คำกล่าวของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา
และมอบนโยบายในการประชุมสัมมนาเตรียมการ
เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง ประจำปี 2550 รุ่นที่ 5
ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา 13.30 น.


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
อธิบดีกรมการปกครอง
ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 25 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ทุกท่าน
เพื่อนข้าราชการ เจ้าหน้าที่
ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ
ผู้มีเกียรติทุกท่าน

ในวันนี้ เราถือว่าเป็นการประชุมสัมมนาเพื่อที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดมา ซึ่งเป็นส่วนหลักที่อยากจะใช้เวลา 1 วันในวันนี้ที่ท่านทั้งหลายได้สละเวลากันมาเพื่อทำสิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ ทำให้การทำงานร่วมกัน การประสานงานกันเป็นไปได้ตามที่เราต้องการ

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของการสัมมนา มีเรื่องสำคัญที่พวกเราทุกคนคงตระหนักดีว่า เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ประมาณ 1 เดือนกับ 4 วัน ก็จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยและหวังว่าการเฉลิมฉลองในปีมหามงคลในปีนี้จะเป็นไปโดยราบรื่นและยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ สมกับความจงรักภักดี สมกับความรักที่คนไทยทุกคนอยากจะทำงานถวายฯ ในโอกาสมหามงคลในปีนี้

ผมอยากจะเรียนท่านทั้งหลายที่มาประชุมกัน ณ ที่นี้ว่า เรื่องแรกคือการรณรงค์ให้งานในช่วงวันเฉลิมฯ ซึ่งแล้วแต่ว่าแต่ละจังหวัดจะจัดอย่างไร บางจังหวัดจะมีกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องในระยะที่ค่อนข้างนาน บางจังหวัดจะมีเฉพาะในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2550 ไปจนถึงวันเฉลิมฯ นั่นเป็นส่วนที่ถือว่าเป็นรายละเอียดของแต่ละจังหวัดที่จะต้องไปดำเนินการ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนนั่นก็คือ อยากให้ทุกๆ จังหวัด ทุกๆ คนได้ช่วยกันแจ้งพี่น้องประชาชนว่า เราคงจะต้องรวมร้อยความคิด ร้อยดวงใจของเราทุกคนที่จะทำถวายในวาระโอกาสที่เป็นมหามงคลนี้อย่างยิ่งใหญ่จริงๆ รายละเอียดที่ท่านได้มีอยู่แล้ว ที่ท่านได้คิดไว้แล้วเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอคือ ขอให้พวกเราทุกคนได้รณรงค์ให้ประชาชนออกมาถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มากที่สุดเท่าที่เราสามารถจะทำได้ คงไม่มีประเทศใดในโลกที่จะมีคนที่สวมเสื้อเหลืองมากเหมือนในประเทศไทย ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ ผมอยากจะเห็นคนสวมเสื้อเหลืองให้มากขึ้นไปอีก

กิจกรรมต่างๆ ที่ท่านจะจัดในห้วงเวลาวันเฉลิมฯ ผมอยากจะให้รณรงค์ในเรื่องของความมีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่ว่าท่านจะทำอะไร ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ฉะนั้น ไม่ควรจะจำกัด ไม่ควรจะปิดโอกาส ควรจะเปิดให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามามีโอกาสที่จะถวายพระพรชัยมงคลแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายอาจมีโอกาสที่จะเชิญชวนกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งแต่ละจังหวัดนั้นมีอยู่แล้ว ในส่วนของภาคเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของไลออน โรตารี ในส่วนของแรงงานจังหวัดที่มีแรงงานอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆ จังหวัดปทุมธานี ใกล้ๆ นี้ ถ้าเรามีการจัดการ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ถวายพระพรชัยมงคลได้อย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าในเรื่องของการร่วมแรงร่วมใจ หรือศัพท์ในปัจจุบันที่ว่า “ทุกคนมีส่วนร่วม” ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ สำหรับท่านทั้งหลายที่จะได้นำไปพิจารณา นำไปหาวิธีการที่จะดำเนินการให้เหมาะสม สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่ท่านมีในแต่ละจังหวัด หรือท่านอาจจะจัดเพิ่มเติม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วย

ในเรื่องที่ถือว่าเป็นหัวข้อในการประชุมสัมมนาในวันนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 สิ่งแรกที่ได้รับข้อมูลกลับมาก็คือ ประมาณร้อยละ 40 ของประชาชนยังไม่ทราบว่าวันเลือกตั้งจะมีขึ้นเมื่อไร สิ่งนี้เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องทำความเข้าใจ จะต้องชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า วันเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นั้น มีความจำเป็น มีความสำคัญสำหรับบ้านเมืองของเราอย่างไร

รัฐบาลของผมที่เข้ามาบริหารประเทศนี้ เป็นรัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติบ้านเมือง เรามีเวลาประมาณ 1 ปีที่ช่วยกันดำเนินการ ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งเกิดความแตกแยกในทางความคิด ในทางวิธีการที่จะดำเนินการทางการเมือง หนึ่งปีที่ผ่านมา เรามีรัฐธรรมนูญใหม่ เรามีกฎหมายการเลือกตั้งใหม่ และจะก้าวไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้ นั่นเป็นจุดที่จะต้องเร่งทำความเข้าใจ ตัวเลขที่มีการทำโพลล์แล้วที่ออกมาว่า ร้อยละ 40 ยังไม่ทราบ เป็นสิ่งที่เราควรจะคิด เราควรจะหาวิธีการที่จะแก้ไขในสิ่งเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ และดำเนินการไป

ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ผมคิดว่าท่านทั้งหลายได้รับฟังการชี้แจง ทั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และจากหลายๆ ส่วน รวมทั้งกระทรวงแรงงานด้วย เป็นเรื่องที่เราคงจะต้องหาทางที่จะบริหารจัดการให้ดีที่สุด เท่าที่เราสามารถจะทำได้ ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย เป็นส่วนหนึ่งของการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นการปกครองในส่วนภูมิภาค หรือในการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตาม ท่านเป็นส่วนหนึ่งของการปกครอง นั่นก็คือเรื่องของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยได้มีความเกี่ยวพัน ได้มีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมานาน นั่นเป็นพื้นฐานที่มีความมั่นคง พื้นฐานที่ท่านทั้งหลายได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

ในวันนี้บทบาทของพวกเราคงเป็นบทบาทที่ทำหน้าที่สนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้หน้าที่ของเราในฐานะที่เป็นคนไทยนั้น จะต้องลดหย่อนลงไป เรากลับต้องมีงานที่เพิ่มขึ้น งานที่เพิ่มขึ้นนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร คงกล่าวได้ว่า เป็นบทบาทที่เราจะต้องศึกษาอย่างถูกต้อง คือบทบาทที่จะทำตามกฎหมายการเลือกตั้ง ทางกระทรวงมหาดไทยได้พูดถึงว่า ข้าราชการจะต้องวางตัวเป็นกลาง คำว่า “วางตัวเป็นกลาง” นั้น จะทำได้อย่างไร ในกฎหมายการเลือกตั้งจะกำหนดไว้ จะมีมาตราประมาณ 50 กว่าๆ ที่ได้กำหนดไว้ ทั้งเรื่องของการกระทำที่อาจจะผิดกฎหมาย และมีบทลงโทษ นั่นเป็นส่วนที่อยากจะเรียนว่า ท่านทั้งหลายคงจะต้องให้เจ้าหน้าที่ได้ศึกษาอย่างรอบคอบ และทำความเข้าใจ นั่นเป็นประเด็นที่เราจะตอบได้ว่าการวางตัวเป็นกลางนั้น จะทำอย่างไร ถ้าเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ถือว่าสิ่งนั้น เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างถูกต้อง และทำหน้าที่อย่างเป็นกลางแล้ว

ในส่วนที่ท่านทั้งหลายอาจจะต้องมีหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง คือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งในส่วนของจังหวัดจะมีการประกาศ มีการมอบหน้าที่ให้กับท่านบางส่วน นั่นเป็นหน้าที่ของท่านโดยตรงที่จะต้องปฏิบัติ และสิ่งที่เราพูดกันเมื่อสักครู่ที่ท่านอธิบดีกรมการปกครองได้พูดถึงว่า การที่เราจะช่วยกันให้การซื้อสิทธิขายเสียงลดลง เราจะทำอย่างไร นั่นเป็นเรื่องที่พูดกันได้หลายๆ ด้าน บทบาทที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคนสามารถจะช่วยได้ คือการชี้เบาะแส การชี้เบาะแสถึงเหตุการณ์ที่อาจจะนำไปสู่การจับกุม การลงโทษ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราทุกคนน่าจะได้ช่วยกัน ผมไม่อยากให้พวกเราเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ อย่างที่พูดกันว่าไม่สนใจ อยากให้สนใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะถ้าเราไม่สนใจ โอกาสที่การเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นธรรมนั้น คงจะเป็นไปได้ลำบาก

เราคงทราบกันดี บทเรียนของเราในช่วงที่ผ่านมา เป็นเรื่องของการเกี่ยวข้องกับเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง มีปัญหาในทุกครั้ง มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ในครั้งนี้ ผมอยากจะขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่าน ทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงนั้น ให้น้อยที่สุดเท่าที่เราสามารถจะทำได้ ทำอย่างไรเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายจะต้องช่วยกันพิจารณา ผมไม่คิดว่าเราจะสามารถทำให้การเลือกตั้งไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงเลย ยังมีอยู่ แต่ว่าทำอย่างไรที่จะให้น้อยลง นั่นเป็นจุดที่อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วย

ในส่วนที่ผมได้พูดไปในการให้นโยบายกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คือการที่จะให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงให้มาก ผมได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าร้อยละ 70 ในช่วงที่ผ่านมาที่เรามีการลงประชามติ ได้ประมาณร้อยละ 60 ในครั้งนี้ ผมอยากให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยกันดำเนินการให้พี่น้องประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงให้ได้ประมาณร้อยละ 70 นั่นหมายถึงว่าบรรลุเป้าหมาย ส่วนที่ผมพูดเมื่อสักครู่ในเรื่องของการไม่ซื้อสิทธิไม่ขายเสียง จะมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับเรื่องของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิใช้เสียง ถ้ามีผู้ใช้สิทธิใช้เสียงจำนวนมาก การซื้อสิทธิขายเสียงก็เกือบจะไม่มีผล หมายถึงว่าร้อยละ 70 ขึ้นไป นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยกันทำอีกส่วนหนึ่ง

ข้อดีของการเลือกตั้งในครั้งนี้ อย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า เกิดขึ้นหลังจากวันเฉลิมพระชนมพรรษาไม่นานนัก ฉะนั้น การทำงานต่างๆ ถ้าท่านสามารถที่จะทำงานได้ต่อเนื่อง ทำให้ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนอยู่ในห้วงเวลาที่ทำได้ต่อเนื่องแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงได้เป็นอย่างมาก

เราเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นห้วงเวลาที่สำคัญ เป็นห้วงเวลาที่พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องตัดสินใจเลือกผู้บริหาร เลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในส่วนนิติบัญญัติของเรา ซึ่งผมได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่า เราอยากได้คนที่มีคุณภาพ คำว่าคุณภาพในความหมายของผมคือ เป็นทั้งคนดีและคนที่มีความรู้ ดีคือคนที่มีคุณธรรม ความรู้ต้องมีที่จะช่วยกันบริหารชาติบ้านเมืองของเรากันต่อไป ถ้าท่านได้ช่วยกันรณรงค์ ช่วยกันทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น และให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงให้มากขึ้น ผมคิดว่าเราคงสามารถที่จะทำให้ปัญหาในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงนั้น ลดลงไปได้พอสมควร

นอกจากนั้น เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นการเตรียมการในรายละเอียด สิ่งที่กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทยที่จะต้องเตือนพี่น้องประชาชนเนิ่นๆ ในเรื่องของการที่จะขอใช้สิทธินอกภูมิลำเนาในเรื่องของการดูบัญชีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง การตรวจบัญชีว่ามีชื่อหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะต้องทำ และมีกฎหมายกำหนดชัดเจนว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการที่จะขอแก้ไข ถ้าหากว่าท่านไม่มีชื่อ นั่นเป็นส่วนที่จำเป็นต้องดำเนินการ

ในเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ ในเรื่องของบัตรประจำตัวประชาชน ใบแทนต่างๆ เป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้พี่น้องประชาชนดำเนินการเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด และจะส่งผลกระทบต่อเรื่องของจำนวนพี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิใช้เสียง

ในส่วนของกลุ่มมวลชนต่างๆ ในจังหวัด ที่เราสามารถจะให้ออกมาดำเนินการช่วยเหลือได้นั้น จะเป็นส่วนที่ดี ถ้าหากว่ามีการรวมกลุ่มกัน มีการหาวิธีการที่จะช่วยกันตรวจสอบในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง เมื่อสักครู่นี้ ผมไปงาน “มหัศจรรย์เด็กไทย” ที่เมืองทองธานี เป็นงานของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในงานนั้นเป็นเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่สิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในงานก็คือ มีเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มที่จะช่วยกันรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ทางกระทรวงศึกษาธิการจะมีการออกค่ายในลักษณะที่เป็นค่ายอาสาสมัคร โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ในการที่จะทำประชาสัมพันธ์ ผมอยากให้ทุกๆ จังหวัดได้ผนึกกำลังกัน ทั้งในส่วนของแรงงาน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันรณรงค์ ช่วยกันทำให้ปัญหาต่างๆ นั้น ได้รับการชี้แจง ได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องและทันเวลา นั่นเป็นสิ่งที่ผมถือว่า การทำงานในระดับจังหวัดนั้นต่อไปเป็นเรื่องของการบูรณาการที่จำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันทำอย่างเต็มที่ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่เราได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว คือชุดปฏิบัติการขยายผลระดับตำบล อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย นั่นเป็นส่วนที่เราต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ควบคู่ไปด้วย นอกเหนือจากส่วนของกระทรวงอื่นๆ ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว

ในส่วนอื่นๆ ที่ถือว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกัน คือการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ได้มีการประสานงานกันโดยตรง ในเรื่องการดูแลความสงบก่อนถึงวันเลือกตั้ง เราคงติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดแพร่ก็ดี ในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องรายย่อยๆ นั่นก็เป็นส่วนที่เราจำเป็นจะต้องทำงานร่วมกัน ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การที่จะดูแลในเรื่องความสงบในพื้นที่ คงไม่ใช่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่เพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งเป็นหน้าที่ของข้าราชการทางด้านการปกครองอยู่แล้ว ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว ฉะนั้น การที่เราจะทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะทำให้บรรยากาศในการเตรียมการก่อนการเลือกตั้งนั้น ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่ดี แต่ไม่ควรจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่ควรจะเกิดขึ้นมากไปกว่านี้ นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 25 จังหวัดไว้ด้วย ปัญหาในเรื่องเหล่านี้สะท้อนออกมาในรูปแบบที่เราจะพูดกันภายหลังว่าเป็นการเลือกตั้งที่ปราศจากความรุนแรง หรือเป็นการเลือกตั้งที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากที่สุด ตรงนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องช่วยกันดูแลด้วย ถ้าหากเราลดเรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลงได้ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งของเรานั้น นอกจากไม่ซื้อสิทธิไม่ขายเสียงแล้ว ยังเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น

ทั้ง 3 เรื่องที่ผมได้เรียนมานี้ เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่อยากจะให้ท่านทั้งหลายได้นำไปพิจารณาแล้วหาวิธีการ เพราะว่าการทำงานของเรานั้น เราคงทำงานคนเดียวไม่ได้ เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยได้เน้นในเรื่องการทำงานในรูปแบบของการบูรณาการมาโดยตลอดอยู่แล้ว ในครั้งนี้ผมก็คงไม่พูดมาก เพราะว่าถ้าท่านร่วมมือกับทุกๆ ภาค ทุกๆ ส่วน ทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง งานจะเป็นไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีเหตุการณ์รุนแรงและเป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นธรรม นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้

ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้ท่านทั้งหลาย จงประสบแต่ความสุขความเจริญ และสัมฤทธิผลในสิ่งอันพึงปรารถนา ทั้งต่อประเทศชาติ ต่อตนเอง ทุกประการ บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการประชุมสัมมนาการเตรียมการเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งประจำปี 2550 ณ บัดนี้ ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
อภิญญา ตันติรังสี/รายงาน จินตนา จ้อยจุมพจน์/ตรวจ