![]() |
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในโอกาสการเปิดตัวโครงการ "เชียร์ไทยไปกับ NBT"
ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล
วันพฤหัสบดีที่2 กรกฎาคม2522 เวลา 14.00 น.
ท่านผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการกีฬา
พี่น้องสื่อมวลชน
และผู้มีเกียรติทุกท่านผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ "เชียร์ไทย ไปกับ NBT" ในวันนี้ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันส่งเสริมให้โครงการดีๆและมีประโยชน์นี้ได้เกิดขึ้น
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยของเรา มีนักกีฬาที่ปฏิบัติหน้าที่ในนาม "ทีมชาติไทย" หรือเป็นนักกีฬาไทยที่ลงแข่งขันชิงชัยกับนักกีฬาจากต่างประเทศในการแข่งขันระดับนานาชาติ ในกีฬาประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะจัดขึ้นในประเทศหรือในต่างประเทศก็แล้วแต่ ซึ่งในแต่ละปีก็มีการแข่งขันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าอาจจะมีเพียงกีฬาบางประเภทที่ได้รับความสนใจ ได้รับการติดตามในเรื่องของการนำเสนอข่าวการแข่งขันอย่างต่อเนื่องจากสื่อมวลชน
สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และบริษัท อินดิเพนเด้นท์ นิวส์ เซ็นเตอร์ จำกัด ได้ร่วมมือกันจัดตั้งโครงการ "เชียร์ไทย ไปกับ NBT" ขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะส่งเสริมให้ประชาชนได้รับข่าวสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของการแข่งขันกีฬาของนักกีฬาไทยและทีมชาติไทยในระดับนานาชาติทุกประเภทอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เพื่อส่งเสริมการกีฬาของไทยและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬาทุกประเภท และแรงบันดาลใจส่งเสริมให้คนไทยได้ร่วมกันเชียร์นักกีฬาที่เป็นตัวแทนของประเทศอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็จะมีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดความสมัครสมาน สามัคคี
รัฐบาลก็มีนโยบายที่จะสนับสนุนกิจกรรมทั้งด้าน กีฬาและนักกีฬาอยู่แล้ว การสนับสนุนกีฬาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยของประชาชน การส่งเสริมให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ การเสริมสร้างวินัยผ่านการแข่งขัน และรวมไปถึงการยกระดับความเป็นเลิศทางด้านกีฬาของคนไทย ล้วนแล้วแต่เป็นเป้าหมายที่สำคัญของนโยบายรัฐบาลทั้งสิ้น รัฐบาลจึงยินดีจะสนับสนุนโครงการ "เชียร์ไทย ไปกับ NBT" นี้ให้ประสบผลสำเร็จต่อไป
การแข่งขันหรือการกีฬาคงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงกิจกรรมการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการออกกำลังกาย หรือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของประชาชน และที่สำคัญการฝึกให้ทุกคนรู้จักระเบียบวินัย อยู่ในกฎกติกา มารยาทและมีความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของสุขภาวะของประชาชนและสังคม ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศในที่สุด
เมื่อสักครู่พิธีกรแซวนิดหน่อยนะครับว่า ผมเชียร์ทีมฟุตบอลก็เป็นตัวอย่างที่ดี การเชียร์สำคัญที่การเชียร์ไม่ได้สำคัญว่าชนะหรือไม่ แล้วทีมที่ผมเชียร์ซึ่งพึ่งตกชั้นไปนั้น ก็ได้ทำสถิติคือ เป็นทีมที่ตกชั้นไปแล้วมีคนเชียร์มากที่สุด ถ้าคิดว่าผมพูดเล่นไปดูสถิติได้ว่าโดยเฉลี่ยมีคนเข้าไปดูทีม 49,000 คนต่อนัด ซึ่งสูงที่สุดทำลายสถิติของแมนยูเมื่อครั้งที่แมนยูชั้นไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่พูดนี้คือเพื่อจะบอกว่า ไม่ใช่ทีมไทยจะไม่ชนะแต่ว่าทีมไทยและนักกีฬาไทย ปัจจุบันมีการพัฒนาไปมากแล้วก็หลายคนก็คงจะมีโอกาสในการสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าชัยชนะ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ชื่อเสียงของคนไทยคงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ว่าชนะหรือไม่ ถ้าหากว่าจะแพ้แต่เป็นการแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี เป็นการแพ้อย่างแสดงความสามารถ และที่สำคัญไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ได้แสดงกิริยา มารยาทที่งดงาม อัธยาศัย น้ำใจไมตรีที่ดี และเป็นแบบอย่างที่ดีของนักกีฬานั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงรวมถึง กรณีของการที่เราจะเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้เชียร์ก็เช่นเดียวกัน การแสดงออกถึงพลังของความสามัคคี ความรักชาติในขอบเขตที่เหมาะสม งดงามก็จะเป็นอีกทางหนึ่งในการเผยแพร่ชื่อเสียงและวัฒนธรรมของประเทศ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะไม่เพียงทำให้คนไทยหันมาสนใจเล่นกีฬากันมากขึ้น และช่วยสร้างขวัญ กำลังใจ ให้แก่นักกีฬาทีมชาติไทยได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่จะส่งผลถึงการสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ การสร้างระเบียบวินัยของคนในชาติ การสร้างจิตสำนึกในเรื่องของความรักในกีฬาของประชาชน และมีผลต่อการพัฒนากีฬาของชาติและการพัฒนาประเทศอย่างจริงจังต่อไปด้วย
ผมมีความเชื่อมั่นว่า สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย บริษัท อินดิเพนเด้นท์ นิวส์ เซ็นเตอร์ จำกัด และฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ตอบสนอง ต่อนโยบายของภาครัฐ ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬา ทุกประเภทอย่างเต็มศักยภาพ ต่อไป
บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงานโครงการ "เชียร์ไทย ไปกับ NBT" ณ บัดนี้ ขออวยพรให้การดำเนินงานโครงการบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