![]() |
คำกล่าวของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ในงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และเยาวชนผู้มีผลงานดีเด่น
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา 12.00 น.
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ท่านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
และผู้มีเกียรติทุกท่านเยาวชนทุกคนในที่นี้ ถือว่าเป็นท่านผู้มีเกียรติ เพราะได้รับความสำเร็จในหลาย ๆ ด้าน เช่น ในด้านยุวโฆษก ด้านของวิทยาศาสตร์ และด้านของศิลปะ ที่ผมได้มีโอกาสได้เดินชมเมื่อสักครู่ แน่นอนในความรู้สึกของผมคือมีความยินดีที่ได้มาร่วมงานกับทุกคนในวันนี้ และแสดงความยินดีกับเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และเยาวชนผู้มีผลงานดีเด่น ซึ่งในปีนี้คณะอนุกรรมการสรรหาและเชิดชูเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชน ได้พิจารณาคัดเลือกให้กลุ่มยุวโฆษกตามโครงการยุวโฆษกของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นกลุ่มเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาสื่อมวลชน เพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม ประจำปี 2550 และได้เข้ารับประทานเกียรติบัตรจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ไปแล้ว เมื่อวันที่20 กันยายน ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเยาวชนผู้ชนะการประกวดภาพยนตร์สั้น เพื่อรณรงค์ปัญหาโลกร้อน และกลุ่มเยาวชนผู้ชนะการประกวดวาดภาพ “ร้อยใจไทย ใต้ร่มเย็น” ซึ่งถือว่าทั้ง 3 กลุ่มเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่อง เชิดชู และเป็นผู้มีเกียรติ
จากผลงานทั้งหมดที่ได้ปรากฏและกล่าวมานั้น แสดงให้เห็นว่ายังมีเยาวชนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่มีความมหัศจรรย์ในตัวเอง มีทั้งความรู้ ความสามารถ และได้ใช้ความรู้ความสามารถนั้นในทางที่สร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันจรรโลงสังคมไทยทั้งโดยตรงและโดยอ้อมไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่สนับสนุนงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลในรูปแบบต่างๆ ของยุวโฆษก หรือการถ่ายทอดเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ ใกล้ตัว รวมทั้งการส่งเสริมความรู้รักสามัคคีผ่านภาพยนตร์สั้นและภาพวาดศิลปะของนักเรียน นักศึกษา สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มีคุณค่าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันรักษาและส่งเสริมสนับสนุนให้ได้รับความสำเร็จก้าวหน้า ต่อไปด้วย
เยาวชนของชาติหากได้แสดงความรู้ ความสามารถ ในทางที่เหมาะสม รู้จักหน้าที่ และมีความรับผิดชอบในเชิงสร้างสรรค์ตั้งแต่เยาว์วัยก็จะก่อให้เกิดผลดีต่อสังคมของเราสืบต่อไป ผมมีความยินดีที่เยาวชนของเราได้รับการปลูกฝังให้มีจิตสำนึกที่เห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าเห็นประโยชน์ส่วนตน และคิดถึงบ้านเมืองและคนอื่นมากขึ้น ทำให้เราได้ทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อสังคมในภาพกว้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ และคิดว่าทุกคนก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ต่อส่วนรวมนี้ ปัญหาต่างๆ ก็จะลดลง และถ้าหากทุกคนได้ช่วยกันทำงานเพื่อส่วนรวมกันให้มากขึ้น ประเทศชาติก็จะสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงมากขึ้น
