นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
พูดคุยกับตัวแทนเด็กจากส่วนภูมิภาค (จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และยะลา)
ในโอกาสนักเรียนในโครงการสภานักเรียนไทยหัวใจสมานฉันท์ยึดมั่นธรรมาภิบาลเข้าพบเพื่อรับโอวาท
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 เวลา 11.30 น.


ตัวแทนเด็ก จังหวัดเชียงใหม่- กราบเรียนนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างสูง กระผมนายสัตยา อุดทุม หรือน้องเคน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม ผมขอเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ว่า ในภาคเหนือมีภูมิปัญญาหาพื้นบ้าน วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี และ สถานที่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อยู่มาก ทางรัฐบาลจะมีมาตรการสนับสนุนอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดแหล่งเรียนรู้ที่ดี ที่จะสามารถร่วมกิจกรรมกันได้ทั้งครอบครัว


นายกรัฐมนตรี- ต้องขอขอบคุณน้องเป็นอย่างมากนะครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับความพยายามของพวกเราในการที่จะเพิ่มแหล่งเรียนรู้ เพื่อที่จะสอดคล้องกับเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาที่ต้องการให้คนนั้นสามารถที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย ผมทราบครับว่าในทุกพื้นที่ในประเทศไทยนั้น หลายชุมชนมีประเพณีวัฒนธรรม ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และในอดีตอาจจะถูกมองข้ามไป และในภาคเหนือรวมทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่เช่นเดียวกันก็มีภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของล้านนา ซึ่งสามารถที่จะนำมา เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ และให้เด็กรุ่นใหม่ได้สามารถที่จะสืบทอด สืบสานและเรียนรู้ได้
จริง ๆ แล้วปัจจุบันเท่าที่ผมทราบนั้น มีศูนย์การเรียนรู้ มีห้องเรียนชุมชน มีโรงเรียนที่สืบสานภูมิปัญญาอยู่หลายแหล่งอยู่แล้วในขณะนี้ ที่สอนในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เช่น การฟ้อน รวมไปถึงการให้ผู้ใหญ่เข้ามาคลุกคลีกับเด็กและก็มาสอน สิ่งที่รัฐบาลสนับสนุนก็คือว่า ประการแรกในเรื่องของหลักสูตรเอง เราก็พยายามที่จะให้รูปแบบการเรียนรู้มีความหลากหลายมากขึ้น และปัจจุบันทางกระทรวงก็สนับสนุนในเรื่องของการที่เปิดโอกาสให้มีหลักสูตรท้องถิ่นเข้ามา รวมไปถึงการใช้เวลาของเด็กนักเรียนเอง ไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่เฉพาะในห้องเรียน แต่ให้เรียนรู้ได้จากชุมชน หรือไม่ได้เรียนรู้จากครูเท่านั้น แต่จะมีปราชญ์ชาวบ้านและผู้ใหญ่ในชุมชนนั้น สามารถที่จะมาให้ความรู้และมาทำกิจกรรมได้ อันนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำ นะครับ


ถัดมาเราก็จะมีการส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องของพื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อที่จะพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ จะเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าง หรือขณะนี้ ที่สนับสนุนไปก็มีเรื่องของลานกิจกรรม เช่น ในทางศาสนาเราก็มีโครงการลานบุญ ลานปัญญา ก็ดึงให้สถาบันทางศาสนา เช่น วัด เข้ามาเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ เพื่อที่จะกระตุ้นในเรื่องเหล่านี้ มากยิ่ง ขึ้น นอกจากนั้นแล้วก็จะเป็นนโยบายในภาพรวมในการสนับสนุนเรื่องของศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ และการเรียนรู้นอกโรงเรียนหรือนอกหลักสูตรด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็นแนวทางที่จะขับเคลื่อนต่อไป ก็ดีใจที่เห็นคนรุ่นใหม่นั้น ให้ความสนใจกับการที่จะสืบสานวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา จากผู้ใหญ่หลายรุ่น หลายร้อยปี และผมเชื่อว่าภูมิปัญญาเหล่านี้จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าโลกของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปอย่างไรก็ตาม


ตัวแทนเด็ก จังหวัดขอนแก่น- ผมชื่อเด็กชายอัฒชัย แดงตู้ กำลัง เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านคำไฮหัวทุ่งประชาบำรุง ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ ของขวัญวันเด็กปีนี้ต่อเนื่องจากของขวัญปีที่แล้ว ท่านคงจำได้นะครับ ที่มีคลื่นวิทยุสำหรับเด็ก 1 สถานี ปีนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีช่องทีวี สำหรับเด็กโดยเฉพาะ และให้มีสถานีวิทยุเด็กแบบนี้ในภูมิภาคด้วย ท่านนายกรัฐมนตรี มีนโยบายเพิ่มสื่อดี ๆ ให้มากขึ้นได้อย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ


นายกรัฐมนตรี- ขอบคุณมาก ๆ นะครับที่ได้คิดถึงเรื่องนี้ และตรงกับที่เมื่อสักครู่ ที่เสนอเรื่องของสื่อเข้ามา ความจริงถ้าพูดถึงโทรทัศน์ปีที่แล้วได้ติวเตอร์ ชาแนลไปด้วยนะครับ แต่ว่าเราอยากจะขยายผลเรื่องของสื่อสีขาว คลื่นวิทยุตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า ไปได้ดีพอสมควร ซึ่งขณะนี้โทรทัศน์นั้นกำลังดูอยู่ครับ คือการที่จะมีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเป็นการเฉพาะนั้น ก็อาจจะทำได้ แต่ว่าสิ่งที่เราอยากจะพยายามทำมากขึ้นก็คือ สถานีโทรทัศน์ช่องหลัก จะเป็น 3,5,7,9,11 หรือสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยนั้น ควรที่จะต้องมีลักษณะของการที่เสนอรายการที่สนับสนุนส่งเสริมเด็กและเยาวชนในทางสร้างสรรค์ ในเวลาที่เหมาะสมมากขึ้น ก็กำลังพยายามที่จะไปดูตรงนี้โดยการทำงานร่วมกับทางหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระที่ดูแลทางด้านนี้ เพราะว่าจะต้องมีการจัดทำเรื่องของการใช้คลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ด้วย ก็ขอรับไป จะไปดูว่าก็จะพยายามเพิ่มรายการ ถ้าไม่ได้โทรทัศน์ใหม่อีกหนึ่งช่องอย่างน้อยจะต้องมีรายการสำหรับเด็กและเยาวชนที่สร้างสรรค์เพิ่มขึ้นแน่นอนในพื้นที่ของโทรทัศน์และวิทยุครับ


ตัวแทนเด็ก จังหวัดสุราษฎร์ธานี- สวัสดีค่ะ หนูชื่อเด็กหญิงพิชญา ศัลยประดิษฐ์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ วันนี้หนูมีคำถามจะมาถามท่านนายกรัฐมนตรี 2 ข้อค่ะ ข้อที่ 1 ปัจจุบันท่านนายกรัฐมนตรี ทำงานหนักมาก ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เวลาอยู่กับลูกในฐานะที่เป็นพ่ออย่างไรบ้างค่ะ และข้อที่ 2 รัฐบาลจะสร้างแรงจูงใจให้กับครอบครัวได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างไรบ้าง


นายกรัฐมนตรี- ถามคำถามไม่เหมือนคนอื่นเลยนะครับ ที่จริงต้องบอกก่อนนะครับว่า เดี๋ยวนี้ลูกผมก็โตพอสมควร เพราะว่าคนโตก็อายุ 19 ปี คนเล็กก็อายุ 16 ปี เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วทางเทคนิคถือว่าไม่ใช่เด็กแล้ว ผมเองเมื่อก่อนพวกเราเรียกพี่ เดี๋ยวนี้ก็เรียกลุงกันหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วก็ถือว่า ลูก ๆ ไม่ได้เล็กเหมือนเดิม แต่ว่าผมก็ยังให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่พ่อ และการเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย ผมพยายามใช้เวลาในช่วงเย็นหรือช่วงค่ำ ๆ ที่จะอยู่กับครอบครัวเท่าที่จะทำได้ คงไม่ทุกวัน เพราะว่าบางวันก็มีภารกิจแต่ว่าผมก็พยายามบริหารเวลา ยกตัวอย่างว่า งานเอกสาร งานเซ็นหนังสือ คือถ้าเราทำตอนกลางวันนั้น ค่อนข้างยาก เพราะตอนกลางวันเราจะต้องประชุม และพบกับผู้คน เพราะฉะนั้นงานเอกสาร บางทีผมเอาไปทำตอนกลางคืน พูดง่าย ๆ ก็คือว่า ตอนกลางวันเราจะทำงานโดยพบปะกับผู้คน ที่จำเป็นต้องพบปะกับผู้คนให้เสร็จเรียบร้อย ถ้าเป็นไปได้ก็จะได้สามารถใช้เวลาในช่วงค่ำอยู่กับครอบครัว และเมื่อลูก ๆ เข้านอน ผมก็เอางานเอกสารมาเซ็นก่อนที่ผมจะนอน ตรงนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ผมพยายามจะทำ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์นั้น ยอมรับครับว่า เดี๋ยวนี้ เวลาอยู่กับครอบครัวก็น้อยลงมาก แต่ว่าก็ติดตามสนใจ เอาใจใส่ในเรื่องของการเรียนของลูก ๆ ทั้งสองคนอยู่ตลอดเวลา อย่างน้อยผมกลับไป ผมก็ต้องเปิดกระเป๋าดูการบ้านอะไร ต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ เหมือนกัน ไม่ทิ้งบทบาทตรงนี้ ก็ยืนยันว่า ตรงนี้อยากจะให้ทุก ๆ คนนะครับ ไม่ว่าจะมีภารหน้าที่การงานอย่างไรนั้น สนใจเอาใจใส่เรื่องของลูก ๆ เรื่องของครอบครัว


