NEPO

มติเกี่ยวกับการแปรรูป
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
(กฟภ.)

 


การแปรรูป กฟภ.

มติ/ครั้งที่/วันที่

หลักการและเหตุผล

1. ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2535 เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในอนาคตของ กฟผ. ซึ่งได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในส่วนของ กฟภ. เป็นขั้นตอนเพื่อการแปรรูปเป็นบริษัทจำกัด โดยกำหนดแนวทางในการแปรรูป กฟภ. เป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

1.1 แปลง กฟภ. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและดำเนินกิจการในลักษณะเชิงธุรกิจมากขึ้น

1.2 ปรับปรุงโครงสร้าง กฟภ. ออกเป็นหน่วยงานธุรกิจ รับผิดชอบการจำหน่ายไฟฟ้าในแต่ละภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ความคล่องตัวในการบริหารงาน และคุณภาพบริการลูกค้า

1.3 แปลง กฟภ. เป็นบริษัทจำกัด โดยการแก้ไข พ.ร.บ. กฟภ.

1.4 แยกบริษัท กฟภ. จำกัด เป็นบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าในแต่ละภาคตามหน่วยธุรกิจ ที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว

2. กฟภ. ได้ว่าจ้างบริษัท Southern Electric International ทำการศึกษาความเหมาะสมโครงการแปรรูป กฟภ. และได้นำเสนอผลการศึกษา ต่อคณะอนุกรรมการประสานการดำเนินงานในอนาคตของการไฟฟ้า ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ เห็นควรให้ดำเนินการแปรรูป กฟภ. ดังนี้

2.1 การปรับโครงสร้าง

(1) กระจายอำนาจในการบริหารไปสู่ส่วนภูมิภาคให้มากที่สุด โดยแยกกิจการจำหน่ายไฟฟ้าเป็น 4 ภาค ในลักษณะกิจการในเครือของ กฟภ. (Subsidiary) ตลอดจนพัฒนากิจการในเครืออื่นๆ เช่น กิจการบริการระบบข้อมูลและประมวลผล (Information System) กิจการวิศวกรรม (Engineering and Supervision) กิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีต (Poles Manufacturing) กิจการก่อสร้างและบำรุงรักษา (Construction and Maintenance) และกิจการผลิตไฟฟ้า (Power Services) โดยมีการดำเนินการ ดังนี้

(2) บริษัทในเครือของ กฟภ. ต้องเตรียมตัวในการที่จะขยายขอบเขตธุรกิจไปยังภาคเอกชน และการเข้าร่วมทุนกับภาคเอกชน

(3) บทบาทสำนักงานกลางของ กฟภ. จะมีลักษณะการทำงานและบทบาทคล้ายกับบริษัทผู้ถือหุ้น (Holding Company) โดยเป็นไปในรูปของงานด้านสนับสนุนองค์กร

2.2 การเปลี่ยนแปลงองค์กรและขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง

2.3 การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ ต้องมีการแก้ไข พรบ. กฟภ. ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ กฟภ. สามารถร่วมลงทุนกับภาคเอกชน และก่อตั้งบริษัทในเครือได้

2.4 ด้านการเงิน ต้องมีการดำเนินการต่างๆ เพื่อเพิ่มอำนาจในการอนุมัติการดำเนินการ ให้แก่ผู้บริหารระดับรองลงมา การพัฒนาระบบการบัญชี ระบบตรวจสอบบัญชี รวมทั้ง การประสานงานด้านการเงินและการรายงาน

2.5 การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ดำเนินการวางแผนกำลังคนซึ่งรวมถึงการบรรจุพนักงาน การกำหนดค่าตอบแทนการทำงาน สวัสดิการ และการฝึกอบรม ตลอดจนจัดระบบการปฏิบัติงานเพื่อการวัดผลทั้งในระดับองค์กร ระดับฝ่าย/กอง และระดับบุคคล

2.6 อัตราค่าไฟฟ้า ควรมีการแยกองค์ประกอบอัตราค่าไฟฟ้าให้ชัดเจน (Unbundle Tariffs) การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าให้แตกต่างกันตามช่วงเวลา (TOU Rate) การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า Real Time Pricing และการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า Interruptible Service Tariff

2.7 การรายงานข้อมูลเพื่อการบริหารรวม กฟภ. ควรพัฒนาระบบรายงานข้อมูลเพื่อการบริหารรวม เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น การวางแผน การจัดทำงบประมาณ การทำบัญชีต้นทุน การรายงานการปฏิบัติงาน เป็นต้น

2.8 การพัฒนาระบบไฟฟ้า ควรดำเนินการพัฒนาขยายระบบสายส่งย่อยระดับแรงดัน 115 KV ให้กว้างขวาง และระบบส่งไฟฟ้าแรงดัน 69 KV พัฒนาด้านการวางแผน การก่อสร้าง และการดำเนินการผลิตไฟฟ้าให้บริษัทในเครือที่จะดำเนินการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนการศึกษาการจัดทำแผนงานระบบสายส่ง และสถานีไฟฟ้าของ กฟภ. จัดตั้งศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าระดับภาค และจัดให้มีโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อบริหารการควบคุมการจ่ายและส่งไฟฟ้าศักย์สูง

2.9 การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า กำหนดให้มีการบริหารแบบ Customer-Driven Management Style โดยเริ่มปฏิบัติจากระดับบริหาร (Senior Management) และจัดทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจของลูกค้า คิดค้นโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการนำระบบการวิจารณ์ที่สะท้อนกลับ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานมาใช้ในการกำกับดูแลพัฒนาการปฏิบัติงาน

3. เมื่อ กพช. และ ครม. ให้ความเห็นชอบในหลักการแผนการแปรรูป กฟภ. แล้ว กฟภ. จะดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการและรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้คณะอนุกรรมการประสานการดำเนนงานในอนาคตของการไฟฟ้า เห็นสมควรให้มีการศึกษาเพิ่มเติมใน 2 เรื่อง คือ

3.1 การปรับปรุงประสิทธิภาพ กฟภ.

3.2 ความเหมาะสมและแนวทางในการแยกสายส่งไฟฟ้า เป็นองค์กรอิสระจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง

สรุปข้อมติ


แนวทางในการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการด้านพลังงาน

มติ/ครั้งที่/วันที่

หลักการและเหตุผล

1. เนื่องจากประเทศไทยกำลังประสบวิกฤตการณ์ทางด้านการเงิน สพช. จึงได้เสนอแนวทางในการเร่งแปรรูปกิจการด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย การขายหุ้นของรัฐในบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด รวมทั้ง การแปรรูป กฟผ. กฟน. กฟภ. และ ปตท.

2. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฟภ. ได้เสนอแนวทางการเร่งแปรรูปในระยะสั้น สมควรมีการพิจารณาว่ามีธุรกิจใดที่ควรแปรรูปหรือยกเลิก ซึ่ง สพช. เห็นว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต (ทำเสาไฟฟ้า) น่าจะเป็นธุรกิจที่มีความเหมาะสม ที่จะขายให้เอกชนไปดำเนินการได้ในช่วง 2 ปีนี้

สรุปข้อมติ

 

 

ฝ่ายนโยบายและแผนพลังงาน
กองนโยบายและแผนพลังงาน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
9 มิถุนายน 2541