![]() |
คำกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เรื่อง "นักธุรกิจสตรีกับการสร้างสังคมเป็นสุขเพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน"
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2553 เวลา 18.30 น.
ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร
ท่านประธานกรรมการหอการค้าไทย
ท่านประธานกรรมการนักธุรกิจสตรี
หอการค้าไทย นักธุรกิจสตรี
และผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญจากคณะกรรมการนักธุรกิจสตรี หอการค้าไทย ให้มาร่วมงาน “ราตรีร้อยใจเทิดไท้องค์ราชันย์ องค์ราชินี” ครั้งที่ 5 ในค่ำวันนี้ และได้มีโอกาสมาพูดถึงเรื่อง ของบทบาทของ “นักธุรกิจสตรีกับการสร้างสังคมเป็นสุขเพื่อเศรษฐกิจ ที่ยั่งยืน”
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ งานในค่ำคืนวันนี้ถือเป็นกิจกรรมที่เราได้ร่วมกันมา เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงาน “ราตรีร้อยใจเทิดไท้องค์ราชันย์ องค์ราชินี” ในโอกาสครบรอบ 60 ปี แห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและราชาภิเษกสมรสรวมทั้งได้มีการจัดทำหนังสือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นการถ่ายทอดแนวคิดของนักธุรกิจชั้นนำ 100 ท่าน ที่ได้นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในทางธุรกิจทำให้เกิดความยั่งยืนของกิจการ จึงถือได้ว่าไม่เพียงแต่เป็นแสดงออกถึงความจงรักภักดีและการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเผยแพร่แนวพระราชดำริ หรือปรัชญาซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม ศกนี้ ผมจึงขอเชิญชวนผู้มีเกียรติทุกท่านตั้งจิตพร้อมน้อมอธิษฐาน ขอพระราชทานพระราชานุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้า เหล่าพสกนิกรตราบกาลนิรันดร
ท่านผู้มีเกียรติครับ ก่อนอื่นผมขอแสดงความชื่นชมคณะกรรมการหอการค้าไทย ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของบทบาทของสตรีนักธุรกิจไทย และก็ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนักธุรกิจสตรีหอการค้าไทย เพื่อส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่บทบาทของสตรีนักธุรกิจไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นความริเริ่มที่เป็นประโยชน์ไม่เพียงเฉพาะสำหรับสตรีที่เป็นนักธุรกิจไทยเท่านั้น แต่ถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจในภาพรวมอีกด้วย และก็ตลอดระยะเวลา
ที่ผ่านมา คณะกรรมการสตรีนักธุรกิจ หอการค้าไทย ก็ได้ดำเนินกิจกรรม ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้า ในแง่งานของสตรี และก็ขยายครอบคลุมไปถึงกิจกรรมทางด้านสังคมและสาธารณประโยชน์อื่นอีกด้วย เช่น การเสริมสร้างความรู้ การพัฒนาธุรกิจ การส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเพิ่มบทบาทนักธุรกิจสตรีในเวทีระหว่างประเทศ การยกย่องผู้ทำความดี และการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลดีต่อสตรีและการพัฒนาสังคมโดยส่วนรวมด้วยกันทั้งสิ้น
และก็วันนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับนักธุรกิจสตรีทุกท่านที่ได้รับรางวัล ทั้งที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการทำงานทางด้านธุรกิจ ทั้งที่ได้เป็นแบบอย่างของการมีจิตอาสา ทั้งที่เป็นต้นแบบในเรื่องของไทยสร้างสรรค์ และไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า บุคคลทั้ง 10 ท่าน ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ มาจากหลากหลายสาขาเศรษฐกิจกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ และก็มีบทบาทที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นการยืนยันให้เห็นว่าสตรีนั้นสามารถที่จะมีบทบาทได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ของการประกอบธุรกิจ และในการเป็นแบบอย่างที่ดีของการที่จะมีจิตอาสา และก็ทำงานในด้านการพัฒนาสังคมอีกด้วย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า งานของคณะกรรมการนักธุรกิจสตรี ก็จะสามารถขยายตัวไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในระดับของบุคคล ครอบครัว ชุมชน หรือระดับประเทศ หรือแม้กระทั่งระดับระหว่างประเทศในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเห็นว่าถ้าเราสามารถที่จะทำงานใกล้ชิด ส่งเสริมสตรีทั้งในภูมิภาคในชุมชน ผู้ประกอบการอิสระผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก เช่น แม่ค้ารายเล็กๆ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการจะทำให้รากฐานของเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง และเป็นการช่วยการทำงานของรัฐบาลที่พยายามที่จะส่งเสริมให้สังคมมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะว่าแม้ว่าหน่วยงานภาครัฐในปัจจุบันจะมีอยู่หลายหน่วยงาน ที่มีความรับผิดชอบเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมบทบาทของสตรีโดยตรง แต่ในบ้านเมืองของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบเศรษฐกิจของไทยนั้น ต้องถือว่าภาคเอกชนมีบทบาทที่มีความสำคัญยิ่ง และการที่องค์กรหลักของภาคเอกชน เช่น หอการค้า ที่มีทั้งความรู้ ประสบการณ์ และงบประมาณ เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ก็คงจะทำให้งานทางด้านนี้มีประสิทธิภาพ แลก็มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
หลายปีที่ผ่านมานี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงมองเห็นว่าเศรษฐกิจและสังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปมาก มีปัจจัยทั้งภายนอก และภายใน ที่เข้ามามีบทบาทส่งผลกระทบ ทั้งในทางบวก ทางลบ ให้กับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เราต้องเผชิญกับวิกฤตในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 มาจนถึงวิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตทางการเงินรอบล่าสุดในช่วงประมาณปี 2 ปีที่ผ่านมา และจนมาถึงในเรื่องของปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้น นำไปสู่ปัญหาเหตุการณ์ความรุนแรงโดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคมที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายนี้ ก็ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน สตรีซึ่งความจริงแล้วเป็นกลุ่มประชากรที่มีอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่ง ก็ย่อมได้รับผลกกระทบเช่นเดียวกัน และในภาวะที่บทบาทของสตรีกำลังอยู่ในช่วงของการที่จะเติบโตขยายตัวในวงการต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากว่าโอกาสที่สตรีได้รับมากยิ่งขึ้น จะนำมาสู่การมีส่วนร่วมในการที่จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เหล่านี้อย่างไร และจะมีบทบาทในการที่จะช่วยการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองของเราอย่างไร
ตัวเลขในปัจจุบันบ่งบอกว่า สตรีนั้นเข้ามามีบทบาทในเกือบทุกด้าน ทุกวงการ ทัดเทียมกับบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของคนที่ทำงานอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในภาคเกษตร หรือนอกภาคเกษตร และก็ยังมีบทบาทสำคัญในภาครัฐหรือภาคราชการ อาจจะมีเพียงบางวงการ เช่น กรณีของวงการการเมือง ซึ่งยังมีปัญหาอยู่ว่าสัดส่วนของสตรีที่เข้ามามีบทบาทนำ ยังอยู่ในสัดส่วนที่ค่อนข้างจะต่ำ และแน่นอนครับ ความไม่เท่าเทียมยังมีปรากฏอยู่ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจในเรื่องของค่าตอบแทนของสตรีที่ทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจ ไปจนถึงเรื่องของการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้บริหารในระดับสูงในหลายๆ องค์กร ก็อาจจะยังมีสัดส่วนที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
