คำปราศรัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องใน "วันต่อต้านยาเสพติด"
วันที่ 26 มิถุนายน 2553


พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทั้งหลาย

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็น "วันต่อต้านยาเสพติด" ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2530 ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกจึงให้ความสำคัญและยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ ที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทุกปีตลอดมา

ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด และมีเจตนารมณ์ที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดมาโดยตลอด เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในปัญหาที่เราทุกคนต้องรีบช่วยกันแก้ไข เพราะพิษภัยที่เกิดจากยาเสพติดได้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของทุกคน และหากประชาชนส่วนใหญ่ของสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่ออนาคตของชาติได้

ประเทศไทยของเราได้ดำเนินการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลายาวนาน บางครั้งปัญหานี้ก็รุนแรงมาก บางครั้งก็ทุเลาเบาบางลงได้ แต่ปัญหายาเสพติดก็ไม่เคยหมดไป ทำให้เรายังต้องให้ความสำคัญ ต้องเอาใจใส่และเฝ้าระวังกันต่อไป เพราะไม่เช่นนั้นปัญหานี้ก็จะกลับมารุนแรงขึ้นอีก และเมื่อกลับมารุนแรงแล้วก็จะเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก ต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณและกำลังคนเป็นจำนวนมาก ในการติดตามแก้ไขปัญหา จึงเป็นการดีที่เราจะช่วยกันป้องกันปัญหาไว้ก่อน

ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญแก่การพัฒนาระบบและกลไกในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยการจัดให้มีระบบการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ จัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน ก็ได้ให้ความสำคัญแก่การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดใน รูปแบบต่าง ๆ อย่างจริงจัง เช่น เร่งรัดปราบปรามและจับกุมการลักลอบค้ายาเสพติด นอกจากนี้ รัฐบาลได้ใช้มาตรการในการป้องกันควบคู่ไปด้วย โดยการนำยุทธศาสตร์ 5รั้ว มาใช้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดแพร่ขยายเข้าในสังคมและชุมชนได้โดยง่าย

สถานการณ์เรื่องยาเสพติดในปีที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมเพิ่มมากขึ้น และจากการสำรวจทัศนคติของประชาชนต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในสังคม มีความเห็นว่าการแพร่ระบาดลดลง แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ที่เข้ารับการบำบัดการติดยาเสพติดก็เพิ่มขึ้น อีกทั้งปริมาณยาเสพติดที่จับได้ โดยเฉพาะจากนอกประเทศก็ยังสูงหรือมากขึ้นอยู่ และยังมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงประการหนึ่งก็คือ การที่ผู้ค้ายาเสพติดเลือกที่จะใช้วิธีการตอบโต้ที่รุนแรงต่อตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังเป็นตัวชี้วัดว่าทุกฝ่ายจะต้องพยายามที่จะหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหาเพิ่มมากขึ้น ส่วนการดำเนินงานนับจากนี้ต่อไป นอกจากทุกฝ่ายจะต้องยึดแนวทางที่เพิ่มประสิทธิภาพไว้ต่อไปแล้ว จะเป็นช่วงของการปฏิบัติการ "ประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2" โดยมีเป้าหมายปฏิบัติการที่สำคัญ ก็คือ การลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่และกลุ่มปัญหาที่มีนัยสำคัญ 6 จุด ลดการแพร่ระบาดยาเสพติดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกชุมชนและประชาสังคม และเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบกลไกและกระบวนการบริหารจัดการ เป็นต้น

ผมขอขอบคุณทุกคนทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจนปรากฏผลเป็นรูปธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการต่อไปจะได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนมากขึ้น เพราะการจะป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกสาธารณะในการเฝ้าระวังภัย การสังเกตและการรายงานสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในชุมชนให้แก่ผู้รับผิดชอบดูแลแก้ไขปัญหาต่อไป

ในโอกาสอันเป็นมงคล ประจำปี 2553 นี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่านพร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ เพียบพร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาประเทศไทยให้ปลอดยาเสพติดและก้าวหน้ารุ่งเรืองตลอดไป


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก