คำกล่าวมอบโอวาท ของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสที่คณะเยาวชน ผู้ปกครอง และสื่อมวลชนไทย ในสหรัฐอเมริกา
ในโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกา เยือนแผ่นดินแม่ (2551)
เข้าเยี่ยมคารวะ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.00 น.


ท่านคณะกรรมการทั้งสองคณะและเยาวชนทั้งหลาย

เขาเขียนมาให้ผมอ่านสักหน้าหนึ่งได้ ถ้าอ่าน 1 หน้าแล้วกลับไปเสียหายเลย เพราะฉะนั้นจะพูด และถ้าถอดเทปแล้วคงต้องยาวหลายหน้า คืออยากจะเริ่มต้นด้วยการขอบคุณคณะกรรมการ ผมได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ 4 ปี ก็มีคณะอย่างนี้ คณะชุดอย่างนิวยอร์ก เท็กซัส ลอสแอนเจลิส เขาจะมากันตามรัฐแคลิฟอร์เนียทางใต้ ทางเหนือ เขาจะมา รับอย่างนั้น วันนี้คณะที่มาเป็นคณะใหญ่ เป็นผสมมา 10 รัฐ ผมนั่งดูอยู่ขอบล่างทั้งหมดเลย มีสูงสุดวอชิงตันขึ้นไปตะวันตกเฉียงเหนือสุดข้างบน นอกนั้นที่อื่น ๆ ก็แปลก ดูล่าง ๆ อยู่ขอบข้างล่างขีดเส้นเลย เลย I10 ขึ้นไปหน่อย อยู่แถว ๆ นี้หมด แล้วก็มีหลุดรัฐข้างบนไปอันหนึ่ง ขอต้อนรับบรรดาเยาวชนทั้งหลายที่เกิดในอเมริกา ทางนี้เขาเรียกว่าวัฒนธรรมคืนถิ่น ทางนั้นก็เรียกว่าสู่แผ่นดินแม่ จะเรียกสำนวนใดก็แล้วแต่ ผมเป็นคนไทยที่เกิดเมืองไทย โตเมืองไทย แต่ได้ไปเรียนหนังสือที่อเมริกา จะได้รู้สึกแทนพวกหนู ๆ ทั้งหลายว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมรู้สึก ความเป็นคนไทยมีอยู่แน่นอน แต่รู้สึกถึงประเทศไทยต้องมีโครงการอย่างนี้ ถึงจะได้มาถึงว่ารู้จะเป็นอย่างไร

ผมคอยตามดูเวลาใครทำบกพร่อง เพื่อนผมเองบางคนก็มีฐานะดีพอจะเอาลูกกลับมาได้โดยไม่ไปเข้าโครงการ อยู่แคลิฟอร์เนียร์เด็กเกิดมาโต 3 คนพี่น้อง รู้จักอเมริกาดีหมด เห็นความเจริญของอเมริกา กลับมาพาลูกไปเยี่ยมพ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด ต้องเอาไปก่อนเลยเจอพ่อแม่ต่างจังหวัด เอาไปอยู่ 2 วัน 3 ลูกกลับมาบอกพ่อจะขึ้นเครื่องบินกลับอเมริกา ไปอยู่ชนบทแล้วไปนอนอย่างไรไม่ทราบ ยุงกัดมาลายพร้อยทั้งตัวเลย อย่างนี้ต้องเสียความรู้สึกว่านี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนอะไร ได้เจอพ่อแม่ถูกต้องดูปู่ย่า แต่ทว่าตัวลายพร้อยกลับมาเลยเจอกับยุง อาจจะไม่คุ้นเคย ผมบอกไม่ได้เลย ต้องอยู่กรุงเทพฯ 1-2 วันก่อน กินข้าวกลางวันพาไปกินตามโรงแรม 5 ดาว ให้เด็กเข้าห้องน้ำที่โรงแรม 5 ดาว จะพาไปไหน ๆ ให้เห็นเสียก่อน แล้วค่อย ๆ ลดระดับลงไปว่าแล้วเราอยู่อย่างไรชนบทเราอยู่อย่างไร ปู่ย่าตายายอยู่อย่างไรก็กลับไปเยี่ยม เวลาก็จะให้ค้างไม่ได้ ถ้าค้างเป็นอันตราย ถ้ามีมุ้งมีอะไรนอน ถ้าบ้านมีมุ้งลวดโอเค เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่ต้องดูแลเอาใจใส่ บางคนบอกไม่ได้ต้องเจอคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย เอาไปเลยไปชนบท เขาก็อยู่กันตามสบาย เขามีภูมิคุ้มกัน แต่ทางเราไม่มีภูมิคุ้มกัน น้ำยังกินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ต้องกินน้ำในขวด ผมพาไปตลาด อ.ต.ก. ผมต้องบอกน้ำในขวดยังไม่ไว้ใจต้องเปิดน้ำมะพร้าว ตอกพัวะลงมาแล้วกินจากในนั้นเลยสะอาดแน่นอน

เรื่องพรรค์อย่างนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมรับมามากคณะ ส่วนมากก็ 1 รถบัส 50 คน - 55 คน มีพ่อแม่มา 9 - 10 คนบอกนั่งรถตู้ตามไป คุณพ่อคุณแม่ก็บ่น วันหลังต้องหารถที่มีข้างล่างด้วย ข้างบนนั่ง 50 ข้างล่างมีนั่งได้เอาพ่อแม่นั่งข้างล่างเพราะต้องการฟังคำบรรยาย เพราะว่าผมจะเป็นมัคคุเทศก์ รับเองและนั่งเลย เป็นผู้ว่าฯ กทม. นั่งรถไปด้วยเลย บางทีพาไปรับที่ระยองให้ไปดู sea side รีสอร์ตเป็นอย่างไร กินข้าวกลางวัน เย็นส่งกลับ ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นวันนี้ยังไม่มีโอกาสจะไปทำอย่างนี้ให้ได้ แต่ก็ขอบคุณกรรมการที่นึกถึงและมาสำนักนายกรัฐมนตรีได้เจอนายกรัฐมนตรี เผอิญก็ต้องฟังหน่อยเพราะมาเจอนายกรัฐมนตรีที่ชอบพูด ชอบอธิบายความ อ่านปั๊บ ๆ แล้วให้ไป ไม่ได้ ต้องบอกเลยว่ายินดีจริง ๆ พวกหนูทั้งหลาย คุณพ่อคุณแม่ด้วยที่กลับมาเยี่ยมประเทศไทย

