![]() |
คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในพิธีเปิดการบริการเริ่มต้นธุรกิจ ณ จุดเดียวกัน (Single Point)
ณ ลานอเนกประสงค์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2553 เวลา 15.00 น.
ท่านรัฐมนตรี
ท่านผู้บริหารส่วนราชการ เพื่อนข้าราชการ
ท่านผู้ประกอบการ
และผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการบริการเริ่มต้นธุรกิจ ณ จุดเดียวกัน หรือ Single Point ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบกิจการในด้านต่างๆ ในวันนี้ ในยุคปัจจุบันผมเชื่อว่าทุกท่านทราบดี ว่าการแข่งขันในทางเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจ นับวันมีแต่จะเข้มข้นขึ้น ซึ่งการจะสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกประเทศ และทุกเศรษฐกิจจะต้องเพิ่มพูนขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเอง ผมได้พูดมาในหลายต่อหลายโอกาสว่าการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้น จะมีปัจจัยหลักอยู่ 3 ปัจจัย โดยปัจจัยแรกคือเรื่องของคน 2.เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และปัจจัยที่ 3.ก็คือเรื่องของการบริการที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือบริการจากภาครัฐ ในทั้ง 3 ด้านนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเห็นได้ว่าในเรื่องของคนนั้นรัฐบาลพยายามสร้างทั้งในเรื่องของความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชนให้ได้รับสวัสดิการ ความเป็นอยู่ที่ดีในระดับพื้นฐาน และก็สร้างโอกาสทั้งในเรื่องของการศึกษา และการได้รับบริการที่ดีในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในส่วนของคุณภาพทางด้านการศึกษานั้นก็กำลังจะมีการดำเนินการในเรื่องของการปฏิรูประบบของการศึกษาทศวรรษที่สอง แต่ว่าการสร้างคนหรือการพัฒนาก็ใช้เวลานาน
พอมาปัจจัยที่สองก็คือเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพต่าง ๆ ก็จะเห็นได้ว่ารัฐบาลก็ได้มีการผลักดันในเรื่องของโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะมีการปรับปรุงในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับทั้งเรื่อง ระบบน้ำ การขนส่งคมนาคมไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง หรือระบบราง ไปจนถึงเรื่องของการบริการทางด้านสาธารณสุข และบริการทางด้านการศึกษา ซึ่งทำให้เรามั่นใจว่า พอถึงปี 2555 จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่หลายจุดเคยคอขวด และเคยเป็นปัญหาในเชิงของต้นทุนในการประกอบธุรกิจนั้น จะสามารถได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบครั้งใหญ่จากการลงทุนในครั้งนี้ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง
แต่ว่าปัจจัยที่สามซึ่งมักจะถูกมองข้ามก็คือความสามารถในการที่จะปรับปรุงในเรื่องของกฎระเบียบ วิธีการทำงาน หรือการให้บริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งของภาครัฐ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วอาจจะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้เร็วที่สุด ปัจจัยเหล่านี้ในระยะหลังก็จะเห็นได้ว่าองค์กรระหว่างประเทศหรือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจข้ามชาติจะให้ความสำคัญมากขึ้นโดยลำดับ และก็จะเริ่มมีการเปรียบเทียบ การทำดัชนีชี้วัด ตัวบ่งชี้และการจัดลำดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในด้านนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้ที่ผ่านมาหลายครั้งก็จะมีการพูดถึงในกรอบใหญ่ของการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งบ่อยครั้งไปติดยึดอยู่กับปัญหาเรื่องของโครงสร้างและเรื่องของจำนวนบุคลากร แต่ในที่สุดแล้วสิ่งที่สำคัญก็คือประสิทธิภาพของการให้บริการประชาชนรวมถึงภาคธุรกิจเอกชน ตรงนี้ครับผมต้องขอขอบคุณทั้ง 3 หน่วยงานที่ได้มาเริ่มต้นในการทำเรื่องดังกล่าวในวันนี้ เหตุผลก็เพราะว่าในอดีตนั้น แม้กระทั่งจนถึงปัจจุบันการที่เราได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 12 ในเรื่องของความง่ายในการประกอบธุรกิจ และเป็นที่ 3 ในเอเชียดังที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปแล้ว แม้ว่าจะถือว่าอยู่ในระดับที่ดีแต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดที่เป็นตัวชี้ต่าง ๆ ก็จะเห็นได้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องซึ่งเราทำได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จะเป็นการเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยอาจจะไม่ได้ใช้ต้นทุนอะไรมากมายนัก ดีไม่ดีถ้าหากว่าดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังจะเป็นการประหยัดทรัพยากรที่บริหารจัดการในเรื่องนี้ โดยเรามุ่งในเรื่องของเทคโนโลยีและประสิทธิภาพ รวมทั้งการลดช่องว่างหรือลดปัญหาความซับซ้อน หรือการประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกันเอง
เพราะฉะนั้นความพยายามในการที่จะผลักดันทั้งในกรอบใหญ่ที่พูดถึงเรื่องของ National Single Window ความพยายามในการที่จะทำให้ต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ลดลง และก็มาถึงเรื่องของการให้บริการ ณ จุดเดียวหรือการร่วมมือกันเกี่ยวกับการให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ ถือเป็นเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลนี้ได้ผลักดัน ก่อนหน้านี้ก็ได้มีความพยายามในการเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างประเทศ และนักธุรกิจไทย โดยการมีการสร้างศูนย์บริการจุดเดียวที่จามจุรีสแควร์แล้ว ภายชื่อ One Start One Stop Investment Center (OSOS) วันนี้ก็เป็นอีกบริการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นธุรกิจซึ่งจะได้มีการปรับปรุงไปสู่การใช้เอกสาร การใช้หมายเลขเดียวกันต่อไปในอนาคตเพื่อลดต้นทุนต่อไปซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ จึงถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการทำบริการนี้ขึ้นมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าว่าจะได้มีการปรับปรุงและผลักดันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยไม่เพียงเฉพาะการให้บริการที่ดีขึ้นสำหรับภาคธุรกิจเท่านั้น
ผมขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง และขออวยพรให้การดำเนินโครงการบริการเริ่มต้นธุรกิจ ณ จุดเดียวกัน (Single Point) นี้ประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ ทุกประการ และขออวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้า และสัมฤทธิผลในสิ่งพึงปรารถนาโดยทั่วกัน
ขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/ถอดเทป