ส่วนที่ 6
ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงาน


การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงาน เป็นกรอบแผนงานหนึ่งซึ่งกระทรวงพลังงานให้ความสำคัญ โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือต่างๆ อาทิ กลุ่มอาเซียน (ASEAN) และกลุ่มเอเปค (APEC) เป็นต้น สำหรับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลักด้านพลังงาน ภายใต้กรอบความร่วมมือต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ กรอบความร่วมมือ ASEAN, APEC, BIMST - EC, และ GMS และในปี 2546 ความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านพลังงาน ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว เป็นดังนี้

กรอบความร่วมมือกลุ่มอาเซียน (ASEAN)

การประชุมสัมมนา Japan - ASEAN CDM ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2546 โดยที่ประชุมมีมติต้อนรับประเทศญี่ปุ่นที่ได้เสนอให้ความร่วมมือ และสนับสนุนกลุ่มประเทศ อาเซียนในกระบวนการพัฒนา CDM (Clean Development Mechanism) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญอันหนึ่งภายใต้พันธะ พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocal) ในการที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศโลก ในการนี้ ผู้แทนจากประเทศต่างๆ ได้กล่าวถึงผลการดำเนินการในกระบวนการ CDM ของแต่ละประเทศ รวมทั้ง ประเทศไทยได้ รายงานผลการดำเนินงานการอนุรักษ์พลังงานประเทศไทย ที่มีการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพตลอดมา โดยการอนุรักษ์พลังงานถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนา CDM ซึ่งประเทศไทยได้รับการยกย่องว่ามีความก้าวหน้า ในกระบวนการพัฒนา CDM กว่าประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ในอนาคตประเทศญี่ปุ่น จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือโครงการพัฒนา CDM แก่กลุ่มประเทศอาเซียน โดยผ่านทางศูนย์พลังงานอาเซียน (Asean Centre for Energy : ACE)

การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของคณะกรรมการบริหารศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE Governing Council) ครั้งที่ 5 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2546 และที่ประชุมได้มีมติดังนี้

  1. รับทราบผลการดำเนินงานของ ACE และกรอบโครงการความร่วมมือด้านพลังงานกับกลุ่มประเทศต่างๆ อาทิเช่น ประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของ SOME-METI Work Programme 2002 - 2003 ประเทศ ออสเตรเลีย ในส่วนของ AEECP Pharse III สหภาพยุโรปในส่วนของ EC - ASEAN Energy Facility และ IEA (International Energy Agency) ในส่วนของ ACE-IEA Cooperation เป็นต้น ซึ่งความร่วมมือในกรอบต่างๆ มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี
     
  2. ให้ประเทศสมาชิกกลับไปทบทวนแผนความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงานปี 2542 - 2547 (ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation : APAEC 1999-2004) เพื่อจัดทำแผนความร่วมมือด้านพลังงานปี 2547 - 2552 (APAEC 2004-2009) ฉบับใหม่ รวมถึงการเตรียมยกร่างคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อ ยกร่างแผนฯ APAEC 2004 - 2009
     
  3. การสรรหาผู้อำนวยการ ACE คนต่อไปที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนผู้อำนวยการ ACE คนปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระการทำงานในปี 2546 โดยผู้อำนวยการคนต่อไปเป็นผู้แทนจากประเทศไทย ต่อมา สนพ. ได้ดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการ ACE ได้แล้ว คือ ดร.วีรวัฒน์ จันทนาคม และจะดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ถึง 1 มิถุนายน พ.ศ. 2550 นอกจากนั้นที่ประชุมได้มีมติให้ประเทศมาเลเซียรับเป็นเจ้าภาพในการประชุม คณะกรรมการบริหารศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE Governing Council) ครั้งที่ 6 ในช่วงปลายปี 2546

กรอบความร่วมมือกลุ่ม BIMST - EC

การประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ บังคลาเทศ - อินเดีย - พม่า - ศรีลังกา - ไทย (Bangladesh - India - Myammar - Sri Lanka - Thailand Cooperation : BIMST - EC) ครั้งที่ 4 ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ในระหว่างวันที่ 29 - 30 กันยายน 2546 ที่ประชุมได้มีมติดังนี้

  1. ให้ ปตท. จัดทำการศึกษารายละเอียด และประเมินแนวทางการลงทุนในการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ตามที่ทำการศึกษา เรื่อง เส้นทางการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิก (Trans BIMST - EC Natural gas Pipeline Routing) ซึ่งได้เสนอแนวทางการวางท่อก๊าซฯ 2 แนว คือ แนวท่อ เชื่อมต่อระหว่าง ประเทศพม่า - อินเดีย - บังคลาเทศ - ในบริเวณอ่าวเบงกอล (Block A1) และแนวท่อเชื่อมต่อระหว่างพม่าและไทยบริเวณแหล่งเยตากุน (Block M7/M9 - 10)
     
  2. ด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน ที่ประชุมรับทราบและได้มีมติให้ดำเนินการต่อไปในเรื่อง 1) การอบรมด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทน 2) การช่วยเหลือทางเทคนิคและ Capacity building ด้าน Biomass gasification และ 3) จัดทำเครือข่ายสถาบันวิจัยและแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ นอกจากนั้น อินเดียได้เสนอให้มีการหมุนเวียน การอบรมเรื่องพลังงานทดแทนระหว่างประเทศสมาชิก
     
  3. ความก้าวหน้าการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานของ BIMST - EC ปัจจุบันประเทศสมาชิกสามารถหาข้อมูลด้านพลังงาน และเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกได้จาก http://www.bimstce-energy.org.mm.
     
  4. การกำหนดลำดับความสำคัญการดำเนินโครงการในปี 2547 ซึ่งประกอบด้วย โครงการ Trans - power Exchange and Development Project และ Strengthening Education Infrastructure through the Use of Renewable Energy Technologies โดยที่ประชุมขอให้ไทยเป็น Coordinating Country ในโครงการแรก พร้อมทั้งให้จัดทำ Concept Paper of Project ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และให้อินเดียปรับปรุง Concept paper ของ โครงการ Strengthening Education Infrastructure through the Use of Renewable Energy Technologies เสร็จภายใน 3 เดือน
     
  5. แนวทางการดำเนินการในอนาคตของกรอบความร่วมมือในภูมิภาคนี้ ได้เห็นชอบให้ขยายขอบเขตโปรแกรม และโครงการของกรอบความร่วมมือออกไปทั้งด้านไฟฟ้า ถ่านหินการอนุรักษ์พลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน

กรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ คำแถลงนโยบายการซื้อขายไฟฟ้า สำหรับการจัดตั้งตลาดซื้อขายไฟฟ้า ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (Policy Statement on Regional Power Trade) ตามมติที่ประชุมระดับรัฐมนตรี 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง GMS ครั้งที่ 9 ณ กรุงมะนิลา ประเทศ ฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2543 โดยกำหนดให้จัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยการซื้อขายไฟฟ้า และการสร้างเครือข่ายสายส่งระหว่างรัฐบาล 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งตลาดซื้อขายไฟฟ้า และการพัฒนาระบบเครือข่ายสายส่งเชื่อมโยงระหว่าง 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

คณะทำงานด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายสายส่งและการซื้อขายไฟฟ้า 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (EGP) ธนาคารโลก (World Bank) และธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (Asia Development Bank) ได้ร่วมจัดทำร่างข้อ ตกลงฯ ขั้นสุดท้าย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะทำงานด้านพลังงานของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการประชุมครั้งที่ 6 และจากคณะทำงานระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสในการประชุม ครั้งที่ 8 ณ กรุงฮานอย ประเทศ เวียดนาม เมื่อเดือนธันวาคม 2544 ต่อมา ในการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 11 เรื่อง โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) ที่ประเทศกัมพูชา ที่ประชุมได้ให้ความ เห็นชอบในร่างข้อตกลงฯ ดังกล่าว และเห็นควรให้มีการลงนามร่างข้อตกลงฯ ระหว่างรัฐบาล 6 ประเทศ ในการประชุมสุดยอดผู้นำ GMS (GMS Summit) ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2545

คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2545 เห็นชอบร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการซื้อขายไฟฟ้า และการสร้างเครือข่ายสายส่ง ระหว่างรัฐบาล 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย เข้าร่วมในพิธีลงนามข้อ ตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการซื้อขายไฟฟ้า และการเชื่อมโยงระบบส่ง ของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในการประชุมสุดยอดผู้นำ GMS ครั้งที่ 1 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2545 หลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2546 ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการต่างประเทศ ออกสัตยาบันสารข้อตกลงฯ ซึ่งจะส่งผลให้ข้อตกลงฯ มีผลบังคบใช้โดยเร็ว หมายถึงการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานซื้อขาย ไฟฟ้า (Regional Power Trade Coordination Committee : RPTCC) และจัดทำข้อตกลงด้านเทคนิคในการซื้อขายไฟฟ้า (Regional Power Trade Operating Agreement : PTOA) เพื่อให้การจัดตั้งตลาดซื้อขายไฟฟ้า และการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายสายส่ง ระหว่างประเทศสมาชิก เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดีทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ และการเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม