คำกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในการจัดงานสโมสรสันนิบาตและถวายพระกระยาหารค่ำเฉลิมพระเกียรติ
ในโอกาสทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล มิตรนานาชาติสิบอันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผู้กราบบังคมทูล
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 18.00 น.


ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาท

ข้าพระพุทธเจ้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองพระบาทได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตและถวายพระกระยาหารค่ำเฉลิมพระเกียรติ ที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ในโอกาสที่ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล "มิตรนานาชาติสิบอันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน" อันหมายถึง "มิตรที่ดีที่สุดของชาวจีนในรอบ 100 ปี" ในวันนี้

ด้วยสถานีวิทยุไชน่า เรดิโอ อินเตอร์เนชั่นแนล ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ร่วมกับสมาคมมิตรภาพกับต่างประเทศของจีนและสำนักงานกิจการผู้เชี่ยวชาญการต่างประเทศ จัดกิจกรรม "มิตรนานาชาติสิบอันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน" ขึ้น เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2552 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนจีนทั่วประเทศร่วมลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ของสถานี เพื่อเลือกบุคคลจากต่างประเทศที่ชาวจีนเห็นว่าเป็นมิตรที่สนับสนุนจีนและเป็นผู้สร้างสรรค์มิตรภาพระหว่างจีนกับต่างประเทศเป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นผู้ที่ชาวจีนชื่นชม ปรากฏว่า ใต้ฝ่าละอองพระบาทได้รับคะแนนสูงสุดอยู่ในสิบลำดับแรก และเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงพระองค์เดียวที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งใต้ฝ่าละอองพระบาทได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับรางวัลที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา ปวงชนชาวไทยต่างมีความปีติยินดีที่กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ใต้ฝ่าละอองพระบาทมีความสนพระราชหฤทัยในสาธารณรัฐประชาชนจีนและวัฒนธรรมของจีนอย่างลึกซึ้ง และได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับประเทศจีนไว้มากกว่าสิบเล่ม อาทิ หนังสือ "ย่ำแดนมังกร" "มุ่งไกลในรอยทราย" "ใต้เมฆที่เมฆใต้" และ"คืนถิ่นจีนใหญ่" พระราชนิพนธ์เหล่านี้ทำให้คนไทยรู้จักสาธารณรัฐประชาชนจีนดีขึ้น ใต้ฝ่าละอองพระบาท ยังได้ทรงศึกษาภาษาจีนอย่างจริงจัง และด้วยพระวิริยอุตสาหะทำให้ทรงสามารถใช้ภาษาจีนได้อย่างเชี่ยวชาญ ทั้งการพูดและการเขียน ทรงเข้าใจ เข้าถึงวรรณคดีของนักประพันธ์ซึ่งมีชื่อเสียงของจีน และได้ทรงแปลบทกวีจีนหลายเรื่อง อาทิ พระราชนิพนธ์แปลเรื่อง "ผีเสื้อ" ซึ่งทรงแปลจากเรื่อง "หูเตี๋ย" ของหวังเหมิ่ง และพระราชนิพนธ์แปลเรื่อง "เมฆเหินน้ำไหล" ซึ่งทรงแปลจากเรื่อง "สิงอวิ๋นหลิวสุ่ย" ของ ฟังฟัง เป็นต้น ใต้ฝ่าละอองพระบาทยังได้ทรงแปลกวีนิพนธ์จีนเป็นภาษาไทย อาทิ "เก็จแก้วประกายกวี" และ "หยกใสร่ายคำ" ยิ่งไปกว่านั้น มีการแปลพระราชนิพนธ์ของใต้ฝ่าละอองพระบาทหลายเล่ม เป็นภาษาจีน อาทิ แก้วจอมแก่น ย่ำแดนมังกร มุ่งไกลในรอยทราย เกล็ดหิมะในสายหมอก ฯลฯ ซึ่งทำให้ชาวจีนปลื้มปีติในพระอัจฉริยภาพของใต้ฝ่าละอองพระบาท และทำให้ชาวจีนรู้จักคนไทยและประเทศไทยมากขึ้น

พระอัจฉริยภาพของใต้ฝ่าละอองพระบาทเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนสถาบันและองค์กรในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล "มิตรภาพภาษาและวัฒนธรรมจีน" รางวัล "วรรณกรรมเพื่อความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประเทศ" รางวัล "ทูตมิตรภาพประชาชน" มหาวิทยาลัยปักกิ่งยังได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และมหาวิทยาลัยจีนอื่น ๆ มากกว่าสิบสถาบันก็ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย "ศาสตราจารย์พิเศษและศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์" อีกด้วย

ใต้ฝ่าละอองพระบาทยังได้ทรงส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างไทยและจีน โดยหนึ่งในนั้นคือการจัดตั้ง "ศูนย์เพื่อแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมไทย - จีน สิรินธร" ขึ้นที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ส่วนในประเทศไทย ใต้ฝ่าละอองพระบาทได้ทรงสนับสนุนการก่อตั้งสถาบันขงจื่อ ตั้งแต่พุทธศักราช 2549 เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรมจีนในประเทศไทย ทำให้ในปัจจุบันนี้มีสถาบันขงจื่อในประเทศไทยอยู่ถึง 12 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดที่มีอยู่นอกสาธารณรัฐประชาชนจีน และในแต่ละปีก็มีอาสาสมัครชาวจีนจำนวนหลายพันคนที่เดินทางมาประเทศไทยเพื่อช่วยสอนภาษาจีนให้แก่คนไทย

ใต้ฝ่าละอองพระบาททรงเป็นมิตรที่ดีของจีนอย่างแท้จริง ทรงเข้าถึงและเข้าใจประชาชนจีนได้ทุกระดับ ในช่วง 29 ปีที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองพระบาทได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนมาแล้วถึง 30 ครั้ง โดยได้เสด็จทั่วทุกสารทิศ ทุกแคว้นและทุกมณฑล และทรงมีพระราชปณิธานอันแรงกล้าที่จะดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่คำนึงถึงชั้นวรรณะ เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ และศาสนา เช่นเมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนประสบธรณีพิบัติร้ายแรงที่เมืองเวิ่นชวนเมื่อปี 2551 ใต้ฝ่าละอองพระบาทได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนเขตภัยพิบัติ ในปี 2552 และทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อสร้างโรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ที่เมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน ชื่อโรงเรียน "เซียนเฟิงลู่สิรินธร" และทรงบริจาคทุนทรัพย์ในฐานะองค์อุปนายิกาสภากาชาดไทย เพื่อก่อสร้างโรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง ในมณฑลส่านซี รวมถึงคลินิกตรวจโรคอีกสองแห่ง ในมณฑลเสฉวน และมณฑลส่านซีอีกด้วย ซึ่งได้สร้างความซาบซึ้งให้แก่ประชาชนชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลสดุดีพระเกียรติคุณที่ใต้ฝ่าละอองพระบาทได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล "มิตรนานาชาติสิบอันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน" อันเป็นการสร้างเกียรติประวัติแก่ประเทศไทยและประชาชนชาวไทย และจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในทุกระดับ ให้มีความแนบแน่นยิ่งขึ้นสืบต่อไป รัฐบาลและประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินสมทบทุน อันเนื่องมาจากพระราชดำริของใต้ฝ่าละอองพระบาทในการจัดส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อในระดับต่างๆ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งจิตพร้อมน้อมอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์เทอญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก