![]() |
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานเฉลิมฉลอง วันชาติของไทย Thailand National Day in the World Expo 2010 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในงาน World Expo ซึ่งรวบรวมนิทรรศการทางวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก กว่า 180 ประเทศ มาไว้ณ ที่นี้ ทำให้เป็นงานที่หญ่ที่สุดที่มีการจัดขึ้นมา ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีต่อประชาชนและรัฐบาลจีน รวมทั้งคณะกรรมการจัดงานที่ประสบความสำเร็จในการจัดนิทรรศการใหญ่ระดับโลกครั้งนี้
แนวคิดสำคัญของไทยในการร่วมงาน World Expo ในครั้งนี้ คือ การนำเสนอ “ความเป็นไทย วิถีชีวิตอย่างยั่งยืน” โดยในแต่ละห้องที่มีการจัดแสดงจะสะท้อนให้เห็นความเป็นของไทยจากอดีต ปัจจุบัน และทิศทางในอนาคต ผ่านการบอกเล่าและการจัดแสดงศิลปหัตถกรรม รวมทั้งกิจกรรมบันเทิงต่างๆ
เช่นเดียวกับศาลาไทย การแสดงในค่ำคืนนี้ในนาม “สีสันแห่งความเป็นไทย” (the Colours of Thainess) สะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์ของประเทศที่ยาวนาน ความร่ำรวยของมรดกทางวัฒนธรรม และการเปลี่ยนแปลงจากกระแสโลกาภิวัฒน์ จากวิถีชีวิตที่เรียบง่ายสู่รูปแบบการดำเนินชีวิตสมัยใหม่ในเมือง แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะอะไรจะเปลี่ยนไปแต่ความเป็นไทยจะยังอยู่ในคนไทยทุกคน
“สีสันแห่งความเป็นไทย” สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของคนไทยและประเทศไทย ความสามารถในการปรับตัวของคนไทย ยังเป็นส่วนสำคัญทางมรดกวัฒนธรรม เป็นผลให้สังคมไทยในปัจจุบัน มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้จะมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน ความสามารถในการปรับตัวยังช่วยให้ไทยสามารถเอาชนะความท้าทายในช่วงเวลาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นไทย ยังได้ชื่อว่ามีธรรมชาติที่รักสงบ มีความเห็นอกเห็นใจ สุภาพและเคารพบุคคลอื่นๆ รวมไปถึงการให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและยิ้มสยาม เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรามีความภูมิใจที่จะแบ่งปันในค่ำคืนนี้ในงาน World Expo
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแสดงในค่ำคืนนี้ เป็นเพียงส่วนน้อย ซึ่งหากต้องการเห็นภาพรวมก็ขอเชิญชวนให้เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย เพื่อจะสัมผัสกับ “ความเป็นไทย” ด้วยตนเอง
ประเทศไทยขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมของประเทศและประชาชนเพื่อ เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้พบกับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพที่สูงขึ้น แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์และโอกาสทางการค้า การลงทุน จากการปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรมนุษย์ ด้วยโครงการริเริ่มต่างๆ ของรัฐบาล ประเทศไทยและคนไทยจะมีความสามารถทางการแข่งขันในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาเซียน จะมีการรวมตัวกันเป็นชุมชนเศรษฐกิจอาเซียน(ASEAN Economic Community) อีกไม่ถึงห้าปีข้างหน้า เมื่อถึงเวลานั้น ประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้