บ้านเมืองของเรา ประวัติศาสตร์ของเราอายุ 800 ปี เรามี 4 Period เรามีสุโขทัย 200 ปีมีพระราชวงศ์ 9 พระองค์ มีอยุธยา 417 ปีเป็น Second Period 33 พระเจ้าแผ่นดิน Period ที่สั้นที่สุดคือธนบุรี มีพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียว 15 ปี และปัจจุบันนี้มีพระเจ้าแผ่นดิน 9 พระองค์ถึงรัชกาลปัจจุบัน 226 ปี ประวัติศาสตร์ของเรา 800 ปีเท่านั้นเองครับ เท่านี้เอง แต่ว่าเราต้องให้ได้รู้เรื่องพรรค์อย่างนี้พื้นฐาน ต้องให้รู้ว่าเมื่อเกิดเมื่อโตที่โน่นแล้ววัฒนธรรมความเจริญของเรามันอยู่ทางโน้น แต่คำว่าวัฒนธรรมจริง ๆ ก็เป็นวัฒนธรรมอเมริกัน แต่ทางไทยเราเป็นวัฒนธรรมไทย คุณพ่อคุณแม่อยู่ทางโน้นก็ต้องถ่ายให้ลูก คุณปู่คุณย่าตายายไปอยู่ด้วยก็ถ่ายอีกหน่อย ไปที่วัด วัดช่วยถ่าย สอนหนังสือพุทธศาสนา วัดมีบันเทิงมีการรำมีเครื่องอะไรต่าง ๆ เล่นดนตรีเป็นพื้นฐานก่อน เรียนพุทธศาสนาแล้วก็มีเล่นดนตรี ต่อมาก็มีรำ รำเสร็จก็ถึงเล่นโขน เล่นละครต่าง ๆ ที่จะเอามาอวดกันวันนี้ ดนตรีเขาฝึกของเขามาดีนะครับ รำอ่อนช้อยหยดย้อย แต่ในนี้เขาก็มี นักเรียนไทยที่เรียนในนี้เขาก็ต้องอย่างเดียวกับพวกหนูทำ แต่หนูอยู่ไกลมากคนละซีกโลกแล้วก็กลับเอามาอวด

วัฒนธรรมคืนถิ่นก็ดีเยือนแผ่นดินแม่ก็ดี ถ้อยคำอย่างนี้เป็นคำที่คนที่อยู่ทางนี้ต้องดีใจ ดีใจ จนน้ำตาไหล เพราะลูกหลานของเราไปเกิดที่โน่นไปโตที่โน่น แล้วถ้าใครที่เป็นไทยมากก็ไม่มีลืมสัญชาติ เพราะว่าไปเกิดที่โน่นก็เป็นสัญชาติอเมริกัน แต่ไม่มีการลืมเชื้อชาติ ที่โน่นคำว่า rest เขาเอาออกไปนานแล้ว เขามีแต่สัญชาติ เราก็ทำนองเดียวกัน เชื้อชาติของเราไม่อาย แต่เราไม่ได้แน่นแบบอเมริกา 50 เชื้อชาติเข้าไปอยู่ในนั้นเขาถือสัญชาติอเมริกัน ที่นั่นเขามีระบบมีวิธีการของเขา เขามีรัฐธรรมนูญของเขาที่ต้องเรียกว่าเจ๋ง รัฐธรรมนูญของเขาแก้นิดเดียว ใช้ฉบับเดิมแก้นิดเดียว ของเขามี 200 กว่าปี ของเรามี 76 ปี 200 กว่าปีเขาแก้นิด ๆ หน่อย ๆ ของเรา 76 ปีมี 18 ฉบับ เป็นฉบับนะครับ หมายความว่าโยนทิ้งฉีกทิ้งทำใหม่ร่างใหม่ ไม่เป็นปัญหา แต่บัดนี้ฉบับที่ 18 จะขอแก้กันอยู่นี้ ไม่ต้องไปศึกษาทำไมเขาแก้ เอาไว้มันไกลเกินไป แต่ที่บอกให้ฟังคือว่าเราต่างคนต่างมีพื้นฐานมีความเป็นมา คนอเมริกันเขามีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของเขา ถามชาติไหน ชาติอเมริกัน เขาทำอย่างไร เขามีคนมาจากทั่วสารทิศ ต้นรากมาจากไหน อินเดียนแดงหรือ ไม่ใช่ มาจากอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ฝรั่งเศสก็ไป ชาติโน้นชาตินี้ก็ไป แถวจากอังกฤษพวกไอริชก็ไป แต่ว่าอังกฤษเป็นตัวประถมเลยไปอยู่ตรงนั้นก่อน 400 ปีก่อน

แล้วก็ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ประเทศชาติเขาก็ 1776 ของเรา 1782 ใกล้กันมากเลยครับ ห่างกัน 6 ปีเท่านั้นเอง ถ้าจะไปนับญาติกันกับประวัติศาสตร์อเมริกันกับประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ใกล้เคียงกันมาก เพราะฉะนั้นอเมริกันมาไทย มาครับ รัชกาลที่ 3 ก็มาแล้ว หนูอาจจะไม่ได้เรียนประวัติเรื่องของหมอบรัดเลย์ ต่าง ๆ เราคบใกล้ชิดเปิดประตูนี้ไม่ใช่ยุโรปเข้ามานะครับ อเมริกันเข้ามา อเมริกันมิชชันนารีเข้ามา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาภาษาอังกฤษจาก Dictionary อเมริกัน แน่นอนทรงเรียนไปถึงราก เรียนถึงบาลีก็ถึง สันสกฤตก็ถึง แล้วเรียนไปถึงละติน ทรงหนังสือเขียนจดหมายโต้ตอบประธานาธิบดีอเมริกันได้ บางครั้งถึงวันนี้คนอย่างผมเป็นนายกรัฐมนตรี ทูตอเมริกันมาใหม่ ปีนี้เราฉลอง 175 ปีไมตรีระหว่างไทย - อเมริกา เรายังพูดหัวเล่นหัวใกล้กันได้ ท่านทูต คนไทยถูกต้อง สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 60 ปีที่แล้วอเมริกันช่วยคนทั่วโลก รวมทั้งช่วยประเทศไทยด้วย แต่ว่าท่านทูตรู้ไหมว่า 175 ปีก่อนนี้หลังจากนั้นไม่นาน หลังจากมีสัมพันธไมตรี ประเทศไทยเคยเสนอช่วยอเมริกาก่อน 1865 สงครามกลางเมืองรบกันนี้ แล้วเขียนจดหมายประทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไทย มีพระราชสาส์นถึงประธานาธิบดีอเมริกัน บอกว่าสงครามกลางเมืองที่รบกันไม่รู้จักจบนี้เข้าใจว่าทางฝ่ายรัฐบาลจะไม่มีช้าง เพราะเขารบกันบนหลังม้า ท่านบอกต้องเอาช้างไปถึงจะเผด็จศึกได้ จะส่งช้างไปช่วยพร้อมทั้งตัวควาญช้าง จะส่งไปช่วยด้วย สงครามเลิกประธานนาธิบดีลินคอร์นจึงได้ตอบพระราชสาส์น ตอบขอบพระทัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไทย ว่าบัดนี้สงครามเลิกแล้ว จะเอาช้างไปลำเลียงไปคงยาก นั่นเป็นเรื่องที่คนไทยเอามาเป็นเรื่องพูดกัน ผมบอกท่านทูตท่านไปดูจดหมายนี้ พระราชสาส์นนี้อยู่ในสมิทธโซเนี่ยน ทูตเพิ่งครั้งแรกรับตำแหน่งก็มาประเทศไทย ไปเลยครับไปจัดการเอาจดหมายออกมาเลย แล้วก็เอ่ยถึง ท่านทูตปราศรัยที่ไหนจะเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย

นี่เป็นเรื่องความผูกพันของประเทศซึ่งมีความรู้สึกใกล้ชิด ของเราคือพวกไหน พวกอังกฤษมาอยู่ แต่เขาเอาพวกคนผิวดำมาเป็นทาสในแต่ก่อน เลิกทาสนะ อเมริกันเลิกทาส กว่าจะเลิกได้ดูหนังเห็นไหมครับ Root น่ะ คนดูคงจำได้ ถ้าใครได้ดูทีหลัง ผมดูตั้งแต่ยังหนุ่ม ๆ Root คุนต้า คินเต้ (ทาสผิวดำจากประเทศแกมเบียในอาฟริกาซึ่งถูกจับมาขายในสหรัฐอเมริกา) ดูแล้วเห็นเลย ต้องเห็นใจ ถึงความรู้สึกดีกับคนผิวดำ เขาเพิ่งจะมาดีตอนประธานาธิบดี Kennedy 1960 ที่เขาเข้ามา 1961 - 1962 นั่นละครับถึงได้เงยหน้าอ้าปาก คนดำถึงจะได้สิทธิเสรีภาพ ถึงบัดนี้คนผิวไม่ดำแท้เหมือนคนผิว จะได้เป็น candidate ประธานาธิบดี เพราะฉะนั้นเสรีภาพของเขาเดินหน้าก้าวหน้า เสรีภาพคนอเมริกันมันยิ่งชีวิต และเขามีของดีของเขา เราก็ถือว่าเราก็มีของดีของเรา ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็เพราะว่า 2 ประเทศมีความโยงใยมีความผูกพัน เขาเอาคน 50 ประเทศเข้าไปอยู่ หลั่งไหลเข้าไปทุกชาติเลยครับ นี่ข้างหลังเป็นเยอรมัน ข้างหลังเป็นกรีซ กรีซไปหลังเพื่อน พวกอังกฤษไปก่อน พวกไอริชไป ฝรั่งเศสไป มี background ทั้งนั้นครับ ขึ้นไปทางเหนือทางนิวอิงแลนด์ทาง 8 รัฐตรงนั้นไปดูสิครับ ชื่ออังกฤษทั้งนั้นนิวยอร์กก็ชื่ออังกฤษ ไปดูสิรัฐนิวแฮมเชียร์ไปดูสิคอนเน็กติกัต ไปดูทางนั้นครับ เมืองนอร์วิชที่เป็นตัวที่เขาตั้งคาสิโน หลัง ๆ ที่นิวยอร์กคว้ามาเป็นของตัวเอง อยู่คอนเน็กติกัตครับ วอกซ์วูดอยู่นอร์วิช ชื่อแถวนั้นอังกฤษทั้งนั้น อิทธิพลอยู่นั่น ฝรั่งเศสอิทธิพลอยู่ทางใต้ พวกอื่นไปพวกกรีซก็เคยได้เป็น candidate เหมือนกัน พวกกรีซจะมาทีหลังพวกน้อย พวก Kennedy เป็นพวกไอริช ทั้งนั้นละครับเขาผสม แต่เขาทำอย่างไร

ดูในหนังนี้เข้าไปรุ่นแรกไปอยู่พักหนึ่ง พอเขารับจะให้เป็น citizen ก็ไปสาบานต่อศาลเท่านั้นเอง เราจะเป็นคนอเมริกัน มาจากที่อื่นทั้งนั้น แต่พอลูกเกิดในอเมริกาเขาถือเป็นคนอเมริกัน เข้าโรงเรียนก็อเมริกัน ก็ถ่ายวิญญาณอเมริกันให้ พอ generation ที่ 2 ลูกออกมาก็ถ่ายให้ 2 - 3 -4 - 5 generation มันเกิดเป็นอเมริกันเลยครับ ไม่ว่าผิวสีผิวขาวตาน้ำข้าว เป็นอเมริกันเลยครับ ทั้งหมดเป็นอเมริกัน แล้วทั้งหมดเขาเป็นชาติของเขา คนอเมริกันสัญชาติอเมริกันไม่ว่าจะไปตกอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไร ผิวสีไหน ถ้าเป็นอเมริกัน citizen รัฐบาลอเมริกันต้องไปช่วยต้องไปเอาต้องไปขนออกมาให้ได้ นั่นละเขา เราก็ต้องรู้สึกอย่างนี้ครับ เรารู้สึกอย่างนี้ แต่เขาเป็นคนผสมผสานกัน 50 ชาติ เขามีความผูกพันรุนแรงต่อ citizen ของเขา ผมจะบอกว่ายิ่งกว่าคนไทย คนไทยยังมีเรื่องพุทธศาสนาทำให้ใจเย็น บอกโอเคค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำ ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงาม เรามีสุภาษิต

ฉะนั้นจะบอกให้ฟังว่าพูดเทียบเคียงให้ฟังเพื่อจะบอกว่าหนูทั้งหลายเกิดที่โน่น หนูเป็น citizen ของทางโน้น เป็น citizen by birth แต่ว่าความเป็น rest ของหนูนั้นคือไทย ดูผมสิแสดงว่าคุณพ่อคุณแม่นั้น แม้คุณแม่แต่งงงานกับคนอเมริกันถือว่ายังเป็นไทยอยู่ พอมาทางเรา เราต้องยินดีต้อนรับ ฟิลิปปินส์เข้าไปก่อน เราเข้าไปทำงานทำการเขาไปทั่วโลก เขาพูดภาษาอังกฤษ เงินเข้าประเทศเขามหาศาลสำหรับเงินส่งเข้าไป แล้วคนส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไม่ได้ต้องไปทำงานนอกประเทศ แต่ของเรานั้นคนไปทำงานนอกประเทศ เดี๋ยวนี้เพลาลงแล้ว แปลว่าบ้านเรานั้นพอสมควรมันดีขึ้น หนูต้องดูประวัติศาสตร์ สมัยรัชกาลที่ 5 เรามีประชากร 10 ล้านคน 8 ล้านแล้ว 10 ล้านตอนรัชกาลที่ 7 แล้วต่อมาเรามีประชากร 18 ล้านตอนสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บัดนี้เรามี 63 ล้าน มากไหม มากหรือไม่มากเราต้องดูว่าตอนที่ออกสตาร์ทด้วยกัน ไทยมีประชากร 40 ล้าน ฟิลิปปินส์มี 40 ล้าน แล้วเริ่มต้นทำ birth control ด้วยกัน ฟิลิปปินส์บอกไม่ได้ ไอเป็นแคทอลิกทำ birth control ไม่ได้ 40 ล้านบัดนี้ฟิลิปปินส์ 83 ล้าน ไทย 40 ล้านเราทำได้ เป้าหมายของเราคือ 1.5 แต่เราทำได้ถึง 1.2 เรามี 63 ล้านคนเวลานี้ พอดี ๆ ประเทศก็ใหญ่ 500,000 ตารางกิโลเมตร มีทุกอย่าง เราดำเนินการ

ที่อยากเล่าให้ฟังให้พวกหนูรู้ว่าสิ่งที่บ้านเมืองเรามีนั้น บ้านเมืองอื่นเขาอ่านจะไม่มี หรือเขาทำอย่างเราไม่ได้ ธุรกิจของเราแต่ก่อนนี้ราชการดูแลหมด จะเชื่อไหมในชั่วอายุผมยังไม่เท่าไร แต่ก่อนจบหมอต้องรับราชการ เป็น engineer ต้องราชการเท่านั้นที่อื่นไม่ได้เลย แต่ประมาณ 30 - 40 ปีก่อนเราผ่องถ่ายเลยครับ freeze ราชการไว้เรามีเท่านี้ ตอนประชากร 18 ล้านมีข้าราชการตั้ง 1,000,000 คน 18 คนเป็นข้าราชการ 1 คน แต่บัดนี้ข้าราชการก็มี 1,000,000 กว่า ๆ แต่ว่าเรามีประชากร 63 ล้านคน ธุรกิจต่าง ๆ ผ่องถ่ายไปทางธุรกิจเอกชนหมด คนจบหมอไม่รับราชการก็มี อยู่โรงพยาบาลได้เงินดีกว่า เหมือนกับคนอเมริกัน practice เป็นดอกเตอร์เงินดีกว่า ทางเราเป็น engineer รัฐบาลเก็บ engineer ไว้ทำงานไม่เท่าไร เขาเป็น engineer ทำงานบริษัทเอกชน ธุรกิจมันเพิ่มเมื่อเอกชนเข้ามาสอดแทรก แม้กระทั่ง pension แต่ก่อนรัฐบาลต้องนั่งจ่าย เดี๋ยวนี้มีองค์การ ตั้งเป็นองค์กรอิสระมาเลย แล้วรัฐบาลใส่เงิน เจ้าของเงินเดือนใส่เงิน แล้วเขามีองค์กรทำเสร็จ แล้วเขาเอาไปทำเป็น revolving บัดนี้เขาเป็นคนจ่าย pension แทนรัฐบาล ได้รับความสำเร็จ มั่นคง เพราะฉะนั้นทุกอย่างค่อย secure ขึ้น

ที่เล่าให้ฟังเพื่อจะได้รู้ว่าเราเดินทางเดินหน้าของเรานั้น เรามาอย่างมีอนาคต ยกตัวอย่างให้หนูดู ในอเมริกาไปอย่างไร ขับรถ ๆ รถทั้งนั้นเลย รู้จักไหม ตอนก่อนหนูเกิดรถอเมริกันคันโตมันใหญ่โตมโหฬาร ยาวสามวาสองศอก บัดนี้รถญี่ปุ่นเข้าไป รถโฟล์คสวาเก้นเข้าไปก่อนรถเต่า เสร็จแล้วไปรถญี่ปุ่น แรก ๆ เหมือนตัวการ์ตูน ไป ๆ มา ๆ ทำไมละครับ อเมริกามาเป็นรถเล็กหมด ไม่ว่ายี่ห้อไหนทำเลียนแบบเอเชียหมด ในที่สุดรถอเมริกาวันหนึ่งปรากฏว่ารถโตโยต้าเข้าไปแข่งกับจีเอ็ม ซึ่งไม่มีใครน่าเชื่อ แต่ว่าพื้นฐานนั้นปรากฏว่าอุตสาหกรรมของเขา ของเราเป็นอย่างไร ผลิตเองได้หรือไม่ได้ เราก็ดู ออกสตาร์ทด้วยกัน เพื่อนบ้านเราชื่อมาเลเซียอยู่ทางใต้ ประเทศเขาตอนนั้น 20 ล้าน เรา 60 ล้าน เขา 1 ใน 3 เรา 2 เท่าของเขา การตัดสินที่น่าสนใจคือเมื่อ 30 กว่าปีก่อนตัดสินใจพร้อมกัน มาเลเซียบอกว่าอย่างนี้ดีกว่า เอารถที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นถอดทุกชิ้น เอาไปเข้าเครื่องผลิตทุกชิ้นในมาเลเซีย มาเลเซียผลิตรถยนต์ได้เองชื่อโปรตรอน ซาก้า 1 แบบ 2 แบบ 3 แบบ เป็นชาตินิยม ก็รถญี่ปุ่นถอดไปเท่านั้นเอง เทคโนโลยีจะถ่ายไม่ถ่ายจะจ่ายเงินซื้อเขาทำได้ โอเค ไทยบอกว่าไทยเลือกอีกแบบหนึ่ง ตั้งโรงงานประกอบรถ 10 โรง ใครจะสั่งรถเข้ามาประกอบ เข้ามาประกอบได้ สั่งมาเลย เอาเป็นชิ้นส่วนมาประกอบ แล้วถ้าใครประกอบรถไม่เกิน 2,300 ซีซีก็จะภาษีถูก แปลว่าอย่างไร เรามีหลายสิบยี่ห้อให้ใช้แล้วภาษีถูก ใครอยากจะเอารถ import ได้ ภาษี 642 เปอร์เซ็นต์ นี่ 230 นั่น 642 เราดำเนินการมา 30 ปี ปรากฏว่าทำไป ๆ มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดว่าโปรตรอน ซาก้า เขาขายอยู่ในประเทศของคุณ ปีนี้หลังจาก 35 ปีเพิ่งจะเอาโปรตรอน ซาก้า มาขายในประเทศไทย เพิ่งมาในประเทศไทยเพราะว่า WTA ทำสนธิสัญญากัน ของเรานั้นเราผลิตรถทุกอย่างหมด

มีความเสียหายอยู่พักหนึ่ง นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งเกิดอยากให้รถ import เข้ามา ลดภาษี import ปั่นป่วนแต่เราก็อยู่ได้ เพราะ skill labor ของเราทั้งหมดสามารถมีฝีมือประกอบ ในเวลา 20 ปีผ่านไปเราสามารถประกอบรถมิตซูบิชิ หรือโปรตรอน ซาก้า ในประเทศไทยแล้วส่งไปขายแคนาดา เป็น specification แคนาดา ผมเป็นรัฐมนตรีคมนาคม ผมไปส่งรถ 450 คันขึ้นเรือไปอเมริกา ผลิตในประเทศไทย แล้วที่พวกหนูทั้งหลายควรจะภูมิใจคือว่า เราไม่บอกถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ถ่ายทอด เครื่องยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ settle เราบอกไม่ต้อง แต่เราผลิต almost ทุกชิ้นในเครื่องยนต์ settle ตั้งแต่แหวนสูบ ที่ไม่ทำคือ crankcase กับฝาวาล์ว นอกนั้นทุกชิ้น ตัว oil sump ยังผลิตในประเทศไทยที่เป็นขี้ตะกั่ว ทุกอย่างผลิตในประเทศไทยหมด เริ่มต้นตั้งแต่แหวนลูกสูบ ต่อไปเป็นวาล์ว ถ้ามี crankcase กับฝาวาล์วประกอบเครื่องยนต์ได้เลยที่ประเทศไทย แล้วทำอย่างไร แล้วบอกตอนตกลงกับเขาเราเรียกกันว่าของที่ผลิตในประเทศไทยเป็น local content เริ่มต้นเท่าไร เริ่มต้นเอาละคุณสั่งมา 60 เอาของในไทยเป็น 40 ต่อไป 50 / 50 ต่อไปผลิตในไทย 60 มาจากนอก 40 ต่อไปไทย 70 ข้างนอก 30 ต่อไปไทย 80 ข้างนอก 20 เดี๋ยวนี้ที่จะ import ไทยจะประกอบรถยนต์คุณสั่ง chassis หนูต้องรู้จัก engine หนูต้องรู้จัก gear box รู้จัก reaxle รู้จัก 4 ชิ้น นอกนั้นออกมาเป็นรถ Made in Thailand. รถบัสโต ๆ สวยงามใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม ก็เพียงแต่ว่า chassis engine gear box reaxle มีรถบัสสวยงาม ที่เรายังไม่นิยมแบบอเมริกันคือล้อ 4 ล้อ เรานิยม 10 ล้อเอาไปบรรทุกของ แต่ว่ารถทัวร์รถท่องเที่ยว เรายังใช้ล้อธรรมดาข้างหลัง 4 ล้อแต่ว่าไม่ได้เป็น 8 ล้อแบบอเมริกา นั่นคือความแตกต่าง

ที่เล่าให้ฟังพื้น ๆ อยากให้หนูรู้ว่าไม่ใช่มาสอนวิชาเศรษฐกิจ แต่มาบอกให้รู้ว่าเราเดินหน้าของเรามา 60 ปีหลังสงครามโลกทุกประเทศมีความเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็เปลี่ยนแปลง เขาจับมือกันในยุโรป 12 ประเทศจับมือเดี๋ยวนี้เป็น 27 ประเทศ ของเราแต่ก่อนจับมือกัน 5 ประเทศ ต่อมาเป็น 6 เดี๋ยวนี้เป็น 10 เรียกว่า ASIAN แข็งแรงไหมครับ แข็งแรง 550 ล้านกว่าคน แน่นอนเทียบกับจีน จีน 1,300 ล้าน แต่ว่าในเอเซียอาคเนย์ของเรา 10 ประเทศ 550 ล้าน ใครก็ต้องเกรงใจ ยุโรปต้องขอพูดด้วย มี EU EU ต้องเจรจากับ ASIAN อเมริกาต้องไปจับทางโน้น AFTA มาเจรจา ASIAN คู่สนทนา อเมริกาขอสนทนา ได้ ออสเตรเลียคู่สนทนาได้ เกาหลีขอสนทนา ญี่ปุ่นสนทนา จีนสนทนา เป็น partner ประชุมปั๊บ 10 ประชุมบ่อย 10 + 1 10 + 10 เดี๋ยวนี้อย่างไร ปลายปีจะประชุม ASIAN + UN เลขาธิการ UN จะมาประชุม

ที่เล่าให้ฟังให้รู้ว่าประเทศนี้ ต้นตระกูลของหนูเป็นประเทศเอกราช ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร ใน South East Asia เอาแผนที่มากางเลย หนูอาจจะคุ้นเคยหรือไม่คุ้นเคยแต่บอกได้เลย เอาละจับไม่ต้องมาก เอาตั้งแต่อาฟกานิสถาน ปากีสถาน ซึ่งแยกมาจากอินเดีย บังคลาเทศแยกจากอินเดีย อินเดีย พม่า ลงไปมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว เขมร เวียดนาม เมืองขึ้นทั้งนั้น เป็นกรณีของเขามาทั้งนั้น ยกเว้นไทย ทั้ง South East Asia ตั้งกรอบไป มีประเทศเดียวที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร นี่คือเราครับ เพราะฉะนั้นคนไทยคิดแบบไทย พูดได้ตามใจเป็นไทยแท้ คิดได้ตามใจเป็นไทยแท้ ประเทศอื่นทำได้ไหม ไม่ได้ บางประเทศยังจับมือประเทศเก่าอยู่เพราะเป็นลูกพี่เก่า คุมมาเท่าไร 200 ปีก็มี 400 ปีก็มีอย่างอินโดนีเซีย 200 ปีอย่างพม่าซึ่งเกลียดชังนายเก่า ฝรั่งเศสมีลาว เขมร เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ก็เป็นก่อน ต่อมาอเมริกันอีก เห็นไหมครับว่าเราไม่เคย เวียดนามโดนจีนครอบครอง 1,000 ปีในประวัติศาสตร์ แต่ของเราประวัติศาสตร์ 800 ปี ขอให้หนูมีความภาคภูมิใจ

ที่บอกวันนี้พูดถึงภาษาไทยไม่คิดจะสอนภาษาไทย แต่อยากให้รู้ว่าเรามีภาษาของเรา เพื่อจะให้เห็นว่าอย่างไร คือรอบ ๆ บ้านเขาต้องใช้ Romanize ลงไปที่มาเลเซียเขาพูดภาษามาเลย์ เขามีภาษามาเลย์เขียน แต่เวลาทาง inter เขาเขียนอย่างไร เขาใช้ตัวโรมันมาเขียน ไปมาเลเซียเขาบอกว่ายินดีที่มา ซาลามัตดาตัง SALAMAT DATANG ถ้าไทยเป็นอย่างเขา ภาษาไทยจะต้องเขียนมา YINDEETIMA (ยินดีที่มา) ซาลามัตดาตัง ภาษาที่พูดทั้งหมดเลย เขาพูดของเขาแต่ต้องเขียนเป็นภาษา Romanize อินโดนีเซียก็เป็นอย่างนี้ สิงคโปร์ก่อนหน้านี้ก็เป็นอย่างนี้ เสร็จแล้วไปมีตากาล็อกก็ต้องเขียน Romanize แบบนี้ ขึ้นไปที่เวียดนามยิ่งกว่าอีกเพราะฝรั่งเศสเป็นนายเก่า ใช้ Romanize เพื่อให้เสียงออกเสียงได้ชัดเจน ใส่หมดรุนรังพันเต ภาษามีแต่พูด แต่เสียงเวลาเขียนต้องเขียน Romanize แต่ไทยเราขอให้หนูทั้งหลายทั้งภาคภูมิใจ เรามีทั้งภาษาเขียนมีทั้งภาษาพูด เรามีไปไกลกว่านั้นอีก เพราะเรามีวิธีการเรียนไวยากรณ์ไทยของเรา เรามีตั้งแต่เรียนอักขระวิธี ก.ไก่ ข.ไข่ ข.ขวด ค.ควาย สระอุ สระอา มีสระ เรียนกันผสมกันเขาเรียกว่าอักขระวิธี นี่เป็นอันหนึ่งเป็นสูตรอักขระวิธี

ต่อไปวจีวิภาค แปลว่าเอาคำ ๆ ที่เรียนแล้วมาต่อกัน ไม่ใช่ประโยค เป็น phrase แปลว่าวลี แล้วต่อไปเอา phrase มาเรียงกันเป็นประโยค อักขระวิธีเอามาเป็น phrase เรียกว่าวจีวิภาค เป็นประโยคเรียกว่าวากยสัมพันธ์ แล้วยังเป็นพวก Poet เรียกว่าฉันทลักษณ์ อักขระวิธี วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ นี่ภาษาไทยไม่ใช่มาสอนไวยากรณ์ แต่เรามีไวยากรณ์ของเรา มีไวยากรณ์ถี่ถ้วนเด็ก ๆ เรียนไม่ได้ โตขึ้นเรียนไป ๆ อังกฤษมี grammar อย่างไรเรามี grammar อย่างนั้น วิธีการเดียวกันแต่เรามีหลักมีเกณฑ์ ภาษาอังกฤษง่าย ง่ายก็หนูเรียนมาตั้งแต่ต้น at on it of มี space ว่าง ๆ มีอักษร 26 ตัว มีสระ a e I o u y 6 ตัว 26 กับอีก 6 ตัว แสนจะง่าย คนไทยเรียนก็บอกง่าย แต่คนไทยเรียนภาษาไทยต้องบอกง่ายกว่า เพียงแต่ไวยากรณ์ไทยยาก แต่เรามีของเรา เรามีถ้อยคำที่ผมจะยกตัวอย่างให้หนู ๆ ฟัง แล้วหนูเอาไปอ้างอิงที่ไหนก็ได้ในโลกนี้

