คำกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพร
เนื่องในการจัดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผู้กราบบังคมทูล
ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2552 เวลา 19.19 น.


ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่ชุมนุมกัน ณ ที่นี้ และทั่วราชอาณาจักร ล้วนมีความปลื้มปีติโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่งในวันนี้

ปวงข้าพระพุทธเจ้ามีความชื่นชมโสมนัสเป็นที่ยิ่ง ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เพราะนับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างมีความห่วงใย ในกรุงเทพมหานครประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน รวมทั้งชาวต่างประเทศได้เดินทางไปลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราช และในต่างจังหวัดพสกนิกรกว่า 30 ล้านคน ได้ลงนามถวายพระพรตามสถานที่ที่จังหวัดต่าง ๆ ได้จัดไว้ให้ โดยอาณาประชาราษฎร์ถ้วนหน้าล้วนอธิษฐานจิตปรารถนา ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์

ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ นับแต่เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงอุทิศเวลา กำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อความผาสุกร่มเย็นของอาณาประชาราษฎร์ และเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติตลอดมา โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่าสามพันโครงการ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเป็นแนวทางให้พสกนิกรนำไปปฏิบัติ เป็นที่ประจักษ์ว่ามีผลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และยังความผาสุกมาสู่พสกนิกรโดยถ้วนหน้า และแม้ว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจะทรงพระประชวรอยู่ แต่ก็ยังทรงพระวิริยอุตสาหะ ทรงงานอยู่เป็นนิจ โดยทรงรับการถวายรายงานความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งยังทรงพระกรุณาห่วงใย พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยอย่างทันท่วงที ด้วยพระปรีชาสามารถในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ส่งผลให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง พสกนิกรมีความผาสุกร่มเย็น ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน จนชาวโลกต่างประจักษ์และแซ่ซ้องสดุดี ดังปรากฏว่าองค์การสหประชาชาติ โดยอดีตเลขาธิการ นายโคฟี อันนัน ได้เดินทางมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” แด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อพุทธศักราช 2549 ซึ่งนับเป็นเกียรติอันสูงยิ่งแก่ประเทศชาติ และประชาชนคนไทย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ณ ศุภวาระอันเป็นมิ่งมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพ แห่งพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงพระเจริญสิริสวัสดิ์ พระชนมพรรษาวิวัฒน์ยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ เพียบพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ สถิตสถาพรในรัตนราชัยศูรย์สิริราชสมบัติ พระเกียรติคุณเจิดจำรัสแผ่ไพศาลทุกทิศานุทิศ สถิตเป็นฉัตรแก้วคุ้มเกล้าชาวไทยทั้งปวงตราบกาลนานเทอญ

ในพุทธศักราช 2552 นี้ รัฐบาลโดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เห็นควรเชิญชวนให้ทั้งภาครัฐและเอกชนในสังคมไทย มีจิตสำนึกตระหนักในความสำคัญของคุณธรรม 4 ประการ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย และน้อมนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันโดยทั่วกัน เพื่อให้เกิดความผาสุกสวัสดีในสังคมอย่างแท้จริง

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพสกนิกรทั่วราชอาณาจักร กล่าวสัจวาจาโดยพร้อมเพรียงกัน ดังนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมนำพระราชดำรัสซึ่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้พระราชทานไว้ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน2549 มายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ประกอบด้วย คุณธรรม 4 ประการ คือ

1. เมตตาธรรม ข้าพระพุทธเจ้า จะคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน

2. สามัคคีธรรม ข้าพระพุทธเจ้า จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กันให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ

3. สุจริตธรรม ข้าพระพุทธเจ้า จะประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน

4. เที่ยงธรรม ข้าพระพุทธเจ้า จะทำความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวง จะยึดถือคุณธรรมที่พระราชทานไว้เป็นหลักประจำกายและใจ ตลอดจนจะปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามไปชั่วลูกชั่วหลาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก