นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์ของบ้านเมือง
นายกรัฐมนตรีย้ำความจำเป็นที่ต้องประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ แม้สถานการณ์การชุมนุมจะคลี่คลายลงแล้ว เตรียมเชิญทุกฝ่ายหารือเพื่อสร้างความเป็นธรรม และหาทางออกทางการเมืองที่เหมาะสมให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้


วันนี้ (วันอังคารที่ 14 เมษายน 2552) เวลา 17.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ดังนี้

พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ หลังจากที่ผมและรัฐบาลได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลจะพยายามนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมบ้านเมืองของเรา เพื่อให้เป็นสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมาย และได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะคลี่คลายเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น ผมได้รายงานพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงความก้าวหน้าของการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดมา

เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมได้เรียนกับพี่น้องประชาชนว่า เหตุการณ์ความไม่สงบทั้งหลาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความไม่สะดวก หรือแม้แต่อันตรายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ นั้น เราได้คลี่คลายไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว คงเหลือการชุมนุมบริเวณรอบ ๆ ทำเนียบรัฐบาลที่ยังเป็นจุดที่จำเป็นจะต้องคลี่คลายต่อไป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคืนที่ผ่านมา ผมทราบดีครับว่า มีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ซึ่งมีความวิตกกังวลว่าการที่จะคลี่คลายสถานการณ์ในจุดสุดท้ายที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลนั้น จะนำไปสู่ความรุนแรง ความสูญเสีย หรือไม่ แต่ผมได้ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่า ผมและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายต่าง ๆ นั้น ไม่เคยมองพี่น้องประชาชนคนใดเป็นศัตรู และจะทำทุกวิถีทางที่จะให้การคลี่คลายสถานการณ์นั้น ไม่เกิดความสูญเสีย

ดังนั้น การทำงานในช่วงคืนที่ผ่านมาต่อเนื่องมาจนถึงเช้านี้ ก็เป็นการดำเนินการเพื่อที่จะให้การชุมนุมนั้นสามารถยุติลงได้ มีการเคลื่อนกำลังของตำรวจ ทหาร ที่เข้าไปในบริเวณดังกล่าวมากขึ้น ๆ และพยายามที่จะชักชวนเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนที่ชุมนุม โดยมีเจตนาที่เป็นการเรียกร้องที่บริสุทธิ์ ไม่กระทำการที่ผิดกฎหมายนั้น กลับบ้าน ในที่สุดครับ ในช่วงเช้าต่อเนื่องถึงช่วงสายที่ผ่านมา การดำเนินการดังกล่าวก็ส่งผลให้มีการยุติการชุมนุมได้ โดยมีการอำนวยความสะดวกส่งพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมจำนวนหนึ่ง กลับภูมิลำเนาไปเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้น ขณะนี้ถือได้ว่าสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่ไม่ปกติในแง่ของปัญหาการปิดถนน หรือการก่อเหตุร้ายต่าง ๆ ได้คลี่คลายไปค่อนข้างที่จะเสร็จสิ้นแล้ว ตรงนี้ต้องขอขอบคุณทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทั้งพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ที่ทำให้เราสามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของการดำเนินการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้น ยังไม่เสร็จสิ้น มีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อ และผมก็ย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ตั้งอยู่บนความประมาท เพราะว่าเราจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังในเรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่อไป ดังนั้น อยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนครับว่า กำลังพลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ยังคงจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้มีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต่อไป

พี่น้องไม่ต้องตื่นตระหนกครับ ภารกิจหลักขณะนี้คือการเฝ้าระวัง เพราะว่าอย่างในช่วงคืนที่ผ่านมา ยังมีเหตุความไม่สงบประปราย ซึ่งเราจำเป็นจะต้องดูแลให้เกิดความมั่นใจว่ากรณีเช่นว่านั้น ไม่เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้น แนวทางที่ผมได้กราบเรียนพี่น้องเมื่อคืนก่อนคือการมีกำลังคนในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่จะไปเฝ้าระวังดูแลรักษาสถานที่สำคัญ สาธารณูปโภค ตลอดจนการมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ก็ยังเป็นแนวทางที่เราจะทำต่อเนื่องต่อไป