เมื่อสักครู่มีเยาวชนที่ได้รับรางวัลการประกวดภาพ บอกผมว่า มีความตั้งใจและมีความปรารถนาที่จะเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง และพยายามที่จะส่งกำลังใจไปให้เกิดผล สิ่งเหล่านี้ถ้าทุกคนมีจิตใจที่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นองค์พระประมุขของบ้านเมืองของเรา และทรงงานอย่างหนักเพื่อประเทศชาติของเรา ไม่ทราบพวกเราทุกคนร้องเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน” ได้ไหม เนื้อความในเพลง”พ่อแห่งแผ่นดิน” จะเป็นส่วนหนึ่งที่ได้อธิบายถึงการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นส่วนที่คิดว่ามีความสำคัญต่อพวกเราทุกคนคือชาติบ้านเมือง เจริญมาได้จนถึงปัจจุบันนี้ เพราะพระองค์เป็นหลักชัย และเป็นผู้ชี้นำแสงสว่างให้กับบ้านเมืองของเรามาโดยตลอด ในยามบ้านเมืองวิกฤติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระราชทานแนวทางที่จะแก้ไขตลอดมา นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ในอนาคตข้างหน้าอยู่ที่คนไทยทุกคนที่จะช่วยกันร่วมมือกันทำสิ่งที่พระองค์ได้พระราชทานในหลายวาระ และในหลาย ๆ โอกาส ว่าพวกเราจะช่วยกันอย่างไรที่จะทำให้บ้านเมืองของเรา มีความรักและสามัคคี คำว่า” รู้รักสามัคคี” เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้ และอยากให้คนไทยทุก ๆ คน มีความรักและสามัคคี คือก่อนที่จะรักหรือสามัคคีกันได้นั้น เราต้องรู้ก่อนว่า เรามีความเข้าใจกันอย่างไร นั่นเป็นส่วนที่ต้องการจะฝากเยาวชนทุกคน เพราะทุกคนยังมีเวลา มีโอกาสและมีพลังที่จะช่วยกันสร้างสรรค์สังคมของเราให้บรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้ ในระยะเวลา ที่ไม่นานนักในโอกาสข้างหน้า
พวกที่เป็นผู้ใหญ่มีคนว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลขิงแก่ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งพวกที่มีความแก่ทั้งหลายนี้ต้องพ้นวาระไปตามโอกาส แต่ไม่ได้หมายความว่าความแก่จะไม่มีประโยชน์ ก็มีประโยชน์ส่วนหนึ่ง เพราะว่าได้พบและเห็นอะไรมามากพอสมควรและสามารถที่จะให้คำแนะนำกับพวกเราได้ เพราะบางอย่างเราไม่รู้ว่าในอดีตเป็นมาอย่างไร แต่เมื่อนำอดีตมาพิจารณา หาทางแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้มีอนาคตให้ดีขึ้น ซึ่งนั่นจะเป็นแนวทางที่ดี บทเรียนเราได้จากอดีตเพื่อจะนำมาแก้ไขในปัจจุบัน เพราะทุกคนต่างก็ต้องการอนาคตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคิดว่าไม่มีใครที่ต้องการจะเห็นอนาคตเหมือนอยู่ในปัจจุบัน และไม่ต้องการเห็นอะไรที่ดีขึ้น
เพราะฉะนั้นแนวทางที่ทุกคนซึ่งเป็นเยาวชนมีโอกาส มีการพูดกันในหลาย ๆ แห่งว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องที่ผู้อาวุโสก็เห็นตรงกันว่าทุกคนจะต้องเป็นอนาคตของชาติต่อไป และในครั้งนี้ที่เป็นการพบกับทุกคนซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับรางวัล คำยกย่องชมเชย และมีหน้าที่จะต้องสร้างสังคมที่ดีขึ้นกันต่อไป ซึ่งขอฝากสิ่งเหล่านี้ไว้กับทุกคน ทั้งนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเราจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งครั้งที่มีความสำคัญกับบ้านเมืองของเราพอสมควร บทเรียนของเราในอดีตที่ผ่านมา คือเรื่องของการที่คนไทยไมค่อยไปใช้สิทธิ มีความตื่นตัวทางการเมืองน้อย และก็พูดกันว่าเราได้นักการเมืองที่ไม่มีคุณภาพมีการใช้เงินซื้อสิทธิ ซื้อเสียง ก็อยากให้เยาวชนซึ่งบางคนใช้สิทธิได้แล้ว ให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจและเชิญชวนเพื่อน ๆ ซึ่งเรามีรายการทางสื่ออยู่ให้ใช้รายการเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ที่จะให้เยาวชนได้มีความตื่นตัว ที่บอกว่าให้มีความตื่นตัวหมายถึงเราจะช่วยกันให้คนไทยออกมาใช้สิทธิมากขึ้นได้อย่างไร
ประการที่ 2 คือการรณรงค์เชิญชวนที่จะไม่ให้มีการขายสิทธิ ขายเสียง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องที่คนพูดกันมากเมื่อเกิดปัญหาเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ขึ้นมาแล้วไม่ได้อย่างที่เราต้องการ ทั้ง 2 ประการนี้มีส่วนสัมพันธ์กัน ถ้าเรามีคนออกมาใช้สิทธิมาก การซื้อสิทธิ ซื่อเสียงจะทำได้น้อยลง เพราะคงไม่มีใครที่นำเงินมาซื้อได้อย่างมากมาย นั่นเป็นส่วนที่ถือได้ว่าอยากจะให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ วันที่ 23 ธันวาคม 2550 จะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว มีใครที่อยู่ ณ ที่นี้ไม่ทราบว่าวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นวันเลือกตั้งบ้างสำหรับผู้ที่มีสิทธิ ไม่มีก็ถือว่าที่นี่รับทราบ 100 เปอร์เซ็นต์ วันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นส่วนที่ถือได้ว่าการที่เราจะเลือกคนที่มีคุณภาพเข้ามาบริหารของบ้านเมืองนั้น เป็นหน้าที่ของทุกคน เราคงไม่ต้องการให้บทเรียนเก่า ๆ ที่ผ่านมาในอดีตปรากฏขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ผมพูดในหลาย ๆ แห่งแล้วว่าปัญหาในเรื่องทาการเมืองของเรา ทำให้ประเทศไทยพัฒนาช้าไปกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี 2475
ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศเอกราชเมื่อประมาณ 50 ปี ที่ผ่านมา แต่ 50 ปีของประเทศมาเลเซียกับการเปลี่ยนแปลงของไทยทางการเมืองนั้น ถ้าเราเทียบดูจะเห็นชัดเจนว่าประเทศมาเลเซีย มีความมั่นคงทางการเมืองและทำให้ประเทศก้าวหน้า มีการพัฒนาและมีความต่อเนื่อง มีรัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนประเทศมาเลเซีย ส่วนของประเทศไทยเราล้มลุกคลุกคลานกันมาตลอด เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองของเรามีความเจริญก้าวหน้า เราจะต้องมีนักการเมืองที่มีคุณภาพ รัฐบาลในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้พยายามที่จะมีการปรับปรุงในเรื่องของการบริหาร โดยจะปรับปรุงการบริหารตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน โดยที่ให้ชุมชนได้บริหารงบประมาณและโครงการด้วยตัวเอง เมื่อเราบริหารงานด้วยตัวเองเราจะรู้ว่า โครงการที่คิดนั้นดีหรือไม่ การใช้งบประมาณมีการรั่วไหลหรือไม่ ซึ่งปัญหาของเราคือไม่ซื่อสัตย์ ผู้บริหารของเราตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นมา ไม่ค่อยมีความซื่อสัตย์ ระบบสหกรณ์ก็มีความล้มเหลว เพราะผู้บริหารเมื่อบริหารได้สักพักจะมีการทุจริต มีการโกงเลยเป็นปัญหา ฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะมีวิธีการบริหาร และทำตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานคือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คำว่า”ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นเรื่องที่สามารถจะกล่าวได้ว่าไม่ใช้เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการบริหารในภาพรวม ว่าเราจะต้องมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีความรู้ และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความพอประมาณ และจะต้องมีภูมิคุ้มกัน คือไม่ควรจะทำอะไรซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเรามาก ๆ ถ้าจะพูดในปัจจุบันคือการบริหารงานที่เราเรียกว่า การบริหารความเสี่ยง ภาษาที่พูดในด้านการบริหารงานจะพูดกันว่าบริหารความเสี่ยง ถ้าเรานำปรัชญานี้มาใช้ ทั้งในการบริหารตัวเราเอง บริหารองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอะไร ค่อย ๆ ขยายกันไปให้มากขึ้น โอกาสที่บ้านเมืองของเราจะมีการบริหารที่ดี เราก็สามารถเลือกผู้บริหารจากส่วนเหล่านี้ ไปเป็นผู้บริหารงานของชาติบ้านเมืองต่อไปได้ในอนาคต นั่นเป็นทางที่จะต้องสร้างจากระดับข้างล่างขึ้นไป แต่วันที่ 23 ธันวาคม 2550 เราคงต้องคัดเลือกจากสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อทำต่อไปในอนาคตข้างหน้าให้ดีขึ้น และทุกคนก็คงเป็นส่วนที่จะต้องสร้างฐานรากกันต่อไป บ้านเราจะดีหรือไม่ จะมีความแข็งแรงหรือไม่ ก็อยู่ที่การวางฐานราก ซึ่งถ้าฐานรากดีแล้ว ยอดหรือส่วนบนสุดก็จะมีความแข็งแรงไม่โยกคลอน นั่นเป็นเรื่องที่ต้องการฝากทุกคน
ท้ายที่สุดขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเยาวชนทุกคน ไว้ ณ ที่นี้ อีกครั้งหนึ่ง และขออวยพรให้ทุกคนพร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีความสำเร็จ ก้าวหน้าในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน
ขอบคุณครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/ถอดเทป,ตรวจ