คำกล่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในโอกาสเป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ - ยุทธศาสตร์ทหาร ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประจำปีการศึกษา 2553 นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศ ณ สโมสรทหารบกวิภาวดี ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2554 เวลา 14.50 น.


เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ท่านผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ
ท่านผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา
และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนว่าดิฉันยินดีที่สุดที่ได้มีโอกาสได้มาเป็นประธานในการรับฟังการแถลง ยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหารของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศ ในวันนี้ คำว่า "ยุทธศาสตร์" เป็นคำที่มีค่าและมีความสำคัญมาก เพราะว่ายุทธศาสตร์นั้น เราหมายถึงในวันนี้ ที่เรามาคุยกัน หมายถึงยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหาร ซึ่งก่อนหน้านั้นเราเคยมองเป็นยุทธศาสตร์ที่แยกออกจากกันระหว่างชาติกับทหาร แต่วันนี้ดิฉันเชื่อว่าเรามีความเห็นตรงกันว่ายุทธศาสตร์ทั้งสองส่วนนั้น ต้องเกิดจากการบูรณาการร่วมกันและทำงานใกล้ชิดกันอย่างแท้จริง ซึ่งดิฉันก็ดีใจที่ทางด้านสถาบันวิชาการป้องกันประเทศได้ร่วมกับนักศึกษาทั้ง 3 เหล่าทัพ ในการระดมสมองเป็นระยะเวลา 1 ปี เต็ม ๆ ในการที่นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ชาตินั้น ในหัวข้อที่มีความประทับใจมากในเรื่องของการไร้พรมแดนการย้ายทุนต่างๆ ดิฉันดีใจค่ะว่าจากที่เห็นนั้น การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของโลกนั้น เปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็วจริงๆ เพราะการเปลี่ยนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่วันนี้ย้ายฐาน จากเมื่อก่อนที่เราบอกว่าฐานต่าง ๆ นั้นอยู่ที่ทางสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ยุโรป วันนี้ฐานรากต่างๆ นั้นกลับเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเซีย ซึ่งนี่แหละค่ะ ฐานนี้เป็นฐานที่เคลื่อนมาอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันฐานการเคลื่อนกำลังแบบนี้จะทำให้เกิดโอกาสกลับมาในทางบวกสำหรับประเทศไทย ซึ่งแน่นอนค่ะจะต้องสะท้อนถึงความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของเราว่า เราเองนั้นหากฐานรากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ประเทศไทยจะคว้าโอกาสอันดีนี้กลับคืนสู่ประเทศเราได้อย่างไร

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่ดิฉันได้ฟังจากทางด้านของนักศึกษานะคะ และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดิฉันเห็นเหมือนกันก็คือความมั่นคงทางการเมือง วันนี้ประเทศเรามีการตื่นตัวกระแสโลกต่าง ๆ โลกมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แม้กระทั่งในด้านของความมั่นคงทางการเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดความขัดแย้งต่าง ๆ แต่สิ่งที่อยากเห็นคือทุกคนอยากเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และนำไปสู่ระบอบนิติรัฐที่จะนำมาซึ่งความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกันนั้น จึงเป็นปรากฏต่าง ๆ ที่เราเองไม่ควรจะก้าวข้ามตรงนี้ จะทำให้เป็นสิ่งหนึ่งนั้นที่จะทำให้ประเทศนั้นกลับมาสู่ความมั่นคงได้ทางด้านการเมือง

สำหรับอีกความมั่นคงหนึ่งก็คือ ความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คือความมั่นคงที่หมายรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ อากาศ หรืออุณหภูมิ แร่ธาตุต่าง ๆ และพลังงาน กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะเป็นสิ่งที่จะเกิดเปลี่ยนแปลงจากความมั่งคั่งทางด้านของสิ่งแวดล้อมนั้นกลับมาเป็นการที่ความมั่งคั่งเข้าไปสู่เศรษฐกิจ เพราะพลังงานนั้นกำลังบทบาทความสำคัญ และขณะเดียวกันพลังงานนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องหนึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานทดแทน และต้องอาศัยพลังงานทางอาหารต่าง ๆ และอาหารก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่งคั่งขึ้นในอนาคต หากเรามีการปูพื้นฐานที่ดี

สำหรับความมั่งคั่งอีกด้านหนึ่งก็คือทางด้านของสังคม สังคมวันนี้เป็นสังคมที่เป็นเรื่องใหม่ ทุกคนมองเห็นถึงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันพื้นฐานชีวิตของสังคมนั้น ยังอยู่ที่ต้องการกลับเข้ามาสู่basis พื้นฐานก็คือการทำอย่างไรนั้น ให้ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยนั้นให้ดีขึ้น และการที่เราบอกว่ายกระดับคุณภาพของชีวิตและสังคมของคนไทยนั้น เราเอง เราก็คงต้องกลับมามองว่าอนาคตวันนี้ แนวโน้มในด้านของผู้สูงอายุก็เกิดขึ้นมาก วันนี้จาก presentation ก็ได้บอกว่าการกระจายการ เหลื่อมล้ำความยากจนของประเทศเกิดขึ้นมากนัก ต่าง ๆ เหล่านี้ นี่คือสิ่งที่คุณภาพที่ทุกคนอยากเห็น ดัชนีความโปร่งใสที่ของเราลดลงเหลือ 3.4 อย่างน่าใจหาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่สะท้อนกลับมาของการเปลี่ยนแปลงว่า เราเองนั้น ยังคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการที่จะปรับตัวกับการรองรับกับสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของโลกที่จะเกิดขึ้น

ดังนั้นการนำเสนอยุทธศาสตร์ของคณะนักศึกษาที่ในหัวข้อที่บอกว่า "ทำฐานรากกำลังอำนาจแห่งชาติให้แข็งแกร่ง สู่การเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด หรือ Smart Engagement, Strengthening Foundation" ดิฉันชื่นชอบมากค่ะ ต้องเรียนว่าในภาพรวมครั้งแรกที่ฟังนั้น ดีใจค่ะ เพราะรู้สึกว่าทุกท่านนั้นเห็นเหมือนอย่างที่เราเห็นร่วมกันกัน และเชื่อว่าวันนี้สิ่งที่ท่านได้ระดมสมองมา 1 ปีเต็มนั้น ถูกถอดจากความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ แล้วถูกถอดมาเป็นแนวคิดและยุทธศาสตร์ที่อย่างเห็นนะคะ

ดิฉันเองก็ต้องขออนุญาตดึงบางส่วนจากที่ฟังมาทั้งมาหมดคงไม่ต้องสรุปแล้ว แต่เรียนว่าเป็นบางส่วนที่ค่อนข้างชื่นชมและเห็นด้วยหลาย ๆ ประการเพราะว่าการทำยุทธศาสตร์นั้น แน่นอนพื้นฐานเราเองเรามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เราต้องหันกลับมาทำยุทธศาสตร์ทางด้านของพื้นฐานนั้นให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น ยุทธศาสตร์ทางด้านของการที่เราเองเราจะต้องสร้างความแข็งแกร่ง และลดช่องว่าง ลดความขัดแย้งในเรื่องของลดเงื่อนไข เร่งสร้าง อันนี้จริงค่ะ เพราะว่าเร่งสร้างอย่างเดียวโดยไม่ลดเงื่อนไขงานต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่ได้ ฉะนั้นถ้าเราทำพื้นฐานที่แข็งแรงแข็งแกร่งนั้นให้ครอบคลุมก็จะทำให้เราก้าวไปสู่ข้างหน้าได้

สำหรับยุทธศาสตร์ที่เป็นยุทธศาสตร์เฉพาะก็ดีใจค่ะ ยุทธศาสตร์เฉพาะนั้น ใน 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ท่านนำเสนอไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยุทธศาสตร์การบูรณาการระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ชื่นชอบค่ะ สำหรับการนำเสนอคำว่า ต้องทำเรื่องของ crisis management ที่เป็นระบบและเป็นการบูรณาการ วันนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นวาระของชาติ เป็นปัญหาของทุกคน ดิฉันอยากเห็นการบูรณาการและรวมใจเป็นหนึ่งในการร่วมทำงานเพื่อประเทศไทยค่ะ

สำหรับยุทธศาสตร์ทางด้านของอาหารและพลังงานของโลกนั้น ที่ท่านบอกว่าเราเองต้องเตรียมในเรื่องของการสร้างรายได้ ดูความเสี่ยง และที่สำคัญวันนี้ประเทศไทยพื้นฐานของประเทศไทยนั้น คือ เกษตรกรรม เรามีพื้นฐานที่ดี มีสินค้าที่ดีเราเน้นในเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่ม ดิฉันอยากจะบอกว่า อยากจะส่งเสริมให้เห็น Creative Economy เกิดขึ้น การสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อที่จะทำให้ผลผลิตต่าง ๆ ของประเทศนั้น ได้มีผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ และสุดท้ายเขาก็กลับไปที่สร้างงานและสร้างคน ก็จะกลับไปหาโจทย์ที่เราบอกว่าการกระจายความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชนนั้น ยังต้องการการปรับปรุงเพิ่มเติม ในเรื่องของอาเซียนที่กำลังจะถึงนี้ก็เช่นกันว่าอาเซียนก็เป็นเรื่องสำคัญ เราทำพื้นฐานดีแต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะทำทางด้านของการเตรียมตัวให้กับประเทศในการก้าวไปสู่การแข่งขันและก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ถือว่าทุกคนจะต้องเป็นมิติที่ทุกส่วนงานเอามาทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง

ดิฉันกราบเรียนว่า ทั้งหมดนี้ที่ฟังมา ต้องบอกว่าการเตรียมตัวทั้งหมดนี้ คงจะฝากไว้อยู่ 2-3 คำว่า วันนี้ change เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นเราเองเราต้องประเมิน change นั้น และรับความเสี่ยง และที่สำคัญเราจะกลับไป adjust ตัวเอง ปรับตัวกับความเสี่ยง ปรับตัวกับ change ต่าง ๆ เหล่านั้น ได้อย่างไร อย่ามองความเสี่ยงนั้นเป็นปัญหา แต่มองความเสี่ยงนั้นคือโอกาสที่เราปรับตัว และสุดท้ายเราก็จะได้เตรียมตัวของประเทศไทยเรานั้น ให้ก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน

สุดท้ายนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณทางด้านของนักศึกษาและทุกท่าน ทางด้านของผู้จัดทุกท่าน ที่ร่วมกันนำเสนอแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติครั้งนี้ รัฐบาลก็มองเห็นปัญหานี้เช่นเดียวกัน และเรียนว่า ให้คำมั่นสัญญาว่า สิ่งที่ท่านใช้เวลา 1 ปีเต็มนั้น จะไม่เสียโอกาส ดิฉันจะรับเรื่องนี้ไว้ เอาไปบูรณาการรวมในส่วนของนโยบายของรัฐบาล ในสิ่งที่เราเองเราจะได้ปรับประยุกต์และบูรณาการเข้าไปใช้

สุดท้ายนี้คงต้องถือโอกาสนี้ ขอขอบคุณทุกท่าน และยินดีที่จะได้มาร่วมปาฐกถากัน และยินดีที่ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นเช่นเดียวกัน และขอให้พวกเราร่วมใจกัน เพื่อประเทศชาติของเราเดินหน้าอย่างแข็งแรง ขอบคุณมากค่ะ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก