![]() |
คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในโอกาสเปิดใช้เครื่องต้นแบบระบบเครื่องกั้นถนนอัตโนมัติอย่างเป็นทางการและพิธีแถลงข่าว
ความร่วมมือโครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบระบบเครื่องกั้นถนนอัตโนมัติระหว่างการรถไฟแห่งประเทสไทย (รฟท.)
และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)
วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2553
ณ สถานีรถไฟหัวหินและที่หยุดรถสวนสนประดิพัทธ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
หลายท่านก็ยังคงจำได้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัยของรถไฟ และแน่นอนที่สุดก็นำความสะเทือนใจมาเพราะว่ามีพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บได้รับผลกระทบอย่างมาก
รัฐบาลเองตระหนักมาโดยตลอดว่า ที่จริงแล้วการขนส่งระบบรางหรือรถไฟ ควรที่จะได้เป็นระบบขนส่งหลัก เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นเรื่องของความสะดวกแล้ว ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น เราจะเห็นในหลายต่อหลายประเทศว่า ระบบรถไฟหรือระบบรางนั้นจะสามารถทำให้เรื่องของการขนส่งหรือการเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพและประหยัดได้
น่าเสียดายว่าในอดีตที่ผ่านมานั้น การพัฒนารถไฟก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะว่าต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงในการลงทุนในเบื้องต้นและขณะเดียวกันก็ไม่มีความมั่นใจหลักประกันหรือการรณรงค์ส่งเสริมให้คนนิยมที่มาใช้การขนส่งหรือการเดินทางโดยระบบรางเท่าที่ควร มาถึงวันนี้รัฐบาลมีความแน่วแน่นะครับว่า เราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตรงนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้ใช้เวลาในการที่จะวางแผนในเรื่องของการใช้เงินงบประมาณและก็นำเข้าไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการลงทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและในเรื่องของไทยเข้มแข็งต่อเนื่องมาจนถึงการกำหนดระบบงบประมาณ หรือว่าเงินกู้เป็นการเฉพาะต่างหาก ที่สำคัญก็คือว่า การขนส่งระบบรางในระยะหลังที่พูดกันก็จะเป็นเพียงเฉพาะเรื่องของขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครกับปริมณฑลแต่เราคิดว่าขณะนี้ ความจำเป็นในการที่จะต้องปรับปรุงระบบรางทั้งหมดทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่เร่งด่วนนอกเหนือจากการที่จะเป็นการสอดคล้องกับเป้าหมายในระยะยาวในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นหัวใจของการเชื่อมโยงกับภูมิภาค กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะฉะนั้นทางกระทรวงคมนาคมและทางการรถไฟฯ ก็ได้ทำงานกันอย่างหนักครับในช่วงที่ผ่านมา เพื่อที่จะกำหนดแผนต่าง ๆ ให้เป็นระบบมีความชัดเจนในเรื่องของกรอบเวลาและสิ่งที่จะดำเนินการ ดังที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กล่าวไปแล้วว่า จะต้องดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกัน ส่วนแรก ก็เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เราก็ต้องการที่จะปรับปรุงทั้งตัวรางและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่สองก็เป็นเรื่องของหัวรถจักร และส่วนที่สามก็คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จะสนับสนุนในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งเป้าหมายของเรานั้นก็คือว่า จากการที่รถไฟสามารถที่จะวิ่งอยู่โดยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 50-60 กิโลเมตร เมื่อเราได้ทำโครงการในส่วนนี้เสร็จ ความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวโดยประมาณ 100-120 กิโลเมตร และจะมีความปลอดภัย ซึ่งก็เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล เพราะกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานก็ได้เสนอให้ปีนี้ เป็นปีที่เรารณรงค์ในเรื่องของความปลอดภัยด้วย และมีแผนการในการลดอุบัติเหตุจากการเดินทางด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุบนท้องถนน
นอกเหนือจากแผนตรงนี้ ซึ่งจะใช้เงินทั้งสิ้นถึง 170,000 ล้านบาท เราก็ยังมีการเดินหน้าในการแสวงความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ อย่างเช่นขณะนี้คือประเทศจีน ที่เข้ามาเจรจาในการที่ดำเนินการดูลู่ทางความเป็นไปได้ที่จะทำรถไฟความเร็วสูง ก็ประมาณ 200 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งที่เป็นเส้นทางพิเศษ เช่น กรุงเทพฯ - ระยอง และก็เส้นทางต่าง ๆ ทั่วประเทศด้วย เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาค แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่จะต้องมีการศึกษา และเจรจาในละเอียดในขณะที่แผนของรัฐบาล 170,000 ล้านบาท ที่ว่านี้ก็จะต้องเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง
สำหรับในวันนี้ ที่ได้มีการมาเริ่มต้นในโครงการนำร่องก็ต้องขอขอบคุณทางวิทยุการบินฯ ที่ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยีในการที่จะมาดูในเรื่องของจุดตัด ซึ่งเข้าใจว่าจะมีทั้งหมดทั่วประเทศอยู่เป็นนับพันจุดยังไม่รวมจุดตัดซึ่งบางครั้งก็เป็นจุดตัดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะว่าเป็นการมาแอบทำหรือเป็นการทำโดยพลการของท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นปัญหาที่นำมาสู่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่ในวันนี้ก็เป็นการนำร่องและได้มาเริ่มต้นที่สวนสนที่หัวหิน ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีความสำคัญ และผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยก็จะเคยได้เห็นการที่ราชวงศ์ได้เคยเสด็จทางรถไฟและก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ได้ประทับที่พระราชวังไกลกังวลด้วย
เพราะฉะนั้นความสำเร็จจากการเริ่มโครงการนี้ ก็จะนำไปสู่การขยายผลที่จะนำไปสู่การที่เราสามารถที่จะมีระบบรถไฟที่ครอบคลุมทั่วถึง มีความเร็วเป็นที่พึ่งพอใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือมีความปลอดภัยและก็สามารถที่จะลดอุบัติเหตุ ลดความสิ้นเปลืองหรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเดินทางได้ ผมก็ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันโครงการนี้ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันผลักดันให้การลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ในการที่จะปรับปรุงรถไฟของไทยนั้น เป็นไปตามเป้าหมาซึ่งรัฐบาลได้วางไว้และเชื่อมั่นว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศต่อไป บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว
(นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวความร่วมมือโครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบระบบเครื่องกั้นถนนอัตโนมัติฯ) เรียนสั้น ๆ นะครับว่าวันนี้ที่เดินทางมาก็เพื่อที่จะมาเปิดโครงการซึ่งวันนี้เป็นเรื่องของการมาดูเครื่องต้นแบบที่เป็นเครื่องกั้นอัตโนมัติ ที่จะช่วยในเรื่องของความปลอดภัยของจุดตัดระหว่างถนนกับรถไฟ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีเป้าหมายที่เราจะต้องไปดำเนินการกว่า 2,000 จุด ทั้งในส่วนที่เป็นจุดตัดที่ถูกต้องตามกฎหมายและปัญหาของจุดตัดซึ่งไม่มีทั้งเครื่องกั้นและอาจจะเป็นการมาทำโดยไม่ถูกต้อง
แต่ว่าที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่า เราไม่ได้ทำเฉพาะในเรื่องของเครื่องกันหรือความปลอดภัยเท่านั้น อันถือเป็นการเริ่มต้นของการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลได้อนุมัติให้มีการปรับปรุงรถไฟทั้งประเทศ เป็นมูลค่าก็ 170,000 กว่าล้านบาท ซึ่งก็จะมีเป้าหมายที่จะทำให้การเดินทางโดยรถไฟมีความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และที่สำคัญก็คือมีความปลอดภัยด้วย เพราะฉะนั้นก็มีทั้งในเรื่องของการปรับปรุงระบบราง การลงทุนในรางคู่ หัวรถจักรและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่จะทำให้เกิดความปลอดภัย เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นการเริ่มต้นครั้งสำคัญ และเป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะส่งเสริมสนับสนุนการเดินทางและการขนส่งระบบรางที่เราถือว่าเป็นว่าระบบที่จะต้องมีความปลอดภัย เป็นระบบที่จะมีความสะดวกและเป็นระบบที่จะช่วยประเทศในเรื่องของการประหยัดทรัพยากรและประพลังงาน และอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการในส่วนของปีแห่งความปลอดภัยที่คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติไปแล้วด้วย ขอเรียนว่าวันนี้ขอแสดงความชื่นชมทั้งการรถไฟฯและวิทยุการบินฯ ที่ได้ร่วมมือกันและผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/ถอดเทป