![]() |
คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในโอกาสเป็นประธานในพิธีงานเลี้ยงการละศีลอดเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1430
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 18.30 น.
ท่านคณะทูตานุทูต
ท่านประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร
ท่านผู้บริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พี่น้องชาวไทยมุสลิม
และผู้มีเกียรติทุกท่านผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงการละศีลอด ประจำปี 2552 แก่ คณะทูตานุทูตประเทศมุสลิมในประเทศไทย ผู้บริหารองค์กรศาสนาอิสลาม และบุคคลสำคัญจากประชาคมมุสลิม ในวันนี้
ผมขอแสดงความยินดีจากใจจริงกับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายและ พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศ ที่ทุกท่านได้ประกอบศาสนกิจการถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1430ตามครรลองแห่งศาสนบัญญัติอิสลาม และแบบฉบับของท่านศาสดามูฮัมหมัดได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยความอดทน อดกลั้น จนนำไปสู่ความเข้มแข็งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกโอบอ้อมอารี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น อันเป็นการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง
ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่สำคัญของโลก มีคนทั่วโลกนับถือมากถึง 1,800 ล้านคน ข้อบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติและจริยธรรมของศาสนาอิสลาม ถือว่าเป็นธรรมนูญสำหรับมนุษย์ที่ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งจะทำให้เกิดความสงบสุขในชีวิตและสังคม และเป็นจริยธรรมอันสูงส่งเพื่อการครองตนอย่างมีเกียรติ การปฏิบัติตนของมุสลิมทั่วโลกจึงเป็นที่ประทับใจแก่บุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง
การปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ถือว่ามีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมบทบาทของสถาบันครอบครัว ร่วมกับสถาบันทางศาสนา และสถาบันทางสังคมอื่น ๆ ในการปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีของประชาชนในสังคม ส่งเสริมการปรับปรุงองค์กรและกลไกที่รับผิดชอบทางด้านศาสนา เพื่อให้สามารถบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ อย่างมีเอกภาพประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา เพื่อนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้หลักธรรมในการดำรงชีวิตมากขึ้น
ผมขอเรียนว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบริหารกิจการด้านศาสนาอิสลาม และได้สนับสนุนผู้บริหารองค์กรของศาสนาอิสลามมาโดยตลอด โดยเฉพาะในปีงบประมาณ พ.ศ.2553 นี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอให้เพิ่มค่าตอบแทนผู้บริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ตั้งแต่ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ไปจนถึงอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ทุกมัสยิดทั่วประเทศ โดยยึดขนาดของพื้นที่ ทำให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่ 1,900 บาท ไปจนถึง 3,500 บาท และอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่ 1,000 บาท ไปจนถึง 1,200 บาทต่อเดือน โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 นี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับท่านทั้งหลาย ส่วนในกรณีของพี่น้องประชาชนนั้นก็จะได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลในด้านต่าง ๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ทุนการศึกษา และโครงการอื่น ๆ ที่ท่านทั้งหลายก็คงได้รับทราบกันมาแล้ว
เนื่องในโอกาสที่พี่น้องชาวไทยมุสลิมจะได้ร่วมกันรับประทานอาหารในงานเลี้ยงการละศีลอดโดยพร้อมเพรียงกัน ในค่ำคืนวันที่ 17 กันยายน ศกนี้ ผมขออวยพรให้ทุกท่านซึ่งมีความรักและความศรัทธาอย่างยิ่งใหญ่ในคำสอนแห่งศาสนา จงสัมฤทธิผลในทุกสิ่งอันพึงปรารถนา และประสบแต่ความสุข ความเจริญ เพียบพร้อมด้วยพลังกาย พลังใจ และพลังปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ พัฒนา สังคมและประเทศชาติให้มีความก้าวหน้ารุ่งเรือง และขอถือโอกาสนี้อวยพรล่วงหน้าในวันตรุษอิดิ้ลฟิตริ ซึ่งจะมาถึงในเร็ววันนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุข เปี่ยมล้นด้วยบุญกุศลและได้รับความเมตตากรุณาจากพระผู้เป็นเจ้าตลอดไป ขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ลัดดา/ถอดเทป