คำกล่าวนายกรัฐมนตรีต่อคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และหอการค้าต่างประเทศ
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553 เวลา 13.00 น.


คำแปลคำกล่าวนายกรัฐมนตรี
ต่อคณะทูตานุทูต
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553
เวลา 13.00 น.ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ท่านผู้มีเกียรติ ท่านเอกอัครราชทูต
และคณะผู้แทนทูตานุทูต ประธานหอการค้าต่างประเทศ
แขกผู้มีเกียรติ สุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี

โอกาสแรก ผมขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าท่านได้รับการแจ้งอย่างกระชั้นชิด แต่ท่านก็มาร่วม ณ ที่นี้ ผมคิดว่า เป็นการเข้าร่วมที่สำคัญในขณะที่ประเทศกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเราอยู่ในกระบวนการเยียวยาและสมานฉันท์ และดังนั้น ครั้งนี้คือโอกาสสำหรับเราที่จะได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกท่าน เพราะในช่วง 2 -3 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการแสดงความกังวลและแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และโดยเฉพาะสถานการณ์เกี่ยวกับการชุมนุม การยึดมั่นของท่านที่จะไม่แทรกแซง ในกิจการภายในของประเทศเรา นั้นผมขอขอบคุณอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน รัฐบาล และโดยส่วนตัวของผม ขอขอบคุณ การสนับสนุนของท่านในเรื่องประชาธิปไตยและการแก้ปัญหาอย่างสันติ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการเจรจา และผมสมารถยืนยันต่อท่านว่า ในช่วงเดือนที่ยากลำบากอย่างยิ่งนั้น ข้อเสนอเหล่านั้นคือแนวทางที่เราได้พยายามอย่างที่สุด เพื่อติดตามดำเนินการ แม้ว่าสถานการณ์จะยากลำบากท่ามกลางความขัดแย้งและความแตกแยกที่รุนแรงที่ปรากฏขึ้น และแน่นอน ขณะที่เรา มุ่งไปสู่เรื่องของกระบวนการสมานฉันท์ ความคิดเห็นของท่านนั้นมีค่าต่อแนวคิดและความพยายามของเราเพื่อบรรลุสันติ และความมั่นคง และความรุ่งเรืองในประเทศ แต่ขอผมใช้เวลาสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเปิดเวทีนี้เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ ประเด็นแรก ในเรื่องที่ได้เกิดขึ้น แม้ว่าผมทราบว่าหลายท่านได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สิ่งที่เราดำเนินการขณะนี้คือ การแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ และมาตรการระยะสั้นคือ การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และสุดท้ายคือ แผนระยะยาวในเรื่องของการสมานฉันท์และการฟื้นฟู

ผมขอย้อนกลับไปเมื่อผมเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ผมจำได้ว่าผมได้พบกับหลายท่านในที่นี้ เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลต้องการบรรลุเป้าหมายความมั่นคงและความสมานฉันท์ของประเทศ และแนวทางของเราจะเป็นหนึ่งแนวทางที่เราพยายามอย่างที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และเลี่ยงการใช้ความรุนแรง และได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็น แม้กระทั่ง วันนี้ เหมือนกับเราได้หวังเมื่อได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เรายังหวังว่าประชาธิปไตยจะก้าวไปข้างหน้า การสมานฉันท์บรรลุผลด้วยกระบวนการยุติธรรมและเพื่อหลักความอดกลั้นที่จะรักษาไว้ และแม้ว่าจะผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้พยายามดำเนินการในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา หลายส่วนได้ตระหนักถึงความแตกต่าง ทั้งทางการเมือง หรือเรื่องใดก็ตาม ความแตกแยกที่ปรากฏขึ้น ได้ฝังรากมาก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ แต่ช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา แม้สถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวเป็นอย่างยิ่งและยากที่จะรับมือ รัฐบาลยังคงไว้ซึ่งการแก้ปัญหาทุกอย่างตามวิถีประชาธิปไตย ประชาชนจำนวนมากได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้เห็นด้วยที่จะจัดให้มีการทำประชามติในบางประเด็นสำคัญ ที่คณะกรรมาธิการของรัฐสภาได้เห็นชอบ แต่เวลาและอีกครั้งที่เราผิดหวังที่พรรคฝ่ายค้านปฏิเสธความตกลงต่างๆ เช่นเดียวกัน เมื่อการชุมนุมเริ่มขึ้นในกลางเดือนมีนาคม ในฐานะการชุมนุมอย่างสงบ เราได้พยายามอย่างที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และถ้าท่านจำได้ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ผมได้นั่งประชุมกับแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อพยายามเจรจาถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ เราใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง กว่า 2 วัน มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์เพื่อให้ผู้ชมทั่วประเทศได้รับชม และในทั้งสองโอกาส อีกครั้ง ที่แกนนำผู้ชุมนุมเป็นผู้ตัดสินใจปฏิเสธการเจรจา และภายหลังเหตุการณ์ 10 เมษายน เห็นได้ชัดว่า ขณะที่การชุมนุมที่เริ่มการชุมนุมอย่างสงบ เราเห็นกลุ่มผู้ติดอาวุธ กลุ่มผู้เตรียมพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงต่อต้านเจ้าหน้าที่ และต่อต้านประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย ซึ่งยิ่งทำให้ยากอย่างยิ่งสำหรับเราที่จะรับมือกับสถานการณ์ในตอนท้าย เราได้เผชิญกับความรุนแรง และการยั่วยุ โดยกลุ่มคนของผู้ประท้วงที่ ดุเดือด โดยเป็นกระทำเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลหนึ่ง และเรามีทางเลือกไม่มาก การไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่ทางเลือกแน่นอน ตราบใดที่รัฐบาลยังมีความห่วงใย

หลังจากสัปดาห์ ของการการเจรจาอย่างอดทน ที่มีข้อเรียกร้องที่เปลี่ยนไปมาและยกระดับไปเรื่อยจากฝั่งของผู้ชุมนุม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากข้อเสนอให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น 1 ปีที่เร็วขึ้น และแผนการสมานฉันท์ทั้ง 5 ข้อ โดยผมเป็นผู้เสนอ ซึ่งได้รับการตอบรับจากแกนนำผู้ชุมนุม แต่กลับเมินเฉยในที่สุด เพราะผู้ชุมนุมตัดสินใจไม่ยุติการชุมนุม เห็นได้ชัดแล้วว่า เราไม่สามารถปล่อยให้ระบบการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทย ตกเป็นตัวประกันของกลุ่มคนหัวรุนแรงที่ไม่มีความปรารถนาที่จะประณีประนอม และท่านสามารถแย้งได้ว่าแม้แต่กลุ่มคนส่วนใหญ่ของผู้ชุมนุมเอง

เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อฟื้นฟูกฎหมายและความสงบ ขณะที่การยึดพื้นที่ราชประสงค์ที่ยาวนาน ได้เพิ่มผลกระทบที่เลวร้ายต่อชีวิตปกติของประชาชน แน่นอน ต่อเศรษฐกิจ เราตั้งใจที่จะยุติการชุมนุมด้วยความสูญเสียที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รัฐบาลเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และเรา ต่างเศร้าใจที่ทราบว่ามีการเตรียมความพร้อมจากบุคคลและกลุ่มคนที่จะใช้อาวุธร้ายแรงเพื่อทำร้ายประชาชน ทั้งผู้ชุมนุม ผู้สนับสนุน หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพียงเพื่อทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและ เริ่มต้นความรุนแรง และจากหลักฐานในเรื่องของภาพวิดีโอ ที่ถูกบันทึกโดยสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่า มีกลุ่มติดอาวุธแฝงตัวอยู่กับผู้ชุมนุม ผู้ซึ่งเตรียมที่จะใช้อาวุธเหล่านี้ เพื่อนำไปสู่ความสูญเสียและบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ท่านอาจได้เห็นภาพถ่าย และวิดีโอ ที่แสดงการยิงแก๊สน้ำตา การยิง M67 M79 AK47 รวมถึงการใช้อาวุธอื่นๆ ที่มีการนำมาใช้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเมื่อผมได้กล่าวถึง กลุ่มติดอาวุธ ผมทราบดีว่า บางท่านอาจรู้สึกไม่ดีกับคำว่า ผู้ก่อการร้าย ที่เราใช้เรียกในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมขอกล่าวว่า คำจำกัดความของคำว่า ผู้ก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นไปตามกฎบัตรสหประชาชาติ UN Convention UN Resolution ซึ่งความหมายได้บรรจุไว้ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่เกิดขึ้นในปี 2001

ช่วงจุดเข้มข้นที่สุดของเหตุการณ์ ที่ความสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการคือ ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตั้งด่านตรวจ เพราะว่า หลังเราตัดสินใจฟื้นฟูกฎหมายและความสงบ เราทราบดีว่า ถ้าเราสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนเข้าไปสลายการชุมนุม จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของเราคือ การปิดล้อมพื้นที่ ดังนั้น จุดตรวจเหล่านี้จึงเกิดขึ้นสุดท้ายนี้ ผมขอย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างที่สุด ต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติและคณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย เรายังคงให้การรักษาความปลอดภัยและพร้อมที่จะยืนมือเข้าไปช่วยทุกครั้งที่มีความจำเป็น ผมขอเชิญและย้ำอีกครั้งให้คุณช่วยเข้าสู่กระบวนการในการสร้างความมั่นใจกลับสู่ประเทศไทยและนำความเข้มแข็งมาสู่ประเทศนี้ ซึ่งเป็นที่ที่คุณทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นประเทศที่มีโอกาสและศักยภาพที่ดี คนไทยเราเป็นคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีและเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ และเป็นเพื่อนที่จริงใจของคุณเช่นเดิม อย่างที่คุณเป็นกับเราด้วยการสนับสนุนของทุกท่าน

ผมเชื่อว่า การมีส่วนร่วมที่สำคัญของพวกท่านจะช่วยให้พวกเราบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกัน ซึ่งก็คือ สันติภาพและความรุ่งเรือง นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะกล่าวในข้างต้น กระผมและคณะรัฐมนตรียินดีที่จะรับฟังข้อคิดเห็นและจะตอบคำถามของทุกท่านที่มี ขอขอบคุณและสวัสดีครับในการกำหนดจุดตรวจนั้น ได้มีการกำชับเจ้าหน้าอย่างชัดเจนว่าจะใช้กระสุนจริงนั้น เพื่อเป็นการเตือน ป้องกันตัว หรือในกรณีที่ถูกคุกคาม หรือเป้าหมายนั้นมีอาวุธรุนแรงในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่า การจัดตั้งจุดตรวจ และการป้องกันจุดตรวจเป็นไปเพื่อลดควมสูญเสีย และพยายามกดดันเพื่อยุติการประท้วง โดยได้มีการกำหนดคราวๆ ในช่วงเช้าของวันที่ 14 พฤกษาคม 3-4 วันหลังจากนั้น ปรากฏว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวส่งผลจำนวนผู้ประท้วงในบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ลดน้อยลงจากประมาณ 10,000 คน เหลือ 3-4 พันคน แต่กลุ่มติดอาวุธก็ยังคงโจมตีจุดตรวจและผู้บริสุทธิ์ ตลอดเส้นทาง รวมทั้งมีการกำหดกลุ่มเป้าหมาย เฉพาะ อาทิ สื่อมวลชน และอาสาสมัคร

ดังนั้น จึงได้มีการตัดสินใจกระชับวงล้อมในพื้นที่อื่นๆ เช่นเดียวกับการดำเนินการเมื่อวันที่ 19 พฤกษาคม ที่จะเข้าไปในพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีและสี่แยกสารสิน โดยไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเข้าไปยังพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า ได้มีการนำอาวุธมาสะสม ตั้งแต่กลางเดือนหรือช่วงต้นเดือนพฤกษาคมเป็นต้นมา รวมทั้งได้มีการใช้ ยิงระเบิดออกมาโดยเฉพาะ M 79 ที่ถูกยิงออกมาจากบริเวณสวนสุมพินี เมื่อประสบความสำเร็จในการขอคืนพื้นที่ แกนนำได้ตัดสินใจยกเลิกการชุมนุมและสลายการชุมนุม จึงได้มีการตัดสินใจยุติการกระชับวงล้อม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประท้วงเดินทางกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม กลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธยังคงเดินหน้าโจมตี วางเพลิงอาคารสถานที่ในหลายจุดทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ประท้วงในกรุงเทพฯ เชื่อว่าจะมีหลักฐานปรากฏมากขึ้นเลยๆ มีการใช้ความรุนแรงได้มีการไตร่ตรองและวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนอย่างชัดเจน ไม่ใช้เกิดจากอารมณ์โกธรแค้น ช่วงเย็นได้มีการยิงผู้บริสุทธิ์ในบริเวณวัดปทุมวนาราม ซึ่งจะได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบกรณีการเเสียชีวิตในวัดปทุมวนารามอย่างเต็มรูปแบบ แต่ ในชั้นนี้ ตามที่กล่าวไว้ คือ การดำเนินการทางทหารได้ยุติลง จากกีประกาศการยุติการชุมนุมในช่วงบ่าย 1-2 แต่เหตุการณ์ยิงผู้บริสุทธิ์ เกิดขึ้นในเวลา 7 โมงในช่วงเย็น เป็นการสรุปสั้นถึงการดำเนินการของรัฐหลังจากแกนนำ นปช. ล้มแผ่นการปรองดอง

ประเด็นที่ได้มีการรายงานถึง เหตุการณ์คืนวันที่ 18 พฤกษาคม ที่มีความพยายามจากวุฒิสภาที่เสนอตัวเป็นคนกลางแต่ถูกปฎิเสธจากรัฐบาลนั้น ซึ่งขอยืนยันว่า ได้รับการติดต่อจากประธานวุฒิสภาในช่วงบ่ายของวันที่ 18 พฤกภาคม และข้อเสนอที่ชัดเจนที่ได้รับจากคณะวุฒิสภานี้ คือการหยุดยิงหลัง 6 โมงเย็น แต่ในคืนวันที่ 18 นั้น ก็ยังมีเหตุปะทะ ในบริเวณจุดตรวจของทหาร จึงได้มีการแจ้งแก่ประธานวุฒิสภาว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่เป็นผล สำหรับข้อเสนอจาก กลุ่ม NGO และกลุ่มอื่นๆที่พยายามจะเป็นตัวกลางนั้น ก็ไม่ใช่แนวปฎิบัติที่เป็นเหตุเป็นผล อาทิ เสนอให้มีการถอนกำลังทหารออกจากจุดตรวจ และให้ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่คลองเตย ดินแดง ไปรมตัวกันที่ราชประสงค์ ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับการดำเนินการที่เราพยายามจะให้เกิดการสูญเสียให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ ยังคงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ยังคงต้องคงพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่การประกาศเคอร์ฟิวส์จะเสร็จสิ้นเมื่อค่ำวานนี้ และจะไม่มีการต่อเคอร์ฟิวส์ในคืนนี้ ราชประสงค์และกรุงเทพจะหลับสู่ปกติ รวมทั้ง มีอาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกันทำความสะอาดใหญ่ กลังเหตุการณ์ความรุนแรง ในโอกาสนี้ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในวันนั้น สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศต่อไป และขอแจ้งว่าในวันที่เราสามารถคืนราชประสงค์ให้แก่กรุงเทพมหานครได้ เท่ากับเราคืนกรุงเทพให้กับประชาชน ตามที่ได้กล่าวไว้ในช่วงแรก จะได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดสองเดือนที่ผ่านมา และจะไม่มีการก้าวก่าย การดำเนินการตามอาญาและศาล และต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ทั้งในด้านการรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่างๆ ซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างเปิดเผยและโปร่งใส สำหรับการขดเชยแก่ผู้เสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประท้วง ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการฉุกเฉินเพื่อเยียวยา ทั้งการให้ความช่วยเหลือจากทางการ เงินให้เปล่า และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจ และกองทุนช่วยเหลือ เพื่อจ่ายเงินค่าจ้างพนักงานและค่าเช่าสรวมทั้งข้อริเริ่มต่างๆ การให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุประท้วง รวมทั้งคณะรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะกรรมาการ โดยให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยเน้นให้ความสำคัญประการแรกแก่ผู้ตกงาน สูญเสียร้านค้า หรือสถานที่ประกอบการอย่างเร่งด่วน รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่นการปิดสี่แยกสีลมวานนี้และวันนี้ เป็นถนนคนเดินเพื่อให้คนที่ไม่มีที่ค้าขายสามรถดำเนินกิจการ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากคนกรุงเทพ

แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่า มาตรการการเยียวยาในระยะสั้น คือ กระบวนการปรองดองและการฟื้นฟู จำเป็นต้องสร้างผนึกกำหลังภาครัฐและประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม การเยียวยาทางด้านจิตใจที่จะต้องดำเนินการทั่วประเทศ และให้มีคนมามีส่วนร่วมได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การระดมความคิด สอบถามความต้องการและความปรารถนาของประชาชน ทุกภาคส่วน ทุกสังคมในทุกระดับ ทั้งในหมู่บ้าน และการปกครองส่วนท้องถิ่น NGO อาสาสมัครเมือง และกลไกภาครัฐ ประเทศจะต้องผ่านกระบวบการเรียนรู้ความเจ็บปวดนี้ร่วมกัน ซึ่งความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมและทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันจันทร์และวันอังคารนี้ ก็จะได้หุ้นส่วนที่มีศักยภาพมาร่วมกันเพื่อประเทศ ไม่ว่าเขาหล่านั้น จะมีความคิกเห็นทางการเมืองอย่างไร แต่ก็เชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องการสันติ ซึ่งอาจจะตกใจและไม่เห็นด้วยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลตระหนักดีถึงความทุกข์ยากของพี่น้องชนบท ซึ่งอาจจะได้รับความกดขี่จากกฎระเบียบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและนี้คือภารกิจที่สำคัญของรัฐบาล คือการแก้ปัญหาพื้นฐาน ให้เกิดความยุติธรรมทางสังคมอย่างเป็นระบบด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม แผนปรองดอง 5 ประการที่รัฐบาลเสนอ จะเป็นพื้นฐานในการดำเนินการ ต่อไป