คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในงานสมัชชาสวัสดิการชุมชน : ปฏิรูปสังคมจากฐานราก
ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี
วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2553 เวลา 13.00 น.


กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ท่านที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี/ประธานกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
คณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน
คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้แทนองค์กรชุมชน
ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ผมมีความยินดีที่ได้มาพบกับผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชนจากทั่วประเทศในวันนี้ งานสมัชชาสวัสดิการชุมชน : ปฏิรูปสังคมจากฐานราก เป็นงานที่แสดงออกถึงพลังและความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างองค์กรของชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและรัฐบาล ในการสร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชน ผ่านโครงการสนับสนุนเพื่อจัดสวัสดิการชุมชน
จากรายงานของท่านประธานกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ และผู้แทนองค์กรชุมชน ผมมีความรู้สึกยินดีที่ได้รับทราบถึงความก้าวหน้าของการดำเนินงานทางด้านสวัสดิการชุมชน ทั้งในส่วนที่เป็นการขยายจำนวนกองทุนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้สามารถที่จะครอบคลุมไปได้กว่า 1,000 องค์กร และจำนวนพี่น้องประชาชนที่เข้ามาเป็นสมาชิกหรือได้ประโยชน์จากระบบสวัสดิการชุมชนขณะนี้ก็ขยับเข้าใกล้ตัวเลข 1 ล้านคน จากเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ และในบางจังหวัดนั้นก็สามารถจะดำเนินการจนแทบจะเรียกได้ว่าครอบคลุมทั้งพื้นที่ด้วย

สิ่งสำคัญไปกว่าตัวเลขของการขยายตัวในเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชนก็คือหลักคิดอุดมการณ์ที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าผู้แทนขององค์กรชุมชนได้ตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งถึงการรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์ของการทำงานในระบบของสวัสดิการชุมชน การเน้นในเรื่องการให้อย่างมีคุณค่า การรับอย่างมีศักดิ์ศรี การมองประหนึ่งการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างพลังของความสามัคคี ความสมานฉันท์ในชุมชน และนำไปสู่ชุมชนที่จะมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ดังจะเห็นได้ว่านอกเหนือจากจำนวนพื้นที่หรือจำนวนกองทุนแล้ว ความหลากหลายที่มีขึ้นในส่วนของระบบสวัสดิการ หรือสวัสดิการที่มีการจัดให้ทั้งแก่สมาชิกและในบางกรณีให้ผู้ด้อยโอกาสที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เป็นตัวอย่างที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเราสามารถที่จะรวมกลุ่มพี่น้องประชาชนมาทำงานร่วมกันบนหลักการของการเคารพให้เกียรติและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เราก็จะสามารถมีแนวคิดใหม่ ๆ มีนวัตกรรม มีความริเริ่ม มีความสร้างสรรค์ในการที่จะทำสิ่งดี ๆ เพื่อส่วนรวม และเพื่อเพื่อนร่วมชาติ หรือเพื่อนของเราในชุมชนด้วยกัน พร้อม ๆ กันนั้นก็เป็นที่น่ายินดีครับว่า การบริหารจัดการก็มีการพัฒนาขึ้นมาในลักษณะของการเป็นเครือข่าย มีระบบบริหารที่จะเชื่อมโยงขึ้นมาจนถึงในระดับจังหวัด และก้าวเข้ามาสู่ในระดับชาติ ซึ่งตรงนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการที่จะต้องมีการเดินหน้าขยายตัวในส่วนของโครงการสวัสดิการชุมชนต่อไป

ผมอยากจะเรียนกับท่านทั้งหลายครับว่า รัฐบาลนี้ได้ประกาศชัดเจนว่าต้องการที่จะเริ่มต้นในการวางรากฐานให้ประเทศไทยนั้นก้าวเข้าสู่ระบบที่เป็นสังคมสวัสดิการ และเป็นสังคมสวัสดิการที่ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะรายได้ของภาครัฐ แต่จะเป็นระบบสวัสดิการที่มีความหลากหลาย มีส่วนร่วมของหลาย ๆ ภาคส่วน และสามารถที่จะตอบสนองความต้องการที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของกลุ่มประชากร หรือในระดับของพื้นที่ได้ ดังนั้น การเดินหน้าของรัฐบาลในการสนับสนุนโครงการสวัสดิการชุมชน ก็จะต้องทำต่อไป รวมไปถึงการรับข้อเสนอทั้งหลายที่ได้มีการกล่าวมาเมื่อสักครู่ แต่พร้อม ๆ กันไปนั้นในช่วง 1 ปีข้างหน้า สิ่งที่จะมีการขยายตัวในเรื่องของนโยบายสวัสดิการก็จะมีทั้งในส่วนของการที่รัฐบาลกำลังจะเสนอกฎหมายกองทุนเงินออมแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งผมขอยืนยันว่าการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ และเป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนสามารถออมเงิน และได้รับการสมทบเงินจากทางรัฐบาลนั้น จะเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาลดความสำคัญของระบบสวัสดิการชุมชน ที่แต่ละชุมชนได้ริเริ่มขึ้น และได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีอีกหลายกลุ่ม ซึ่งขณะนี้มีความสนใจในการที่จะสร้างระบบสวัสดิการเฉพาะขึ้นมา เช่น กรณีของชาวนา ซึ่งรัฐบาลก็อยู่ในช่วงของการยกร่างกฎหมายกองทุนสวัสดิการชาวนา ที่จะหักเงินจากการขายข้าวของชาวนา มีเงินสมทบจากรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การจัดระบบสวัสดิการเช่นเดียวกัน

ที่กล่าวมานี้เพื่อที่จะยืนยันกับทุกท่านว่าทิศทางในเรื่องของการพัฒนาระบบสวัสดิการของรัฐบาลมีความชัดเจน พร้อม ๆ กันไประบบที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หรือมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานของทุกฝ่ายทุกภาคส่วนนั้นคำนึงถึงระบบที่กำลังมีวิวัฒนาการ และจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างกองทุนหรือระบบสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง และเพื่อให้การทำงานในทุก ๆ ด้านนั้น สามารถที่จะนำมาสู่ความกลมกลืนในเรื่องของการทำงานในส่วนของผู้ปฏิบัติ และในส่วนที่ไปกระทบกับพี่น้องประชาชนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นข้อเสนอที่ได้มีการประกาศไปเมื่อสักครู่นั้น อยากจะขอถือโอกาสนี้เรียนอย่างนี้ครับ ประการแรก ในส่วนของรัฐบาลเอง ผมรับข้อสังเกตว่า นโยบายของรัฐบาลและรวมไปถึงการผลักดันให้เกิดการสนับสนุนทางด้านงบประมาณจากรัฐสภา ที่ทำมาในปีที่แล้วประมาณ 700 ล้าน ปีนี้อีก 800 ล้านบาท ก็มีข้อสังเกตเมื่อสักครู่ว่าจะมีความถาวร มีความต่อเนื่อง มีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหนเพียงไร สิ่งที่ผมคิดว่าคงจะสร้างความสุขใจให้กับท่านทั้งหลายที่อยู่ในระบบของสวัสดิการชุมชนได้ ก็คือการทำตรงนี้ขึ้นมาให้มีระบบที่มีระเบียบหรือกฎหมายที่จะสามารถรองรับให้เกิดความยั่งยืนได้ ก็ขอเรียนว่าเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย รับที่จะไปดำเนินการในการที่จะดูความเป็นไปได้ ในการที่จะยกร่างและนำเสนอกฎหมายต่อสภาฯ ต่อไป เพราะจะอย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 ปีข้างหน้า รัฐบาลก็ต้องเสนอกฎหมายคล้าย ๆ กันในส่วนของกองทุนเงินออมแห่งชาติก็ดี ในส่วนของกองทุนสวัสดิการชาวนาก็ดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เรารับข้อสังเกตตรงนี้ไปเพื่อที่จะมีการผลักดันต่อไป

ในส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นการพูดถึงว่าทำอย่างไรระบบการสนับสนุนจะสามารถพุ่งตรงไปที่ตัวชุมชนได้ หรือตัวองค์กรของสวัสดิการชุมชนแต่ละแห่งได้ อันนี้คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องไปพิจารณาในแง่ของกฎหมายและกฎระเบียบ แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีข้อขัดข้องในแนวคิดที่จะให้การทำงานนั้นเป็นระบบที่มีการกระจายอำนาจมากยิ่งขึ้น สำหรับในส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับองค์กรอื่น ๆเช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะเอาข้อเสนอนี้ไปนำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้สามารถที่จะพิจารณาได้ว่าทำอย่างไรจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นั้น ออกข้อบัญญัติที่จะทำให้การสนับสนุนสวัสดิการชุมชนนั้นมีความต่อเนื่อง และมีความยั่งยืนเช่นเดียวกัน
สำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการปฏิรูปซึ่งได้มีการจัดตั้งขึ้นมา ก็ขอเรียนว่ารัฐบาลจะได้ให้ผู้ประสานงานกับคณะกรรมการเหล่านี้ จะมีทั้งท่านที่ปรึกษาของผม คือคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ และจะมีทั้งท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็คงจะได้นำเอาข้อเสนอเหล่านี้ไปนำเสนอต่อคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

ผมขอเรียนว่าการแก้ปัญหาในเรื่องของสวัสดิการชุมชนที่จะไปเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ผมหวังจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับท่านทั้งหลาย ยกตัวอย่างเช่นเมื่อสักครู่ผมยินดีที่ได้รับทราบว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนในบางแห่งขณะนี้ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่ทำกินของพี่น้องประชาชน เช่น สามารถที่จะรวบรวมหรือนำที่ดิน ซึ่งอาจจะอยู่กับทางสถาบันการเงิน หรืออยู่ที่ไหน คืนมา เพื่อที่จะไม่ให้หลุดไปจากมือของพี่น้องประชาชนในชุมชนมาเป็นของตัวกองทุนและมาบริหารจัดการ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ขอเรียนว่าท่านสามารถที่จะนำเอาการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ไปเชื่อมโยงกับนโยบายโฉนดชุมชนของรัฐบาล ซึ่งกำลังมีการเดินหน้าเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ การแก้ไขปัญหาในเรื่องของอาชีพ ซึ่งแม้ว่าโครงการต้นกล้าอาชีพจะยุติลงไป แต่ว่ารูปแบบ วิธีการทำงาน ของต้นกล้าอาชีพนั้น จะนำไปสู่โครงการต่าง ๆ ที่หน่วยงานราชการทั้งหลายได้มีการดำเนินการอยู่ในเรื่องของการฝึกอบรม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าสามารถเข้ามาเชื่อมโยงกับการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ ดังนั้น ข้อสรุปและข้อเสนอของการประชุมสมัชชาในครั้งนี้ ผมอยากให้ท่านทั้งหลายมีความสบายใจและมีความมั่นใจว่าจะได้รับการเอาใจใส่ และจะมีการติดตามในการทำงานเพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นต่อไป

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ นับตั้งแต่วันที่ผมได้เดินทางไปที่จังหวัดสงขลา และได้รับข้อเสนอที่จะดำเนินการนโยบายในเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องระดับชาติและมีการผลักดันอย่างจริงจัง ผมคิดว่าเราได้เดินทางมาไกลพอสมควร ตัวเลขที่เป็นความสำเร็จในแง่ของการเติบโตขององค์กรสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องยืนยันได้ แต่อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วคุณค่าและประโยชน์ของโครงการนี้คงไม่ได้อยู่ที่เพียงจำนวน แต่อยู่ที่การที่เราสามารถนำเอาพลังของชุมชน ทุนทางสังคมมาใช้ในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำเรื่องของหลักประกันความมั่นคงแล้ว จะถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญของการสร้างสังคมที่ดี ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการปฏิรูปหรือการปฏิรูปประเทศไทยที่มีการพูดกันในวันนี้ เราคงจะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคสิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมคิดว่าถ้าเรายึดมั่นในแนวทางอุดมการณ์ที่ได้ทำกันมา ผมก็มีความมั่นใจว่าการดำเนินการทางด้านนี้จะสามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้ และจะประสบความสำเร็จในที่สุด

ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่านไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยกันผลักดันงานในด้านนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป และขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านอธิการบดีที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดประชุมสมัชชาในครั้งนี้ สุดท้ายนี้ก็ขออวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จก้าวหน้าตามที่ปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน ขอขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก