คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในพิธีเปิดงาน สัมมนาสมัชชา กศน.ตำบล : ศูนย์การเรียนชุมชนตลอดชีวิต
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพมหานคร
วันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2553 เวลา 08.00 น.


ท่านรัฐมนตรีว่าการและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านคณะกรรมการ กศน. ผู้บริหาร และครู กศน.
ภาคีเครือข่าย
และผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาสมัชชา กศน.ตำบล : ศูนย์การเรียนชุมชนตลอดชีวิต ในวันนี้

ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับครู กศน.ทุกท่านที่ได้รับการปรับสถานภาพให้เป็นพนักงานราชการ ซึ่งจะทำให้ท่านทั้งหลายมีความมั่นคงมากขึ้น และก็ต้องขอขอบคุณที่ทุกท่านได้เสียสละทำงานในฐานะครู กศน.ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าจะพบกับความยากลำบาก แต่ก็ได้ทำงานด้วยความทุ่มเท รับผิดชอบ ถือเป็นการทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการด้วยที่ได้มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ และกำลังเร่งดำเนินการยกระดับศูนย์การเรียนชุมชมที่มีความพร้อมเป็น กศน. ตำบล ให้ครบ ทุกตำบลทั่วประเทศกว่า 7,000 แห่ง เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในตำบลต่าง ๆ ต่อไป

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า นโยบายของรัฐบาลที่ถือเป็นนโยบายสำคัญสูงสุดคือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะต้องดำเนินการควบคู่ทั้งในเรื่องของโอกาสและคุณภาพทางการศึกษาพร้อม ๆ กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 นั้น ชัดเจนว่าได้ยึดประชาชนในฐานะผู้ที่เรียนรู้ เป็นศูนย์กลาง ก็ได้ประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาก็คือการสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต

รัฐบาลได้ดำเนินการผลักดันนโยบายสำคัญทางด้านการศึกษาหลายด้านท่ามกลางข้อจำกัดในช่วงแรกในเรื่องของงบประมาณ เพราะบ้านเมืองต้องอยู่ในภาวะที่ประสบกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงการมีปัญหาในเรื่องของการเมือง แต่เป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องของการกำหนดให้การศึกษาเป็นนโยบายที่มีความสำคัญสูงสุด ทำให้รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายหลายด้านเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษาฟรี 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระบบในเรื่องของการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากร ทั้งในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของค่าตอบแทนที่กำลังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญที่รัฐบาลตระหนักก็คือว่าในยุคปัจจุบันท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ความสามารถและความพร้อมของประเทศและของสังคมจะขึ้นอยู่กับความสามารถและความพร้อมของคน ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาในเรื่องของโอกาสและคุณภาพของการเรียนรู้ จริงอยู่ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลหลายคณะ หลายชุดก็ได้ผลักดันให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษาในระบบอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาเรื่องของการศึกษาภาคบังคับ หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เพิ่มจำนวนปีมาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่า เรายังมีกลุ่มคนอีกจำนวนมาก อาจจะกล่าวได้ว่าเกือบจะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วยซ้ำที่ยังต้องการการพัฒนาและต้องการการเรียนรู้เพิ่มเติม และแม้ว่าจะมีบุคคลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งผ่านระบบการศึกษาในระบบมาอย่างครบถ้วน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดในสังคมก็ทำให้ยังความจำเป็นในการที่จะต้องมีการเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทักษะ เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ หรือไม่ว่าจะเป็นการรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสังคม เพื่อที่จะเป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบต่อไป

กลุ่มคนต่าง ๆ เหล่านี้ครับ จำเป็นที่จะต้องมีแหล่งเรียน มีศูนย์การเรียนรู้ที่ใกล้ตัว สามารถที่จะสร้างโอกาสและสามารถที่จะอุดช่องว่างและเติมเต็มให้สามารถใช้ศักยภาพของแต่ละบุคคลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตรงนี้คือบทบาทสำคัญที่เรามีความคาดหวังอย่างมากต่อศูนย์การเรียนรู้ หรือที่จะพัฒนายกระดับเป็น กศน.ตำบลนั่นเอง ผมขอเรียนว่าปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูป ซึ่งผมทำหน้าที่เป็นประธานก็ยังมีความห่วงใยอย่างมากต่อปัญหาของโอกาสการเรียนรู้ของพี่น้องประชาชน เด็กที่อยู่ในวัยเรียนซึ่งควรจะได้รับการศึกษาอยู่ในระบบก็ยังมีอีกจำนวนมากซึ่งยังขาดโอกาส ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มซึ่งมีปัญหาเฉพาะ เช่น เป็นลูกหลานของครอบครัวที่มีการโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมือง หรือมีการออกไปทำงานเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา กลุ่มเด็กพิการซึ่งไม่สามารถที่จะหาสถานศึกษาที่เหมาะสมเรียนรู้ได้ ไปจนถึงกลุ่มเด็กนักเรียนอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งเราใช้คำว่าถูกผลักออกจากระบบการศึกษาจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเลย และรัฐบาลก็อยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการปรับนโยบายเพิ่มมาตรการที่จะสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่คนเหล่านี้

นอกจากนั้นก็ยังคงมีกลุ่มคนซึ่งขาดโอกาสการศึกษาในระบบในอดีตซึ่งสมควรที่จะได้รับโอกาสในการเรียนรู้เช่นเดียวกัน ไปจนถึงกลุ่มที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่า พวกเราทุกคนที่เคยมีโอกาสทางด้านการศึกษา แต่มีความประสงค์ที่จะได้เรียนรู้หรือมีทักษะเพิ่มเติม ดังนั้นการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้หรือ กศน.ตำบลให้เกิดขึ้นจึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะรองรับการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน รัฐบาลได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเรื่องนี้และก็ได้มีการดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณตลอดจนออกมาตรการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

จากนี้ไปผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนจะได้มีการสานต่อการเริ่มต้นในเชิงนโยบายของรัฐบาล เพื่อดำเนินการไปสู่เป้าหมายที่เราปรารถนาจะเห็นทุกคน ครู กศน.และเครือข่ายจึงจะเป็นกลไกที่มีความสำคัญยิ่งที่จะทำให้เป้าหมายในเรื่องนี้บรรลุผลสำเร็จ การที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ปรับสถานภาพครู กศน. ที่ปฏิบัติงานที่ศูนย์การเรียนชุมหรือ กศน.ตำบล หรือครู ศรช. จำนวน 8,672 คน เป็นพนักงานราชการ ก็เพื่อที่จะให้ท่านทั้งหลายได้มีขวัญกำลังใจและมีความมั่นคงในการเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนคนไทย ได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษในด้านการเรียนรู้ก็คือ 1.ในเรื่องของการมีทักษะในการประกอบอาชีพ 2.มีความรู้เท่าทันในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและชุมชน 3.มีทักษะและรักการอ่านเพื่อเป็นแนวทางของการกระตุ้นให้เกิดการใฝ่รู้ตลอดเวลา และ4.การเรียนรู้ในเรื่องของการเป็นพลเมืองที่ดีของชุมชน ของสังคม ของประเทศ เพื่อนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศในปัจจุบันเช่นเดียวกัน

กศน.ตำบลต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน และจะต้องประกอบคณะบุคคลที่มาร่วมกันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากตำบล หมู่บ้าน องค์กรการศึกษาที่จะมาช่วยกันบริหารและท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นครู กศน.นอกจากจะต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้า กศน.ตำบลแล้วยังต้องทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะบุคคลดังกล่าวด้วย เพื่อให้ กศน.ตำบลทั่วประเทศ กว่า 7,000 แห่ง เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งสำนักงาน กศน.จะได้จัดให้มีในเรื่องของคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์และหนังสือต่าง ๆ รวมทั้งมีรถที่เป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ เข้าถึงคนในชุมชน และมาช่วยกันเสริมสนับสนุนการทำงานของท่านได้เป็นอย่างดี

จึงหวังว่าทุก ๆ ท่านจะทำงานด้วยความสุข ความสนุกและก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ประชาชนในชุมชน อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากบทบาทในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแล้ว ผมยังอยากเห็นท่านทั้งหลายได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ซึ่งเกิดขึ้นจากชุมชน ท้องถิ่น มาใช้ประโยชน์เป็นความรู้ที่ยั่งยืนของประชาชนในวงกว้างและเผยแพร่ไปสู่สังคมในวงกว้างหรือในระดับประเทศต่อไปด้วย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและเป็นการรวบรวมไว้เป็นเอกลักษณ์ของชาติได้เป็นอย่างดี สำหรับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหรือสำนักงานการ กศน.ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนครู กศน.ในทุก ๆ ด้าน ให้ความรู้และพัฒนาครู กศน.อย่างต่อเนื่องและมีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญก็คือการดำเนินงานของสำนักงานนั้น จะต้องไม่รบกวนเวลาของครู กศน. มากจนเป็นอุปสรรคต่อหน้าที่และเป้าหมายหลักในเรื่องของการเรียนรู้ของพี่น้องประชาชน

สุดท้ายนี้ผมอยากให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลจะเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาใน ทศวรรษที่ 2 ให้บรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความสำเร็จนั้นจะวัดจากการที่เราสามารถทำให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ ก้าวไปสู่สังคมแห่งการ เรียนรู้ สังคมแห่งการสร้างสรรค์และการพัฒนาที่ยั่งยืน และท่านทั้งหลายถือเป็นกำลังสำคัญที่จะมีส่วนช่วยให้รัฐบาลประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนในเรื่องนี้

บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการสัมมนาสมัชชา กศน.ตำบล : ศูนย์การเรียนชุมชนตลอดชีวิต ณ บัดนี้ ขออวยพรให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกัน

ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/ถอดเทป