![]() |
คำกล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสตัวแทน ส.ส. ส.ก. ส.ข. พรรคประชาธิปัตย์
และตัวแทนชุมชนชุมชนดินแดง ชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนเพชรบุรี ซอย 5 ซอย 7
เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกกรณีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง
ณ ตึกสันไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2553 เวลา 15.30 น.
ท่าน ส.ส. ส.ก. ส.ข.
และพี่น้องประชาชาชน ชุมชนดินแดง ชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนเพชรบุรี ซอย 5 ซอย 7ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่เป็นตัวแทนกล่าวว่าไม่ได้มาให้กำลังใจผม ขอบคุณเพราะว่าก่อนที่ผมจะเดินเข้ามาในห้องนี้มีผู้สื่อข่าวถามผมว่า ส.ส. ส.ก. ส.ข. มาทำไม ผมก็ตอบว่าผมยังไม่ทราบ แต่สันนิษฐานว่าคนเป็นผู้แทนของประชาชนคงนำเอาเสียงสะท้อนของประชาชนมาให้ เพราะฉะนั้น โดยไม่ได้นัดหมายกัน ก็ขอบคุณว่า เราเดาใจกันถูกในฐานะที่ผมเองก็เป็นผู้แทนของประชาชนเหมือนกัน
อยากจะเรียนสั้นๆ ว่า ผมเพิ่งประชุมกับทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับผู้อำนวยการเขตทุกเขต ร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อซักซ้อมเกี่ยวกับการเตรียมการ รับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความตระหนัก ด้วยความห่วงใย ว่าการชุมนุมซึ่งมีคนจำนวนมากเข้ามาชุมนุม ย่อมมีผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
อยากจะถ่ายทอดสั้นๆ ว่า แนวทางที่รัฐบาลขอยืนยัน และผมเชื่อว่าก็คงจะสอดคล้องกับสิ่งที่อยู่ในความคิดของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ก็คือ หน้าที่ของรัฐบาลชัดเจน คือการดูแลการใช้ชีวิตของประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม เพราะฉะนั้นที่ซักซ้อมกับทางกรุงเทพมหานครและอยากจะบอกกับพวกเราทุกคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน และก็ถือว่าเป็นนักการเมืองก็ดี คืออยากให้พวกเราช่วยกันยืนยันว่า ณ วันนี้ จะเป็นรัฐบาลจะเป็นตัวผม จะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะเป็น ส.ส. ส.ก. ส.ข. แต่ละคน เราไม่ได้เป็นคู่กรณี หรือคู่ขัดแย้ง หรือปฏิปักษ์กับใคร
อยากจะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้เข้าใจ เป็นเบื้องต้นก่อน เพราะว่ามันมีความพยายามที่จะให้ข่าว ให้ข้อมูลพูดจาในลักษณะ ว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเปรียบเสมือนเป็นศึกเป็นสงครามระหว่างฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ เราไม่มีความคิดในเรื่องที่จะไปรบอะไรกับใคร ไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่หน้าที่ของเราคือดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าเป็นประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่เดินทางเข้ามาร่วมชุมนุม เราจะได้ช่วยกันสื่อสารให้พี่น้อง ประชาชนเข้าใจว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ใครทะเลาะกับใคร และวันนี้สิ่งที่รัฐบาล สิ่งที่ทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สิ่งที่เขต สิ่งที่อาสาสมัครต่างๆ จะมาทำ และสิ่งที่พวกเรา ซึ่งผมขอความร่วมมือด้วยจะทำ คือเราเพียงต้องการให้บ้านเมืองนั้น เป็นปกติสุข
เราอาจจะมีคนเข้ามาชุมนุมแสดงออกทางการเมือง เราก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องของการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยก็เหมือน กับที่ได้มีการกล่าวไปเมื่อสักครู่ ว่า ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไข ของการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และก็คงไม่มีเจตนาในการที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ผมอยากทำความเข้าใจในเบื้องต้น เพื่อที่พวกเราจะได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คนที่จะเดินทางเข้ามาชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นแสนหรือกี่แสนคนก็ตาม เขาก็เป็นเพื่อนร่วมชาติของเรา เขาไม่ได้เป็นศัตรู เขาไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ อะไรกับเรา ผมเชิญชวนว่าเขา รัฐ และประชาชนทั่วไป ต้องมาอยู่ข้างเดียวกัน มาอยู่ข้างเดียวกันในการที่จะไม่ยอมให้คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง อยากจะให้บ้านเมืองโกลาหล วุ่นวาย และรุนแรง
เพราะผมเชื่อว่า คนที่คิดแบบนั้นมีไม่กี่คน และใครที่รักบ้านเมือง และคิดได้จะทราบว่าถ้าเกิดความโกลาหล เกิดความรุนแรง จะใช้คำว่ามีทะเลเพลิง จะมีจลาจล หรือจะมีอะไร ก็แล้วแต่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ทราบดีว่า กรณีอย่างนั้นไม่มีใครชนะ มีแต่ความสูญเสีย และความพ่ายแพ้สำหรับคนไทยทุกคนและสังคมไทย แม้แต่คนที่คิดว่าวิธีการเช่นนั้น หรือเหตุการณ์แบบนั้น คือ ชัยชนะ ในที่สุดก็จะไม่มีทางได้รับชัยชนะ มีแต่จะกลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเป็นเหยื่อของวงจร ของความเกลียดชัง โกรธแค้น ความรุนแรง ไม่จบไม่สิ้น ซี่งทำให้ประเทศทั้งประเทศ รวมทั้งตัวของเขาเองก็จะต้องเสียหายไปด้วย
เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดีถึงความวิตกกังวล พร้อมๆ กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนซึ่งผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ดีนักในช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก ถึงได้พยายามเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ที่จะช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนั้นอีก ขณะนี้คณะกรรมการที่เราได้ตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามสถานการณ์ได้สรุป เพื่อจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีประกาศให้พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และหลายอำเภอในจังหวัดใกล้เคียง เป็นพื้นที่ความมั่นคง ตามกฎหมายความมั่นคง เป็นการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ผมคาดว่าคณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบ
เพราะว่าสิ่งที่เราได้ยืนยันมาตลอดก็คือการใช้กฎหมายนี้ ไม่ได้เป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการช่วยในเรื่องของการบูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจพิเศษบางประการ ที่จะช่วยป้องกันเหตุต่างๆ ซึ่งถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการและก็มีการออกข้อกำหนดหลายอย่าง ที่จะทำให้เราสามารถที่จะทำงานโดยเฉพาะกับท้องถิ่นด้วย และก็หน่วยงานของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ให้มีความเป็นเอกภาพเพื่อป้องกันปัญหาและก็เมื่อมีการประกาศกฎหมายพิเศษ ผมก็คงมีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อที่จะอยู่ดูแลสถานการณ์ และบริหารงานตามกฎหมายพิเศษ
อยากจะรียนว่า ขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ซักซ้อมทำความเข้าใจกันเราก็หวังว่าจะช่วยในการที่จะป้องกันเหตุต่างๆ ได้ เลยถือโอกาสฝากพวกเราทุกคนว่า ไหนๆ เราก็ได้รับความวิตกกังวล ความห่วงใยและเสียงสะท้อนมาจากพี่น้องประชาชนแล้ว ก็คงจะต้องกลับไปบอกพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลเข้าใจ และตระหนักถึงความวิตกกังวล และความห่วงใยของประชาชน และในทางกลับกันก็อยากจะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ประเด็นแรกที่ขอความร่วมมือ ก็คือให้ได้เข้าใจสถานการณ์เหมือนที่ผมได้อธิบายให้พวกเราฟัง ว่าขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูคู่ต่อสู้กับใครทั้งสิ้น แต่มีหน้าที่ ที่จะดูแลไม่ให้บ้านเมืองตกเห็นเหยื่อของคนที่ต้องการความรุนแรง และจะมีหน้าที่ในการป้องกัน และระงับเหตุให้ดีที่สุด
ประการที่ 2 คือขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นของ กทม. พี่น้องในชุมชนซึ่งเคยผ่านเหตุการณ์มาเมื่อปีที่แล้ว อย่างเมื่อสักครู่ อาจจะเรียกร้องว่าทำอย่างไรมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารไปคอยดู ไปคุ้มกัน แต่จะมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจจะบอกว่ารำคาญไม่อยากเห็นเจ้าหน้าที่มาอยู่ในชุมชน มาตรวจ มาตั้งด่าน อยากให้ช่วยกันทำความเข้าใจนะครับว่ามาตรการใดๆ ที่เจ้าหน้าที่ กำลังจะดำเนินการต่อไปจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนขอความกรุณาว่าให้ความร่วมมือ และก็อย่ารำคาญ ถ้าสมมุติว่ามีการเข้มงวดกวดขันเรื่องการตั้งด่านบ้าง การตรวจตราบ้าง ขอให้ความร่วมมือ
ประการที่ 3 คือ แม้ว่าเราจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งของส่วนกลางทั้งของ กทม.มากเท่าไหร่ก็ตาม แต่จะไปคาดหวังว่ามันเพียงพอที่จะดูแลกรุงเทพมหานครทุกตารางนิ้วนี้ มันเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ พี่น้องประชาชนในชุมชนเองเห็นอะไรผิดสังเกต จะเป็นวัตถุผิดสังเกต จะเป็นคนแปลกหน้ามาด่อมๆ มองๆ จะเป็นยานพาหนะ หรือรถที่อยู่ดีๆ มาจอดอยู่เฉยๆ ทิ้งไว้ เป็นเวลานาน ขอความกรุณาให้ช่วยเป็นหูเป็นตา แล้วก็แจ้งเหตุมายังรัฐบาลด้วย ก็มีศูนย์ 1555 มีช่องทางหลายช่องทาง เพราะว่าถ้าเราร่วมมือกันอย่างนี้ การป้องกันเหตุต่างๆ ก็จะง่ายขึ้น
ประการที่สำคัญที่สุด คือว่าไม่ว่าพวกเราจะคิดอย่างไรกับการชุมนุม และไม่ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องขอจากพี่น้องประชาชนทุกคนทุกฝ่ายคือ มีความอดทนอดกลั้น ที่จะไม่ดึงตัวเองเข้าไปสู่ความรุนแรง เมื่อสักครู่นี้เราได้ฟังประสบการณ์ของพี่น้องชาวดินแดง ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดมีการเผชิญหน้า แต่ว่าที่สำคัญก็คือว่า ไม่มีใครที่จะไปใช้ความรุนแรง แต่ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ปีที่แล้ว ผมเพิ่งได้กล่าวในที่ประชุมไปว่าต้องเก็บเกี่ยวเป็นบทเรียนทั้งสิ้น เพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาต่างๆ ผมยกตัวอย่าง เช่น ปีที่แล้วอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นางเลิ้ง จำได้ ส.ส.เจิมมาศ ฯ โทรศัพท์เข้าหาผมโดยตรง และเราก็พยายามส่งเจ้าหน้าที่ไปแต่ก็ไม่ทัน เที่ยวนี้ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้วางนโยบายชัดเจน การมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วซึ่งเมื่อมีการรับการแจ้งเหตุแล้ว จะเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด โดยมีการเตรียมการ มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความพร้อมตามสมควรอย่างนี้เป็นต้น
ประการที่ 4 การที่จะต้องเตรียมการในเรื่องของรถดับเพลิง รถยก เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ก็จะให้มีความรัดกุมตามสมควร เพราะว่าปีที่แล้วก็มีเหตุ หรือมีกรณีที่รถดับเพลิงถูกล็อคไม่ให้สามารถเข้าไปปฏิบัติภารกิจได้ ก็จะได้มีการประสานงานกัน ก็จะเก็บเกี่ยวมาเป็นบทเรียน เพราะฉะนั้นหลายเรื่อง ซึ่งทางพี่น้องร้องมาจริงๆ ครั้งนี้ก็มีการเตรียมการเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ผมเพิ่งรับทราบว่าเฉพาะกรณีของนางเลิ้ง ที่คงจะติดใจอยู่ก็คือเรื่องของ CCTV เพิ่งได้รับทราบเหมือนกัน จริงๆ มีการดำเนินการจัดซื้อเหมือนกันแต่ว่าในที่สุดไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ก็คงจะต้องไปตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ว่าในแง่ของมาตรการอื่นๆ ที่เสนอมาก็คงจะไปดูแลได้ เช่นเดียวกับคุณแม่ของน้องที่เสียชีวิตไป ผมก็เข้าใจว่ารัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้เป็นผู้เข้าไปโดยตรง แล้วก็ไปมอบความช่วยเหลือต่างๆ แต่ถ้าคิดว่ามีอะไรที่ยังตกหล่นไปก็จะติดตามให้
เพราะฉะนั้นอยากจะย้ำอีกครั้งว่า เราเข้าใจความรู้สึกของคนกรุงเทพมหานครดี แต่ว่าที่ต้องช่วยกันก็คือว่า เราต้องมาผนึกกำลังของคนที่ไม่นิยมความรุนแรง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นคนเกือบทั้งหมดของประเทศนี้ ว่ามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน วันนี้ผมก็พูดไปอีกครั้งว่า ผมเชิญชวนกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยมาอยู่ข้างเดียวกัน คืออย่าเป็นเหยื่อของคนที่นิยมความรุนแรง เพราะว่าคนที่นิยมความรุนแรงไม่มีทางเป็นนักประชาธิปไตย อันนี้คือข้อเท็จจริง ซึ่งหลายครั้งที่เรามองข้าม
เพราะฉะนั้นก็ขอขอบคุณผู้แทนทุกท่าน ทั้ง ส.ส. ส.ก. ส.ข. และก็ผู้แทนของชุมชนที่ได้มาแสดงความห่วงใยในวันนี้ รัฐบาลก็จะเตรียมการอย่างดีที่สุด ในการที่จะเตรียมรับมือป้องกัน ป้องปราม และแก้ไข หรือระงับเหตุให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แต่ว่าทั้งหมดก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน อย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว ต้องรบกวนผู้แทนราษฎรว่าต้องทำงานหนักเหมือนกันในช่วงนี้ ในการไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และก็ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ก็ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง สวัสดีครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์
นราวุธ สักลอ ถอดเทป