![]() |
คำกล่าวแสดงความยินดี นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในโอกาสที่คณะผู้แทนประเทศไทยได้รับเหรียญรางวัล
จากการแข่งขันคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีววิทยา
และฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2552
เข้าเยี่ยมคารวะและรายงานผลการแข่งขันฯ
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2552 เวลา 08.00 น.
ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านรักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านอาจารย์ผู้แทนประเทศไทย
และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านก่อนอื่นผมขอแสดงความชื่นชมยินดีกับคณะผู้แทนของประเทศไทยที่เดินทางกลับจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีวิวทยา และฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ที่ได้รับเหรียญรางวัลและได้นำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศชาติอยากจะบอกกับพวกเราทุกคนนะครับว่า การที่พวกเราได้ไปสร้างชื่อเสียงและได้รับชัยชนะนั้น นอกจากจะมีความหมายสำหรับตัวเราและครอบครัว คณาจารย์ สถาบันของเราแล้ว เป็นกำลังใจอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทั่วไปและสังคมไทย เพราะว่าในภาวะปัจจุบันต้องยอมรับว่าสังคมไทยมีความเครียด มีความวิตกกังวล มีความทุกข์จากหลายต่อหลายเรื่อง แต่ว่าพอเราได้เห็นคนของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองแสดงให้เห็นว่าเราไม่เป็นรองใครในโลก ก็เป็นกำลังใจให้กับประชาชนคนไทยและสังคมไทยโดยรวม
ผมทราบดีว่ากว่าจะถึงวันนี้ พวกเราทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องทุ่มเท เสียสละ ทั้งเรื่องของเวลา ทั้งเรื่องของการใช้ความสามารถและความขยันหมั่นเพียรในการที่จะฝึกฝนตนเอง หลาย ๆ คนที่ได้รับรางวัลศึกษาอยู่มัธยมปลายก็จริง แต่ว่าทราบว่า บางคนก็ต้องเริ่มในการฝึกฝนหรือได้รับดูแลในเรื่องนี้ตั้งแต่ระดับประถมด้วยซ้ำ ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ในส่วนของรัฐบาลและสถาบันการศึกษาตั้งใจว่าเราจะต้องพยายามที่จะฟูมฟักเด็กที่มีความสามารถเป็นพิเศษตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่จะให้สามารถบรรลุสิ่งที่เป็นศักยภาพความสามารถของพวกเราทุกคน ซึ่งนอกเหนือจากการทำตรงนี้แล้ว ที่ต่อเนื่องไปคือ การส่งเสริมสนับสนุนเป็นขวัญกำลังใจให้กับพวกเราที่ได้ไปทำชื่อเสียงในครั้งนี้
ผมคิดว่าการที่หลาย ๆ คนขณะนี้ได้รับทุนการศึกษาก็ถือว่าเป็นการได้รับโอกาสที่ดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราทุกคนจะได้รักษาความดีและมีการฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่อง และได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์สำหรับตัวเราเองในอนาคตในแง่ของหน้าที่การงาน และพร้อม ๆ กันไปคือ จะได้ตอบแทนสังคมของเราด้วยการประกอบอาชีพไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ แต่เราก็หวังว่าจะเป็นเรื่องของทางด้าน วิชาการ ทางด้านการวิจัย ซึ่งจะมีผลตอบแทนกลับมายังสังคม อยากจะบอกนะครับว่า ในบางสาขา เช่น คณิตศาสตร์ ผมเป็นคนที่สนใจเรื่องอย่างนี้ ต้องบอกว่านักคณิตศาสตร์นั้น เวลาเหลือไม่มากนะครับ ผมดูคนที่ทำงานสร้างสรรค์ผลงานออกมา ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 20-30 ปี หลังจากนั้นแล้วจะแข่งขันกับคนรุ่นต่อไปยาก เพราะฉะนั้นที่เตือนเอาไว้ คือ อย่าคิดว่าเรายังมีเวลาอีกนานที่จะสร้างสรรค์อะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่เตือนใจเอาไว้ว่า บางสาขานั้นเวลาจะผ่านไปเร็วมาก แล้วก็การจะได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่เรียกว่า ถึงจุดสูงสุดบางทีมาเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้โลกได้ก้าวอย่างรวดเร็วในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาการต่างๆ สาขาอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว แต่ว่าไม่ตื่นตัวกับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานหรอกครับเด็กที่อยู่ประถมตอนนี้ก็จะมาแซงหน้าไป หรือว่าถ้าสังคมใดไม่ตื่นตัวหรือปรับปรุงตลอดเวลา ก็จะถูกแซงหน้าไป เพราะฉะนั้น ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆคน และขอขอบคุณทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ และผู้จัดการ รวมทั้งองค์กร อย่างเช่น สสวท. และทางกระทรวงศึกษาธิการ สมาคม หน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ทำงานกันอย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จตรงนี้จะเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญสำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก
ขออวยพรให้ทุกท่านพร้อมทั้งครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จ ความสุข ตามที่พึงปรารถนาทุกประการ แล้วก็ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่ได้เป็นความสำเร็จของพวกเรานั้นถือเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
สุดท้ายก็อยากจะย้ำอย่างนี้ครับว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมผ่านมา วันที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานวโรกาสให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร และได้มีกระแสพระราชเสาวนีย์ ซึ่งได้พูดถึงการที่คนไทยจะได้รับโอกาส แล้วได้พูดถึงความสำเร็จของพวกเราและรวมทั้ง เยาวชนไทยในโอกาสอื่น ๆ ด้วย ผมถือว่าอันนี้เป็นพรสูงสุดที่พวกเราพึงจะได้รับ ก็ขอให้รักษาความดีตรงนี้เอาไว้ และเป็นพลเมืองและเป็นกำลังสำคัญสำหรับสังคมของเราต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท / ถอดเทป
จินตนา / ตรวจ