คำชี้แจง
วิธีปฏิบัติตามมาตรการบรรเทาผลกระทบ
จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น (สาขาเกษตร)
(ระยะเวลา 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2544)

จัดทำโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์



1. ความเป็นมา

  1. ตามที่ได้เกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบันราคาน้ำมันก็ยังไม่มีทีว่า จะลดต่ำลงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับมีแนวโน้มว่าจะสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเพิ่มสูงขึ้นของราคาน้ำมัน หากเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นระยะเวลานาน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตของภาคการเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของเกษตรกรอย่างยิ่ง
  2. การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 ได้มีการพิจารณาเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากราคาน้ำมัน ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) เสนอ อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบ จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งที่ประชุมได้มีมติ โดยให้ช่วยเหลือชดเชยราคาน้ำมัน เป็นรายสาขาให้แก่สาขาเกษตร โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือชดเชยราคาน้ำมันดีเซลแก่เกษตรกร จำนวน 5.64 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 15 ลิตร ต่อเดือน กำหนดอัตราชดเชยให้ลิตรละ 3 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2544 – 31 สิงหาคม 2544 โดยใช้งบของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ในวงเงินประมาณ 754 ล้านบาท
  3. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จึงจัดทำโครงการฯ ขึ้นเพื่อเสนอของบประมาณในการดำเนินการ จากคณะกรรมการ คชก. เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว
  4. การดำเนินงานครั้งนี้มีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และสถานีน้ำมันเอกชนอื่นๆที่เข้าร่วมโครงการ และเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน จึงได้มีการกำหนดวิธี และแนวทางปฏิบัติ ให้เป็นแนวทางเดียวกัน

2. สาระสำคัญของโครงการ

หลักการ

  1. จะดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร สาขาเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และสัตว์น้ำ ยกเว้นประมงทะเลที่ดำเนินการในสาขาประมง
  2. เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ เห็นควรช่วยเหลือโดยใช้ครัวเรือนเป็นหลัก เนื่องจากมีรายชื่อเกษตรกรในสถาบัน/องค์กรเกษตรกรต่างๆ อยู่แล้ว
  3. สิทธิการได้รับความช่วยเหลือของเกษตรกร เพียงครัวเรือนละ 1 รายเท่านั้น
  4. เกษตรกรที่จะได้รับความช่วยเหลือ จะต้องเป็นครัวเรือนที่สังกัดสถาบัน หรือองค์กรเกษตรกร ที่เป็นนิติบุคคลและลูกค้า ธ.ก.ส.โดยประธานกรรมการ หรือกรรมการที่ประธานมอบหมาย ของสถาบัน/องค์กรเกษตรกร และ ธ.ก.ส.เป็นผู้รับรองว่าเป็นเกษตรกร และมีความประสงค์ที่ต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากโครงการจริง
  5. กรณีที่เกษตรกรที่ประกอบการผลิตทางการเกษตร แต่ไม่เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรใด หากต้องการได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ต้องสมัครเป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกร ทั้งนี้เพื่อเป็นทางหนึ่งของการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง
  6. กำหนดการช่วยเหลือของโครงการ ฯ ครัวเรือนละ 15 ลิตรต่อเดือน โดยชดเชยน้ำมันดีเซลลิตรละ 3 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน เกษตรกรสามารถสะสมน้ำมันที่เหลือในแต่ละเดือนต่อๆ ไปได้ แต่ต้องไม่เกินจำนวนสูงสุด 45 ลิตรเป็นเงิน 135 บาทต่อครัวเรือน และการจ่ายค่าชดเชยคิดเฉพาะจำนวนลิตรที่เป็นจำนวนเต็ม
  7. สถานีบริการน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นสถานีบริการน้ำมันมาตรฐาน ที่จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมิเตอร์หัวจ่าย และสามารถออกใบเสร็จรับเงินได้
  8. โครงการนี้ได้กำหนดเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อนในระยะสั้น ซึ่งจะได้มีการติดตามประเมินผลโครงการด้วย

3. วิธีดำเนินการ

3.1 การประชาสัมพันธ์และชี้แจงโครงการ

  1. เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประสานงานกับสรรพากรจังหวัด ขอรายชื่อสถานีบริการน้ำมันมาตรฐาน ที่จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมิเตอร์หัวจ่ายในจังหวัด แล้วเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุม เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ ให้ทราบแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปในแนวเดียวกัน และประชาสัมพันธ์โครงการ ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ถึงตัวเกษตรกรโดยตรง รวมทั้งแจ้งชื่อสถานีบริการน้ำมันมาตรฐานที่เกษตรกรสามารถใช้บริการได้ให้ทราบ
  2. สพช.และปตท. แจ้งสถานีบริการน้ำมันให้ทราบโครงการและกำชับ ให้พนักงานสถานีบริการน้ำมันเขียนใบเสร็จรับเงิน ให้ถูกต้องตามโครงการ คือ 1. ชื่อสกุลเกษตรกร 2. เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 3. วันที่เติมน้ำมัน 4. จำนวนลิตร 5. จำนวนเงินทั้งตัวเลข และตัวอักษร 6. ลายมือชื่อผู้รับเงินของสถานีบริการน้ำมัน7. ให้เกษตรกรลงลายมือชื่อ (หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ) ในฐานะผู้ซื้อในใบเสร็จรับเงินก่อนฉีกออกจากเล่ม

3.2 แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ

เกษตรกรแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการได้ที่สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร ที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ โดยสถาบันหรือองค์กรเกษตรกรจัดทำทะเบียนไว้ (แบบฟอร์ม 2) ยกเว้น ลูกค้า ธ.ก.ส. ไม่ต้องแสดงความจำนง เนื่องจากได้ใช้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบความซ้ำซ้อนและมีจำนวนมาก

3.3 การตรวจสอบความซ้ำซ้อน

  1. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสถาบัน หรือองค์กรเกษตรกร คือ เกษตรอำเภอ สหกรณ์อำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ และประมงอำเภอ ประสานงานขอรับโปรแกรม การบันทึกข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ หรือรูปแบบการบันทึกข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel (Format Text) ที่ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ และช่วยเหลือสถาบันหรือองค์กรเกษตรกร บันทึกข้อมูลลงแผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) โดยแยกสถาบันหรือองค์กรเกษตรกรละแผ่น ในกรณีองค์กรหรือสถาบันเกษตรกรใด มีสมาชิกอยู่ในหลายอำเภอ ให้บันทึกข้อมูลรายชื่อแยกอำเภอละ1 แผ่น ด้วยเพื่อให้สามารถ ตรวจสอบความซ้ำซ้อน กับลูกค้า ธกส. ในแต่ละอำเภอได้ สำหรับในการส่งแผ่นบันทึกข้อมูลดังกล่าวให้ ธกส. สาขาอำเภอ ให้สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร จัดทำใบรับรองการเป็นเกษตรกรสมาชิกสถาบัน โดยประธานกรรมการของสถาบัน หรือองค์กรเกษตรกรเป็นผู้รับรอง (แบบฟอร์ม 1) พร้อมแผ่นดิสก์ ส่งผ่านหน่วยงาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ที่กำกับดูแล เพื่อตรวจเช็คว่าสถาบันหรือองค์กรใดบ้าง ที่ได้ขอเข้าร่วมโครงการแล้ว จึงส่งให้ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ เพื่อดำเนินการต่อไป
  2. ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ดำเนินการตรวจสอบความซ้ำซ้อน แล้วส่งคืนรายชื่อที่ ซ้ำซ้อนและรายชื่อเกษตรกร ที่สามารถเบิกเงินชดเชย จากสถาบันหรือองค์กรเกษตรกร ได้ตามแบบสมุดบัญชีคุมการใช้น้ำมัน (แบบฟอร์ม 4) และแผ่นบันทึกข้อมูล ให้หน่วยงานที่กำกับดูแลส่งให้สถาบันหรือองค์กรเกษตรกรต่อไป

3.4 การใช้สิทธิ์เติมน้ำมัน

เกษตรกรใช้สิทธิ์เติมน้ำมันดีเซลได้ที่สถานีบริการน้ำมันมาตรฐาน ที่จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จากมิเตอร์หัวจ่าย ได้ทุกยี่ห้อภายในเขตอำเภอที่ตนอยู่ หรือที่สถาบันหรือ องค์กรเกษตรกรและ ธ.ก.ส.ระบุไว้ โดยขอใบเสร็จรับเงินระบุสาระสำคัญให้ครบถ้วนตามข้อ 3.1 (2) และวันที่ในใบเสร็จจะต้องอยู่ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2544 ให้สำรองจ่ายเงินสดไปทั้งหมดก่อน แล้วสะสมใบเสร็จขอเบิกค่าชดเชยต่อไป

3.5 การเบิกเงินชดเชยของเกษตรกร

  1. กรณีเกษตรกรเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. เกษตรกรมาขอรับเงินค่าชดเชยด้วยตนเองได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ ที่ตนเองสังกัด โดยนำหลักฐานใบเสร็จรับเงิน ของสถานีบริการน้ำมันมาตรฐานพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนมาขอรับ เมื่อธนาคารตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ถูกต้องแล้ว จะจ่ายเงินค่าชดเชยให้โดยเกษตรกร จะต้องเซ็นชื่อรับรองว่า ได้รับเงินค่าชดเชย ด้านหลังใบเสร็จรับเงิน และธนาคารจะเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป
  2. กรณีเกษตรกรเป็นสมาชิกสถาบันหรือองค์กรเกษตรกร
    • ประธานกรรมการของสถาบันหรือองค์กรเกษตรกร แจ้งกำหนดการเบิกจ่ายค่าชดเชยให้สมาชิกทราบ ทั้งนี้ต้องอยู่ในช่วงเวลา 1กรกฎาคม-31 ตุลาคม 2544
    • เกษตรกรมาขอเบิกเงินค่าชดเชยด้วยตนเอง ได้ที่สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร ที่ตนเองเป็นสมาชิก โดยนำหลักฐานใบเสร็จรับเงิน ของสถานีบริการน้ำมันมาตรฐานมอบให้ประธาน หรือผู้ที่ประธานมอบหมาย ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบรายชื่อที่ ธ.ก.ส. แจ้งความซ้ำซ้อนมาให้ก่อน (กรณีซ้ำซ้อนให้เบิกรับจาก ธ.ก.ส. โดยตรง) หลังจากนั้นจึงบันทึกข้อมูล ลงในแบบสมุดบัญชีคุมการใช้น้ำมันดีเซล และขอเบิกค่าชดเชยของเกษตรกร (แบบฟอร์ม 4) แล้วให้สมาชิกเซ็นชื่อ ส่งมอบใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานในแบบสมุดบัญชีคุมฯ พร้อมทั้งรับใบนัดหมาย ให้มารับเงินตามวันเวลาที่กำหนดต่อไป
    • สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร จัดทำแบบสรุปการขอเบิกค่าชดเชย (แบบฟอร์ม 3) พร้อมกับแนบใบเสร็จรับเงินทั้งหมด ของสมาชิกนำไปขอเบิกเงินชดเชยได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ และธนาคารจะเก็บใบเสร็จรับเงิน และใบสรุปปะหน้าไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ในกรณีที่ประธานมอบอำนาจให้กรรมการหรือหัวหน้ากลุ่มมาเบิกแทน ให้สำเนาหนังสือมอบอำนาจ หรือสำเนาบันทึกรายงานประชุมการมอบอำนาจแนบมาด้วย
    • สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร จะจ่ายเงินให้แก่สมาชิก ตามหลักฐานในแบบสมุดบัญชีคุมฯ เมื่อเกษตรกรรับเงินค่าชดเชยแล้ว ต้องเซ็นชื่อลงในแบบสมุดบัญชีคุมการใช้น้ำมัน ไว้เป็นหลักฐานว่าได้รับเงินชดเชยดังกล่าวไปแล้วจริง และให้สถาบันหรือองค์กรเกษตรกรเก็บแบบสมุดบัญชีคุมฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป

3.6 การติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาและประเมินผล

  1. ให้เกษตรกรและสหกรณ์จังหวัด เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลการดำเนินงาน ตรวจสอบการปฏิบัติงาน มีอำนาจหน้าที่ในการ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของโครงการในระดับพื้นที่
  2. ให้ ธ.ก.ส. สรุปผลการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายทั้งหมด แจ้งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจ่ายค่าชดเชยแล้ว
  3. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นผู้ประเมินผลโครงการ

4.พื้นที่เป้าหมายโครงการ

ดำเนินงานใน 76จังหวัดทั่วประเทศ เป้าหมายเกษตรกร 5.6 ล้านครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหกรณ์ และลูกค้า ธ.ก.ส.ประมาณ 6 ล้าน ครัวเรือน นอกนั้นเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร ปริมาณน้ำมันดีเซลที่ใช้ประมาณ 252 ล้านลิตร โดย สพช. จะขอความร่วมมือบริษัทน้ำมัน ปตท. บางจาก และเอกชนรายอื่นๆ ทุกยี่ห้อ ที่มีสถานีบริการน้ำมันมาตรฐานที่จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมิเตอร์หัวจ่ายน้ำมันและสามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ ประมาณ 15,000 แห่ง เข้าร่วมโครงการ

5.ระยะเวลาดำเนินงาน

  1. ระยะเวลาที่ใช้บริการเติมน้ำมันของเกษตรกรเริ่มตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2544 และ สิ้นสุดโครงการวันที่ 31 สิงหาคม 2544
  2. ระยะเวลาขอเบิกจ่ายชดเชยส่วนลดของเกษตรกร/สถาบัน/องค์กรเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2544 – 31 ตุลาคม 2544
  3. ปิดโครงการ เมื่อมีการโอนเงินชดเชยเหลือจ่ายกลับคืนงบประมาณเข้ากองทุน ช่วยเหลือเกษตรกร สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน 2544
  4. ประเมินผลโครงการ และรายงานผลดำเนินโครงการภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2544

6. แผนปฏิบัติงาน

กิจกรรม หน่วยงาน ช่วงเวลา
1.เตรียมโครงการและงบประมาณจาก คชก.
-จัดทำสัญญาข้อตกลงการเบิกจ่ายงบประมาณ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) / กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) 9–30 มิ.ย. 44
2. ประชุม/ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งระดมประชาสัมพันธ์โครงการฯ สศก. / สำนักงานเกษตร และสหกรณ์จังหวัดฯลฯ พ.ค.– ต.ค. 44
3. ประสานงานสถานีบริการน้ำมันมาตรฐาน ออกใบเสร็จรับเงิน ระบุข้อความตามโครงการ ให้ถูกต้องครบถ้วน สพช. ปตท. พ.ค.– ส.ค. 44
4. ส่งแบบบันทึกข้อมูล รายชื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ (Format text) ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธ.ก.ส. 25 พค. 44
5. ประชาสัมพันธ์โครงการ และจัดทำบัญชีรายชื่อเกษตรกร แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง / กรมปศุสัตว์ พ.ค.-15มิ.ย. 44
6.ส่งข้อมูลรายชื่อเกษตรกรที่แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการในรูปแผ่นดิสก์ให้ ธ.ก.ส. กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง / กรมปศุสัตว์ 20 มิ.ย. 44
7. ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและส่งคืนรายชื่อที่ตรวจสอบความซ้ำซ้อน แล้วให้สถาบัน/องค์กรเกษตรกร และเตรียมจ่ายเงินตามโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ธ.ก.ส. 25 มิ.ย. 44
8.เกษตรกรและสถาบัน/องค์กรเกษตรกร ขอเบิกรับเงินชดเชย ธ.ก.ส. 1 ก.ค.–31 ต.ค. 44
9. ธ.ก.ส. สรุปผลการดำเนินงานและค่าใช้จ่าย ธ.ก.ส. 30 พ.ย. 44
10. ประเมินผลโครงการ สศก. ธ.ค. 44

7. หน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

สำนักงานปลัดกระทรวง ( กองแผนงานและโครงการพิเศษ)

  1. ส่วนกลาง
    • แจ้งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทราบและดำเนินงานตามมาตรการ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์โครงการฯ ประสานงานช่วยเหลือ สนับสนุน ติดตาม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วม กับ ธ.ก.ส. ในระดับพื้นที่
    • รวบรวมรายงานส่งให้ สศก. เมื่อสิ้นสุดโครงการ
  2. ส่วนภูมิภาค (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด)
    • ประชุมชี้แจง กับหน่วยงานในสังกัดระดับจังหวัดและ ธ.ก.ส. เพื่อรับทราบและดำเนินการตามมาตรการโครงการฯ
    • ประชาสัมพันธ์ / ประสานงานช่วยเหลือสนับสนุนติดตามผลการดำเนินงาน
    • แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของโครงการในระดับพื้นที่
    • ติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินโครงการในระดับพื้นที่
    • รายงานผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคให้กองแผนงานฯ ภายในวันที่ 10 ของเดือน ถัดไป เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ตุลาคม 2544