มาถึงคำถามที่ 2 ว่าเราจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะจูงใจให้คนตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวมากยิ่งขึ้น ที่จริง น่าเห็นใจคุณพ่อ คุณแม่ ของพวกเราในยุคปัจจุบัน เพราะว่าแรงกดดันทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ค่อนข้างมาก ภารการงานค่อนข้างเยอะ ผมคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะมีสูตรสำเร็จที่จะให้แต่ละครอบครัวนั้น สามารถที่จะอยู่ร่วมกับลูก ๆ แต่ว่าเราพยายามทำหลายด้าน ที่เราเป็นห่วงมาก ๆ ก็อย่างในชนบท เราจะพบว่าพ่อแม่ที่เดินทางเข้ามาหาอาชีพ หางานในเมือง และเลยไม่ได้อยู่กับลูก ๆ มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตรงนี้เราจะแก้ด้วยการพยายามที่จะกระจายความเจริญไปสู่ชนบทมากยิ่งขึ้น ทำให้คนไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานเดิมเข้ามา และโดยเฉพาะคือทิ้งลูกเด็กเล็กแดงไว้ในชนบท อันนี้ก็พยายามทำ ถ้าทำตรงนั้นไม่ได้ อย่างน้อยเราก็กำลังเร่งเดินหน้าพัฒนาศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั้งหมด


ประการที่สอง ที่เราเป็นห่วงขณะนี้ก็คือว่า หลายคนเริ่มต้นมีครอบครัวนั้น บนความไม่พร้อม ตัวเลขที่น่ากลัวมากตอนนี้คือว่า เด็กผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มีลูกก่อนวัยที่เราคิดว่าเป็นวัยอันควรเพิ่มขึ้นสูงมาก และเป็นปัญหาของประเทศไทยที่ดูจะรุนแรงกว่าประเทศอื่น ๆ ด้วย เทียบกับตัวเลขในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมกำลังทำงานกับทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะทำแผนเพื่อแก้ปัญหานี้ จริง ๆ ปัจจุบันมีการรองรับปัญหานี้อยู่พอสมควร แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการให้การศึกษา ให้ความรู้ เตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะครับ เราไม่ต้องการให้ใครเริ่มต้นมีครอบครัวโดยไม่พร้อม เพราะนั่นจะเป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุดในแง่ของการที่ทำให้ครอบครัวนั้น ขาดความอบอุ่นหรือว่าไม่มั่นคง


ตัวแทนเด็ก จังหวัดยะลา - อัสสลาม มุอะลัยกุม ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่านค่ะ สวัสดีค่ะท่านนายกรัฐมนตรี หนูชื่อ นางสาวนาดีน เด็ง เรียนอยู่โรงเรียนพัฒนาวิทยา จังหวัดยะลา เป็นเยาวชนในโครงการนักเขียนของมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง วันนี้เป็นตัวแทนเด็ก ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ หนูได้ดูข่าวจากสื่อบ่อย ๆ นะคะว่า ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กไทยเป็นอย่างมาก แต่บ้านหนูที่นี่ โรงเรียนหุบเขาครูถูกลอบทำร้าย การเรียนเป็นไปอย่างไม่ต่อเนื่อง เพื่อนหนูบางคนก็ต้องออกจากการเรียนกลางครัน ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี จะดูแลพวกเราที่ว่า "เด็กไทยคืออนาคตของชาติ" อย่างไรบ้างค่ะ


นายกรัฐมนตรี - จะตรงกับเพื่อนเราที่อยู่ที่นี่ ที่เป็นตัวแทนของสภานักเรียนสะท้อนปัญหาเดียวกันกับสามจังหวัดก็ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ว่า ตอนนี้เรากำลังได้จัดทำแผนการศึกษาโดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ และตระหนักดีว่า เราจะต้องไม่ให้เหตุการณ์ต่าง ๆ กระทบมาถึงโอกาสทางด้านการศึกษาของลูกหลานเราที่อยู่ใน 3 จังหวัดภาคใต้ พร้อม ๆ กันไปเรากำลังเร่งทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการที่จะมีกำลังของฝ่ายความมั่นคงเข้าไปดูแลคุ้มกัน ซึ่งก็ต้องทำ แต่ว่ากำลังทำในเรื่องของกระบวนการของการพัฒนาในภาพรวม และตรงนั้นจะทำให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการที่จะนำความสงบสุขมา และจะได้ไม่กระทบกระเทือนกับโอกาสและความสำเร็จของลูกหลานของเรา ทั้งในเรื่องของการศึกษาและการพัฒนาตนเองต่อไป และเราก็จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษนะครับ ในเรื่องที่ได้มีการร้องขอมา เกี่ยวกับเรื่องของโอกาสและทุนการศึกษา


ผมยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ ว่า ปีที่ผ่านมานั้น เราก็ได้ปรับการทำงานของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อที่จะสามารถตอบสนองลูกหลานของเรา ที่เป็นมุสลิมได้ดียิ่งขึ้น โดยให้โอกาสทางธนาคารอิสลามเข้ามาดำเนินการทางด้านนี้ ตรงนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เราพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะขยายโอกาสให้กับลูกหลานของเราใน 3 จังหวัดภาคใต้ครับ

 

------------------------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก


วิไลวรรณ/ถอดเทป