สำหรับในแง่ของการเคลื่อนไหวหรือการชุมนุมในทางการเมือง ขอเรียนครับว่าหลังจากที่มีการยุติการชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลแล้ว ก็ยังมีการชุมนุมอยู่ในบางจุด เปลี่ยนแปลงไปคือว่าผู้ชุมนุมนั้นจะไม่ได้สวมเสื้อสีแดง แต่ว่าจำนวนบุคคลก็ดี ซึ่งบางทีก็เริ่มต้นหลักสิบ และบางครั้งอาจจะไปถึงหลักร้อย หรือตัวบุคคลก็ดี ซึ่งบางส่วนก็คือผู้ที่เคยชุมนุมอยู่ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล ก็ยังมีให้เห็นในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตรงนี้ขอเรียนน้องประชาชนครับว่า รัฐบาลเข้าใจ เข้าใจว่าเวลามีเหตุการณ์เช่นนี้ เวลามีการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และการคลี่คลายเหตุการณ์ต่าง ๆ ความรู้สึกอารมณ์ ของผู้ที่เข้าชุมนุมนั้น ย่อมจะมีตกค้างบ้างเป็นปกติธรรมดา สิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำในช่วงบ่ายที่ผ่านมา และบัดนี้ได้บรรลุความสำเร็จไปแล้ว คือการพยายามเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ แล้วก็หาวิธีการในการที่จะพูดคุย เพื่อที่จะให้การชุมนุมเหล่านั้นได้ยุติไป ซึ่งจะเป็นแนวทางที่เราใช้ในการดำเนินการต่อไป เพื่อที่จะผ่อนคลายความตึงเครียด อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งแต่ละฝ่ายอาจจะยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตามครับ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนเตือนและชี้แจงว่า การชุมนุมซึ่งยังเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าจะจบลงแล้ว ได้มีความพยายามที่จะหยิบยกเงื่อนไขบางประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ มีการกล่าวหาในเรื่องของการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไปกระทำการรุนแรง หรือแม้กระทั่งกล่าวหาว่าฆ่าประชาชน เพื่อเป็นเงื่อนไขในการที่จะให้พี่น้องประชาชนมาชุมนุม ผมขอกราบเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ปฏิบัติการที่ผ่านมานั้น ไม่มีปฏิบัติการในส่วนไหนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ผู้เสียชีวิต 2 รายที่ผมได้เล่าให้พี่น้องฟังก็คือเป็นเรื่องของการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับประชาชนในชุมชน ซึ่งในที่สุดก็ถูกผู้ชุมนุมทำร้ายและเสียชีวิตไป 2 ท่าน ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่าเพราะปฏิบัติการทั้งหลายได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ได้ทำในลักษณะที่สามารถไปหลบซ่อนได้ สื่อสารมวลชนก็อยู่ในเหตุการณ์ ที่สำคัญคือว่าการคลี่คลายสถานการณ์ทั้งหลายที่ได้ทำ ส่วนใหญ่คือในระยะเวลากลางวัน อาจจะมีช่วงเช้ามืดหรือเช้าตรู่บ้าง ในคืนวันแรกเท่านั้นเอง แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีความรู้ ความชำนาญ ทางด้านสาธารณสุข จะได้ชี้แจงต่อไปว่า ความพยายามที่จะกล่าวหาการปฏิบัติงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่นั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอย่างไร ก็ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะได้มีการนำเสนอต่อไป เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูล และหลงเชื่อ แล้วทำให้ความร่วมแรงร่วมใจที่เราได้ทำร่วมกันมา เพื่อให้เกิดความสงบในบ้านเมืองนั้น จะต้องได้รับผลกระทบไปอีก

พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ สำหรับการดำเนินการของรัฐบาลและการตัดสินใจของรัฐบาลในวันนี้ในช่วงต่อไป ประการแรก รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีที่จะเพิ่มวันหยุดราชการอีก 2 วัน คือในช่วงวันพฤหัสบดี ที่ 16 และวันศุกร์ที่ 17 เมษายน เหตุผลสำคัญคือว่าประการแรก จากสภาพพื้นที่ที่มีการชุมนุมหรือมีการเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ที่จะต้องดูแลในเรื่องของความสงบเรียบร้อยนั้น ยังจำเป็นที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติการ พี่น้องจะเห็นครับว่า ยังมีร่องรอยของสิ่งที่เป็นทั้งอาวุธ วัตถุอันตราย หรือซากของความเสียหายต่าง ๆ เช่น รถประจำทางที่ถูกเผา ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งที่จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวนั้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่กระบวนการของการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นที่เอง ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาต่าง ๆ จะต้องมีการดำเนินการต่อไป

ที่สำคัญครับ ผมเองก็รู้สึกเกรงใจพี่น้องประชาชนว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น มาเกิดขึ้นในช่วงของปีใหม่ของคนไทยของเรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาซึ่งน่าจะได้มีการพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ดังนั้น การหยุด 2 วันเพิ่มเติมนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และหวังว่าจะเป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ผ่อนคลาย หลังจากผ่านเหตุการณ์ซึ่งหลายคน ผมทราบว่ามีความรู้สึกตึงเครียดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดังนั้น การหยุดราชการตรงนี้ ผมคิดว่าจะช่วยให้เป้าหมายเหล่านี้ และเป้าหมายของรัฐบาลเหล่านี้สามารถที่จะบรรลุได้ อย่างไรก็ตามครับ ด้วยความกังวลว่าการหยุดราชการอาจจะมีผลกระทบในบางส่วน รัฐบาลได้กำหนดแนวทางมอบหมายให้ทุกส่วนราชการที่มีหน่วยบริการประชาชนนั้น สามารถที่จะมีจุดติดต่อเชื่อมโยงในกรณีที่พี่น้องประชาชนจำเป็นที่จะต้องได้รับบริการพื้นฐานบางอย่าง ซึ่งจะได้มีการอธิบายรายละเอียดต่อไป และมีนโยบายสำคัญของรัฐบาลบางเรื่องซึ่งขณะนี้ผมกำลังเร่งประสานกับกระทรวงแรงงาน ที่เคยกำหนดที่จะมีการแจกเช็คช่วยชาติในวันที่ 16 นั้น ก็ต้องการที่จะให้เดินหน้าให้ได้ แม้ว่าจะเป็นวันหยุดราชการ รายละเอียดคงจะเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป

นอกจากนั้น แม้ว่าเหตุการณ์ในขณะนี้จะได้คลี่คลายไประดับหนึ่ง ความจำเป็นในการที่จะต้องคงการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้น ยังมีอยู่ครับ ภารกิจส่วนหนึ่งที่ผมได้กราบเรียนแล้วยังไม่เสร็จสิ้น ที่สำคัญคือว่าเราคงจะต้องคงอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายตามกฎหมายพิเศษนี้ เพื่อที่จะให้การเร่งนำทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปกติ เป็นไปได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ขอย้ำว่าในขณะนี้แม้เหตุการณ์จะได้คลี่คลายไปมากแล้ว แต่ว่าเรายังอยู่ในภาวะที่มีการประกาศการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่

สำหรับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในทางกฎหมายและทางการเมือง ผมอยากจะเรียนว่าในส่วนของกฎหมายนั้น จะต้องมีการดำเนินคดีกับแกนนำที่ได้มีส่วนในการนำความไม่สงบในการยุยงให้มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผมขอเรียนว่าแม้ว่าจะเป็นในช่วงที่อยู่ในการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วการดำเนินคดีทั้งหมดนั้น แน่นอนที่สุดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติในที่สุด และขอให้ความมั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมของเรานั้น จะให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่าย ไม่ได้มีการคิดว่าจะต้องเป็นการใช้กฎหมายโดยมีการตั้งธงว่าคนนั้นผิด คนนี้ไม่ผิด อันนี้ขอให้ความมั่นใจ เพราะอันนี้ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลตั้งแต่ต้นว่าการสร้างความสมานฉันท์นั้น จะต้องเกิดขึ้นผ่านกระบวนการของการสร้างความเป็นธรรมหรือความยุติธรรม

ผมอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนครับว่า รัฐบาลก็จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าก็มีบุคคลซึ่งขณะนี้มีการออกหมายจับที่หลบหนีไป ใครที่ทราบเบาะแส ขอความกรุณาให้ได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ผมเรียนว่า สิ่งที่รัฐบาลได้ตัดสินใจในวิธีการต่าง ๆ นั้น แน่นอนครับมีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ผมและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติได้ยึดถือก็คือหลักของการเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หลักของความสูญเสียที่น้อยที่สุด และภายใต้กรอบตรงนี้คือทำให้เกิดประสิทธิภาพรวดเร็วเท่าที่เราจะทำได้

สำหรับการทำงานทางการเมือง ผมอยากจะย้ำอย่างนี้ครับ แม้ว่าเหตุการณ์จะได้คลี่คลายไปในลักษณะนี้ ผมไม่ได้ถือเลยว่าสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของฝ่ายใด สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าจะเป็นชัยชนะก็คือชัยชนะของสังคม ซึ่งสามารถกลับเข้าสู่ความสงบได้ ไม่ได้เกี่ยวกับฝักใฝ่หรือฝ่ายทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะย้ำ และผมขอเรียนครับ สำหรับผู้ชุมนุมซึ่งได้ก่อเหตุต่าง ๆ การกระทำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับทางตัวผม รัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่ หรือสิ่งที่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการไปในการปฏิบัติการ ผมอยากจะเรียนว่า เราอย่าถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เราอย่าถือเป็นเรื่องที่จะต้องเก็บมาเป็นอารมณ์โกรธเคืองกันครับ ความขัดแย้งที่ผ่านมาอาจจะเกิดจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดและทำให้เราต้องมาเผชิญหน้ากัน วันนี้ผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของชัยชนะของฝ่ายใด ผมมองเพียงแต่ว่าถ้าเราร่วมกันทำให้สังคมสงบลง เรามาพูดคุยกันได้ง่ายขึ้นครับ ปัญหาทางการเมืองก็มาคุยกันในเวทีทางการเมือง การเมืองก็มีทั้งระบบรัฐสภา มีทั้งการเมืองของภาคประชาชน ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของการประท้วง หรือการเผชิญหน้ากันบนท้องถนน และที่สำคัญคือว่า ต้องไม่มีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมพร้อมครับ ข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย การปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ผมเปิดใจกว้างทั้งสิ้น ขอให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่ความสงบอย่างแท้จริงโดยเร็ว ผมจะเชิญทุกฝ่ายเข้ามาปรึกษาหารือกันอีกครั้ง เพื่อสร้างความเป็นธรรม หาทางออกทางการเมืองที่เหมาะสมให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนทุกคน

ช่วงจากนี้ไป เราก็จะปฏิบัติภารกิจที่เหลืออยู่ ผมก็หวังว่าเหตุการณ์จะกลับเข้าสู่ความปกติเต็มร้อยโดยเร็ว และพี่น้องประชาชนจะอยู่ในลักษณะที่มีโอกาสได้พักผ่อน หรือได้รับการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น หากมีอะไรในช่วงนี้ ผมและรัฐบาลก็ยังเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะรายงานความคืบหน้า ความก้าวหน้าต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชน

สุดท้าย ผมขอขอบคุณทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง หลายฝ่ายทุ่มเทเหน็ดเหนื่อย พี่น้องประชาชนเองก็ต้องมาเครียดกับช่วงเวลาที่ควรจะได้พักผ่อน ธุรกิจเอกชนเองคงได้รับความเสียหายไปพอสมควรจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ถึงเวลาครับที่เรามาช่วยกันฟื้นฟูบ้านเมืองของเรา บนพื้นฐานของความสงบ ของการเคารพกฎหมาย และผมยืนยันเหมือนกับที่ผมยืนยันตั้งแต่วันแรกที่มาดำรงตำแหน่งตรงนี้ว่า ผมมาอยู่ตรงนี้เพื่อทำงานให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนบนความเสมอภาค และเท่าเทียมกัน และจะทุ่มเทเต็มความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ให้เราผ่านพ้นวิกฤต และความยากลำบากในช่วงนี้ให้ได้ในที่สุดครับ ขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก