Home    ข้อมูลข่าว    คำกล่าวสุนทรพจน์
สื่อประสมที่เกี่ยวข้อง
พิมพ์หน้านี้

11 พฤศจิกายน 2553 (11/11/2010)
คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เนื่องในพิธีเปิดการสัมมนา เด็กปฐมวัยสมรรถนะดี คิดดี ทำดี ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพมหานคร วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา 08.30 น.

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ท่านคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
ผู้แทนองค์กรทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย
ผู้บริหาร ครู อาจารย์
ผู้ดูแลเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง
และผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

 

ก่อนอื่นผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการสัมมนา เรื่อง "เด็กปฐมวัยสมรรถนะดี คิดดี ทำดี" ในวันนี้
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องการพัฒนาคน และเรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่คำนึกถึงการพัฒนาในระยะกลาง ระยะยาว ได้มุ่งในเรื่องของการที่จะยกระดับในเรื่องของคุณภาพของการเรียนรู้ของประชาชนตลอดชีวิต ซึ่ง 6 ปี แรก ถือว่าเป็น 6 ปี ที่มีความสำคัญที่สุดในการปูพื้นฐานของชีวิต ดังนั้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเด็กปฐมวัยจึงเป็นประเด็นที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและพยายามที่จะผลักดันนโยบายมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและการพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสม


ปัญหาในอดีตที่ผ่านมาจะพบว่า เรื่องของเด็กปฐมวัยนั้นดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่มีช่องว่างในเรื่องของการดูแลในภาครัฐ ส่วนหนึ่งเพราะว่าเมื่อพูดถึงเรื่องของการเรียนรู้ก็จะเน้นในเรื่องของการศึกษาในระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จะไปเริ่มระดับของปฐมศึกษา ซึ่งก็หมายถึงว่าเด็กอยู่ในวัยประมาณ 5-6 ปี ขึ้นไปแล้ว นอกจากนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของเด็กปฐมวัยก็จะมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ แต่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือกระทรวงแรงงาน ล้วนแล้วแต่ต้องมีบทบาทเกือบทั้งสิ้น ในเรื่องของการดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จะมีปัญหาค่อนข้างมากในเรื่องของการบูรณาการ นับตั้งแต่ที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการตามกฎหมายเพื่อที่จะให้มี ระเบียบและกฎหมาย เพื่อที่จะดูแลในเรื่องนี้ ก็ทำให้การบูรณาการงานของหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในความดูแลที่มีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการกระจายอำนาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแลในเรื่องของศูนย์เด็กเล็กก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกที่สามารถจะบูรณาการและขับเคลื่อนนโยบายทางด้านนี้อย่างเป็นเอกภาพได้


นอกจากนั้นยังมีปัญหาซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัยอีกหลายปัญหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และเราก็ยังประสบกับความยากลำบากในการที่จะแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น กรณีปัญหาของแม่วัยใส การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งก็ยังเป็นปัญหาที่มีความยากลำบากในการที่จะป้องกันและแก้ไข แต่ก็ได้มีการมอบหมายให้หน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เร่งดำเนินการหาทางแก้ไขให้ตรงเป้า ตรงจุดในขณะนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมติและคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ก็คือได้มีการเร่งดำเนินการในการยกระดับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชนอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือได้มีการประเมินและได้มีการนำเอาสถาบันการศึกษามาสนับสนุนในเชิงวิชาการ เพื่อที่จะให้มาตรฐานของศูนย์เด็กเล็กในชุมชนนั้น สามารถที่จะมีการยกระดับขึ้นมาได้ และพร้อม ๆ กันไปนั้น รัฐบาลเองก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณ เพื่อที่จะให้กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งดำเนินการในการยกระดับการพัฒนาของศูนย์เด็กเล็กในชุมชน โดยได้ยึดถือเอาการประเมินและตัวชี้วัด ซึ่งได้มีการจัดทำขึ้นเพื่อให้ตรงกับความต้องการของแต่ละชุมชน


นอกจากนั้นการประเมินในส่วนนี้ไม่เพียงเฉพาะในการดูแลในเรื่องของการพัฒนาในเชิงกายภาพ แต่ได้ดูไปถึงเรื่องของบุคลากรที่จะเข้ามาดูแลเด็กเล็กด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดประการหนึ่ง การพัฒนา การเพิ่มทักษะ ให้แก่บุคคลเหล่านี้ก็คือเป็นหัวใจสำคัญของการที่จะพัฒนาคุณภาพของการดูแลเด็กเล็กในศูนย์เด็กเล็กในชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ อีกมาตรการหนึ่งซึ่งรัฐบาลได้มีการดำเนินการผลักดันก็คือเรื่องโครงการที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มแรกของชีวิต ซึ่งรัฐบาลถือว่าเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและการสร้างความผูกพันในสถาบันครอบครัว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของวาระแห่งชาติในด้านการสนับสนุนส่งเสริมการอ่านที่รัฐบาลได้ประกาศไปอีกทางหนึ่งด้วย


นอกจากนั้นประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการและการพัฒนาทางร่างกาย ทางสมองก็เป็นงานอีกหนึ่งที่รัฐบาลนี้ได้มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการขาดสารไอโอดีน ซึ่งนอกเหนือจากขณะนี้จะมีการดำเนินการ เพื่อจะให้มีการให้สารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยแล้ว ก็ยังมีการออกกฎกระทรวงในเรื่องของไอโอดีนในเกลือ เพื่อที่จะให้เกลือและน้ำปลา ได้มาตรฐานในเรื่องของปริมาณสารไอโอดีนที่คนของเราและเด็กของเราพึ่งจะได้รับ ที่จะต้องทำต่อไปนะครับ ก็เรียนต่อเลยก็คือในส่วนของปศุสัตว์ ที่จะให้สัตว์ทั้งหลายบริโภคสารไอโอดีนเช่นเดียวกัน ซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่เราจะมีการดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดในการที่จะออกกฎระเบียบและจะได้มีการติดตามในเรื่องนี้ต่อไป


อย่างไรก็ตามครับสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากและคงจะเป็นงานสำคัญที่การสัมมนาในวันนี้จะช่วยได้ ก็คือการทำความเข้าใจร่วมกันถึงสิ่งที่เป็นความต้องการของเราในแง่ของการพัฒนาเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัย ปัญหาที่เป็นปัญหาอีกประการหนึ่งของระบบการศึกษาก็คือ มีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้นแนวโน้มเมื่อพื้นใดมีการพัฒนาก็จะเร่งให้เด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัยต้องถูกยัดเยียดในเรื่องของความรู้ เพื่อการแข่งขันในการที่จะสอบเข้า อย่างที่เราพูดถึงการสอบเข้าโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาขึ้นไป


ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาสมรรถนะของเด็ก ให้คิดดี ทำดี และทักษะในเรื่องของการอยู่ร่วมในสังคมก็ดี และมีทัศนคติดที่ดีต่อการเรียนรู้น่าจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่ท้าทายการพัฒนาในเรื่องของคุณภาพของเด็กปฐมวัยต่อไป ซึ่งในวัยดังกล่าว เด็กในวัยนี้ก็มีความสนใจใคร่รู้ ช่างสงสัย ช่างซักถาม และโดยธรรมชาติก็จะมีความสุขมีความสนุกในกับการเรียนรู้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหากถูกปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ หรือถูกขู่เข็ญบังคับยัดเยียดฝืนธรรมชาติหรือร้ายกว่านั้นก็คือถ้าถูกเฆี่ยนตีทำร้ายก็จะมีผลกระทบต่อเด็กเล็กและพัฒนาการซึ่งจะไม่สอดคล้องกับเป้าประสงค์ในที่สุดของการที่จะกำหนดคุณลักษณะหรือความรู้ทักษะที่เด็กพึ่งจะมี เพื่อที่จะเตรียมให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคตต่อไป


ดังนั้นการพัฒนาของเด็กปฐมวัยนั้น จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของความต้องการ และต้องมีความยืดหยุ่นตามความหลากหลายของศักยภาพและสมรรถนะของเด็กแต่ละคน ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราหวังว่าในภาควิชาการจะได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้การดูแลเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและในที่อื่น ๆ นั้น สอดคล้องกับเป้าประสงค์ในเรื่องของการพัฒนาเด็กเหล่านี้ ยังมีมาตรการอีกหลายมาตรการนะครับซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะเดินหน้าสนับสนุน เช่น เรื่องของการให้สถานประกอบการและที่ทำงานต่าง ๆ สามารถที่จะอำนวยความสะดวกให้กับลูกจ้างหรือพนักงานนั้นได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องของการดูแลลูกหลานดูแลเด็กเล็ก ซึ่งก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้เกิดความอบอุ่นและการดูแลเด็กเล็กได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

  
ซึ่งทั้งหมดนี้ทางรัฐบาลและผ่านทางคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติก็จะได้มีการเดินหน้าพิจารณาออกมาตรการและนโยบายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรีนั้นได้ให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องของบุคลากรและงบประมาณต่อไป ผมขอบคุณทุกท่านที่ได้เสียสละเวลามาร่วมสัมมนาและเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัย และขอเปิดการสัมมนา ณ บัดนี้ ขออวยพรให้การจัดสัมมนาประสบความสำเร็จตาม เจตนารมณ์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญโดยทั่วกัน

 

ขอบคุณ


----------------------------------


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก


วิไลวรรณ/ถอดเทป

 

 


สื่อประสมที่เกี่ยวข้อง  

เนื้อหาในหมวดนี้
 8 ธันวาคม 2553 (8/12/2010) (อ่านแล้ว 20 ครั้ง)
 7 ธันวาคม 2553 (7/12/2010) (อ่านแล้ว 9 ครั้ง)
 7 ธันวาคม 2553 (7/12/2010) (อ่านแล้ว 37 ครั้ง)
 5 ธันวาคม 2553 (5/12/2010) (อ่านแล้ว 35 ครั้ง)
 5 ธันวาคม 2553 (5/12/2010) (อ่านแล้ว 27 ครั้ง)
 4 ธันวาคม 2553 (4/12/2010) (อ่านแล้ว 31 ครั้ง)
 3 ธันวาคม 2553 (3/12/2010) (อ่านแล้ว 34 ครั้ง)
 3 ธันวาคม 2553 (3/12/2010) (อ่านแล้ว 49 ครั้ง)
 2 ธันวาคม 2553 (2/12/2010) (อ่านแล้ว 24 ครั้ง)
 2 ธันวาคม 2553 (2/12/2010) (อ่านแล้ว 32 ครั้ง)