังมีการจัดทำเว็ปไซด์เฉพาะกิจ และเปิด ตู้ ป.ณ. เฉพาะกิจ ไว้เป็นพิเศษเพิ่มความเข้มแข็งในระบบการสื่อสารข้อมูล โดยรัฐจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนผ่านทางช่องทางต่างๆนี้ ซึ่งจะเป็นการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน การสร้างเครือข่ายในการป้องกันและปราบปราม รวมทั้ง มาตรการสำคัญๆของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะเน้นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนผ่านสารคดีทางโทรทัศน์ และ สถานีวิทยุ การจัดทำสกู๊ปและการรายงานข่าวทางสื่อสิ่งพิมพ์ ขณะเดียวกันรัฐก็เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและประชาชนสามารถสอบถามข้อมูล แจ้งข่าวสาร เบาะแส เกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนเข้ามา โดยการแจ้งข่าวสารและเบาะแสเข้ามานั้น รัฐได้มีการมาตรการป้องกันความปลอดภัยแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสเข้ามาอย่างรัดกุม เพื่อให้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นข้อมูลลับเฉพาะ เพื่อที่สำนักงานฯจะได้ประสานงานดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวดต่อไป
และเพื่อให้โครงการประชาสัมพันธ์ฯเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และประสบผลสำเร็จบรรลุผลตาม เป้าหมายของโครงการฯ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน จึงได้จัดให้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อรับทราบรายละเอียดโครงการประชาสัมพันธ์ฯ และ เจตนารมย์ของรัฐในการขอความร่วมมือจาก สื่อมวลชน เพื่อเป็นกระบอกเสียงและเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างกว้างขวางเพื่อเป็นประโยชน์ ต่อ การดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการต่อไป
วัตถุประสงค์ของโครงการรวมพลังต้านน้ำมันเถื่อน
1. เปิดช่องทางให้เกิดการสื่อสาร 2 ทางระหว่างรัฐและประชาชนในการให้ข้อมูล ความรู้ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อน และเป็นช่องทางในการแจ้งข่าวสารเบาะแสเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อน
2. ให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไปให้
- ตระหนักถึงความสูญเสียอันเกิดจากน้ำมันเถื่อน
- พิษภัยของน้ำมันปลอมที่มีต่อชีวิตและทรัพย์สิน
3. กระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้ลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน และผู้เกี่ยวข้องให้ตระหนักถึงผลเสียของการกระทำผิดที่มีต่อ
- ชีวิต
- ทรัพย์สินของประชาชน
- ประเทศชาติ
4. ชี้แจงให้เห็นถึงบทลงโทษที่มีต่อผู้กระทำความผิด
5. สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐในการป้องกันและ ปราบปรามน้ำมันเถื่อนอย่างเป็นระบบ
6. เผยแพร่ผลงานและสร้างความเข้าใจในตัวองค์กรคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียมและคณะกรรมการประสานงานการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม
7. ชี้ให้เห็นถึงบทบาท และหน้าที่ขององค์กรและการประสานความร่วมมือระหว่าง องค์กร
8. เปิดช่องทางให้ประชาชนในการสอบถามข้อมูล หรือ แจ้งข่าวสาร เบาะแสเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อน
กลุ่มเป้าหมาย
1. ประชาชนทั่วไป
2. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบกับน้ำมันเถื่อน
3. องค์กรที่มีส่วนร่วมในการปราบปรามน้ำมันเถื่อน
4. สื่อมวลชน / ผู้นำความคิด
5. ผู้ค้าน้ำมันเถื่อน
กิจกรรมประชาสัมพันธ์
1. สื่อประชาสัมพันธ์
- การผลิตสารคดีโทรทัศน์ ความยาว 1 นาที ออกอากาศในรายการที่นี่ประเทศไทย จำนวน 20 ตอน และนำมาออกอากาศอีกครั้งในรายการบ้านเลขที่ 5 และรายการเมืองไทยใกล้เที่ยง ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2545 - มีนาคม 2546
- สารคดียาว 10-12 นาที แสดงภาพรวมของสถานการณ์น้ำมันเถื่อน นโยบายและแนวทาง ป้องกันและปราบปราม รวมถึงผลสำเร็จของการดำเนินการ
- สารคดี รวมพลังต้านน้ำมันเถื่อน ออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงทั่วทุกภาคของประเทศ ความยาว 2 นาที จำนวน 60 ตอน
- คอลัมน์พิเศษ "แกะรอยน้ำมันเถื่อน" ทางหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
- สกู๊ปพิเศษทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและเดลินิวส์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2545 ถึง เดือนมีนาคม 2546
- การจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่เรื่องน้ำมันเถื่อน จำนวน 5,000 เล่ม
2. การจัดประชุมและระดมความคิดเห็นเชิงปฏิบัติการ
3. การนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการปฏิบัติการน้ำมันเขียวนอกชายฝั่งทะเลภาคใต้
4. ช่องทางการสื่อสารตรงและการสื่อสารแบบสองทาง
- สายด่วน โครงการรวมพลังต้านน้ำมันเถื่อน (call center) 0- 2662-3288
- ตู้ ปณ.เฉพาะสำหรับกิจกรรม ตู้ปณ. 345 ปณจ. พระโขนง กรุงเทพฯ 10110
- เว็บไซด์เฉพาะกิจ www.nepo.go.th/petrol
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ประชาชนรับรู้ถึงพิษภัยของน้ำมันเถื่อนทั้งต่อตนเอง และต่อประเทศชาติ รวมทั้ง ตระหนักถึง บทบาทของตนในการดูแลและปกป้องสิทธิ์ของตนก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นทั้งในส่วนของทรัพย์สินและชีวิตของตนเอง รวมทั้งประเทศชาติโดยส่วนรวม
2. เพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามน้ำมันเถื่อนให้หมดไปจากสังคมไทย เนื่องจากมีแนวร่วมที่สำคัญ คือ สื่อมวลชน และ ประชาชน
3. ประชาชนมีความเข้าใจในการทำงานของรัฐและรับทราบความเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
|
|