คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในงานประกาศเกียรติคุณบุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติ ครั้งที่ 19 ประจำปีพุทธศักราช 2551
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 13.00 น.


ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ
ประธานและอนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติ
ผู้เข้ารับรางวัล และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมมีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานในงานประกาศเกียรติคุณบุคคล หน่วยงานและโครงการดีเด่นของชาติ ครั้งที่ 19 ประจำปีพุทธศักราช 2551 พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติคุณแก่บุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติสาขาต่าง ๆ ในวันนี้

ผมขอแสดงความชื่นชมผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่านที่ได้ทำงานมาด้วยความเสียสละ เป็นรูปธรรม ทำให้ได้รับผลงานที่ทรงคุณค่า และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป และขอแสดงความยินดีที่ทุกท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเพื่อรับพระราชทานรางวัลเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า คือการที่สังคมของเรามีบุคคล และหน่วยงานที่ได้ประกอบคุณงามความดี เสียสละ และทุ่มเทการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เพื่อสร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อส่วนรวม และมีโครงการที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก ดังนั้น ทุกวันนี้เราจึงมีการพูดถึงคำว่า " จิตสำนึกสาธารณะ" และได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คนของเรามีสิ่งนี้เกิดขึ้นให้มาก ๆ

การที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้ดำเนินการสรรหา คัดเลือกบุคคล หน่วยงาน ตลอดจนโครงการดีเด่นของชาติ เพื่อยกย่องส่งเสริมและประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่ประจัก์แก่สาธารณชน จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามดังกล่าว เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ ให้แก่ผู้ที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน พร้อม ๆ กับเพื่อเป็นแบบอย่างให้บุคคลทั่วไปได้ยึดถือและปฏิบัติตาม

สังคมไทยของเราในวันนี้ จำเป็นต้องให้กำลังใจแก่คนที่ทำดี เพื่อให้มีคนที่ทำงานเพื่อส่วนรวมมากขึ้น แม้ว่าเราจะทราบดีว่า คนที่ทำดีส่วนใหญ่มักทำดีด้วยใจ และไม่ได้ต้องการผลตอบแทนใด ๆ แต่การยกย่องส่งเสริมคนดีอย่างเป็นรูปธรรมก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะเป็นแรงจูงใจทำให้คนเราได้มีพลังที่จะทำดีกันมากขึ้น และการส่งเสริมให้คนทำความดีมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการยกย่องเชิดชู เมื่อผลของการทำความดีปรากฎขึ้นแล้ว จึงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สังคมไทยของเรายังไม่มีกระบวนการที่เข้มแข็งในเรื่องนี้ เราได้เห็นการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่ว่าการขยายผล การสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจ หรือการสนับสนุนให้คนทำความดี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องมาร่วมกันพิจารณา และหาทางทำให้เกิดระบบหรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นบุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติในปีนี้ เราทราบดีว่าทุกท่านได้อุทิศทุ่มเทการทำงานในแต่ละสาขาด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ เป็นการทำงานด้วยจิตใจ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และบุคคลอื่น ๆ อย่างแท้จริง เช่น ดร. กฤษณา ไกรสินธุ์ ซึ่งท่านได้ทำงานโดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา หรืออาณาเขตของประเทศใด ๆ นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ ที่ได้อุทิศตนเพื่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทางจักษุมาเป็นเวลายาวนาน ส่วนงานวิจัยของศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ เดชะอำไพ ซึ่งได้ทำติดต่อกันมานานหลายสิบปี ก็ได้มีการนำไปสร้างสรรค์และพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่กิจกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ "รักษ์ช้าง สร้างป่า พัฒนาคน" ของมูลนิธิหมู่บ้านชาวการบินไทย จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้รับรางวัลโครงการดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาสังคม ก็ได้มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาในเรื่องช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืน กรณีของบริษัท ชุมพรคาบาน่า จำกัด ที่ได้ทำให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่างในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้กับงานบริหารธุรกิจจนประสบผลสำเร็จ รวมทั้งในกรณีของคุณวีรธรรม ตระกูลเงินไทย บริษัท ไอ.ที.ซี. (1993) จำกัด และวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้สร้างผลงานดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการเผยแพร่เกียรติภูมิของไทย

ผมเชื่อว่าทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ทราบดีว่า สังคมไทยในยุคปัจจุบัน ทำให้คนเราทุกคนมีภาระมาก ต้องต่อสู้ดิ้นรนขวนชวายมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ความสนใจต่อผู้อื่นหรือความคิดที่จะช่วยเหลือผู้อื่นลดน้อยลงไป แต่ผู้ที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ ได้ทำให้เราทุกคนประจักษ์ว่า การทำความดีนั้น ไม่มีอะไรที่จะเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราทำความดีไม่ได้ เราสามารถทำความดีได้ใน ทุกที่และทุกเวลา ถ้าเรารักที่จะทำและทำด้วยใจ และผมมีความเชื่อมั่นว่า ทุกท่านที่มีความดีทั้งหลายเหล่านี้ จะดำรงรักษาความดีไว้ได้อย่างยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และขออำนาจแห่งปวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล ตลอดจนพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาล ประทานพรให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ควมเจริญ มีพลังกาย พลังใจ และพลังปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ลัดดา/ถอดเทป