กรมส่งเสริมสหกรณ์

  1. ส่วนกลาง
    • แจ้งสหกรณ์จังหวัดทราบถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 แล้วแจ้งให้สหกรณ์การเกษตรทราบมาตรการช่วยเหลือ
    • ติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ
  2. ส่วนภูมิภาค
    • ประสานงานกับสหกรณ์การเกษตรที่ดูแลอยู่ให้ทราบถึงรายละเอียดของ โครงการ และแผนปฏิบัติงาน ได้แก่ การแจ้งให้สมาชิกมาแสดงความจำนง การรับรองการเป็นเกษตรกร การจัดทำบัญชีรายชื่อ ฯลฯ
    • รับโปรแกรมสำหรับบันทึกบัญชีรายชื่อของเกษตรกรจาก ธ.ก.ส.สาขาอำเภอให้กับ สหกรณ์การเกษตรที่ดูแลอยู่ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ
    • นำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ซึ่งจัดทำในรูปแผ่นบันทึก ข้อมูล (Diskette ) ส่งให้ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอตรวจสอบความซ้ำซ้อนและประสานงานกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ นำสำเนาบัญชีรายชื่อที่ตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้วส่งกลับให้สหกรณ์การเกษตรที่กำกับดูแลอยู่ในรูปแผ่นบันทึกข้อมูล( Diskette ) เช่นกัน
    • ประชาสัมพันธ์โครงการประสานงานช่วยเหลือสนับสนุน ติดตาม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ในระดับพื้นที่
    • ติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินโครงการในพื้นที่
    • ในกรณีที่สหกรณ์การเกษตร บางสหกรณ์ ไม่สามารถดำเนินการใช้โปรแกรมเพื่อบันทึกบัญชีรายชื่อเกษตรกรได้ เนื่องจากไม่มีความพร้อมในเครื่องมือ และบุคลากรหน่วยงาน ที่กำกับดูแลอยู่ต้องเป็นผู้ดำเนินการแทน

กรมส่งเสริมการเกษตร

  1. ส่วนกลาง
    • แจ้งเกษตรจังหวัดทราบถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 2544 แล้วแจ้งให้กลุ่มเกษตรกรและสมาคมด้านการปลูกพืชทราบมาตรการช่วยเหลือ
    • ติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ
  2. ส่วนภูมิภาค
    • ประสานงานกับกลุ่มเกษตรกรและสมาคมด้านการปลูกพืช ที่ดูแลอยู่ ให้ทราบถึงรายละเอียดของโครงการ และแผนปฏิบัติงาน ได้แก่ การแจ้งให้สมาชิกมาแสดงความจำนง การรับรองการเป็นเกษตรกร การจัดทำบัญชีรายชื่อ ฯลฯ
    • รับโปรแกรมสำหรับบันทึกบัญชีรายชื่อของเกษตรกรจาก ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ให้กับกลุ่มเกษตรกรด้านการปลูกพืช ที่กำกับดูแลอยู่ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อเกษตรกร ผู้เข้าร่วมโครงการ
    • นำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มเกษตรกรด้านการปลูกพืช ซึ่งจัดทำในรูปแผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) ส่งให้ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอตรวจสอบความซ้ำซ้อน และประสานงานกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ นำสำเนาบัญชีรายชื่อที่ตรวจสอบความซ้ำซ้อน แล้วส่งกลับให้กลุ่มเกษตรกรที่กำกับดูแลในรูปแผ่นบันทึกข้อมูล( Diskette ) เช่นกัน
    • ประชาสัมพันธ์โครงการประสานงานช่วยเหลือสนับสนุน ติดตาม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ในระดับพื้นที่
    • ติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินโครงการในพื้นที่
    • ในกรณีที่กลุ่มเกษตรกรด้านการปลูกพืช บางกลุ่ม ฯ ไม่สามารถดำเนินการใช้โปรแกรมเพื่อบันทึกบัญชีรายชื่อเกษตรกรได้ เนื่องจากไม่มีความพร้อมในเครื่องมือและบุคลากรหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่ต้องเป็นผู้ดำเนินการแทน

