NEPO

มติเกี่ยวกับการแปรรูป
การไฟฟ้านครหลวง
(กฟน.)

 


แนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรการไฟฟ้านครหลวง

มติ/ครั้งที่/วันที่

หลักการและเหตุผล

1. ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2539 เห็นชอบแนวทางการปรับโครงสร้างและการแปรรูปกิจการไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งได้กำหนดรูปแบบโครงสร้างกิจการไฟฟ้าเป็น 2 ระยะ คือ ระยะยาว (ปี 2543-2548 เป็นต้นไป) และระยะปานกลาง (ปี 2539-2542) โดยในระยะยาวจะมีการแยกกิจการผลิตไฟฟ้า (Generation) กิจการสายส่งไฟฟ้า (Transmissions) และกิจการจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution) ให้ชัดเจน โดยแต่ละกิจการจะถูกแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดและจะกระจายหุ้นให้ประชาชนต่อไป ส่วนระยะปานกลางเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่โครงสร้างของกิจการไฟฟ้าในระยะยาว

2. กฟน. ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างของ กฟน. เพื่อให้สอดคล้องกับมติ ครม. ดังกล่าวข้างต้น ต่อคณะอนุกรรมการประสานการดำเนินงานในอนาคตของการไฟฟ้า ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2540 และได้นำเสนอขอความเห็นชอบต่อ กพช. โดยมีรูปแบบโครงสร้างองค์กรที่นำเสนอขอความเห็นชอบสรุปได้ดังนี้

2.1 รูปแบบโครงสร้างองค์กรระยะยาว (ปีงบประมาณ 2543 เป็นต้นไป) ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

2.2 รูปแบบโครงสร้างองค์กรระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2541-2542) ประกอบด้วย 2 ส่วน เหมือนรูปแบบโครงสร้างองค์กรระยะยาว แต่ในส่วนที่เป็นบริษัทในเครือในระยะปานกลาง จัดแบ่งโครงสร้างเป็นงานก่อนแล้ว จึงแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดในระยะยาว

สรุปข้อมติ


แนวทางในการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการด้านพลังงาน

มติ/ครั้งที่/วันที่

หลักการและเหตุผล

1. เนื่องจากประเทศไทยกำลังประสบวิกฤตการณ์ทางด้านการเงิน สพช. จึงได้เสนอแนวทางในการเร่งแปรรูปกิจการด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย การขายหุ้นของรัฐในบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด รวมทั้ง การแปรรูป กฟผ. กฟน. กฟภ. และ ปตท.

2. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฟน. ได้เสนอแนวทางในการเร่งแปรรูปในระยะสั้นสมควรมีการพิจารณาว่า มีธุรกิจใดที่ควรแปรรูปหรือยกเลิก ซึ่ง สพช. เห็นว่า ธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต (ทำเสาไฟฟ้า) น่าจะเป็นธุรกิจที่มีความเหมาะสมที่จะขายให้เอกชนไปดำเนินการได้ในช่วง 2 ปีนี้

สรุปข้อมติ


การแปรรูปกิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีตของ กฟน.

มติ/ครั้งที่/วันที่

หลักการและเหตุผล

1. ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2540 เห็นชอบตามมติ กพช. เรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรของ กฟน. และมอบหมายให้ กฟน. รับไปจัดทำรายละเอียดแผนปฏิบัติการเสนอ กพช. ต่อไป ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2540 กพช. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการด้านพลังงานตามที่ สพช. เสนอ โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฟน. ได้มอบหมายให้ กฟน. รับไปจัดทำรายละเอียดในการแปรรูปกิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีตเสนอต่อ กพช. ภายใน 1 เดือน

2. กฟน. ได้ว่าจ้างบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการแปรรูปกิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีตจัดตั้งเป็นบริษัท ออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์ จำกัด และได้นำเสนอแผนการแปรรูปซึ่งได้จากผลการศึกษาดังกล่าวเพื่อขอความเห็นชอบต่อ กพช. โดยมีแผนการแปรรูปสรุปได้ดังนี้

2.1 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดในเดือนธันวาคม 2540 โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น แบ่งเป็น 2 ระยะ

2.2 คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริษัทและคณะกรรมการเป็นบุคคลที่มาจาก กฟน. หรือผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านธุรกิจที่บริษัทดำเนินการอยู่ ซึ่งจะกำหนดขึ้นภายหลัง

2.3 โครงสร้างองค์กรประกอบด้วย ฝ่ายหลัก 5 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายผลิต โดยในอนาคตอาจมีการขยายตามการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

2.4 การดำเนินธุรกิจ แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

2.5 ขออนุมัติยกเว้นคำสั่ง กฎระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้บังคับรัฐวิสาหกิจทั่วไปมาใช้บังคับกับบริษัท ออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์ จำกัด ในระยะแรกซึ่ง กฟน. เป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่า 50% ซึ่งทำให้บริษัทมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำเนินการได้คล่องตัว

สรุปข้อมติ

 

 

 

ฝ่ายนโยบายและแผนพลังงาน
กองนโยบายและแผนพลังงาน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
9 มิถุนายน 2541