![]() |
คำกล่าวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในพิธีเปิดงาน 117 ปี พระบารมีปกฟ้า ปวงประชาร่มเย็น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2552 เวลา 11.00 น.
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ท่านผู้บริหาร
เพื่อนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม
พี่น้องประชาชนและเยาวชนและผู้มีเกียรติทุกท่านผมมีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน "117 ปี พระบารมีปกฟ้า ปวงประชาร่มเย็น" เนื่องในโอกาสที่กระทรวงยุติธรรมได้รับการสถาปนามาครบรอบ 117 ปีในวันนี้
การก่อตั้งกระทรวงยุติธรรมก่อตั้งมากว่าหนึ่งศตวรรษ คือตั้งแต่ พ.ศ. 2434 โดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนับตั้งแต่นั้นมา มีการเปลี่ยนแปลงและนำมาสู่การปรับปรุงระบบการบริหารกระบวนการยุติธรรมมาตามลำดับ ภารกิจในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่นำโดยเสนาบดี ผู้บริหาร และผู้นำองค์กรของกระทรวงยุติธรรมในยุคสมัยต่าง ๆ อาทิ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ก็ได้เกิดความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่องประชาชนมีศาลและกระทรวงยุติธรรมเป็นที่พึ่งที่ไว้วางใจได้ และอย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้รายงานว่า นับตั้งแต่มีการแยกศาลยุติธรรมออกจากกระทรวงยุติธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ก็ทำให้กระทรวงยุติธรรมนั้นปรับบทบาทมาเป็นกระทรวงของสังคม โดยมีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการกระบวนการยุติธรรมและส่งเสริมอำนวยความยุติธรรมในสังคมอย่างสม่ำเสมอ
ผมมีความเชื่อมั่นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ทั้งในปัจจุบันทั้งในอนาคต จะดำรงรักษาแนวทางที่ดีงามที่อดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงและผู้ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงยุติธรรมได้วางรากฐานไว้ให้มั่นคงยั่งยืน พร้อมทั้งปรับปรุงพัฒนางานด้านการยุติธรรมให้มีมาตรฐานตามหลักนิติธรรมที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไปความยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของความเป็นมนุษย์ และเป็นรากฐานสำคัญที่จะความสงบสุขมาสู่สังคม ถ้าหากเรามองย้อนกลับไปตั้งแต่การก่อตั้งกระทรวงยุติธรรมจนถึงปัจจุบัน เราจะพบได้ว่าพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้มีพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งต่องานยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงดำรงสิริราชสมบัติยืนยาวกว่า 60 ปี เป็นกว่า 60 ปีที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวไทย ทรงห่วงใยพสกนิกรทุกด้าน และทรงรับรู้และทรงแก้ไขปัญหาทั้งมวลของพสกนิกรอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ที่สำคัญพระองค์จะทรงมีพระอัจฉริยะภาพด้านกฎหมายและทรงส่งเสริมให้เกิดความยุติธรรมในสังคมไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังทรงแสดงให้ราษฎรของพระองค์ได้เห็นถึงการรักษาความยุติธรรมมาโดยตลอด และทรงย้ำให้เห็นว่ากฎหมายกับความยุติธรรมต้องไปด้วยกัน และต้องนำข้อศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม มาร่วมพิจารณาตัดสินด้วยเพื่อให้เกิดความยุคติธรรม
การที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงริเริ่มดำเนิน "โครงการกำลังใจ” ที่ช่วยเหลือ ให้กำลังใจและให้โอกาสผู้ด้อยโอกาส เช่น กลุ่มเด็กติดผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังสตรีที่ตั้งครรภ์ และเด็กเยาวชนที่กระทำผิดนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผมขอชื่นชมกระทรวงยุติธรรมที่ได้ถวายงานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มา ณ ที่นี้ด้วย
การที่กระทรวงยุติธรรมได้จัดงาน 117 ปี พระบารมีปกฟ้า ปวงประชาร่มเย็น ขึ้น จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในวาระอันสำคัญแห่งการครบรอบการสถาปนา 117 ปี กระทรวงยุติธรรมในวันนี้ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่งคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ
ปัจจุบันนี้วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในโลกและมีผลกระทบต่อไทย มีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อปัญหาทางสังคมมากยิ่งขึ้นในอนาคตรัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการทางด้านสังคมต่าง ๆ เพื่อบรรเทาและป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหายาเสพติดหรืออาชญากรรมในระยะยาว เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติร่างแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2552 – 2555 และร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( พ.ศ. 2553 – 2557 ) ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยแผนแม่บทนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมของประเทศให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นกรอบแนวทางความร่วมมือในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปโดยสอดคล้องกัน และมีประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนตลอดจนใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
แผนแม่บทนี้มียุทธศาสตร์การดำเนินงาน 5 ด้าน ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การส่งเสริมการป้องกันอาชญากรรมและลดการเกิดข้อพิพาท ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการประนอมข้อพิพาทและกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและบทบาทของภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ยุทธศาสตร์การประสานความร่วมมือและพัฒนาระบบงานยุติธรรม และยุทธศาสตร์การพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการและการส่งเสริมคุณธรรมและแผนยุทธศาสตร์สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อยู่ภายใต้กรอบของแผนแม่บทดังกล่าว แต่มีการปรับให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีและกฏเกณฑ์ของท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้
รัฐบาลเชื่อมั่นว่าแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ จะส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น โดยมุ่งหวังว่าในระยะ 4 ปีข้างหน้านี้ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการของหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีความพึงพอใจ ประเทศไทยจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ขณะเดียวกัน อาชญากรรม ข้อพิพาท ตลอดจน ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะลดน้อยลง และที่สำคัญที่สุด คือ ประชาชนมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย มีความศรัทธาและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ผมขอเรียนทุกๆ ท่านว่า การทำงานตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ทั้งหลายนี้ จำเป็นที่ เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องมีการสร้างความเข้าใจ และทำความเข้าใจกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และควรคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การพยายามที่จะให้การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมนำไปสู่การหาข้อยุติเรื่องความขัดแย้งทั้งหลาย เป็นแนวทางสำคัญที่ต้องอาศัยทัศนคติที่ถูกต้องของผู้ปฏิบัติด้วย ดังนั้น เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดของการสร้างสังคมที่มีความสงบ สันติสุข บทบาทของท่านทั้งหลายจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นทัศนคติที่สำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยให้กระบวนการยุติธรรมสามารถปรับเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ คือ การสร้างความตื่นตัวในเรื่องสิทธิมนุษยชน และการมองเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในด้านการเคารพศักดิ์ศรีบนความเข้าใจกัน แม้กระทั่งผู้ที่กระทำความผิด คือ ผู้ที่สังคมพร้อมจะให้โอกาส เพราะเราจะต้องเชื่อมั่นในความดีงามที่มีอยู่ในทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ผมจึงอยากจะฝากไว้ว่า เมื่อรัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทและได้มีนโยบายมาตรการต่าง ๆ สิ่งที่จะทำให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมาย คือ การปฏิบัติหน้าที่ของท่านทั้งหลายซึ่งต้องอาศัยความทุ่มเททำงานและแนวคิดทัศนคติต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อความสำเร็จตามความมุ่งหมายที่ได้ประกาศไว้ ตลอดจนประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่สงบสุขให้เกิดขึ้นด้วย
บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงาน "117 ปี พระบารมีปกฟ้า ปวงประชาร่มเย็น" เนื่องในโอกาสครบ 117 ปีการสถาปนากระทรวงยุติธรรม ณ บัดนี้ ขอให้กำลังใจแก่กระทรวงยุติธรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมไทย ให้ทำงานก้าวหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้น และขออวยพรให้การจัดงานบรรลุผลสำเร็จตามเจตจำนงทุกประการ และขอให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความสวัสดีโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท/ถอดเทป
จินตนา/ตรวจ