คำแถลงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ถึงจุดยืนของรัฐบาลในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ
ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2552 เวลา 20.40 น.


พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ

วันนี้ขอมาพบกับพี่น้องประชาชนสดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมากมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลกับเหตุการณ์การชุมนุม ซึ่งจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 เมษายน หรือในอีก 2 วันข้างหน้า

ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนอย่างนี้ครับว่า นับตั้งแต่วันแรกที่ผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้นายกรัฐมนตรี ผมได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า ผมจะทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนบนความเสมอภาค และต้องการที่จะนำพาบ้านเมืองประเทศชาติของเราออกจากภาวะวิกฤต ซึ่งมีทั้งวิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจ 3 เดือนที่ผ่านมาจากการทุ่มเททำงานและจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทำให้บ้านเมืองของเราได้เดินมาไกลพอสมควร ได้รับความยอมรับ ได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศ จากประชาคมโลก และการแก้ไขปัญหาที่เป็นปัญหาพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นความเดือดร้อนมากที่สุดคือวิกฤตเศรษฐกิจ ก็มีความคืบหน้าไปมาก

แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมยอมรับว่า ปัญหาความคิดที่แตกต่างหรือความขัดแย้งในเชิงความคิดทางการเมืองยังมีอยู่ และตลอดระยะเวลา 3 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ผมได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย พร้อมที่จะให้สิทธิเสรีภาพกับพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะแสดงออกในทางการเมือง โดยหลักที่ผมได้ยึดตลอดมาคือว่าการชุมนุมเรียกร้องต่าง ๆ นั้น จะต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตราบเท่าที่เป็นเช่นนั้นรัฐบาลก็เปิดโอกาสให้เต็มที่ เมื่อใดก็ตามที่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลก็จะไม่ละเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น อาจจะมีการกระทบกระทั่ง ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สินเล็กน้อย ก็มีการดำเนินการ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ ว่าถ้าการเคลื่อนไหวนั้นกระทบต่อความมั่นคง กระทบกับสถาบันของชาติ รัฐบาลก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมานั้น ผมได้พิสูจน์ให้เห็นครับว่า รัฐบาลนี้จะระมัดระวังอย่างเต็มที่ ไม่เข้าไปสู่การเผชิญหน้า ความขัดแย้งกับกลุ่มคนใดในสังคม หลีกเลี่ยงการปะทะ หรือการใช้ความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ต้องการที่จะให้ประเทศชาติบอบช้ำ หรือมีความสูญเสียในหมู่พี่น้องประชาชนแม้แต่นิดเดียว ดังนั้น ที่ผ่านมาผมได้ยึดหลักนี้มาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ต้องการที่จะให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ อะไรซึ่งพอที่จะอะลุ่มอล่วยก็อะลุ่มอล่วยกัน อะไรที่เป็นปัญหาเริ่มส่งผลกระทบ เราก็จะดำเนินการอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างเช่น กรณีเรื่องของทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบันนี้ ซึ่งข้าราชการมีปัญหาในการเดินทางเข้าไป เราก็ใช้แนวทางของการขออำนาจศาลให้มีคำสั่ง ซึ่งจะได้มีการดำเนินการและมีการบังคับคดีต่อไป นี่คือสถานการณ์และแนวทางที่เราได้ทำที่ผ่านมา

สำหรับในอีก 2 วันข้างหน้า สิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่สบายใจคือว่า มีการพูดถึงขั้นว่าการชุมนุมเรียกร้องนั้นจะนำไปสู่เรื่องของสงครามการเมืองบ้าง บางครั้งพูดจากันไปถึงขั้นว่าจะมีการปฏิวัติประชาชนบ้าง ผมเรียนกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับว่า รัฐบาลซึ่งเคารพกฎหมาย ต้องดำรงระเบียบ ต้องดำรงความสงบเรียบร้อยในประเทศ ไม่สามารถที่จะให้เกิดสงครามการเมือง ไม่อาจที่จะให้เกิดมีลักษณะของการปฏิวัติประชาชนได้ครับ เพราะรัฐบาลได้พูดตั้งแต่วันแรกเช่นเดียวกันว่า การสร้างความสมานฉันท์ปรองดองนั้นอยู่บนพื้นฐานของการรักษากฎหมาย และอยู่บนพื้นฐานของการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นที่เคารพเทิดทูนของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ดังนั้น ผมจึงให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนครับว่า รัฐบาลจะยึดแนวทางเดิมในการใช้ความนุ่มนวล ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำร้ายประชาชน แต่จะมีความมั่นคง ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย จนกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน ถึงขั้นที่จะเป็นสงคราม ถึงขั้นที่จะเป็นการปฏิวัติ หรือที่คนไทยนั้นจะต้องมารบราฆ่าฟันกันเอง รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ดังนั้น เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาครับ ผมจึงได้มีการประชุมบรรดากระทรวง ทบวง กรม เจ้าหน้าที่ของรัฐทางด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพื่อที่จะเตรียมตัวเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าการประชุมนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความเป็นเอกภาพของทุกหน่วยงานที่เป็นกลไกของรัฐ ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุมเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร กระทรวงยุติธรรม กระทรวงอื่น ๆ กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายของเราคือว่า

ประการแรก เราจะดูแลรักษาสถานที่สำคัญทางราชการ และสถานที่สำคัญอื่น ๆ จะมีการเตรียมกำลัง ซึ่งจะผสมผสานกันระหว่างตำรวจกับทหาร และฝ่ายท้องถิ่น ที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการละเมิดกฎหมายในเรื่องของการบุกรุกสถานที่ราชการ เหมือนกับที่ได้ทำมาครับ ทำด้วยความนุ่มนวล ทำโดยไม่ให้มีการปะทะ ไม่ให้มีการสูญเสีย แต่จำเป็นที่จะต้องรักษาหลักตรงนี้ไว้สำหรับบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ต้องเรียนว่าครั้งนี้เนื่องจากมีการประกาศว่า จะเข้าไปชุมนุมหน้าบ้านท่านประธานองคมนตรี ซึ่งผมได้ย้ำหลายครั้งว่าสังคมนั้นพึงที่จะหลีกเลี่ยง มิให้นำสถาบันองคมนตรีหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เข้ามาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง เรามีหน้าที่ในการที่จะปกป้องคุ้มครองสถาบันหลัก ปกป้องคุ้มครองคนดี ปกป้องคุ้มครองผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และที่สำคัญคือรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ก็เช่นเดียวกัน การมีกำลังที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งหน้าบ้านท่านประธานองคมนตรี ไปจนถึงสถานที่ราชการสำคัญ ๆ ทั้งหลาย ก็จะดำเนินไป แล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการปะทะ ส่วนผู้ชุมนุมนั้นอยากจะแสดงออก อยากจะใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ในขอบเขตของกฎหมายก็ทำได้

ประการที่ 2 การชุมนุมซึ่งมีการพูดกันว่าจะมีการนำคนจำนวนมากเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบในเรื่องของการสัญจรไปมา คือการจราจร ผมก็ขอให้ความมั่นใจครับว่ เราจะมีการเตรียมความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะให้การจราจรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด มีการตกลงกันครับว่าหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐทั้งหลาย จะใช้เครือข่ายวิทยุกระจายเสียงเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ใช้รถใช้ถนน ทราบอยู่ตลอดเวลาว่า พื้นที่ไหนบ้างที่พึงหลีกเลี่ยง และรัฐบาลก็จะดูแลให้ผลกระทบต่อการจราจรนั้นน้อยที่สุด

ผมอยากจะเรียนครับว่า ประเด็นที่ 3 ก็คือ ในส่วนของการดูแลไม่ให้เกิดการรุนแรงในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง ผมทราบครับว่า ความเห็นที่แตกต่างย่อมหมายถึงการมีกลุ่มมวลชน ซึ่งอาจจะมีความคิดที่จะเข้ามาเคลื่อนไหวพร้อม ๆ กัน หรือในสถานที่เดียวกัน ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนครับว่า ผมขอความกรุณาทุกฝ่ายครับ อยากจะแสดงออกนั้นสามารถทำได้ แต่อย่าเข้ามาและนำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของการปะทะกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของรัฐจะดูแล จะขอให้การชุมนุมที่มีความเห็นไม่ตรงกันนั้น ไม่เข้ามาอยู่ในระยะซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะเกิดการเผชิญหน้า การปะทะกัน อันนำไปสู่ความรุนแรงหรือความสูญเสียในเรื่องของเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชนคนไทย และถ้าเป็นไปได้ครับ ผมก็เรียนว่าหนทางในการแสดงออกถึงความรู้สึก ความคิดเห็นต่าง ๆ มีมากโดยไม่จำเป็นที่จะต้องนำไปสู่ความเสี่ยงในเรื่องของการปะทะกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ผมเรียนยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลคลี่คลายสถานการณ์ได้ โดยไม่มีความจำเป็นใด ๆ ในขณะนี้ที่จะต้องไปใช้กฎหมายพิเศษ ความเป็นเอกภาพของหน่วยงานต่าง ๆ นั่นหมายความว่า ทางตำรวจจะเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งจะต้องเป็นหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ได้ร้องขอเพื่อให้ทางทหาร หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ท้องถิ่น หรือฝ่ายปกครอง หรืออาสาสมัครต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยได้ โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษแต่ประการใดตรงนี้ก็ขอเรียนครับว่า เพื่อที่จะให้ภาพลักษณ์ของบ้านเมืองเรานั้นเป็นไปด้วยดี และสามารถที่จะคลี่คลายปัญหาได้ โดยไม่มีข้อครหาใด ๆ ทั้งสิ้นที่อาจจะนำไปสู่ความคิดความอ่านว่ารัฐบาลนั้นต้องการอำนาจพิเศษ เพื่อที่จะใช้ความรุนแรงหรือมาตรการใด ๆ

ผมเรียนว่า การดูแลคลี่คลายรักษาสถานการณ์ครั้งนี้ แน่นอนครับ ผมไม่ต้องการให้ใครมีความประมาท แต่ผมก็ให้ความสบายใจ ให้ความมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า รัฐบาลมีความพร้อม ผมต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนด้วยว่า ในช่วงเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมในคนหมู่มากนั้น ถ้ามีอะไรผิดสังเกต ถ้ามีอะไรที่คิดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐควรจะรับรู้ ก็ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนนั้นได้แจ้งเข้ามา

ผมย้ำครับว่าการวางแผนทั้งหมดนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ และขอยืนยันว่าจากการทำงานไม่ใช่เฉพาะแค่ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ตลอดอายุการทำงานของผมในฐานะนักการเมือง สิ่งที่ผมไม่ต้องการเห็นที่สุดก็คือความสูญเสียของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะมีความคิดความอ่านหรืออยู่ฝ่ายใด เพราะฉะนั้น รัฐบาลจะยึดแนวทางของความนุ่มนวล ของการทำงานที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียใดๆ แต่อย่างไรก็ตามครับ เหตุการณ์ของบ้านเมือง ถ้านำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าสงครามหรือการจลาจล รัฐบาลก็จะอยู่เฉยไม่ได้ รัฐบาลต้องดำเนินการ แต่เราจะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายด้วยความเด็ดขาด

ผมเรียนกับพี่น้องประชาชนว่าดังนั้นในช่วงระยะเวลาวันที่ 8 เมษายนเป็นต้นไปนั้น ขอให้พี่น้องได้มีความสบายใจระดับหนึ่ง และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในสิ่งที่ผมได้กล่าวไป เพื่อที่จะให้บ้านเมืองของเรานั้นผ่านเหตุการณ์ในช่วงนี้ไปได้ และผมเรียนครับว่าถ้าบ้านเมืองของเราผ่านเหตุการณ์ช่วงนี้ไปได้ นั่นหมายถึงความมั่นคงในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั่นหมายถึงว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ก็จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล นั่นหมายถึงว่าประเทศไทยของเราซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก 6 จะสามารถรักษาภาพลักษณ์ที่ได้ฟื้นตัวขึ้นมา นับตั้งแต่ต้นปีนิ้จนเป็นที่เชื่อมั่นของประชาคมโลก ซึ่งจะดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของประเทศ และอำนวยให้การแก้ไขปัญหาในประเทศของเรานั้นกระทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ตรงนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่จะสามารถเป็นกำลังใจให้กันและกัน ให้เราฝ่าฟันปัญหาเหล่านี้ไปได้

แน่นอนครับสำหรับผู้ที่ชุมนุม ผมได้ยืนยันมาตลอดว่า ท่านมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออก และผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมครับว่า ข้อเรียกร้องของท่านที่มีเหตุมีผล ไม่ว่าจะเป็นความกังวลของท่านว่ารัฐบาลจะไปเลือกปฏิบัติในคดีความต่าง ๆ นั้น รัฐบาลได้ยินเสียงท่าน ยอมรับเหตุผลของท่าน และจะมุ่งมั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าเราจะไม่เลือกปฏิบัติกับคนกลุ่มใดทั้งสิ้น เช่นเดียวกันกับข้อเรียกร้องในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ หรือระบบการเมือง ผมขอยืนยันครับว่า ใครที่มีความรักประชาธิปไตย ผมให้ความมั่นใจ ให้ความจริงใจว่ารัฐบาลนี้พร้อมที่จะตอบสนอง เราพร้อมที่จะเดินหน้าในกระบวนการของการปฏิรูปการเมือง แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะมีข้อบกพร่องหรือความไม่เป็นประชาธิปไตยในส่วนไหนอย่างไรก็แล้วแต่ ก็จะทำโดยเชิญชวนทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และหลีกเลี่ยงไม่ให้กระบวนการนี้เป็นกระบวนการซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เราเผชิญมาตลอดปีที่แล้ว

นอกจากนั้นครับ ข้อเรียกร้องอื่น ๆ นั้นมีช่องทาง มีกระบวนการ ความไม่พอใจในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่จริงจังกับการรับผิดชอบต่อผู้แทนปวงชนชาวไทย ต่อระบบรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นการตอบกระทู้ถาม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภาฯ ทั้งในญัตติทั่วไป หรือแม้แต่ที่พี่น้องประชาชนได้เห็นในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา แต่ถ้าการเรียกร้องชุมนุมนั้น ส่งผลต่อความมั่นคง ส่งผลต่อสถาบันหลักของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งผลต่อการนำความขัดแย้งขยายวงไปสู่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือสถาบันที่พวกเราทุกคนเคารพเทิดทูน รัฐบาลก็วางเฉยไม่ได้ และจะดำเนินการเด็ดขาดภายใต้กรอบของกฎหมาย บนความตระหนักครับว่า เราจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความสูญเสียใด ๆ ทั้งสิ้นกับชีวิตและเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชนคนไทย

วันนี้รัฐบาลมีความพร้อมครับ ผมมาให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน เพื่อที่ว่าความวิตกกังวลความสับสนทั้งหลายที่ท่านมี ท่านจะได้มีความผ่อนคลายไประดับหนึ่ง และผมเรียนครับว่าในทุกเรื่องที่รัฐบาลจะทำ จะตัดสินใจ จะอยู่บนเหตุบนผล บนผลประโยชน์ของส่วนรวมพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเท่านั้น และจะมีความโปร่งใส พร้อมให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบได้ตลอดเวลา ผมขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนมีความห่วงใยในประเทศชาติของเรา และขอเชิญชวนทุกท่านครับร่วมกันพาประเทศชาติบ้านเมืองของเราฟันฝ่าช่วงเวลาที่มีความยากลำบาก ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง เพื่อความผาสุกของประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่อไป ขอขอบคุณอีกครั้งครับ สวัสดีครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก