![]() |
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
กล่าวมอบโอวาทแก่คณะเยาวชนไทยในซิดนีย์ เยือนแผ่นดินแม่
ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.30 น.
กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์
คณะกรรมการโครงการเยาวชนไทยในนครซิดนีย์ เยือนแผ่นดินแม่
ผู้ปกครองและเยาวชนไทย
และผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านในนามของรัฐบาลขอแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสต้อนรับคณะเยาวชนที่อยู่ในประเทศออสเตรเลียในวันนี้ และขอขอบคุณท่านผู้ปกครองและคณะกรรมการที่ได้ปลูกฝังให้เยาวชนของเรามีความรักและผูกพันต่อประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ และได้ดำเนินโครงการซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มพูนความผูกพันส่วนนี้และได้มีการปลูกฝังในเรื่องจิตสำนึกในแง่ของเอกลักษณ์ความเป็นไทย
จากคำกล่าวรายงานเมื่อสักครู่ ก็ดีใจว่าเด็กและเยาวชนที่อยู่ในโครงการนี้จะได้มีโอกาสมาสัมผัสกับแผ่นดินแม่ในหลายแง่ หลายมุม และจะได้มีโอกาสในการทำกิจกรรมตั้งแต่กิจกรรมที่มีส่วนของการสนับสนุนวัตถุประสงค์ในเรื่องของการเฉลิมพระเกียรติไปจนถึงในเรื่องของการสัมผัสกับความก้าวหน้าของประเทศ และได้เห็นโครงการที่มีความสำคัญๆ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมไทยเอง และเป็นประโยชน์กับเด็กและเยาวชนที่จะได้รู้จักแผ่นดินแม่ดีขึ้น
ในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนซึ่งต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานพอสมควร ที่จริงในยุคนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะติดตามข่าวสารหรือได้มีโอกาสที่จะติดตามเรื่องราวต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเหมือนกับในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องสื่อสารมวลชนหรือเทคโนโลยีการสื่อสารมีความก้าวหน้ากว่ามาก แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งผมก็พยายามทำตลอดเวลาคือ การกลับมาเยี่ยมบ้างและคิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะต้องกลับมาที่จะรับใช้แผ่นดินแม่ แน่นอนว่าหลาย ๆ ท่านซึ่งอาจจะไปปักฐานอยู่ที่ออสเตรเลียมีอาชีพการงาน มีความก้าวหน้าในส่วนนั้น และลูกหลานก็คงเติบโตที่นั้น แต่ละคนก็อาจจะมีแผนการดำเนินชีวิตซึ่งแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะไม่ขาดหายไปคือ ความผูกพันกับแผ่นดินนี้ ซึ่งการที่เราจะคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ก็คงมีหลายเรื่องที่จะต้องสนับสนุนส่งเสริม ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ เรามีภาษาของเราเองซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งแล้วต้องยอมรับว่านับวันในยุคโลกาภิวัตน์ภาษาต่างๆ ก็เริ่มหายไป อันนี้เป็นข้อเท็จจริงว่าแต่ละปีได้มีภาษาซึ่งหายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันการใช้ภาษาในภาวะซึ่งมีการแลกเปลี่ยน มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างมากมายก็จะทำให้แต่ละภาษาจะคงรากฐานของตัวเองไว้ยากขึ้น เพราะฉะนั้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การปลูกฝังในเรื่องของภาษาซึ่งก็เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งแต่ก็เป็นแง่มุมสำคัญ ซึ่งผมคิดว่าได้บ่งบอกถึงความเป็นไทย
ผมเองเป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ และใช้ภาษาไทยได้ แต่รู้เลยว่าการใช้สองภาษานั้น มีความแตกต่างกันมาก และความแตกต่างนั้นก็มาจากระบบวิธีคิดและวิธีการถ่ายทอดความคิดของเราทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน กล้าพูดได้เลยว่า ถ้าสมมติว่าเราแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษสักหนึ่งหน้านั้นไม่มีทางที่จะแปลเป็นภาษาไทยได้สั้นกว่าหน้าครึ่ง เหตุผลคือ ภาษาไทยจะมีความละเอียดและมีความหลากหลายมากกว่า ในขณะที่ภาษาอังกฤษก็จะเป็นภาษาที่มีความกระชับกว่าอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งก็เป็นการบ่งบอกถึงวิถีคิดที่อาจจะแตกต่างกันไปในแง่ของการที่แต่ละคน แต่ละประเทศ แต่ละวัฒนธรรม แต่ละสังคมอาจจะถูกฝึกฝนมาหรืออะไรก็ตาม แต่เรื่องของภาษาเป็นเพียงเรื่องเดียว ผมคิดว่าสิ่งที่ประชาชนชาวโลกประทับใจความเป็นไทย คือ เรื่องอัธยาศัยไมตรี และความมีน้ำใจ รอยยิ้ม ซึ่งเป็นที่เลืองลือไปทั่วโลก นั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมหวังว่าแม้ว่า เยาวชนของเราหรือน้อง ๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะเติบโตอยู่ต่างประเทศก็ตาม ถ้าสามารถมีรอยยิ้มของคนไทย มีน้ำใจไมตรี โอบอ้อมอารี ก็จะเป็นการยืนยันความเป็นไทย และก็จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความประทับใจให้ดีกับชาวออสเตรเลียหรือชาวโลกด้วย
นอกจากนั้นในเรื่องของการเมือง การปกครอง และประเทศของเรา ก็ทราบดีว่า เรามีสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทำให้ประเทศไทยได้ดำรงอยู่มีความมั่นคงแล้วเป็นหลักสำคัญในการยึดเหนี่ยวให้คนไทยมีความสมัครสมาน สามัคคี เพราะฉะนั้นการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ เนื่องจากระบบของเราก็จะไม่เหมือนกับระบบของออสเตรเลียหรือต่างประเทศ ก็จะเป็นเรื่องสำคัญด้วย ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านทั้งหลายซึ่งได้ทำโครงการนี้ด้วยเจตนาที่ดี จะได้นำสิ่งเหล่านี้ไปประกอบการดำเนินการของท่านต่อไป
สำหรับน้อง ๆ เยาวชนก็หวังว่า การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ หนึ่ง ก็จะสนุกสนานได้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างในบ้านเรา ซึ่งอาจจะหาไม่ได้ในออสเตรเลีย แล้วก็จะได้สัมผัสถึงความก้าวหน้า มีความภาคภูมิใจในหลายสิ่ง หลายอย่างในประเทศนี้ ขณะเดียวกันก็อาจจะได้มองเห็นปัญญาหลายๆ อย่างในบ้านเมืองนี้ และถ้ามีส่วนในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะด้วยเพียงการสะท้อนมุมมอง หรือ จะทำโครงการในอนาคตต่อไป ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก จึงหวังว่าทุกท่านก็คงจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการนี้ และนำความประทับใจกลับไปเพื่อที่จะบอกกับเพื่อน ๆ ญาติมิตร หรือคนอื่น ๆ ที่ออสเตรเลีย ทั้งที่เป็นคนไทย ทั้งที่เป็นชาวออสเตรเลียหรือชาวต่างประเทศ ก็ขอขอบคุณสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ และคณะกรรมการทุกท่านที่ได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา และขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ ความก้าวหน้าในชีวิตและขอให้ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่มีแต่ความสุข ความประทับใจและเดินทางโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท /ถอดเทป