Home    ข้อมูลข่าว    คำกล่าวสุนทรพจน์
สื่อประสมที่เกี่ยวข้อง
พิมพ์หน้านี้

19 พฤศจิกายน 2553 (19/11/2010)
คำกล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดงานนิทรรศการ “บีโอไอแฟร์ 2011” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา 10.00 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ผู้บริหารจากภาครัฐและภาคเอกชน
ผู้แทนหอการค้าต่างประเทศ
พี่น้องสื่อมวลชน
และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้มีโอกาสมาในงานแถลงข่าวการจัดนิทรรศการ "บีโอไอแฟร์ 2011" ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปีพ.ศ. 2554 ในวันนี้ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-25 พฤศจิกายน 2554 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและ การประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญอีกโอกาสหนึ่งที่เราจะได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยและเศรษฐกิจไทยให้นานาชาติได้รับรู้ และเกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น


ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วครับว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศเมื่อต้นปี 2552 หรือปลายปี 2551 ในห้วงที่มีวิกฤตการณ์ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในวิกฤตนั้นคือ วิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบมาจากวิกฤตทางการเงินของโลก ก่อนหน้านี้ผมเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหลังจากที่เราต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ปี 2540 และก็อยู่ในช่วงของการฟื้นฟู ผมก็อดนึกเปรียบเทียบไม่ได้ว่า สถานการณ์ในวันนี้กับวันนั้นมีทั้งความเหมือนและความต่าง ความแตกต่างแน่นอนคือ วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศเราหรือในภูมิภาคเราเป็นเบื้องต้น แต่ได้รับผลกระทบมาจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก แต่ว่าความเหมือนก็มีครับ เพราะว่า แม้ว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากภูมิภาคอื่น แต่ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ในช่วงปีที่แล้วที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ต้องติดลบอีกครั้งหนึ่ง แต่เช่นเดียวกันกับในช่วงปี 2543 ที่ได้มีการจัดงานเชื่อมั่นเมืองไทย บีโอไอแฟร์ 2000 ขึ้น ซึ่งขณะนั้นผมและท่านเลขาธิการฯ (สถาพร กวิตานนท์) ได้รับผิดชอบงานทางด้านนี้ และเป็นโอกาสที่เราเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ก็ได้มองเห็นในขณะนั้นว่า ในช่วงนั้นเศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัวมาจากวิกฤตที่ร้ายแรงครั้งหนึ่ง เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาแล้วก็ต้องการที่จะแสดงออกถึงศักยภาพของเศรษฐกิจไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งในครั้งนั้นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นตามมาคือ การสร้างปรากฏการณ์ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีการผลิตที่ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าของ อุตสาหกรรมไทย รวมไปถึงการได้เป็นเวทีของการแสดงนวัตกรรมของโลกอนาคต ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ทั้งของไทย ทั้งของต่างชาติเข้าร่วมแสดงกว่า 450 บริษัท ผมก็ได้มีโอกาสเข้าชมงานหลายวันและอย่างที่เมื่อสักครู่ท่านได้ชมไปก็มีผู้เข้าไปงานมากกว่า 4,000,000 คน ซึ่งต้องถือว่าขณะนั้นเป็นการจัดงานครั้งใหญ่มาก


ปัจจุบันนี้หลายคนก็มีความรู้สึกว่า การจัดงานที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดขึ้นเกือบทุกสัปดาห์หรือเกือบตลอดเวลา แต่ต้องบอกว่าในวันที่เราจัดบีโอไอแฟร์ ปี 2000 นั้น คือจุดเริ่มต้นของการทำให้การจัดงานแสดงและนิทรรศการเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนั้นเป็นครั้งแรก มาปีนี้เช่นเดียวกันครับ เศรษฐกิจของไทยได้แสดงออกให้เห็นถึงความเข้มแข็งในการฟื้นตัวจากวิกฤตที่ลุกลามและมีผลกระทบมายังประเทศไทย ซึ่งตัวเลขล่าสุดทุกฝ่ายก็ยังยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะสามารถขยายตัวได้เกินร้อยละ 7 ทั้งปี ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้แสดงออกถึงศักยภาพของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เป็นจังหวะที่มาบรรจบกับมหามงคลโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมการและรัฐบาลก็จึงเห็นชอบในการที่จะจัดงานบีโอไอแฟร์ ในปี 2011 หรือ 2554 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลดังกล่าว แล้วก็ถือว่าเป็นเวลาห่างจากการจัดครั้งที่แล้วถึงกว่า 10 ปี


อยากจะเรียนว่า การจัดงานครั้งนี้ก็อยู่ในช่วงจังหวะเวลาที่เศรษฐกิจไทยต้องถือว่า กำลังก้าวขึ้นไปสู่ระดับการพัฒนาอีกระดับหนึ่งเช่นเดียวกัน ในภาพกว้างเรากำลังก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมีการดำเนินการและรวมตัวกันภายในปี 2015 หรือ 5 ปีจากนี้ไป พร้อม ๆ กันไป การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยก็กำลังเกิดขึ้นอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับความท้าทายที่เป็นปัญหาในระดับโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการที่อุตสาหกรรมต้องแข่งขันการมากขึ้นในเรื่องของการสร้างมูลค่าโดยการใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ หรือไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างมากในโลกยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุผลนี้เราถึงได้กำหนดคำขวัญของการจัดงานครั้งนี้ว่า "โลกสดใส ไทยยั่งยืน" เพื่อชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวของเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้คือ การวางรากฐานไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนนั่นเอง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยังเป็นการสะท้อนถึงแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงงานและได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืนมาโดยตลอด ซึ่งนอกเหนือจากงานแสดงแล้ว ก็จะมีการจัดประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับสูงจากนานาประเทศ หรือ ซีอีโอฟอรั่ม เช่นเดียวกัน ซึ่งก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเปิดให้บริษัทชั้นนำของโลกมาสัมผัสกับ ศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยและเศรษฐกิจไทย


ผมจึงมีความเชื่อมั่นว่า งานบีโอไอแฟร์ 2011 จะเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เข้าชมงาน เป็นภารกิจสำคัญที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งผมคาดว่า จะมีจำนวนไม่น้อยกว่าที่เคยเข้าร่วมแสดงในปี 2538 - 2543 อย่างแน่นอน จะได้ร่วมมือกันใช้สถานนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศของเราให้เป็นทุนของประวัติศาสตร์ขององค์การของอุตสาหกรรมไทยและเศรษฐกิจไทยต่อไป


ผมจึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนทุกท่านมาร่วมมือกันและช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนการจัดงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายต่อไป ขอขอบคุณครับ

************************


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท / ถอดเทป


สื่อประสมที่เกี่ยวข้อง  

เนื้อหาในหมวดนี้
 8 ธันวาคม 2553 (8/12/2010) (อ่านแล้ว 20 ครั้ง)
 7 ธันวาคม 2553 (7/12/2010) (อ่านแล้ว 9 ครั้ง)
 7 ธันวาคม 2553 (7/12/2010) (อ่านแล้ว 37 ครั้ง)
 5 ธันวาคม 2553 (5/12/2010) (อ่านแล้ว 35 ครั้ง)
 5 ธันวาคม 2553 (5/12/2010) (อ่านแล้ว 27 ครั้ง)
 4 ธันวาคม 2553 (4/12/2010) (อ่านแล้ว 31 ครั้ง)
 3 ธันวาคม 2553 (3/12/2010) (อ่านแล้ว 34 ครั้ง)
 3 ธันวาคม 2553 (3/12/2010) (อ่านแล้ว 49 ครั้ง)
 2 ธันวาคม 2553 (2/12/2010) (อ่านแล้ว 24 ครั้ง)
 2 ธันวาคม 2553 (2/12/2010) (อ่านแล้ว 32 ครั้ง)