คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เนื่องในพิธีเปิดโครงการสร้างความเข้าใจต่อแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนากระบวนการยุติธรรม
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553-2557
ณ ห้องฟีนิกซ์ ฮอล์ล 8 อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00 น.


ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมมีความยินดีที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สร้างความเข้าใจต่อแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช 2553-2557ในวันนี้

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพราะเป็นปัญหาที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบในแง่ของภาครวมของความมั่นคงของประเทศ แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไปจนถึงการที่มีความรุนแรงหรือความขัดแย้ง ย่อมที่จะส่งผลกระทบโดยรวมในทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หัวใจของการแก้ไขปัญหานี้ มีการถกเถียงกันมาเป็นเวลายาวนาน และแน่นอนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของความมั่นคง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและเรื่องของสังคม การศึกษา วัฒนธรรม แต่สิ่งหนึ่งซึ่งหลายฝ่ายน่าจะมองตรงกันคือว่า การจะทำให้สังคมที่ใดก็ตาม มีความสงบสุขมีสันติได้ หัวใจคือต้องมีความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องของความยุติธรรมจึงเป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของความไม่สงบ ในเรื่องของความขัดแย้ง ในเรื่องของความรุนแรง ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

ผมอยากจะเรียนว่า ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมต้องเข้าใจถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเราต้องยอมรับว่า ยังมีช่องว่าง มีความไม่เข้าใจ อาจจะมีความคาดเคลื่อนในบางส่วน หรืออาจจะมีปัญหาที่ยังไม่ได้รับการสะสาง แก้ไข ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และทำให้การแก้ไขปัญหาใน ทุก ๆ เรื่องมีปัญหา มีอุปสรรค มีความอยากลำบาก เพราะฉะนั้นการที่เราจะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันมาตรการดังกล่าว ที่จะสร้างความมั่นใจและความเชื่อใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ

ที่สำคัญสภาวะหรือสภาพของพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีความพิเศษมีความเฉพาะเจาะจงในเรื่องของวิถีชีวิต วัฒนธรรม ซึ่งหมายถึงว่าการจะอำนวยความยุติธรรมและการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้นั้น ก็ต้องมีการเคารพในเรื่องของความแตกต่างและสิทธิเสรีภาพ มีความพยายามที่จะเข้าใจความหลากหลาย หรือความแตกต่างในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน

เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงได้ทุ่มเทในเรื่องของการแก้ไขปัญหานี้ โดยเอาเรื่องของการเมืองนำการทหาร เอาเรื่องของการพัฒนามาเป็นหัวใจและเดินหน้าในการที่จะอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลไกที่ใช้อยู่มีทั้งการที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อดูภาพรวมในเรื่องของนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา พร้อม ๆ กันไปกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ. รมน.) และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก็มีบทบาทในการทำงานแก้ไขทั้งในเรื่องของความมั่นคงและการพัฒนา ซึ่งการที่จะบูรณาการหน่วยงาน ต่าง ๆ ให้มีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลที่จะได้มีการดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลยืนยันนั้น ต้องเน้นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เป็นธรรม มีการใช้กระบวนการยุติธรรมกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม ซึ่งหมายถึงว่าเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำความผิดก็ตาม ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน จะต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน และจะต้องถูกลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน

การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์กระบวนการยุติธรรม นอกเหนือจากหลักซึ่งเป็นหลักทั่วไปตรงนี้แล้ว จำเป็นที่จะต้องดำเนินการ โดยเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนและมีความชัดเจนสอดคล้องกับวิถีชีวิตในพื้นที่ จึงจะสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา กระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553-2557 ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติเสนอ ซึ่ง แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจากที่เราได้รับทราบก็เป็นแผนที่ครอบคลุม 5 ประเด็นหลัก ซึ่งแต่ละประเด็นนั้นจะมีสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การอำนวยความยุติธรรมบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม การเสริมสร้างความยุติธรรมชุมชนและยุติธรรมทางเลือกให้เข้มแข็ง เป็นงานที่ยังจำเป็นที่จะต้องมีการกระชับ ปรับปรุงอีกเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ในเรื่องของการที่จะเข้าไปสะสางเหตุการณ์คดีความต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันยังขาดความเป็นเอกภาพในหลายจุด และที่สำคัญคือว่า เราจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนว่าทุกเหตุการณ์นั้นได้รับการสะสาง ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา มีหลักวิทยาศาสตร์ หลักฐาน พยานที่ชัดเจน ที่สามารถอ้างอิงได้ มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถในการที่จะสร้างความไว้วางใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความสงบสุขในพื้นที่ได้

เช่นเดียวกัน การสร้างกระบวนการยุติธรรมชุมชน ยุติธรรมทางเลือกเป็นงานที่จำเป็นที่จะต้องเร่งรัด ไม่เพียงแต่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราทราบดีว่า งานทางด้านนี้ยังอยู่ในช่วงซึ่งมีการดำเนินการไปได้เพียงบางส่วน และยังขาดความเข้าใจทั้งในส่วนของประชาชนเอง ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่

เพราะฉะนั้นการที่จะต้องดำเนินการตรงนี้ให้เป็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น มีความจำเป็นอย่างมากในช่วง 4-5 ปีข้างหน้าซึ่งจะต้องมีการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์นี้ และแน่นอนที่สุด เราจะต้องดูแลว่าไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้กระทำความผิด หรือไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จะต้องมีแนวทางวิธีปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการที่จะฟื้นฟูเยี่ยวยาและแก้ไขปัญหาสถาณการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี พร้อม ๆ กันไปนั้นการประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการอยู่บริหารจัดการการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เพราะฉะนั้น แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภายใต้ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 แผนดังกล่าว จะเป็นกลไกที่มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแนวทางการดำเนินงานหลายเรื่องจะส่งผลโดยตรงต่อการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแผนการว่าจะมีการจัดตั้ง แผนการจัดตั้งสถาบันพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลไกในการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่สอดคล้องกับศาสนา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นและสอดคล้องกับสภาพโดยรวมของสังคมโดยทั่วไป

แนวทางหนึ่งที่มีสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ คือการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายอิสลามให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาแผนการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอิสลามว่าด้วยกฎหมายครอบครัวและมรดก การเสริมสร้างแนวทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ การสร้างความาเข้าใจในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และการสร้างกระบวนการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนทั่วประเทศเกี่ยวกับ แนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

ผมขอย้ำในส่วนสุดท้ายว่า การดำเนินการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในพื้นที่นั้น จำเป็นจะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกกับประชาชนนอกพื้นที่ด้วย มิฉะนั้นจะมีปัญหาเหมือนกับที่ผ่านมา ที่สังคมภายนอกมอง เข้าไปในพื้นที่แล้วขาดความเข้าใจ ขาดความละเอียดอ่อนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น จึงทำให้มีการคัดค้านหรือต่อต้านแนวทางการแก้ปัญหาบางอย่าง ซึ่งมีความจำเป็นและสอดคล้องกับสภาพในพื้นที่เป็นการเฉพาะ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการเสริมสร้างให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตที่สงบสุข เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และสร้างความไว้วางใจระหว่างกันในท้ายที่สุด และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้โดยสันติต่อไป

ท่านทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ จะมีบทบาทสำคัญที่สุดในการนำแผนไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายได้อย่างแท้จริงต่อไป ผมขอเป็นกำลังใจและขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจในแผนฉบับนี้ พร้อมทั้งซักซ้อมถึงแนวทางการปฏิบัติให้ตรงกัน เพื่อที่จะสามารถนำไปปฏิบัติ ขับเคลื่อนได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรมมีความเป็นเอกภาพ ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความสับสน ซึ่งจะเป็นจุดอ่อนที่จะทำให้การดำเนินงานไม่บรรลุ ผลสำเร็จตามเป้าหมาย

บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดโครงการสร้างความเข้าใจต่อแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553-2557 และขออวยพรให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามเจตจำนงทุกประการ และขอให้ทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ลัดดา/ถอดเทป - เรียบเรียง