คำกล่าวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสเป็นประธานในพิธีปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552
ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2552 เวลา 21.15 น.


พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องที่อยู่บนถนนราชดำเนินแห่งนี้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ติดตามการถ่ายทอดสดงานในวันนี้ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย คงจะมีความรู้สึกเหมือนกันทุกคน คือความปลาบปลื้มปีติชื่นชมโสมนัสที่ได้เห็นพี่น้องประชาชนคนไทยพร้อมใจกันมาร่วมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ตลอดระยะเวลากว่า 10 วันที่รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดขึ้น ตั้งแต่บริเวณท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินกลาง ไปจนถึงลานพระราชวังดุสิต ความสุขที่พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับตลอดระยะเวลากว่า 10 วัน ไม่ใช่เพียงแต่การมาชื่นชมแสงสี นิทรรรศการ ร่วมกิจกรรมที่เป็นทั้งเนื้อหาสาระ และบันเทิงต่าง ๆ แต่ความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าก็คือการได้เห็นเพื่อนร่วมชาติที่ล้วนเป็นพสกนิกรพร้อมใจกันมาถวายความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

งานที่รัฐบาลได้จัดขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของถนนราชดำเนินที่ได้ใช้คำว่า "ความสุขของคนไทย ใต้แสงพระบารมี" จึงเป็นชื่องานที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับความสุขที่พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับตลอดระยะเวลา 10 กว่าวันที่ผ่านมา ผมไม่อาจประมาณการได้ว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้มาร่วมงานที่ถนนราชดำเนิน และสถานที่อื่น ๆ เป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ทราบว่าเดิมรัฐบาลได้กำหนดการจัดงานในบริเวณนี้ถึงวันที่ 7 ธันวาคม แต่ก็มีเสียงเรียกร้องจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ให้ได้ขยายเวลามาจนถึงวันนี้ คือวันที่ 13 ธันวาคม แต่ผมเชื่อว่าจำนวนคนที่ได้มาร่วมงานนั้น ถ้าจะนับไปแล้วต้องเป็นหลักล้าน 10 กว่าวันกับกว่าหนึ่งล้านความสุขคือสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะการจัดงานของรัฐบาลครับ แต่จากพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะคงไม่มีผู้ใดจะสามารถจัดงานเฉลิมฉลองใด ๆ ที่จะสามารถดึงให้พี่น้องประชาชนและผู้คนมาร่วมงานด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียวเหมือนกับงานนี้ และถ้าคิดไปแล้วเราคงจะคิดถึงแต่กว่าหนึ่งล้านความสุข 10 วันที่ผ่านมาไม่ได้ แต่เราคงจะต้องน้อมรำลึกถึง 63 ปีที่ได้ทำให้มี 63 หรือกว่า 63 ล้านความสุขในวันนี้ในประเทศไทยของเรา

ผมจึงขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณกระทรวงการคลัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้จัดงานนี้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรชาวไทยได้หลอมรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บุคลากรที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวถึงนั้นล้วนแล้วแต่เหน็ดเหนื่อยและได้ทุ่มเทเต็มความสามารถตลอดระยะเวลาของการจัดงาน ผมจึงต้องขอขอบคุณบุคคลเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง แต่จะอย่างไรก็ตามผมอยากจะขอบคุณเป็นพิเศษก็คือพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เพราะความสำเร็จของงานนี้เกิดขึ้นจากการที่พี่น้องประชาชนได้เข้ามาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก สร้างบรรยากาศ ไม่ใช่เฉพาะความสุข สามัคคี บนท้องถนนแห่งนี้ แต่ความสุข สามัคคีทั่วประเทศ

ในโอกาสอันเป็นมิ่งมงคลนี้ก่อนที่ผมจะได้ปิดงานอย่างเป็นทางการ ผมจึงอยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนหันหน้าไปทางโรงพยาบาลศิริราช ร่วมใจกันตั้งจิตอธิษฐานน้อมถวายพระพรและกล่าวคำแสดงปณิธานด้วยความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ดังนี้

"ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีวิต จะร่วมกันทำให้บ้านเมืองมีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด ด้วยความสุจริตจริงใจ และขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสถวายพระพรชัยมงคล ขอเดชานุภาพ สรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นร่มโพธิ์ทองของพสกนิกรชาวไทย ตราบกาลนานนิรันดร์เทอญ" ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก