คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2553
ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 17.30 น.


กราบนมัสการ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่เคารพอย่างยิ่ง
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ท่านประธานกรรมการจัดงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนาฯ
และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมกับพี่น้องประชาชนและคณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2553 ในวันนี้

พระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน การมีชีวิตอย่างมีความสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกของคนในสังคมนั้น นอกเหนือจากการกำกับพฤติกรรมด้วยกฎหมายหรือขนบประเพณีแล้ว ยังต้องมีหลักปฏิบัติทางศาสนาและจริยธรรมอันมาจากจิตใจภายในด้วย ศาสนาจึงมีความสำคัญต่อทุกสังคม เพราะแก่นแท้ของศาสนานอกจากการให้ความรู้และหลักคิด ยังมุ่งสอนให้ทุกคนประกอบความดีและละเว้นความชั่ว เพื่อความเจริญของบุคคลทั้งกายและใจ อันเป็นพื้นฐานของความเจริญมั่นคงของชาติและนำสันติสุขมาสู่สังคมไทยส่วนรวม

วันมาฆบูชาถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศหลักคำสอนสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาต่อที่ประชุมสงฆ์ คือ พระโอวาทปาฏิโมกข์ มีเนื้อหาโดยย่อคือการละเว้นความชั่วทุกประการ ทำความดีให้ถึงพร้อม และทำจิตใจให้ผ่องใสซึ่งเป็นในหลักการดำเนินชีวิตและแนวทางปฏิบัติของพุทธบริษัท โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาและนับเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ที่คนไทยเราได้เจริญรอยตามคำสอนของพระพุทธองค์ โดยได้ใช้ความรู้ทางพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเครื่องชี้นำในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอด

ในสังคมไทยของเรา นอกจากประชาชนได้ปฏิบัติตน ปฏิบัติธรรมและเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะวันมาฆบูชามาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว เมื่อปี 2545 คณะรัฐมนตรียังได้ประกาศให้วันมาฆบูชาเป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" ด้วย เพราะถือว่าเป็นวันแห่งความรักอันบริสุทธิ์ที่พระพุทธองค์ได้ทรงประทานหลักธรรมคำสอนอันยิ่งใหญ่ให้แก่มนุษยชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อที่เราทุกคนจะได้ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมความกตัญญู และปลูกฝังค่านิยมที่เหมาะสมแก่เยาวชนไทยให้หันมาสนใจกับความรักอันบริสุทธิ์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ผมจึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันน้อมนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติให้เกิดความเจริญงอกงามไพบูลย์ทั้งแก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และชาติบ้านเมืองสืบไป

ในโอกาสอันเป็นมงคลแห่งการเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2553 นี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านและพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ตั้งจิตพร้อมน้อมอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองของเหล่าพสกนิกรตราบจิรัฐิติกาล และผมขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะพระสังฆาธิการ เจ้าสังกัด และคณะสงฆ์ ทุกรูปที่เมตตามาร่วมพิธีในวันนี้ พร้อมทั้งขออนุโมทนาในบุญกุศลที่พี่น้องชาวไทยได้ร่วมกันบำเพ็ญขึ้น ขออานิสงส์แห่งบุญกุศลในครั้งนี้ จงแผ่ไพศาลให้ชาติบ้านเมืองมีความสงบสุข และร่มเย็นตลอดไป


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก