กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
หนุนโครงการจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้
ทางอุตสาหกรรม

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หนุนมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรม ตั้งเป้ามีโรงงานเข้าร่วมกว่า 100 แห่ง สามารถลดการนำเข้าวัตตุดิบได้ประมาณ 74 ล้านบาท/ปี ประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียได้ 40 ล้านบาท และลดการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณ 5 ล้านบาท/ปี

ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้สนับสนุนมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งมี ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เป็นประธาน จัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรม เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างโรงงานหรือธุรกิจที่มีของเสียและโรงงานที่ต้องการของเสียเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบหรือเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยให้โรงงานลดต้นทุนในการผลิตได้ โดยได้ตั้งเป้าหมายมีโรงงานเข้าร่วมโครงการ กว่า 100 แห่ง สามารถลดการนำเข้าวัตถุดิบได้ประมาณ 74 ล้านบาท/ปี ประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียได้ประมาณ 40 ล้านบาท/ปี และลดการใช้เชื้อเพลิงในการกระบวนการผลิตได้อีกประมาณ 5 ล้านบาท/ปี

"ในประเทศไทยมีกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมประเภททรายปนเปื้อน เช่น โรงงานผลิตเสื้อสูบและชิ้นส่วนรถยนต์ ประมาณ 1,800 แห่ง มีของเสียที่ต้องกำจัดทิ้งประมาณ 5,400 ตัน/ปี คิดเป็นเงินในการกำจัดประมาณ 48 ล้านบาท มีการใช้น้ำมันหล่อลื่นประมาณ 800 ล้านลิตร/ปี และเหลือเป็นน้ำมันที่ใช้แล้วประมาณ 500 ล้านลิตร/ปี คิดเป็นเงินที่ต้องกำจัดประมาณ 5,200 ล้านบาท และมียางรถยนต์ใช้แล้วประมาณ 6,102,648 เส้น/ปี คิดเป็นเงินในการกำจัดประมาณ 6,100 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมที่จะจัดการของเสียโดยการบำบัดหรือกำจัดมากกว่าการนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากการขาดข้อมูลข่าวสารของการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่" ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ กล่าว

ดังนั้นเพื่อเป็นการให้ผู้ประกอบการได้มีความรู้ทางด้านการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น ทางโครงการฯ จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารด้านเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากของเสียและระบบฐานข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ของเสีย

สำหรับกลุ่มโรงงานที่เข้าร่วมโครงการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก มีอุตสาหกรรมทรายปนเปื้อน อุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น และ อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วไป อาทิ กากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงกลั่นน้ำมัน ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เศษหินจากโรงงานผลิตหินอ่อน น้ำมันทอดอาหาร เป็นต้น โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกอบรมและเข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการในด้านการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมทั้งยังได้รับเอกสารของศูนย์ทุกๆ 3 เดือนด้วย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โทรศัพท์ (02) 331-0047,331-0060 ต่อ 4151 โทรสาร (02) 742-9697-8 http://www.tei.or.th/mec ทางอินเตอร์เนต E-mail: mec@tei.or.th ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

มิถุนายน  2544
.........................................................................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์รวมพลังหาร 2
โทรศัพท์ 612-1555 ต่อ 201-5 โทรสาร 6121368
121/1-2 ถ.เพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 www.nepo.go.th