กรมปศุสัตว์

  1. ส่วนกลาง
    • แจ้งปศุสัตว์จังหวัดทราบ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 แล้วแจ้งให้กลุ่มเกษตรกรและสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์ ทราบมาตรการช่วยเหลือและดำเนินการตามมาตรการ
    • แจ้งสถาบันเกษตรกรที่เป็นนิติบุคคล/กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์/สมาคม (ที่ไม่ใช่ สหกรณ์ฯ)แจ้งชื่อผู้แทนที่มอบหมายให้เป็นผู้รับรองการเป็นสมาชิกของสถาบันให้กับสมาชิกและปศุสัตว์จังหวัดทราบ
    • ติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  2. ส่วนภูมิภาค
    • ประสานงานกับกลุ่มเกษตรกรและสมาคมด้านการเลี้ยงสัตว์ ที่ดูแลอยู่ ให้ทราบถึงรายละเอียดของโครงการ และแผนปฏิบัติงาน ได้แก่ การแจ้งให้สมาชิกมาแสดงความจำนง การรับรองการเป็นเกษตรกร การจัดทำบัญชีรายชื่อ ฯลฯ
    • รับโปรแกรมสำหรับบันทึกบัญชีรายชื่อของเกษตรกรจาก ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ให้กับกลุ่มเกษตรกรด้านการเลี้ยงสัตว์ที่กำกับดูแลอยู่ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ
    • นำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มเกษตรกรด้านการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจัดทำในรูปแผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette)ส่งให้ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอตรวจสอบความซ้ำซ้อนและประสานงานกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ นำสำเนาบัญชีรายชื่อที่ตรวจสอบความซ้ำซ้อน แล้วส่งกลับให้กลุ่มเกษตรกร ที่กำกับดูแลในรูปแผ่นบันทึกข้อมูล( Diskette ) เช่นกัน
    • ประชาสัมพันธ์โครงการประสานงานช่วยเหลือสนับสนุน ติดตาม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ในระดับพื้นที่
    • ติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินโครงการในพื้นที่
    • ในกรณีที่กลุ่มเกษตรกรด้านการเลี้ยงสัตว์ บางกลุ่ม ฯ ไม่สามารถดำเนินการใช้โปรแกรมเพื่อบันทึกบัญชีรายชื่อเกษตรกรได้ เนื่องจากไม่มีความพร้อมในเครื่องมือ และบุคลากร หน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่ ต้องเป็นผู้ดำเนินการแทน

กรมประมง

  1. ส่วนกลาง
    • กรมประมง ประชาสัมพันธ์ให้ประมงจังหวัดทราบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร
    • กรมประมงแจ้งรายชื่อประมงจังหวัดที่มีกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อ ธ.ก.ส.
  2. ส่วนภูมิภาค
    • ประสานงานกับกลุ่มเกษตรกรและสมาคมด้านการประมงน้ำจืดและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดูแลอยู่ให้ทราบถึงรายละเอียดของโครงการ และแผนปฏิบัติงาน ได้แก่ การแจ้งให้สมาชิกมาแสดงความจำนง การรับรองการเป็นเกษตรกร การจัดทำบัญชีรายชื่อ ฯลฯ
    • รับโปรแกรมสำหรับบันทึกบัญชีรายชื่อของเกษตรกรจาก ธ.ก.ส.สาขาอำเภอให้กับกลุ่มเกษตรกรด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่กำกับดูแลอยู่ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ
    • นำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มเกษตรกรด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจัดทำในรูป แผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) ส่งให้ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอตรวจสอบความซ้ำซ้อนและประสานงานกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ นำสำเนาบัญชีรายชื่อที่ตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้วส่งกลับให้กลุ่มเกษตรกรที่กำกับดูแลในรูปแผ่นบันทึกข้อมูล( Diskette ) เช่นกัน
    • ประชาสัมพันธ์โครงการประสานงานช่วยเหลือสนับสนุน ติดตาม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกับ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอ ในระดับพื้นที่
    • ติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินโครงการในพื้นที่
    • ในกรณีที่กลุ่มเกษตรกรด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบางกลุ่ม ฯ ไม่สามารถดำเนินการการใช้โปรแกรมเพื่อบันทึกบัญชีรายชื่อเกษตรกรได้ เนื่องจากไม่มีความพร้อมในเครื่องมือและบุคลากรหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่ต้องเป็นผู้ดำเนินการให้
    • เมื่อสิ้นสุดโครงการประมงจังหวัดประสานงานกับ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ เพื่อสรุปผลตามมาตรการช่วยเหลือและนำเสนอกรมประมง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.)

กระทรวงการคลัง/กรมบัญชีกลาง

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร

เกษตรกร

*************************************************

หมายเหตุ : ประสานงานติดต่อส่วนกลาง: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


แบบฟอร์ม 1

แบบใบรับรอง
การเป็นเกษตรกรตามรายชื่อผู้มีความจำนงเข้าร่วมโครงการ
และมีความประสงค์ที่ต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อการผลิตทางการเกษตรจริง
ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

เรียนผู้จัด ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ ………………………………………………………………………………

ชื่อสถาบัน/องค์กรเกษตรกร ………………………………………………………………………………………………………
ชื่อจังหวัด ………………………………………………………………
ชื่ออำเภอ ………………………………………………………
ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว) …………………………………………………………………………………………………
ประธานกรรมการ/หัวหน้ากลุ่ม …………………………………………………………………………………………
(หรือผู้รับมอบอำนาจ) …………………………………………………………………………………………………………………
ขอรับรองว่าเกษตรกรดังรายนามที่แนบท้ายนี้จำนวน(ราย) …………………………………………
เป็นเกษตรกรที่สังกัดสหกรณ์/กลุ่ม ………………………………………………………………………………………
และมีความประสงค์ที่ต้องการใช้น้ำมันเพื่อการผลิตทางการเกษตรจริง

ลงชื่อ …………………………………………………………………………………
(………………………………………………………………………………)
ตำแหน่ง ………………………………………………………………………………


แบบฟอร์ม 2

แบบทะเบียน
รายชื่อเกษตรกรผู้มีความจำนงเข้าร่วมโครงการ
และมีความประสงค์ที่ต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อการผลิตทางการเกษตรจริง
ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

ลำดับที่ ชื่อสถาบัน/องค์กรเกษตรกร …………………………………………………………
จังหวัด…………………………………………………………
อำเภอ……………………………………………………
ชื่อ-สกุล เลขที่ประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลัก ที่อยู่ (บ้านเลขที่ หมู่ตำบล) หมายเหตุ
         
         
         
         
         
         

 


แบบฟอร์ม 3

แบบสรุป
การขอเบิกค่าชดเชยน้ำมันดีเซลของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น (สาขาเกษตร)

เรียนผู้จัด ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ ………………………………………………………………………………………

ชื่อสถาบัน/องค์กรเกษตรกร ………………………………………………………………………………………………………
ชื่อจังหวัด ……………………………………………………………
ชื่ออำเภอ …………………………………………………………
ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว) ……………………………………………………………………………………………………
ประธานกรรมการ/หัวหน้ากลุ่ม ……………………………………………………………………………………………
(หรือผู้รับมอบอำนาจ) …………………………………………………………………………………………………………………
ขอเบิกค่าชดเชยน้ำมันดีเซลดังรายนามเกษตรกรตามใบเสร็จรับเงินที่แนบท้ายนี้
จำนวนเกษตรกร (ราย) ………………………………………
จำนวนใบเสร็จรับเงินทั้งหมด (ฉบับ) ………………………………………
จำนวนน้ำมันดีเซลในใบเสร็จรับเงิน (ลิตร) ……………………เป็นเงินทั้งหมด (บาท)………………
จำนวนน้ำมันดีเซลขอชดเชยทั้งหมด(ลิตร) ……………………เป็นเงินทั้งหมด (บาท)………………
และได้แนบใบเสร็จรับเงินซึ่งเป็นใบสำคัญของการเบิกจ่ายของเกษตรกรทั้งหมดมาพร้อมนี้

ลงชื่อ …………………………………………………………………………………
(………………………………………………………………………………)
ตำแหน่ง ………………………………………………………………………………

หมายเหตุ: ในกรณีที่ประธานมอบอำนาจ ให้กรรมการหรือหัวหน้ากลุ่มมาเบิกแทน ให้สำเนาหนังสือมอบอำนาจ หรือสำเนาบันทึกรายงานประชุมการมอบอำนาจ แนบมาด้วย


แบบฟอร์ม 4

แบบสมุดบัญชีคุมการใช้น้ำมันดีเซลและการขอเบิกค่าชดเชยของเกษตรกร
ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

จากบัญชีรายชื่อเกษตรกรที่ตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้ว รวมการขอรับการชดเชยทั้งหมด การใช้น้ำมันดีเซลตามใบเสร็จรับเงิน (ช่วงเวลา 1 มิ.ย. - 31 ส.ค. 44 เท่านั้น)
ครั้งที่ 1 ใบเสร็จ (ฉบับ) ……………………. ครั้งที่ 2 ใบเสร็จ (ฉบับ) ………………………
ลำดับที่ ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก รวมจำนวนลิตรขอค่าชดเชย สะสมแต่ละเดือนสูงสุด < 45 ลิตร รวมจำนวนเงินขอค่าชดเชย สะสมแต่ละเดือนสูงสุด < 135 บาท (ลายเซ็น) เกษตรกรขอรับค่าชดเชยไปแล้วจริง รวมจำนวนลิตรตามใบเสร็จรับเงิน รวมจำนวนเงินตามใบเสร็จรับเงิน (ลายเซ็น) เกษตรกรที่ส่งมอบใบเสร็จให้แล้ว รวมจำนวนลิตรตามใบเสร็จรับเงิน รวมจำนวนเงินตามใบเสร็จรับเงิน (ลายเซ็น) เกษตรกรที่ส่งมอบใบเสร็จให้แล้ว
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       
                       

หมายเหตุ : การคิดค่าชดเชย กำหนดอัตราชดเชยลิตรละ 3 บาท ครัวเรือนละ 15 ลิตรต่อเดือน ระยะเวลา 3 เดือน สูงสุดจำนวน 45 ลิตร เป็นเงิน 135 บาทต่อครัวเรือน

 

 


"คลิ๊กที่นี้"
แผนภาพแสดงขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบ
จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น (สาขาเกษตร)


 

เกษตรกรต้องปฏิบัติอย่างไรจึงได้รับสิทธิประโยชน์ตาม
มาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
(สาขาเกษตร)
(1 มิถุนายน 2544 ถึง 31สิงหาคม 2544)

  • สิทธิประโยชน์มีอะไรบ้าง
    • อัตราค่าชดเชยน้ำมันดีเซลลิตรละ 3 บาท ใช้ได้ 15 ลิตรต่อเดือน ระยะเวลา 3 เดือน ถ้าใช้ไม่หมดแต่ละเดือนนำมาสะสมได้สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 45 ลิตร เป็นเงิน 135 บาท
    • ระยะเวลาเริ่มเติมน้ำมันที่สถานีบริการตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2544ถึง 31 สิงหาคม 2544
    • ระยะเวลาเบิกจ่ายค่าชดเชยตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2544 ถึง 31 ตุลาคม 2544
  • สถานีบริการน้ำมันที่เกษตรกรสามารถใช้บริการได้
    • เป็นสถานีบริการน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ ที่จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมิเตอร์หัวจ่าย และสามารถออกใบเสร็จรับเงินได้
    • เป็นสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ในเขตอำเภอ ที่สถาบันหรือองค์กรเกษตรกรแสดงความจำนงเข้าร่วม โครงการและ/หรือสถานีบริการน้ำมันนอกเขตที่ระบุให้ไปใช้บริการได้
  • เกษตรกรต้องปฏิบัติอย่างไรจึงได้สิทธิประโยชน์
    • เกษตรกรต้องเป็น สมาชิกสถาบันหรือองค์กรเกษตรกรที่เป็นนิติบุคคล หรือ ลูกค้า ธ.ก.ส.
    • เกษตรไม่เป็นสมาชิกต้องสมัครเป็นสมาชิกของสถาบันหรือองค์กรเกษตรกรใดที่เป็นนิติบุคคล ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2544
    • เกษตรกรสมาชิกต้องแสดงความจำนงและมีความประสงค์ที่จะใช้น้ำมันดีเซลเพื่อการผลิตทางการเกษตรจริงต่อสถาบันและองค์กรเกษตรที่เป็นสมาชิกอยู่โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วยภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2544
    • เกษตรกรไปใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งใกล้บ้านในเขตอำเภอที่สมาชิกแสดงความจำนงไว้ (ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2544 ถึง 31 สิงหาคม 2544)
    • เกษตรกรขอใบเสร็จรับเงินและตรวจสอบใบเสร็จรับเงินต้องมี ชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก วันที่เติมน้ำมัน จำนวนลิตร เงิน ลายเซ็นผู้รับเงินของสถานีบริการ และลายเซ็นเกษตรกรบนใบเสร็จ ก่อนฉีกออกจากเล่ม เกษตรกรเก็บสะสมใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน เพื่อขอเบิกจ่ายค่าชดเชยได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2544 ถึง 31 ตุลาคม 2544
  • การขอคืนค่าชดเชย
    • กรณีเป็นลูกค้าธ.ก.ส. ไปด้วยตนเองนำหลักฐานใบเสร็จรับเงินบัตรประชาชนไปที่ธ.ก.ส. สาขาอำเภอที่เป็นลูกค้า
    • กรณีเป็นสมาชิกสถาบันหรือองค์กรเกษตรกรเกษตรกรไปด้วยตนเองนำหลักฐานใบเสร็จรับเงินไปที่สถาบันหรือองค์กรเกษตรกรที่สมาชิกสังกัดอยู่ ประธานรวบรวมหลักฐานใบเสร็จรับเงินของสมาชิกและนำไปเบิกจ่ายที่ธ.ก.ส. สาขาอำเภอที่ส่งรายชื่อไปแสดงความจำนงไว้แล้ว และนำไปจ่ายให้สมาชิกที่สถาบันหรือองค์กรเกษตรกร
  • สนใจรายละเอียดสอบถามได้ ที่สถาบันหรือองค์กรเกษตรกรที่สมาชิกสังกัดอยู่หรือ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน
  • ขอสงวนสิทธิ์ไม่จ่ายคืนค่าชดเชยในกรณีพบว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

 

สพช. เผยแพร่ 24 พฤษภาคม 2544