คำกล่าวของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสเป็นประธานปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฮ.ศ.1429
ณ อาคารบริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ
ถนนคลอง 9 เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เวลา 22.45 น.


คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
คณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย
พี่น้องชาวไทย
และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มามอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ การทดสอบกอรีหรือนักอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานในงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1429 ในวันนี้

ขอชื่นชมพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่ได้ร่วมกันประกาศเกียรติคุณของศาสดามุฮัมหมัด ซึ่งได้มุ่งมั่นนำหลักธรรมคำสอนของอิสลามมาสู่ประชาคมโลก จนมีผู้ศรัทธาและยึดมั่นในคุณธรรมคำสอนเป็นจำนวนมาก โดยคุณธรรมคำสอนแห่งอิสลามนี้ได้เข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งต่างก็ได้ยึดมั่นและปฏิบัติตามเป็นสรณะแห่งชีวิต

การจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยมาตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปีโดยมีเป้าหมายเพื่อยกย่อง เชิดชู ในพระเกียรติคุณศาสดามุฮัมหมัด นับเป็นการกระทำที่ควรยกย่องสรรเสริญ เพราะเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ได้เผยแผ่หลักธรรมคำสอนอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่การดำรงชีวิต ซึ่งการกตัญญูต่อผู้มีพระคุณนั้นก็เป็นคุณธรรมอันสูงส่งทางวัฒนธรรมของชาวไทยด้วย หากคนไทยทุกคนสามารถนำมาประพฤติปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิตอย่างสม่ำเสมอแล้ว ก็เชื่อมั่นได้ว่าจะบังเกิดเป็นมงคลที่ดีทั้งแก่ตนเอง สังคม และก่อเกิดประโยชน์อันไพศาลแก่ประเทศชาติโดยส่วนรวม

บ้านเมืองเรานับแต่อดีตกาล ประชาชนอยู่ร่วมกันโดยปกติสุข โดยมีหลักธรรมคำสอนทางศาสนาเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้ได้น้อมนำให้คนไทยมีเมตตาธรรม สามัคคีธรรม เอื้ออาทรต่อกัน คนไทยจึงไม่ทอดทิ้งคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือลัทธิความเชื่อใด เพราะเราต่างมีจิตสำนึกอยู่เสมอว่าเกิดในผืนแผ่นดินไทยคือพี่น้องกัน ต่างร่วมกันสืบสานเจตนารมณ์ความรักชาติ รักผืนแผ่นดิน ร่วมปกปักรักษาชาติบ้านเมืองด้วยความสามารถและด้วยความกล้าหาญ โดยมิได้นำความเชื่อทางศาสนามาเป็นอุปสรรคในการแบ่งแยกชนชั้นของสังคม

แม้ขณะนี้ สังคมไทยเราได้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลให้กระบวนการบริหารประเทศไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่รัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจ มีความตั้งใจแน่วแน่และให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ไขปัญหา โดยมุ่งหวังที่จะบรรลุถึงการยุติความขัดแย้งโดยสันติ คงไว้ซึ่งคุณธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย ในความเอื้ออาทรและการให้อภัยซึ่งกันและกันขอเรียนว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องหันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิดและร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยความรักชาติและตระหนักว่าประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน

สำหรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมนั้น เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลทุกสมัยได้ให้การส่งเสริม สนับสนุนภารกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมด้วยดีเสมอมา ซึ่งเป็นการส่งเสริมที่เท่าเทียมกับปวงชนชาวไทยทุกศาสนาทั้งในด้านการศึกษา การก่อสร้างศาสนสถาน การปฏิบัติตนตามความเชื่อในหลักการของศาสนา เช่น ส่งเสริมและยกระดับการศึกษานระบบปอเนาะให้เป็นระบบการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสถาบันการศึกษาของภาครัฐ ส่งเสริมให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ นครเมกกะ ส่งเสริมและให้สิทธิแก่สตรีมุสลิมที่ต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะในการปฏิบัติภารกิจประจำวัน เป็นต้น

ส่วนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลยังคงน้อมนำแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาดำเนินการทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความเป็นธรรมและความยุติธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการจัดให้มีบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง โดยให้ภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้มีความสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเชื่อของประชาชน อย่างไรก็ตาม ลำพังเพียงรัฐบาลฝ่ายเดียวคงไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมด้วยช่วยกันจากพี่น้องชาวไทยทั้งหลายด้วย

ขอชื่นชมทุกท่านที่ได้ร่วมมือกันจัดงานเฉลิมฉลองเชิดชูคุณธรรมคำสอนของพระศาสดามุฮัมหมัดได้อย่างเรียบร้อยสำเร็จลุล่วงด้วยดี บัดนี้ได้เวลาอันสมควร ผมขอปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1429 ขอให้พระผู้เป็นเจ้าที่ท่านนับถือ และคุณธรรมความดีงามของพระศาสดามุฮัมหมัด จงส่งผลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองของเราต่อไป


กลุ่มยุทธศาสตร์ฯ สำนักโฆษก