ภาษาโบราณของโลกชื่อภาษาจีน ภาษาจีน 4,000 ปีครับ เรา 728 ปี ของเขา 4,000 ปี ภาษาจีนตอนแรกทำพิมพ์ดีดแคร่ยาวตั้ง 1.5 เมตร พิมพ์ตัวยาวเป็นตัว ๆ กว่าจะมาดัดแปลงกว่าจะอะไรได้ แต่ของไทยเรา สมัยรัชกาลที่ 3 200 ปีที่แล้ว เราทำอย่างไรครับ หมอพวกมิชชันนารีเอาพิมพ์ดีด สมิทธโคโรน่า หนูเข้าไปในสมิทธโซเนี่ยนหนูจะเจอพิมพ์ดีดสมิทธโคโรน่า มีแป้นมีอะไรเสร็จ คนไทยสามารถจะร่วมมือฝรั่งเอาพิมพ์ดีดเข้ามา เอาภาษาไทยของเรา ตัวอักษร 44 ตัว สระอีก 28 ตัว เครื่องต่าง ๆ ใส่ไปได้หมด ต้องขอโทษมันขาดอยู่ 2 ตัว ใส่ไม่ได้อย่างไรก็ใส่ไม่ได้ ประชุมอย่างไรก็ใส่ไม่ได้ 44 ใส่ได้ 42 ทำอย่างไรดี ฝรั่งกับไทยก็ตกลงบอกว่า นี่พิมพ์ดีดนะ เอาออก 2 ตัว ค.คน ไม่เอา ค.หัวหยัก ไม่เอา เอา ค.ควาย ใช้แทน ข.ขวด ไม่เอา เอา ข.ไข่ แทน เพราะฉะนั้น 2 สองตัวยังอยู่ในภาษาไทย แต่ไม่อยู่ในพิมพ์ดีด เราสามารถจะพิมพ์สัมผัสได้ 45 คำต่อนาที ภาษาอังกฤษมี verb อยู่หน้า verb อยู่กลาง verb อยู่ท้าย ของไทย verb อยู่หน้า verb อยู่กลาง verb อยู่ท้าย verb อยู่บน verb อยู่ล่าง 5 ทิศเลย ภาษาไทยยากเขียนกันเป็นแพเลย นอ อา ยอ - นาย แล้ว นายก (นายกอ) เขียนอย่างไร นายก ก็อ่านได้ นาย ก ก็อ่านได้ เขียนว่า นาย แล้ววรรค ก วรรคนั้นก็เป็นนาย ก เขียนติดกันก็เป็นนายก นายกเป็นตัวย่อเขาก็ใส่ไปยาล (นายกฯ) ไม่ไปยาล เขาก็ใส่ว่านายกรัฐมนตรี ดูพาดหัวอะไรแทบไม่รู้จัก แต่พอดูปั๊บ ถ้ามันไม่ลงตัวมันอ่านไม่ได้ ไม่มี มันไม่มีคำมันอ่านไม่ได้มันไม่มีคำในภาษาไทย เพลินนะ อ่านปรื๊ดเลย อ่านได้เร็วด้วย อ่านก็ได้เขียนก็ได้พูดก็ได้ และเขียนเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ก็ได้

ผมนี่ละเป็นคนพูดไปที่ไหนอธิบายความเลยว่า โคลงฉันท์ กาพย์ กลอน ฝรั่ง สัมผัสสู้กลอนไทยยังไม่ได้ สู้ไม่ได้ ผมออกโทรทัศน์พูดไป เขาวิพากษ์วิจารณ์ใหญ่ นายกฯ เอาอะไรมาพูด ต้องพูดเลยว่าตัวอย่างที่ฉายให้ดูบ่อย ๆ ให้หนูดูนะว่ากลอนไทยกับกลอนฝรั่งใครฝั่งแล้วจะเพราะกว่ากัน หนูดูกลอนฝรั่งนะ 12 บรรทัดสัมผัสกันจึ๊ก ๆ ๆ ๆ เหมือนรถวิ่งผ่านตึ้ก ๆ ๆ ๆ แต่กลอนไทยตึ้ง ๆ ๆ ๆ แปลว่ามันสัมผัสหมด ให้ตัวอย่างหนูดูนะ หนูต้องฟังภาษาไทยออกอย่างน้อย เขามีหนังสือโบราณชื่อ The Wreck of The Hesperus การแตกสลายของเรือ Hesperus เป็นเรือใบ เรือวิ่งไปแล้วพายุมาเรือแตก กัปตันเอาลูกสาวไปด้วย ลูกสาวตาย ชื่อ The Wreck of The Hesperus ถ้าหนูฟังภาษาอังกฤษออกลุงจะเล่าให้ฟังเป็นทำนองว่า เขามี 12 บรรทัดที่ลุงจำได้นะ

It was the schooner Hesperus.
That sailed the wintery sea;
And the skipper had taken his little daughter,
To bear him company.

Blue were her eyes as the fairy flax,
Her cheeks like the dawn of day,
And her bosom white as the hawthorn buds,
That ope in the month of May.

The Skipper he stood beside the helm,
His pipe was in his mouth,
And he watched how the veering flaw did blow
The smoke now West, now South.

เห็นไหมว่ามันสัมผัสกันอยู่ 6 ตัว 12 บรรทัดสัมผัส 6 ตัว หนูลองดู 12 บรรทัดของกวีเอกของไทย ซึ่งยูเนสโกยกย่อง 200 ปี คนดีของประเทศไทย 200 ปีชื่อสุนทรภู่ พระสุนทรโวหาร ชื่อเล่นชื่อภู่ พระสุนทรโวหารใช้นามปากกาในการเขียนกลอนว่า สุนทรภู่ หนูต้องรู้จักเรื่องพระอภัยมณี หนูต้องรู้จักตัวละครชื่อสุดสาคร รู้จักชีเปลือยที่นุ่งลมห่มฟ้า ขโมยไม้เท้าสุดสาครไป มันเอาม้ามังกรไป ผลักสุดสาครตกเหวไปนอนอยู่ก้นเหว ตรงนี้เป็นอาขยานซึ่งลุงเองเรียนมาเมื่อสมัยเด็ก ๆ อายุ 10 กว่าขวบ บัดนี้ 73 ปี 63 ปีมาแล้ว เป็นอาขยานต้องท่องได้ โปรดดูสุนทรภู่ที่เขาเรียกว่าสัมผัสใน เมื่อสักครู่นี้ฝรั่ง 12 บรรทัดสัมผัส 6 จุดเท่านั้นเอง ดูสุนทรภู่นะครับ สุดสาครลงไปนอนอยู่ก้นเหว พระฤาษีเหาะลงขี่รุ้งมาช่วย เขาบอกว่า

บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปยังบรรพต (บรรพตแปลว่าภูเขา ยอดเขา) แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด เหมือนเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ยังไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน มนุษย์นี้ที่รักมีสองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
ต่ออีกหน่อยก็ได้ แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี จงคิดตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา

เขาเรียกว่าสัมผัสในสัมผัสนอก บัดเดี๋ยวดัง ดังอะไร หง่างเหง่ง วังเวงแว่ว สะดุ้งแล้ว แว่วก็แล้ว เหลียวแลชะแง้หา เห็นโยคีขี่รุ้ง รุ้งกับพุ่ง พุ่งออกมา มันสัมผัส เขาเรียกว่าสัมผัสใน เรื่องอย่างนี้ละครับคือสิ่งที่อยู่ในภาษาของเรา มีโคลง มีฉันท์ มีกาพย์ มีกลอน ง่ายที่สุดคือกลอน ต่อไปคือโคลง ต่อไปคือกาพย์ ต่อไปคือฉันท์ แต่เราเรียกว่า โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน มันเป็นพวก Poet พวก Style เล่าให้พวกหนูฟังไว้เพื่อจะได้รู้ว่า มาแล้วไม่ต้องมาเรียนไวยากรณ์ไทยที่นี่ แต่ให้รู้ว่าภาษาของเรามีรากฐาน ให้มีความภาคภูมิใจกลับไปว่า ไปเมืองไทยได้อะไรมา บอกว่าเจอนายกฯ นายกฯ เล่าให้ฟังบอกภาษาไทยของเราเป็นภาษาประจำชาติ อายุ 728 ปี แต่มีหลักเกณฑ์มีวิชาการ เขาอวดกันตรงนี้ เขียนอย่างไร เขียนออกเสียงอย่างไร มีภาษาพูดแต่ไม่มีภาษาเขียน เรามีทั้งพูด ทั้งเขียน มีไวยากรณ์ด้วย

ที่ขึ้นต้นเมื่อสักครู่นี้จะเล่าให้ฟังก็คือว่าภาษาจีนอายุ 4,000 ปี ภาษาไทย 728 ปี เรามีอักษร 3 หมู่ สูง กลาง ต่ำ เรามีสระ 28 ตัวอยู่บน อยู่ล่าง อยู่กลาง อยู่ซ้าย และเรามี sound control ที่เรียกกันว่าวรรณยุกต์ กำหนดเสียงเสร็จ มีไม้เอก ไม้โท ไม้ตรี ไม้จัตวา แถมไม้ไต่คู้อีก 5 เสียง เพราะฉะนั้นที่ท้าทายกัน เอากระดานมาไว้ตรงข้างหลัง เอาคนจีนคนหนึ่งที่เขียนหนังสือเป็นกับคนอ่านเป็น คนอ่านเป็นอยู่ห้องหนึ่ง คนเขียนอยู่นี่ บอกไหนเขียน "คึกฤทธิ์" สิ เขาก็จะเขียนภาษาจีน ไหนคุณเข้ามาอ่านสิ อ่านว่าอะไร "ขื่อหลี" ไหนเขียน "สมัคร" สิ คนนั้นเข้ามาอ่าน "สะมา" ไทยแสดงบ้าง ไทยเขียนสิ "มาการ์เร็ต แท็ชเชอร์" คนนี้เขียน "มาการ์เร็ต แท็ชเชอร์" อีกคนเข้ามาอ่านสิว่าอะไร "มาการ์เร็ต แท็ชเชอร์" คนเขียนจะถามบอกว่า แท็ชเชอร์จะเอา ธ.ธง หรือ ท.ทหาร ครับ เชอร์จะเอา ช.ช้างการันต์ หรือ ฌ.กะเฌอ การันต์ เห็นไหมมีให้เลือกได้อีกหลายตัวด้วย

เรื่องอย่างนี้บละครับเป็นข้อพิสูจน์ว่าภาษาของเรานั้นเขียนได้ครบถ้วน เปรียบเทียบเหมือนอะไรครับ เหมือนอาหารไทยที่ใครว่าอร่อย อาหารชาติอื่นมี 1 รส 2 รส 3 รส อาหารไทยมี 5 รส มีเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ยังมีมันด้วย แล้วไม่ใช่รสเฉย ๆ เปรี้ยวอย่างไร เปรี้ยวบอกอย่างนี้ต้องใช้มะนาวเพราะเปรี้ยวมะนาว อย่างนี้เอามะดันใส่ลงไป น้ำพริกใส่มะม่วงไปเปรี้ยวทั้งนั้นเลย มีอะไรอีก อย่างนี้เอาไปหมักไว้ไปดองไว้ก็เปรี้ยว ใส่น้ำมะพร้าวดองอย่างนี้เปรี้ยวแบบนี้ เปรี้ยวแบบหมักดอง แปลว่าเปรี้ยวใช้ได้หรือยัง แต่ที่ฮิตจริง ๆ น้ำส้มมะขามคั้น มะขามเปียกคั้น ทำกับข้าวทุกอย่าง ปลา 3 รสที่ราดนั้นน้ำส้มมะขามเปียก เอามะนาวไปทำได้ไหม ไม่ครับ เปรี้ยวเรามี 1 - 2 - 3 - 4 - 5 หวานล่ะ น้ำตาลทรายก็ธรรมดา จะใช้น้ำตาลสี brown ก็โอเค แต่เรามีน้ำตาลปี๊บ เรามี palm sugar มีน้ำตาลกรวด มีอะไรอีก มีน้ำผึ้ง เรามีความหวานที่เลือกได้ตั้งหลายอย่าง แล้วแต่อะไรใส่อะไร แกงต้มส้ม ใส่น้ำส้มใส่น้ำตาลทรายใส่มะนาวได้ไหม ไม่ได้ครับ ต้องใส่เปรี้ยวคือน้ำส้มมะขาม น้ำปลา น้ำตาลต้องเป็นน้ำตาลปี๊บ ให้เผ็ด พริกขี้หนูทุบใส่ ไม่ได้ครับ ต้องเอาขิงแก่ ๆ มาโขลกใส่ไปกับน้ำแกง มันถึงจะอย่างนี้ เค็มล่ะ เกลือก็เค็ม น้ำปลาก็เค็ม ใส่ปลาร้าก็เค็ม ปลาเค็มก็เค็ม มีความเค็มอยู่ให้เลือกได้เลย อันนี้ใส่นี่ ๆ เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด มีพริกนานาชนิด พริกสวนเผ็ดหูชากิโลกรัมละ 300 บาท พริกเผ็ดกำลังดีกิโลฯ ละ 70 ตำแรงก็เผ็ดมาก ตำน้อยก็เผ็ดน้อย มีให้เลือกอย่างนี้ จะเอาพริกหยวก พริกชี้ฟ้า พริเหลือง พริกอะไร มีพริกตุ้มมาทำพริกน้ำส้มดี จะเอาไปทำปั่นทำพริก พริกนานาชนิด แล้วมันเป็นอย่างไร มันเรียก fat น้ำมันหมูก็มี น้ำมันพืชก็มี น้ำมันพืชมีน้ำมันถั่วน้ำมันปาล์ม แล้วมีอะไรอีก ก็มี fat จากถั่ว จากถั่วแห้ง มี fat จากตรงนี้ ๆ เพราะฉะนั้นของเรา เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด มัน 5 รส แล้วยังคูณอีกสัก 5 เป็น 25 ฉะนั้นที่อร่อยกว่าคนอื่น มันเหมือนภาษาไทยนี่อย่างไร มีอักษร 44 ตัว แต่มี 3 กลุ่ม มีอักษรสูง อักษรกลาง อักษรต่ำ และก็มี sound control คือมีวรรณยุกต์ แล้วมีสระที่ใส่แล้วเขียนปั๊บอ่านได้ตามเสียง นี่คือความภาคภูมิของภาษาของเรา

วันนี้ไม่ได้มาบรรยายวิชาไวยากรณ์ไทย ภาษาไทย แต่มาบอกให้หนูทั้งหลายที่มาจากเมืองไกลเกิดที่โน่น วันนี้มาดูบ้านเกิด ดูเลยครับ ไปวัดพระแก้วดูเลย ดูวังดูวัด ดูอาหารดูโรงแรม ดูที่อยู่อาศัย ดูยารักษาโรค ดูให้หมดเลย ดูเสื้อผ้า นี่ใส่เสื้อพรรค์อย่างนี้ ๆ ไม่รู้เอามาจากไหน หนูไปดู คอลเลคชั่นที่ภูฟ้าสิ คอลเลคชั่นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีนี้ตราหนู แต่ก่อนท่านมีตราหมู ชวด ฉลู ขาล เถาะ ท่านก็ทีละตัว ๆ ของท่าน ท่านทำอย่างไร ท่านทำเพื่อขายเอาเงินไปช่วยคนชนบทที่ช่วยตัวเองไม่ได้ทั้งการศึกษา ทั้งความเป็นอยู่ ท่านเป็นเจ้านะครับ ท่านทำ เพราะฉะนั้นคอลเลคชั่นของท่านมี 7 สีเลยครับ สีเหลือง ชมพูสีน่ากินเลย สีเขียวอ่อน สีแสด สีฟ้าวันศุกร์ มีสีม่วงวันเสาร์ ม่วงอ่อน แล้วก็มีสีแดงวันอาทิตย์ มากมายก่ายกอง นี่ของเจ้านาย แต่หนูไป Department Store จะเอายี่ห้อไหน มีทั้งนั้นครับ Arrow ผลิตในประเทศไทย ส่งช้างคืนถิ่น มีตราช้าง ใครซื้อ Arrow เอาช้าง 8 ตัวกลับไปเข้าป่า ก็มีทั้งนั้นอย่างนี้ จะเอายี่ห้อไหนมีหมด ผลิตเสื้อมาขาย ใครมีสตางค์ก็ซื้อ Brand name ใครไม่มีสตางค์ก็ซื้อเสื้อสมเด็จพระเทพฯ อย่างนี้คือเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องกีฬา สารพัด ดูแล้วจะได้กลับไปบอกอยู่เมืองไทยเหมือนกัน แต่ยังไม่ต้องกลับมาตอนนี้ เรียนให้จบอยู่ให้จบ มีงานทำเอาสตางค์ไว้ก่อน เบื่อเมื่อไรก็นึกถึงประเทศไทย ว่าง ๆ ก็แวะมาเยี่ยม คุณพ่อคุณแม่มา ทำงานดีเงินเยอะ ซื้อตั๋วมาเลย พ่อแม่ไป - กลับ ให้มาปีละ 1 - 2 หน

นี่คือสิ่งซึ่งบ้านอื่นเมืองอื่นเขาทำกัน แต่บ้านอื่นเมืองอื่นกลับมาแล้วไม่ภาคภูมิใจ ไม่ได้นินทาใคร แต่กลับมาที่นี่ขอให้หนูได้มีความภาคภูมิใจว่านี่คือบ้านของเรา หนูไม่ได้เกิดที่นี่ แต่พ่อแม่หนูเกิดที่นี่ ปู่ย่าตายายหนูเกิดที่นี่ ประวัติศาสตร์ 800 ปี มีประวัติศาสตร์อวดได้คุยได้ เราเป็น Independent ตลอดไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร พูดกับใครมองหน้าได้ ไม่ต้องหลบไปมองพื้น คงจะคุยให้ฟังเพียงเท่านี้ เพราะว่าถ้าคุยไปฟังไปเดี๋ยวหนูไม่ได้กินข้าวกลางวัน ก็จะบอกแต่เพียงว่าขอขอบคุณคณะกรรมการที่ได้เอาเยาวชนจากที่อื่นไปเกิดแล้วกลับมาดูบ้านเกิด กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด การแสดง ๆ ที่ช่อง 5 เขาเป็น Global Network ดูได้ทั่วโลก 175 ประเทศ ทั่วโลกเลยครับ รายการบางรายการ พระเขียนจดหมายมา โยมสมัคร รายการสนทนาประสาสมัครของโยม อาตมาต้องดูทุกวันเวลาตีสองครึ่ง ไม่จำวัด นั่งคอยดูรายการ บอกดูชั่วโมงเดียวรู้เรื่องว่าอะไรเป็นอะไรอย่างไร นั่นเป็นเรื่องของแฟนกันธรรมดา ให้หนูรู้ไว้ว่าดูบ้านเรา ดูในสิ่งที่ดี ไม่ดีก็ดูแล้วทำความเข้าใจ เพราะบ้านเมืองของเรานั้นยังอยู่ เขาเรียกว่าระหว่างเปลี่ยนถ่าย ภาษาฝรั่งใช้ Transition period ยังอยู่ตรงนี้ คนเกลียด คนชอบ คนชัง ยังมี แต่สถาบันของเราอยู่มั่นคง ทุกคนจงรักภักดีในสถาบัน คนข้างล่างจะฟัดจะเฟียด หนูฟังแล้วก็เขาเรียกว่าใช้วิจารณญาณ หนูได้ดูว่าคิดให้ฟังให้ดีว่าอะไรเป็นอะไรอย่างไร คุณพ่อคุณแม่มาด้วยก็ช่วยอธิบายให้ลูกฟังด้วย

ขอให้รู้ว่าเราทุกคนยินดีต้อนรับพวกหนู ขอให้หนูอยู่มีความสุขในประเทศนี้ กิน ต้องระมัดระวัง น้ำ ต้องระมัดระวัง เพราะหนูไม่มีภูมิต้านทาน คนไทยกินเชื้อโรควันละตัวไม่ต้องไปหาหมอ ของหนูไม่ได้ ตัวเดียวเท่านั้นหมดสุขเลย ระมัดระวังหน่อยเรื่องอาหารการกิน ดูให้มันร้อน ดูให้มันสุก น้ำดูให้เปิดจากขวด ขอให้สนุกในการมาเยี่ยมครั้งนี้ ผมไม่ชวนคุยเพราะคุยแล้วเลิกไม่ได้ วันก่อนจีนมาเยี่ยม 110 คน คุยไปคุยมาสนุกกับเด็กคนจีน คุยมณฑลนั้นมณฑลนี้สนุกใหญ่ มีล่ามแปล วันนี้แม้จะไม่มีล่ามแปลแต่ก็ไม่ยาก เดี๋ยวยืดยาด เจ้าหน้าที่เขานินทาเอา นายกฯ เจอพวกนี้ทีไรคุยยืดยาดเยิ่นยาว เท่านี้นะครับ ขอให้ปลอดภัยทั้งเดินทางไปไหนมาไหนในนี้ และเดินทางกลับอเมริกาทุกคน ขอบคุณครับ สวัสดีครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี / ถอดเทป / เรียบเรียง
จินตนา จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