![]() |
คำกล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุตามนโยบายการขอคืนที่ดินราชพัสดุ 1 ล้านไร่
เพื่อนำมาให้เกษตรกรเช่าทำการเกษตร
วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2552
ณ วัดนพรัตนาราม จังหวัดปทุมธานี เวลา 09.30 น.
นมัสการเจ้าอาวาส
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อนข้าราชการ
พี่น้องเกษตรกรและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุในแก่พี่น้องเกษตรกรตามโครงการขอคืนที่ราชพัสดุ 1 ล้านไร่ เพื่อนำมาให้เกษตรกรเช่าทำการเกษตรในวันนี้
ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการของกระทรวงการคลังทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมธนารักษ์ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานในเรื่องนี้จนทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรจำนวนมาก
โครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เพียงแต่ในแง่ของการบรรเทาความเดือดร้อนหรือแก้ปัญหาในช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ว่าเป็นการผลักดันของรัฐบาลให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาในระยะยาวสำหรับพี่น้องประชาชนและสำหรับประเทศชาติด้วย ในส่วนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเกษตรกรนั้น เรื่องที่ทำกินถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญที่สุด และตลอดระยะเวลาหลายสิบปี เราก็ได้เห็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่ทำกินของพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาที่ทำกินก็ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของปัญหาความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมในสังคมด้วย เพราะว่าในขณะที่เราก็มีพี่น้องประชาชนที่ขาดที่ทำกินนั้น เราก็พบเห็นว่ามีการครอบครองที่ดินอีกจำนวนมากมาย ซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควร ขณะเดียวกันในแง่ของประเทศชาติบ้านเมืองนั้น ผมได้กล่าวไปหลายครั้งว่า อนาคตของเศรษฐกิจไทย อนาคตของสังคมไทยนั้น ยังต้องผูกพันกับเรื่องของการเกษตร จะต้องผูกพันกับเรื่องของอาหาร จะต้องผูกพันกับเรื่องของพืชพลังงานด้วย เพราะฉะนั้นในโครงการนี้ จึงเป็นโครงการที่พยายามแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น ในระยะยาวแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติโดยส่วนรวม พร้อม ๆ กันไป โดยเริ่มต้นด้วยการขอคืนที่ราชพัสดุจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ครอบครอง ซึ่งผมก็เคยคุยกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการไปอีกครั้งหนึ่งทราบว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องที่มีความพยายามทำกันมาในหลายยุคหลายสมัย แต่ก็เป็นธรรมชาติครับว่า เมื่อใครไม่ว่าจะเป็นคนหรือหน่วยงานมีโอกาสครอบครอง มีโอกาสใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน แม้ว่าจะใช้คุ้มค่าบ้างไม่คุ้มค่าบ้าง แต่ก็ย่อมมีความลังเลในการที่จะส่งมอบหรือส่งคืนให้กับผู้อื่น เพราะฉะนั้น การทำงานในขั้นตอนแรกนั้น ผมทราบดีว่า ต้องใช้ความพยายามมากพอสมควร และเมื่อทำตรงนั้นสำเร็จแล้วก็ยังจะต้องมาดูในเรื่องของความเหมาะสมของการใช้ที่เพื่อการเพาะปลูกด้วย ซึ่งก็ต้องอาศัยการสำรวจและการปรับปรุงจนกระทั่งนำมาสู่การเปิดให้เกษตรกรเช่าพื้นที่ได้
หลักสำคัญที่รัฐบาลยืนยันในโครงการนี้คือ เกษตรกรที่จะมาเช่าพื้นที่นั้น ต้องเป็นเกษตรกรรายย่อย ต้องปลูกพืชเอง และก็มีนโยบายที่จะเร่งรัดให้ดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการรวบรวมที่ครบ 1 ล้านไร่ ที่จะให้คนเช่า ซึ่ง 1 ล้านไร่นั้น รัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายว่า จะเสร็จสิ้นภายใน 3 ปี ในปี พ.ศ. 2555 ก็สอดคล้องกับกรอบเวลาที่เรากำหนดไว้ในเรื่องของภัยเข้มแข็ง
ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้จัดสรรที่ราชพัสดุให้พี่น้องเกษตรกรได้แล้วประมาณ 35,000 ไร่ และคาดว่าในปีนี้ต้องทำให้ถึงประมาณ 200,000 ไร่ ส่วนกรณีที่ส่วนราชการยังไม่ได้แจ้งส่งคืนก็จะได้มีการเร่งประชุมเจรจาเป็นรายกระทรวงต่อไป ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้มีการนำที่ดินมาใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเหมาะสม มีการกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ และพื้นที่ที่จัดให้เกษตรกรแต่ละครอบครัวได้เช่าไว้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นก็จะมีการแบ่งพื้นที่ให้เกิดความเหมาะสมสมดุลระหว่างการปลูกพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน ซึ่งก็จะได้มีการสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องของคุณภาพดิน เรื่องของแหล่งน้ำ เรื่องของพลังงานต่อไป
ผมขอแสดงความยินดีกับทุก ๆ ท่าน ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ปท.709 , ปท 719 – 725 และ ปท. 736-747 ในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดสระบุรี ที่มารับมอบสัญญาเช่าในวันนี้ ในนามของรัฐบาลผมหวังว่านอกจากจะทำให้พี่น้องได้มีที่ดินทำกิน มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ ซึ่งนำไปสู่ความเป็นความอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนในอนาคตแล้ว ยังทำให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการพัฒนาที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของรัฐบาลที่ได้มีการผลักดันนโยบายต่อไป
ผมหวังว่าพี่น้องทุกท่านจะใช้โอกาสที่ได้รับในวันนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตนเองและครอบครัว และพยายามใช้ที่ดินให้เกิดผลดีด้วยการขวนขวายหาความรู้ สร้างสมภูมิปัญญาไว้เพื่อให้การทำการเกษตรของพี่น้องได้รับผลสำเร็จมากขึ้น เพราะการปลูกพืชแต่ละชนิดต้องให้ความสำคัญตั้งแต่เรื่องการเตรียมดิน การเพาะพันธุ์ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการดูแลหลังเก็บเกี่ยวด้วยและที่สำคัญผมขอให้ทุกท่านรักษาสิทธิการเช่าให้ตกทอดถึงลูกหลาน เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่ดินทำกินอย่างยั่งยืนและยาวนานสืบต่อไป
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กระทรวงการคลังจะได้ดำเนินงานโครงการให้ครอบคลุมและครบถ้วนพื้นที่ทั่วประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป ผมขออวยพรให้การดำเนินงานโครงการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและขออวยพรให้ทุกท่าน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุจงประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ และความเจริญก้าวหน้าตามที่มุ่งหวังไว้ทุกประการโดยทั่วกัน
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท/ถอดเทป
จินตนา/ตรวจ