![]() |
สุนทรพจน์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในงานสโมสรสันนิบาตเพื่อเป็นเกียรติแด่ ฯพณฯ จูมมาลี ไซยะสอน
ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภริยา
วันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๘.๓๐ น.
ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล
ฯพณฯ ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ท่านนางแก้วสายใจ ไซยะสอน
ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านในนามของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย วันนี้ผมรู้สึกยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานสโมสรสันนิบาตเพื่อเป็นเกียรติแด่ ฯพณฯ ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และท่านนางแก้วสายใจ ไซยะสอน พร้อมทั้งคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ จะพำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างมีความสุขและได้รับความสะดวกสบายทุก ๆ ประการ ตลอดช่วงการเยือนครั้งนี้
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรไทย ต่างเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดแน่นแฟ้น ภายหลังการเข้ารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี ผมได้เลือกเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นประเทศแรกเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๒ เพราะความผูกพันอันใกล้ชิดระหว่างประเทศของเราทั้งสองที่มีมายาวนานเสมือน "ญาติสนิท" รัฐบาลไทยถือเสมอว่า "ความมั่นคงและมั่งคั่งของลาว คือ ความมั่นคงและความมั่งคั่งของไทย" และรัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ทำงานร่วมกันอย่างแข็งขัน ด้วยความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อผลักดันและพัฒนาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้พัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและนำประโยชน์สุขมาสู่ประชาชนลาวและประชาชนไทยอย่างยั่งยืนร่วมกัน
ในปัจจุบัน เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีความราบรื่น โดยมีปัจจัยสนับสนุนได้แก่ ความใกล้ชิดด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม รวมทั้งโครงการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมระหว่างไทยกับลาวต่าง ๆ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดเดินรถไฟไทย-ลาวขบวนปฐมฤกษ์จากจุดกึ่งกลางสะพานมิตรภาพหนองคายถึงสถานีท่านาแล้ง และพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๓ (นครพนม-คำม่วน) เมื่อวันที่ ๕ และ ๖ มีนาคม ที่ผ่านมา โดยในพิธีดังกล่าวสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นประธานร่วมกับ ฯพณฯ รองประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อีกทั้งโครงการพัฒนาถนนและสนามบินต่าง ๆ ที่กำลังคืบหน้าตามลำดับ ได้ช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่ง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างทั้งสองประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในด้านไฟฟ้าและพลังงานซึ่งเป็นความร่วมมือเพื่อสนับสนุนให้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็น "แหล่งพลังงานสำรอง" ในอนุภูมิภาค และเป็นอีกสาขาหนึ่งที่รัฐบาลไทยและรัฐบาล สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ ทั้งสองฝ่ายก็ได้มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และได้บรรลุความเห็นชอบร่วมกัน โดยได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ในช่วงการเยือนครั้งนี้ รวม ๕ ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการไฟฟ้าน้ำเทิน ๒ เพิ่มเติม บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการเชื่อมต่อระบบส่งไฟฟ้า ๑๑๕ เควีจุดใหม่ ระหว่างสถานีไฟฟ้าท่าลี่จังหวัดเลย กับสถานีไฟฟ้าเมืองปากลาย แขวงไชยะบุลี บันทึกความเข้าใจรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสาลิกไนต์ บันทึกความเข้าใจ ๒ ฉบับเกี่ยวกับความร่วมมือในการชำระค่าพลังงานที่ฝ่ายลาวซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการน้ำงึม ๑ และโครงการเซเสด ๑
พัฒนาการของความร่วมมือต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นผลอย่างเป็นรูปธรรมจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ของรัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
ผมเชื่อมั่นว่าการเยือนประเทศไทยของ ฯพณฯ ประธานประเทศครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งๆ ขึ้นไป
ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย
ผมขอถือโอกาสนี้เชิญชวนทุกท่านร่วมกันดื่มอวยพรเพื่อสุขภาพพลานามัยและความสำเร็จของ ฯพณฯ ประธานประเทศ และท่านนางแก้วสายใจ ไซยะสอน เพื่อความผาสุกของประชาชนลาว ทั้งเพื่อแสดงความยินดีกับมิตรภาพระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไปด้วยความมั่นคงและยั่งยืน