![]() |
คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในพิธีเปิดโครงการและปล่อยขบวนคาราวานรณรงค์ลดอุบัติหตุ ให้นำใจดีกว่าให้น้ำเมา ปีใหม่ ไปให้ถึง ARRIVE ALIVE
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2552 เวลา 11.00 น.
ท่านประธานมูลนิธิเมาไม่ขับ
ผู้แทนเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจากทั่วประเทศ
ผู้แทนภาคีเครือข่ายรณงค์ลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับภาครัฐภาคเอกชน
พี่น้องสื่อมวลชนและท่านผู้เกียรติที่เคารพรักทุกท่านผมรู้สึกยินดีที่วันนี้ได้มีโอกาสต้อนรับเครือข่ายที่ทำเนียบรัฐบาล ผมจำได้เช่นเดียวกันว่า ได้พบกันเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่โรงแรม เพราะว่าตอนนั้นไม่สามารถที่จะจัดกิจกรรมที่นี่ได้
ขอขอบคุณที่ท่านบอกว่าหวังที่จะได้พบกันที่นี่ในช่วงวันสงกรานต์ของปีหน้า ที่จริงก็มีเรื่องที่น่าสนใจ คงจำได้ว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอยู่หลายวัน แล้วสังคมต่างถกเถียงกันมากว่า มีคนตายหรือไม่ หลายท่านคงจำได้ เพราะว่ามีบางกลุ่มมากล่าวหาว่ารัฐบาล ในปฏิบัติการเพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติทำให้มีคนตาย ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่มี แต่ว่าที่น่าสนใจคือ มีการถกเถียงกันมากหลายวัน หลายคืนทั้งในและสภาฯ ว่ามีคนตายในช่วงสงกรานต์จากเหตุการณ์หรือไม่
ผมยอมรับว่า มีคนตายจริง แต่ตายบนท้องถนนหลายร้อยคน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งเทศกาลวันสงกรานต์ หรือเวลาที่มีวันหยุดยาว รัฐบาลเองไม่ใช่เฉพาะชุดนี้แต่ว่าชุดก่อน ๆ เครือข่ายของภาคเอกชน ต่างพยายามมาโดยตลอดในการที่จะรณรงค์เพื่อลดปัญหาการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในช่วงวันหยุดยาว แล้วสุราก็เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งหรืออันดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดความสูญเสียที่จริงแล้วขณะนี้ ผมได้พยายามเน้นทั้งในเรื่องของการไม่ดื่ม สองคือการดูแลตัวเองอย่าให้ง่วงนอนหลับใน สามคือ สำหรับผู้ขับขี่จักยานยนต์ คือให้สวมหมวกนิรภัย เพราะว่าตัวเลขก็คงเห็นชัดว่า ทั้งสามส่วนนี้ แทบจะเรียกว่าอธิบายปัญหาความสูญเสียได้เกือบทั้งหมด
ผมอยากจะเรียนว่า นโยบายของรัฐบาลเอง ก็พยายามดำเนินการในเรื่องนี้มาทั้งสองรอบที่ผ่านมา ช่วงปีใหม่นั้น มีช่วงหนึ่งปีที่แล้ว ที่มีการแจกนมด้วย ในช่วงสงกรานต์มีความพยายามที่จะรณรงค์เช่นเดียวกัน อย่างที่ได้ทำกันมาร่วมกัน และที่ได้พูดไปเมื่อสักครู่ แต่มาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุรา รัฐบาลได้ดำเนินการในภาวะที่มีปัญหาเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ
มาตรการที่รัฐบาลสวนทางเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการเพิ่มภาษีเหล้ากับบุหรี่ชัดเจนมาก และเป็นการขึ้นแบบขยับ ที่เรียกว่า ชนเพดานหรือเกินเพดาน มีการขยับเพดานจนกระทั่งทราบว่าจริง ๆ แล้ว อัตราภาษีของเราอยู่ในอันดับที่เกือบจะสูงที่สุดในโลกหรือสูงที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นมาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการไป แล้วมีการออกประกาศในเรื่องของการไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา อันนี้ได้มีการดำเนินการไปเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ ก็ทำให้รัฐบาล โดยร่วมกับหน่วยงานของภาคเอกชนคงต้องทำงานกันหนักขึ้น ทางกระทรวงคมนาคม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เชิญผมไปในงานที่ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการรณรงค์ในเรื่องความปลอดภัยของการเดินทาง แล้วเราต้องการที่จะลดความสูญเสียให้ได้ ใน 10 ปีข้างหน้าต้องการลดให้ได้ครึ่งหนึ่งและตัวเลขก็อย่างที่มีคนเขียนเข้ามาว่า ของเรายังสูงมาก เพราะฉะนั้นจะทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
ผมขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้ทำงานในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องมีการรณรงค์ทั้งในส่วนภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วหลายท่านซึ่งประสบกับความสูญเสียทางใดทางหนึ่งด้วยตนเอง ก็มีใจในการที่จะทำงานเพื่อช่วยไม่ให้คนอื่นต้องประสบกับปัญหาเช่นเดียวกัน
ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ขอบคุณ และขอยืนยันว่า จะทำงานเรื่องนี้กันอย่างต่อเนื่องต่อไป ส่วนที่มีการขอในเรื่องของปัญหาฉลากติดที่ข้างขวดสุราต่างประเทศนั้น เข้าใจว่าคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ และคงมีอีกหลายมาตรการที่คิดว่าจำเป็นจะต้องมีการทบทวนพิจารณากัน เพื่อที่จะทำเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ เรามาอยู่ตรงนี้เพราะว่าจะมีเทศกาลการฉลองปีใหม่ เราก็อยากให้ปีใหม่นั้นเป็นวันที่ทุกคนมีความสุข อยู่กับครอบครัวอยู่ กับคนที่รัก และสามารถที่จะเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย
เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมใจกันจริง ๆ นั่นก็คือการสร้างความสุขทั้งให้กับตัวเองและให้กับเพื่อนร่วมชาติ ผมขอให้การรณรงค์ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมาย และขอทำพิธีและปล่อยขบวนคาราวานรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ให้น้ำใจ ดีกว่าให้น้ำเมา ปีใหม่ไปให้ถึง ณ บัดนี้ ขอขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
พัฒนพงศ์ /ถอดเทป
ลัดดา/ตรวจทาน