• ก๊าซธรรมชาติ
  • ถ่านหิน
  • น้ำมัน

ก๊าซธรรมชาติ

แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
ภาพจาก : www.vcharkarn.com/ptt

ก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงปิโตรเลียมชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเกิดจากการทับถม
ของสิ่งมีชีวิตนับล้านปี ประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นหลัก
มีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงสะอาด มีการเผาไหม้สมบูรณ์
จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าปิโตรเลียม
ประเภทอื่นๆ

เราสามารถใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติได้ใน
2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ ใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรง
สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า และนำไปผ่านกระบวนการ
แยกในโรงแยกก๊าซฯ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป เช่น
เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี  เป็นเชื้อเพลิง
ในรถยนต์  เป็นก๊าซหุงต้มในครัวเรือน เป็นต้น

ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในประเทศไทย ผลิตได้เองจากแหล่งในประเทศ ประมาณร้อยละ 74 และนำเข้าจากพม่า
ร้อยละ 26
การใช้ก๊าซธรรมชาติจึงช่วยลดการนำเข้าพลังงาน และประหยัดเงินตราต่างประเทศได้มาก
แต่ปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตกระแสไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูงมากถึงร้อยละ 70 ของเชื้อเพลิง
ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น นับเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน ประกอบกับราคา
ก๊าซธรรมชาติที่ไม่คงที่  ต้องผูกติดกับราคาน้ำมัน และยังเป็นการเร่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ
ที่มีจำกัดให้หมดเร็วเกินควร


คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม





ถ่านหิน

พีท

ลิกไนต์

ซับบิทูมินัส

บิทูมินัส

แอนทราไซต์

ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงที่เกิดจากการทับถมของซากพืชที่ขึ้นอยู่ตามที่ชื้นแฉะ เป็นเวลานาน
หลายล้านปี  ภายใต้แรงกดดันและอุณหภูมิสูง เกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
ที่อยู่ในสถานะของแข็ง จำแนกออกเป็น 5 ประเภท ตามอายุการเกิด และคุณภาพ
คือ พีต (Peat)  ลิกไนต์ (Lignite)   ซับบิทูมินัส (Sub-Bituminous) 
บิทูมินัส (Bituminous) แอนทราไซต์ (Anthracite)

ประเทศไทยมีทรัพยากรถ่านหินเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นลิกไนต์และซับบิทูมินัส
ปริมาณสำรองถ่านหินลิกไนต์ ในประเทศไทย ณ เดือนธันวาคม  2550 
ทั้งสิ้น 2,075 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปริมาณสำรองของเหมืองแม่เมาะ

ในปี 2551 ประเทศไทยใช้ลิกไนต์/ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า
ประมาณร้อยละ 20 ของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้นมีทั้งการใช้ถ่านหิน
จากแหล่งในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากถ่านหินในประเทศ
ไม่เพียงพอต่อความต้องการโดยนำเข้าจากอินโดนีเซียมากที่สุด

ข้อดีของถ่านหิน คือ มีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าการใช้เชื้อเพลิงหลัก
เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันและพลังงานหมุนเวียน และมีปริมาณสำรองมาก สามารถใช้ได้
ไม่ต่ำกว่า 220 ปี  แต่ก็มีข้อจำกัด เนื่องจากการเผาไหม้ถ่านหินเป็นสาเหตุสำคัญของฝนกรด
และภาวะโลกร้อน จึงต้องใช้ระบบควบคุมมลภาวะทางอากาศที่มีราคาแพงและถ่านหินยังคง
มีภาพลักษณ์ที่น่ากลัวในสายตาประชาชนบางส่วน ซึ้งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด
(Clean Coal Technology) ทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินมีประสิทธิภาพ
สูงขึ้น และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด


คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม


น้ำมัน

บ่อน้ำมันสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองตาสังข์ ตำบลลานกระบือ
อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร

ภาพจาก : www.kanchanapisek.or.th

น้ำมัน เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลเกิดจากซากสัตว์
และซากพืชทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี มีองค์ประกอบ
ของสารไฮโดรคาร์บอน  เมื่อสูบน้ำมันดิบขึ้นมาจากใต้ดิน
จะนำมาใช้โดยตรงไม่ได้  ต้องนำเข้าโรงกลั่น และผ่าน
กระบวนการผลิตที่แยกส่วนออก เป็นน้ำมันสำเร็จรูป
(Petroleum Products) หลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะ
แตกต่างกันไป เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมัน
อากาศยาน น้ำมันก๊าด และน้ำมันเตา ฯลฯ

ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของโลกมีมากที่สุดในภูมิภาค
ตะวันออกกลาง คิดเป็นร้อยละ 61 ของปริมาณสำรอง
น้ำมันดิบทั่วโลก

ประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันดิบจากแหล่งกลางอ่าวไทย เช่น แหล่งเบญจมาศ  
แหล่งยูโนแคล แหล่งจัสมินและแหล่งบนบกได้แก่ แหล่งสิริกิติ์ จ.กำแพงเพชร โดยในปี 2550  ประเทศไทย
มีการผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสท ปริมาณ 213,408 บาร์เรล/วัน  คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21 ของปริมาณ
การจัดหาน้ำมันดิบในประเทศไทย  ส่วนที่เหลือยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ในปี 2551 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) ใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้า ในสัดส่วนเพียง ร้อยละ 1  เท่านั้น
ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดหาไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ที่ให้ลดสัดส่วนน้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าลง
เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตสูง


คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม