มติเกี่ยวกับการแปรรูป | |
- มติ กพช. ครั้งที่ 5/2538 (ครั้งที่ 53) เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2538
มติ ครม. เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2538
การแปรรูป กฟภ.- มติ กพช. ครั้งที่ 4/2540 (ครั้งที่ 65) เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2540
มติ ครม. เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2540
แนวทางในการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการด้านพลังงาน
การแปรรูป กฟภ.
มติ/ครั้งที่/วันที่
- มติ กพช. ครั้งที่ 5/2538 (ครั้งที่ 53) เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2538
- มติ ครม. เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2538
หลักการและเหตุผล
1. ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2535 เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในอนาคตของ กฟผ. ซึ่งได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในส่วนของ กฟภ. เป็นขั้นตอนเพื่อการแปรรูปเป็นบริษัทจำกัด โดยกำหนดแนวทางในการแปรรูป กฟภ. เป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
1.1 แปลง กฟภ. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและดำเนินกิจการในลักษณะเชิงธุรกิจมากขึ้น
1.2 ปรับปรุงโครงสร้าง กฟภ. ออกเป็นหน่วยงานธุรกิจ รับผิดชอบการจำหน่ายไฟฟ้าในแต่ละภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ความคล่องตัวในการบริหารงาน และคุณภาพบริการลูกค้า
1.3 แปลง กฟภ. เป็นบริษัทจำกัด โดยการแก้ไข พ.ร.บ. กฟภ.
1.4 แยกบริษัท กฟภ. จำกัด เป็นบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าในแต่ละภาคตามหน่วยธุรกิจ ที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว
2. กฟภ. ได้ว่าจ้างบริษัท Southern Electric International ทำการศึกษาความเหมาะสมโครงการแปรรูป กฟภ. และได้นำเสนอผลการศึกษา ต่อคณะอนุกรรมการประสานการดำเนินงานในอนาคตของการไฟฟ้า ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ เห็นควรให้ดำเนินการแปรรูป กฟภ. ดังนี้
2.1 การปรับโครงสร้าง
(1) กระจายอำนาจในการบริหารไปสู่ส่วนภูมิภาคให้มากที่สุด โดยแยกกิจการจำหน่ายไฟฟ้าเป็น 4 ภาค ในลักษณะกิจการในเครือของ กฟภ. (Subsidiary) ตลอดจนพัฒนากิจการในเครืออื่นๆ เช่น กิจการบริการระบบข้อมูลและประมวลผล (Information System) กิจการวิศวกรรม (Engineering and Supervision) กิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีต (Poles Manufacturing) กิจการก่อสร้างและบำรุงรักษา (Construction and Maintenance) และกิจการผลิตไฟฟ้า (Power Services) โดยมีการดำเนินการ ดังนี้
- ระยะที่ 1 ให้การไฟฟ้าภาคทั้ง 4 ภาค ดำเนินการในลักษณะหน่วยธุรกิจ (Business Unit)
- ระยะที่ 2 ให้การไฟฟ้าภาคทั้ง 4 ภาค ปรับการดำเนินการให้เป็นลักษณะศูนย์กำไร (Profit Centre)
- ระยะที่ 3 ให้การไฟฟ้าภาคทั้ง 4 ภาค ดำเนินงานในลักษณะกิจการบริษัทจำกัด (Company Limited) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ กฟภ. โดย กฟภ. ยังคงเป็นเจ้าของและรับผิดชอบในด้านการให้บริการและด้านการประสานงาน
(2) บริษัทในเครือของ กฟภ. ต้องเตรียมตัวในการที่จะขยายขอบเขตธุรกิจไปยังภาคเอกชน และการเข้าร่วมทุนกับภาคเอกชน
(3) บทบาทสำนักงานกลางของ กฟภ. จะมีลักษณะการทำงานและบทบาทคล้ายกับบริษัทผู้ถือหุ้น (Holding Company) โดยเป็นไปในรูปของงานด้านสนับสนุนองค์กร
2.2 การเปลี่ยนแปลงองค์กรและขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง
- ปีงบประมาณ 2538 เปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน ให้เป็นลักษณะหน่วยธุรกิจ (Business Unit) โดยการโอน ย้ายงาน และความรับผิดชอบบางส่วนจากสำนักงานกลาง ไปยังการไฟฟ้าภาคทั้ง 4 ภาค ตลอดจนปรับปรุงลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง และคล้ายคลึงกันให้อยู่ภายใต้สายงานเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนกลยุทธ การค้นคว้า วิจัย และการตลาด
- ปีงบประมาณ 2539 เปลี่ยนแปลงการไฟฟ้าภาคต่างๆ จากลักษณะหน่วยธุรกิจเป็นลักษณะศูนย์กำไร (Profit Contre) โดยรวมงานด้านการบริหารธุรการส่วนกลางเข้าด้วยกัน และไว้ที่สำนักงานกลาง และจัดตั้งหน่วยประสานงานให้มีหน้าที่ติดต่อกับหน่วยงานภายนอก กฟภ. หรือต่างประเทศ
- ปีงบประมาณ 2540 ปรับเปลี่ยนสำนักงานกลางของ กฟภ. ไปเป็นสำนักบริการส่วนกลาง (Corporate Office) ซึ่งมีลักษณะการทำงานและบทบาทคล้ายกับผู้ถือหุ้น (Holding Company) ส่วนศูนย์กำไรจะเปลี่ยนเป็นบริษัทในเครือต่างๆ และในที่สุดจะกลายเป็นบริษัทอิสระ
- ปีงบประมาณ 2541 เป็นต้นไป โครงสร้าง กฟภ. จะประกอบด้วย สำนักงานกลางของ กฟภ. บริษัทการไฟฟ้าภาค บริษัทในเครือด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และบริษัทในเครือด้านการบริหารภายใน
2.3 การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ ต้องมีการแก้ไข พรบ. กฟภ. ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ กฟภ. สามารถร่วมลงทุนกับภาคเอกชน และก่อตั้งบริษัทในเครือได้
2.4 ด้านการเงิน ต้องมีการดำเนินการต่างๆ เพื่อเพิ่มอำนาจในการอนุมัติการดำเนินการ ให้แก่ผู้บริหารระดับรองลงมา การพัฒนาระบบการบัญชี ระบบตรวจสอบบัญชี รวมทั้ง การประสานงานด้านการเงินและการรายงาน
2.5 การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ดำเนินการวางแผนกำลังคนซึ่งรวมถึงการบรรจุพนักงาน การกำหนดค่าตอบแทนการทำงาน สวัสดิการ และการฝึกอบรม ตลอดจนจัดระบบการปฏิบัติงานเพื่อการวัดผลทั้งในระดับองค์กร ระดับฝ่าย/กอง และระดับบุคคล
2.6 อัตราค่าไฟฟ้า ควรมีการแยกองค์ประกอบอัตราค่าไฟฟ้าให้ชัดเจน (Unbundle Tariffs) การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าให้แตกต่างกันตามช่วงเวลา (TOU Rate) การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า Real Time Pricing และการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า Interruptible Service Tariff
2.7 การรายงานข้อมูลเพื่อการบริหารรวม กฟภ. ควรพัฒนาระบบรายงานข้อมูลเพื่อการบริหารรวม เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น การวางแผน การจัดทำงบประมาณ การทำบัญชีต้นทุน การรายงานการปฏิบัติงาน เป็นต้น
2.8 การพัฒนาระบบไฟฟ้า ควรดำเนินการพัฒนาขยายระบบสายส่งย่อยระดับแรงดัน 115 KV ให้กว้างขวาง และระบบส่งไฟฟ้าแรงดัน 69 KV พัฒนาด้านการวางแผน การก่อสร้าง และการดำเนินการผลิตไฟฟ้าให้บริษัทในเครือที่จะดำเนินการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนการศึกษาการจัดทำแผนงานระบบสายส่ง และสถานีไฟฟ้าของ กฟภ. จัดตั้งศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าระดับภาค และจัดให้มีโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อบริหารการควบคุมการจ่ายและส่งไฟฟ้าศักย์สูง
2.9 การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า กำหนดให้มีการบริหารแบบ Customer-Driven Management Style โดยเริ่มปฏิบัติจากระดับบริหาร (Senior Management) และจัดทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจของลูกค้า คิดค้นโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการนำระบบการวิจารณ์ที่สะท้อนกลับ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานมาใช้ในการกำกับดูแลพัฒนาการปฏิบัติงาน
3. เมื่อ กพช. และ ครม. ให้ความเห็นชอบในหลักการแผนการแปรรูป กฟภ. แล้ว กฟภ. จะดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการและรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้คณะอนุกรรมการประสานการดำเนนงานในอนาคตของการไฟฟ้า เห็นสมควรให้มีการศึกษาเพิ่มเติมใน 2 เรื่อง คือ
3.1 การปรับปรุงประสิทธิภาพ กฟภ.
3.2 ความเหมาะสมและแนวทางในการแยกสายส่งไฟฟ้า เป็นองค์กรอิสระจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง
สรุปข้อมติ
- มติ กพช. ซึ่ง ครม. เห็นชอบแล้ว มีดังนี้
- เห็นชอบในหลักการแผนการแปรรูป กฟภ. และมอบหมายให้ กฟภ. รับไปดำเนินการต่อไป
- ให้ กฟภ. จัดทำแผนปฏิบัติการและรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเพื่อการแปรรูป กฟภ. เป็นบริษัทและบริษัทในเครือ รวมทั้ง แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพ กฟภ. ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงข้อสังเกตของที่ประชุมด้วย และให้นำเสนอ กพช. และ ครม. ให้ความเห็นชอบต่อไป
- มอบหมายให้ สพช. และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย กฟผ. กฟน. และ กฟภ. ร่วมกันทำการศึกษาแนวทางในการแยกระบบส่งไฟฟ้า ออกเป็นองค์กรอิสระจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง
แนวทางในการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการด้านพลังงาน
มติ/ครั้งที่/วันที่
- มติ กพช. ครั้งที่ 4/2540 (ครั้งที่ 65) เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2540
- มติ ครม. เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2540
หลักการและเหตุผล
1. เนื่องจากประเทศไทยกำลังประสบวิกฤตการณ์ทางด้านการเงิน สพช. จึงได้เสนอแนวทางในการเร่งแปรรูปกิจการด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย การขายหุ้นของรัฐในบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด รวมทั้ง การแปรรูป กฟผ. กฟน. กฟภ. และ ปตท.
2. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฟภ. ได้เสนอแนวทางการเร่งแปรรูปในระยะสั้น สมควรมีการพิจารณาว่ามีธุรกิจใดที่ควรแปรรูปหรือยกเลิก ซึ่ง สพช. เห็นว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต (ทำเสาไฟฟ้า) น่าจะเป็นธุรกิจที่มีความเหมาะสม ที่จะขายให้เอกชนไปดำเนินการได้ในช่วง 2 ปีนี้
สรุปข้อมติ
- มติ กพช. ซึ่ง ครม. เห็นชอบแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฟภ. มีดังนี้
- ให้ กฟภ. จัดทำรายละเอียดในการแปรรูปกิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีตแล้วนำเสนอ กพช. ภายใน 1 เดือน
ฝ่ายนโยบายและแผนพลังงาน
กองนโยบายและแผนพลังงาน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
9 มิถุนายน 2541