แต่สิ่งที่เราเห็นชัดเจนก็คือว่า ระยะเวลาที่ผ่านมานั้น สตรีได้ขยายบทบาทของตัวเองอย่างเด่นชัด มีผู้นำองค์กรโดยเฉพาะองค์กรธุรกิจ องค์กรขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งในภาคราชการเองในยุคปัจจุบัน ผมพูดเสมอว่าคนที่คุมงานทางด้านบุคลากร คนที่คุมงานทางด้านงบประมาณ คนที่คุมงานทางด้านกฎหมายของรัฐบาลในขณะนี้ ก็คือเลขาธิการ ก.พ. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสตรีทั้งสิ้น
สิ่งที่ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องมาทบทวนในการส่งเสริมบทบาทของสตรีต่อไป ก็คือเรื่องของความท้าทายที่เราจะต้องเผชิญอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งในส่วนที่เป็นโอกาสที่จะมาพร้อม ๆ กันไปด้วย ในแง่ของการขยายบทบาทของสตรี ผมเรียนว่าที่ตั้งหัวข้อไว้ว่าบทบาทที่เราอยากจะเห็นนั้น ผมเอาเรื่องของสังคมเป็นสุขเป็นตัวตั้ง เพราะผมคิดว่าขณะนี้สิ่งที่มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย และเป็นสิ่งที่เป็นความคาดหวัง คาดหมายของประชาชนส่วนใหญ่นั้น เรามองถึงเรื่องของการที่จะมีความสงบสุข ความสันติสุข หรือความร่มเย็นเป็นสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา จริงอยู่ครับการที่จะทำให้สังคมเป็นสุขได้ เศรษฐกิจ การเมือง ต้องมีบทบาทสำคัญในการที่จะเอื้อต่อการสร้างสังคมที่เป็นสุข แต่ว่างานทางด้านสังคมนั้นขณะนี้สมควรที่จะได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะผมมั่นใจว่าถ้าเราสามารถที่จะสร้างพื้นฐานสังคมที่เข้มแข็ง พื้นฐานของสังคมที่ดี การแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจหรือการเมืองนั้น น่าจะสามารถดำเนินการได้ง่ายกว่า
การทำงานที่เกี่ยวข้องกับสังคม โดยเฉพาะการที่จะสร้างสังคมที่เป็นสุข ในส่วนของภาครัฐกำลังดำเนินการผ่านงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบสวัสดิการที่ดี ผมขอย้ำนะครับว่า ผมใช้คำว่า “ระบบสวัสดิการ” ผมไม่ได้ใช้คำว่า “รัฐสวัสดิการ” นั่นหมายถึงว่าเราต้องการที่จะให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ได้หมายความว่าภาครัฐจะเข้าไปดูแลตลอดชีวิต โดยที่ใช้เงินภาษีอากร แต่ระบบของการที่จะสร้างการเกื้อหนุนให้ประชาชนคนไทยนั้นมีความมั่นคง และมีมาตรฐานการครองชีพที่ดี เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่จะเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และของสังคมที่จะเป็นสุขได้ แต่ว่าที่ผมเน้นคำว่าระบบสวัสดิการ และไม่ใช่รัฐสวัสดิการนั้น เพราะเราจำเป็นที่จะต้องสร้างองค์กรของภาคส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาครัฐ ไม่เพียงเฉพาะภาคธุรกิจเอกชน แต่ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมที่มีความเข้มแข็งในการที่จะเอื้อให้เกิดระบบสวัสดิการที่ดีด้วย
ตรงนี้ครับที่ผมยังมีความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ของการทำงานที่ผ่านมา ว่าบทบาทของสตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีซึ่งมีความสามารถหรือมีทักษะทางด้านธุรกิจ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสิ่งนี้ เรามองเห็นเลยว่าเวลาที่เราไปทำงานในระดับของชุมชน เราทำงานในระดับของท้องถิ่น การที่จะมีวินัยทางด้านการเงินก็ดี การที่จะมีความซื่อตรงต่อการบริหารจัดการกิจการซึ่งเป็นของส่วนรวมก็ดี เราพบความจริงว่าสตรีจะมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างสิ่งนี้ ที่พูดนี่ไม่ได้ต่อว่าผู้ชายด้วยกันเองนะครับ แต่เราเห็นได้ชัดว่าการบริหารองค์กรทางการเงินในระดับชุมชน หลายครั้งถ้าได้ผู้บริหารที่เป็นสตรีเข้าไปแล้ว เรื่องของวินัย เรื่องของความซื่อตรงนั้น จะมีมาตรฐานที่ค่อนข้างจะสูงกว่า ตรงนี้ก็เป็นทักษะที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ถ้าหากว่าบทบาทของสตรีและนักธุรกิจสตรีจะได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากยิ่งขึ้น การเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ ที่จะกระจายไปสู่ชุมชนและภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์กรที่มีความเข้มแข็งในระดับของท้องถิ่นจะเป็นพื้นฐานสำคัญมากของการสร้างสังคมที่เป็นสุขและนำไปสู่การมีเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนด้วย
แต่นอกเหนือจากเรื่องของระบบสวัสดิการแล้ว อนาคตของระบบเศรษฐกิจของเราในขณะนี้เห็นได้ว่าจะพึ่งพิงเรื่องของการสร้างเครือข่ายเป็นสำคัญ ตรงนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ความสามารถของสตรีที่ประสบความสำเร็จมีความก้าวหน้าประการหนึ่งก็คือทักษะในการสร้างเครือข่าย และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วย ทางสังคมด้วย ซึ่งถ้าหากว่าสามารถที่จะดำเนินการให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านนี้ได้ ก็จะเป็นพลังสำคัญอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม ของเรานั้นมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามครับปัญหาที่เราคงจะต้องเผชิญกับการส่งเสริมบทบาทของสตรีและนักธุรกิจสตรีนั้น ก็คงจะเป็นปัญหาที่ยังพบเห็นว่าเป็นอุปสรรคอยู่ใน 2 ด้าน ซึ่งไม่เกิดขึ้นเฉพาะในสังคมไทยเท่านั้น แต่ในหลายต่อหลายประเทศด้วย
ประการแรก คงเป็นปัญหาในเชิงของทัศนคติและค่านิยม ซึ่งจะเป็นอุปสรรคเสมอในการส่งเสริมบทบาทของสตรีในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าในหลายกรณีนั้นปัญหาเรื่องกฎระเบียบเอง อาจจะไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไป แต่ว่าทัศนคติจะเป็นของสตรีด้วยกันเอง หรือจะเป็นของผู้ชายได้สร้างข้อจำกัดหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าการที่คณะกรรมการจะช่วยทำให้สังคมได้มองเห็นถึงศักยภาพของสตรี ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนน้อม ความเอื้ออารี รวมไปถึงความอดทนและความเชื่อมั่นซึ่งเป็นจุดแข็งภายใน ก็จะช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติที่จะเอื้อต่อการที่สตรีจะมีบทบาทที่สำคัญต่อไปในอนาคตด้วย
ประการที่ 2 ซึ่งเป็นปัญหาที่แม้แต่ประเทศที่พัฒนาก้าวหน้าไปแล้วเป็นข้อจำกัดของสตรีอย่างชัดเจนนั้น ก็คือบทบาทที่สตรียังมีความสำคัญในเรื่องของการดูแลครอบครัว ความก้าวหน้าของสตรีเองในหลายองค์กรนั้น ก็อาจจะมาสะดุดลงในช่วงที่จำเป็นที่จะต้องมีภาระหรือดูแลในเรื่องของครอบครัว ตรงนี้มี 2 สิ่งที่ผมอยากจะขอฝากไว้เป็นข้อคิดที่สำคัญ ข้อคิดแรกคือว่าเราคงต้องช่วยกันทำให้ระบบเศรษฐกิจและระบบธุรกิจของเรา หรือการส่งเสริมให้ที่ทำงานทุกแห่งเอื้อต่อการส่งเสริมสตรี ซึ่งหมายถึงว่าขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดัน เช่น การมีสิ่งอำนวยความสะดวก ในเรื่องของการดูแลเด็กเล็ก ในเรื่องของการมีสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์ที่ดี สำหรับสตรี ซึ่งมีภาระทางด้านนี้เป็นพิเศษ ข้อคิดที่ 2 คือว่าความก้าวหน้าของบทบาทของสตรีทางด้านธุรกิจก็ดี หรือทางด้านอื่น ๆ ก็ดี คงจะไม่ได้หมายความว่าภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัวจะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ที่ต้องย้ำสิ่งนี้ก็เพราะว่า ปัจจุบันนี้ปัญหาในเรื่องของความอ่อนแอของสถาบันครอบครัวกำลังเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความอ่อนแอในสังคม เศรษฐกิจ ในภาพรวมเป็นอย่างยิ่ง สภาพการณ์ที่ในปัจจุบันจะเห็นว่าเด็กเล็กที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างดีพอได้สร้างวงจรของปัญหาที่เป็นปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งตรงนี้ก็กระทบกับการที่เราจะสร้างสังคมที่เป็นสุข และกระทบต่อการสร้างเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนด้วย
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ท้าทายในขณะนี้ก็คือการส่งเสริมบทบาทของสตรีให้อยู่บนความสมดุล ที่จะทำให้สตรีนั้นสามารถที่จะยังก้าวหน้าและมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในวงการต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการทำให้สถาบันครอบครัวของเรานั้นยังดำรงไว้ซึ่งความเข้มแข็ง และความอบอุ่นพร้อม ๆ กันไป ผมมั่นใจนะครับว่าจากตัวอย่างของนักธุรกิจสตรีที่ได้รับการยกย่องจากโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกให้เห็นถึงความเข้มแข็งและศักยภาพของสตรีนั้น จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้สตรีทั่วทั้งประเทศนั้นได้มีกำลังใจในการที่จะได้แสดงบทบาทของตัวเองทั้งในและนอกบ้านที่จะมีส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นสุข และเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
สุดท้ายครับผมย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าในภาวะของบ้านเมือง ซึ่งปัจจุบันนั้นต้องการที่จะเห็นการปฏิรูปและการปรองดอง เราคงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบุคคลที่อยู่ห่างไกล ที่อยู่ในชนบทที่ด้อยโอกาส ที่ถ้าหากว่าได้รับการหยิบยื่นโอกาสในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแล้วก็จะมีศักยภาพอย่างมากในการที่จะมีบทบาทในการช่วยการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ผมก่อนเดินทางมาที่นี่ ไปร่วมกิจกรรมที่กระทรวงการคลังได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ปรากฏว่ามีลูกหนี้ซึ่งสามารถปรับโครงสร้างหนี้ และโอนหนี้เข้ามาอยู่ในระบบได้เป็นจำนวนมาก และผมก็สังเกตเห็นว่ามีสตรีจำนวนมากที่เมื่อได้รับโอกาสตรงนี้ก็มีความเข้มแข็งขึ้นมาทันที หนึ่งในสตรีที่ร่วมเสวนากับผมเมื่อสักครู่เชื่อไหมครับว่ามีหนี้นอกระบบก่อนหน้านี้ วงเงินอยู่ที่ 200,000 บาท แต่จ่ายดอกเบี้ยวันละ 2,000 บาท ร้อยละ 1 ต่อวัน แต่ว่าต่อสู้ ค้าขาย และพอวันนี้เขาสามารถที่จะโอนหนี้เข้ามาสู่ระบบได้ เสียดอกเบี้ยเดือนละ 3,800 บาท กิจการเขาก็จะมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น มีอีกหลายรายครับที่เป็นอย่างนี้กระจายอยู่ทั่วประเทศ รอเพียงโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่เป็นภาระกับเขามากจนเกินไป ที่พร้อมที่จะดึงเอาศักยภาพทั้งของตัวเอง และด้วยความใกล้ชิดของสตรีที่มีกับชุมชน สามารถที่จะเอาภูมิปัญญาของท้องถิ่นของชุมชนออกมาใช้ได้ นำมาสู่การเป็นเจ้าของกิจการ จะเป็นสินค้าโอทอป และแม้กระทั่งสินค้าที่ส่งออกที่เป็นเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ผมหวังว่าทิศทางจากนี้ไปนอกเหนือจากการส่งเสริมบทบาทของสตรีในภาพรวมแล้ว เราจะได้เห็นสตรีในลักษณะนี้ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญมากยิ่งขึ้น ทั้งในสังคมและเศรษฐกิจของเราต่อไป
ในโอกาสนี้ผมขออวยพรให้การดำเนินงานของคณะกรรมการนักธุรกิจ หอการค้าไทย ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป และขออวยพรให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ และความสำเร็จก้าวหน้าต่ออาชีพการงาน และการดำเนินชีวิตส่วนตัวโดยทั่วกัน ขอขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก